บทที่ 1068 เชี่ยวชาญในความสามารถของคนอื่น
ปลายนิ้วซ่านจินจื๋อกำแน่นขึ้นมาทันที
ตงฟางซวนเอ๋อพูดถึงเรื่องที่กู้อ้าวเวยไม่เคยรู้จริงๆด้วย แล้วนางควรที่จะตอบยังไง?
แล้วกู้ซวงรู้เรื่องนี้หรือไม่?
กู้อ้าวเวยกังวลใจ แล้วก็มองเห็นแววตาตงฟางซวนเอ๋อฉายแววหยั่งท่าที จึงพูดขึ้นว่า “ทำไมถึงพูดว่าแม่ลูกไม่ได้อยู่ด้วยกัน? ถึงแม้พวกนางจะยังอายุน้อย แต่หยูนซียังไม่ตาย ยังไงก็ต้องมีวันได้เจอหน้ากันอีก”
หัวใจเต้นรัวอยู่ในอก
สุดท้ายกลับเห็นตงฟางซวนเอ๋อยิ้มหัวเราะพร้อมพูดว่า “เจ้าคิดถึงแต่พวกนางสองคน กลับไม่คิดว่าพวกนางใช่น้องสาวของเจ้าเสียที่ไหน เจ้าเป็นน้องสาวของข้าต่างหาก มีชื่อเป็นของตัวเอง รอเมื่อท่านปู่กับท่านพ่อกวาดล้างคนเลวข้างฮ่องเต้แล้ว ข้าจะไปรับเจ้ากลับมา”
กวาดล้างคนเลวข้างฮ่องเต้?
กวาดล้างองค์ชายที่แย่งชิงบัลลังก์ หรือยู่จุนหยูนซีที่ซ่อนตัวอยู่ในวังนั้น?
กู้อ้าวเวยทำได้เพียงหัวเราะเยาะพร้อมพูดว่า “พวกเจ้าเคยรักษาคำมั่นสัญญาหรือ”
“ขอเพียงเจ้าคิดหาวิธีปล่อยตัวไทเฮาออกมา นางจะเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมดเอง” ตงฟางซวนเอ๋อพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นจากกองหญ้าแห้ง พูดขึ้นด้วยแววตาน่ากลัวว่า “ไทเฮาเตรียมกำลังไว้มานานหลายปี แม้แต่ฮ่องเต้ยังไม่กล้าแตะต้องนางง่ายๆ อาศัยตอนที่คนข้างกายของไทเฮากำลังกระจัดกระจาย พวกเรายังมีกองกำลังจู่โจม”
กู้อ้าวเวยเงียบไม่พูดอะไร เพียงแค่ก้มหน้าครุ่นคิด
นางยังคิดไม่ออกว่าสามารถพูดอะไรได้อีก ตงฟางซวนเอ๋อที่บาดเจ็บสาหัสกลับทนไม่ไหวเสียก่อน รีบพูดขึ้นว่า “หลิงเอ๋อร์กับหมิ่นเอ๋อเป็นลูกของหยูนซี พวกนางจะยอมเห็นแม่ของตัวเองตายอย่างอนาถหรือ?”
“อะไรนะ….”
“ข้าสามารถพูดได้เพียงเท่านี้” ตงฟางซวนเอ๋อกัดฟันไว้แน่น มองดูกู้อ้าวเวยอย่างไม่สบอารมณ์ต่อความไม่เอาถ่าน พร้อมพูดว่า “คนที่ทำร้ายหมิ่นเอ๋อกับหลิงเอ๋อร์ เป็นฮ่องเต้คนเดียวมาตลอด และที่ปล่อยไทเฮาออกมา นางก็จากสั่งสอนลูกคนนี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว”
หลังจากที่พูดประโยคนี้เสร็จแล้ว ไม่ว่ากู้อ้าวเวยคิดอยากจะถามอะไรอีกก็ยากที่จะพูดออกไป
ถามมากไป กลับจะเป็นการทำให้ตงฟางซวนเอ๋อสงสัย
นางจึงทำเป็นค่อยๆลุกขึ้นยืน พร้อมพูดว่า “พวกเจ้าคิดที่จะหลอกใช้ข้าอีก?”
“หลอกใช้เจ้า แลกกับชีวิตที่สงบสุขอีกครึ่งชีวิตของหลิงเอ๋อร์กับหมิ่นเอ๋อ ไม่ดีหรือ?” ตงฟางซวนเอ๋อเอามือกุมหน้าอกแล้วอาเจียนเลือดออกมา ฟองเลือดล้นออกมาจากมุมปากของนาง กลับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่เปลี่ยนว่า “ข้าได้บอกที่อยู่ของกู้อ้าวเวยให้กับซ่านจินจื๋อแล้ว เจ้าไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว หากเจ้าไม่ทำอะไรบ้าง เจ้ากับหลิงเอ๋อร์หมิ่นเอ๋อล้วนต้องตาย”
พูดเสร็จ จากนั้นตงฟางซวนเอ๋อก็พลิกตัวกลับโดยสิ้นเชิงและไม่หันกลับมาสนใจอีก
กู้อ้าวเวยจึงต้องถอยออกมาจากด้านใน เอาตะเกียงไฟนั้นทิ้งไว้ในที่ลึกสุดของคุกใต้ดิน
ตงฟางซวนเอ๋อมองไปที่แสงจ้านั้น แล้วปิดเปลือกตาอย่างหนัก
ซ่านจินจื๋อที่อยู่ในอีกมุมหนึ่งมองทุกอย่างไว้ในตา แล้วก็ดึงมือที่เย็นเฉียบของกู้อ้าวเวยมาพร้อมพูดว่า “ภายในคุกใต้ดินค่อนข้างหนาว ออกไปแล้วค่อยพูด”
พยักหัวเล็กน้อย กู้อ้าวเวยเดินตามเขาไปด้วยความคิดที่ล่องลอย อาศัยแสงสว่างจากแสงจันทร์กลับมาถึงยังเรือนหลังเล็ก ถูกซ่านจินจื๋อถอดเสื้อคลุมที่เปื้อนออกให้โดยเท้าไม่แตะพื้น แม้แต่ถุงเท้ารองเท้าก็ถูกถอดทิ้งไปอีกข้าง แล้วก็ถูกโยนเข้าไปภายในผ้าห่ม
หงเชียวรีบเอาโถน้ำร้อนอันหนึ่งยื่นมาให้ แล้วก็ถูกซ่านจินจื๋อยื่นเข้าไปในอ้อมกอดของนางทันที
มองดูการกระทำของทั้งสองคนที่คุ้นเคย ความคิดของกู้อ้าวเวยเมื่อกี้ ก็ติดค้างอยู่ในใจไม่สามารถเอาออกมาได้ เพียงพูดขอบคุณอย่างทำตัวไม่ถูก อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า “ข้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น พวกเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องระมัดระวังขนาดนี้”
หงเซียวยืนอยู่ด้านข้างอย่างทำตัวไม่ถูก มองดูซ่านจินจื๋อแล้วพูดว่า “ท่านอ๋องบอกว่า ขอเพียงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับท่าน ล้วนต้องละเอียดทุกเรื่อง หากท่านสูญเสียเส้นผมเพียงเส้นเดียวล้วนจะต้องถูกตีด้วยไม้กระดาน”
คำพูดที่เหลือก็ถูกสายตาของซ่านจินจื๋อ มองทิ่มแทงกลับเข้าไปในท้อง
หงเซียวยืนอยู่ด้านหลังซ่านจินจื๋อ มองดูกู้อ้าวเวยด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่น กู้อ้าวเวยเองก็หัวเราะเบาๆ ยกมือดึงซ่านจินจื๋อมานั่งข้างเตียงพร้อมพูดว่า “เจ้าลงโทษเช่นนี้หนักไปไหม ทำให้ข้าจำไม่ได้แล้วว่าจะพูดอะไรบ้าง”
มือที่วางอยู่บนบ่าซ่านจินจื๋อเคลื่อนไหว หงเซียวได้รับคำสั่ง รีบออกไปเฝ้าอยู่หน้าประตู
รู้ถึงการกระทำของนาง ซ่านจินจื๋อขึ้นไปนอนตะแคงบนเตียงอย่างจนใจ พร้อมพูดว่า “มาพูดเข้าเรื่อง เจ้าคิดว่าที่ตงฟางซวนเอ๋อพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร?”
เมื่อพูดจบ กู้อ้าวเวยไม่ได้พูดตอบอะไร กลับมองดูท่าทีสงบจิตสงบใจของซ่านจินจื๋อ หากซ่านจินจื๋อไม่ได้คิดเข้าใจอะไร จะมีท่าทีเฉยเมยได้ขนาดนี้หรือ
จึงดึงชายเสื้อของซ่านจินจื๋อ แล้วลากมาตรงหน้า
“เจ้ารู้อะไรแล้วใช่ไหม?”
ถูกลากมาด้วยการกระทำที่เป็นนิสัยแบบนี้ ซ่านจินจื๋อกลับอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและพูดขึ้นว่า “ข้าไม่รู้อะไรจริงๆ แค่อยากฟังความคิดเห็นของเจ้า”
“เจ้าพูดความคิดของเจ้ามาก่อน” กู้อ้าวเวยไม่พอใจ
“ปกติเจ้ามักจะบอกว่าข้าเป็นคนดูไม่ออก วันนี้ข้าจะใช้ความเชี่ยวชาญในความสามารถของคนอื่น”
ตั้งใจลากเสียงให้ยาว ซ่านจินจื๋อถอดถุงเท้ารองเท้าแล้วก็คลานเข้าไปในอ้อมกอดของกู้อ้าวเวย มุดอยู่ที่ซอกคอของนางด้วยท่าทีน่าสงสาร ขาแข็งแรงทั้งสองข้างกลับรัดกู้อ้าวเวยไว้บนเตียงอย่างที่คาดไว้
“นี่เจ้าออดอ้อนหรือ?” กู้อ้าวเวยเหมือนบนร่างกายหนักอึ้ง จึงอดไม่ได้ที่จะตีตรงท้ายทอยของเขาหนึ่งที
“นี่คือความไม่พอใจกับความปรารถนา ยิ่งตำหนิที่เจ้ามักปิดบังสิ่งต่างๆอยู่เสมอ”
น้ำเสียงซ่านจินจื๋อค่อยๆสูงขึ้น มือทั้งสองข้างกอดรัดนางไว้ในอ้อมแขนของเขาอย่างครอบงำ พร้อมพูดว่า “รอเจ้าพูดความคิดเห็นของตนเสร็จแล้ว ข้าค่อยพูดของข้า”
เห็นทีถ้าตนไม่พูด ผู้ชายเหมือนอย่างแมวตัวโตนี้ไม่ยอมไปแน่
ไม่รู้เลยว่าวิธีกอดรัดแบบนี้กุ่ยเม่ยเป็นคนสอน กู้อ้าวเวยยังคงจัดเรียบเรียงความคิดของตนเอง โยนโถน้ำร้อนไปไว้ด้านข้างอย่างระมัดระวัง มีซ่านจินจื๋ออยู่ข้างกาย โถน้ำร้อน จึงไม่มีความหมายอะไรเลย
“ตงฟางซวนเอ๋อพูดถึงหยูนซีอยู่หลายครั้ง เห็นทีหยูนซีกับยู่จุนไม่ใช่พวกเดียวกัน และต้องช่วยเหลือไทเฮา ถึงจะสามารถรักษาชีวิตของหยูนซี งั้นก็แสดงว่าไทเฮากับหยูนซีเป็นพวกเดียวกัน ส่วนฮ่องเต้กับยู่จุนเป็นพวกเดียวกัน”
กู้อ้าวเวยครุ่นคิดอยู่อย่างละเอียด คนด้านข้างตอนนี้ค่อยๆยันกายขึ้น แบ่งเบาน้ำหนักลงบ้าง
แต่ตรงหัวไหล่กลับถูกกัดเบาๆหนึ่งที
เมื่อเก็บฟันแล้ว ซ่านจินจื๋อค่อยถามขึ้นอย่างเกียจคร้านว่า “งั้นเจ้าคิดว่าซ่านเซิ่งหาน แสดงเป็นตัวอะไรในนั้น?”
“งั้นก็ต้องดูว่าที่เมืองเหยสุ่ยนั้นจงรักภักดีต่อใคร” กู้อ้าวเวยยกมือเท้าขึ้น ผลักตัวซ่านจินจื๋อออกไป
ซ่านจินจื๋อไม่เคยคิดว่าจะถูกกู้อ้าวเวยผลักแรงขนาดนี้ ด้วยความที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างกายครึ่งหนึ่งตกลงพื้นอย่างจัง
หงเซียวที่อยู่ด้านนอกประตูได้ยินเสียงข้างไหนดัง จึงรีบถามขึ้นว่า “ท่านอ๋อง”
“ไม่เป็นไร” เป็นเสียงตอบของกู้อ้าวเวย
นางลุกขึ้นมาใช้ผ้าห่มที่อบอุ่นผืนนั้นห่อตัวเองไว้อย่างดี ยังมองดูสีหน้าย่ำแย่ของซ่านจินจื๋อที่กำลังปีนขึ้นเตียงมาพร้อมพูดว่า “คำสองคำก็ซ่านเซิ่งหาน ไม่จบไม่สิ้น”
สีหน้าซ่านจินจื๋อดำจนแทบมองเห็นน้ำไหล พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธเคืองว่า “ทำไม? แม้แต่ชื่อของเขาข้าก็พูดไม่ได้หรือ?”
“ข้าไม่พอใจกับอาการขี้หึงของเจ้า” กู้อ้าวเวยยกมือดันหน้าอกของเขาไว้ ไม่ให้เขาปืนขึ้นมาและพูดว่า “และก็ห้ามกัดข้า เจ้าเป็นสุนัขหรือ?”
“โหดขนาดนี้?” ซ่านจินจื๋อยังคงกำข้อมือของนางไว้ด้วยใบหน้าที่มืดมน พร้อมโน้มตัวไปข้างหน้า
“เจ้ารู้อยู่แล้วว่าร่างกายข้ามีพิษ ยังกล้ากัด?” กู้อ้าวเวยหรี่ตาลง
“ทำไมถึงไม่กล้า?”
หงเซียวที่อยู่ด้านนอกประตู ได้ยินเสียงกระแทกอย่างหนักจากข้างในอีกครั้งอย่างเป็นไปตามความคาดหวัง