บทที่ 266 เสี่ยวเบชิงโกรธแล้ว
เสี่ยวจื่อหยวนมองไปดูลู่เฉินที่ยืนบังอยู่หน้าเขา ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด อยู่ดีๆเขาก็เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีขึ้นในใจ
สายตาของลู่เฉินค่อนข้างจะเย็นชา เย็นชาจนทำให้เขารู้สึกมีความกดดันบางอย่างแพร่หลายไปทั่วร่างกายของเขา
“ลู่เฉิน มาโทษฉันไม่ได้ นี่เป็นคำสั่งของเสี่ยวเบชิง ให้ฉันต้องเอาแชมป์ของวันนี้ให้ได้”เสี่ยวจื่อหยวนรู้ว่าสาเหตุที่ลู่เฉินจะมาขวางทางเขา จึงรีบอธิบาย
และในเวลานี้ จู่ๆลู่เฉินก็หมุนตัวและถีบเตะออกไป
ปัง!
ชายวัยกลางคนที่เดืนตามเสี่ยวจื่อหยวนมานั้นถูกลู่เฉินใช้ขาเตะออกไปและชนกับกำแพงของโรงแรม
ลู่เฉินเดินขึ้นไปก้าวหนึ่ง และเหยียบบนร่างกายของเขา ชายวัยกลางคนที่ยังไม่ทันได้รู้สึกตัวมาได้นั้นก็ใช้มือปิดคลุมหน้าท้องไว้และกรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวช
เดินมีชายวัยกลางคนคิดจะมาต้อนรับเสี่ยวจื่อหยวน แต่คาดไม่ถึงว่ากลับได้เห็นลู่เฉินมาขวางทางเสี่ยวจื่อหยวน เขาเลยคิดจะแอบโจมตีเขาจากด้านหลัง ทุบเขาจนสลบแล้วพาตัวไปที่เมืองหลวงให้เสี่ยวเบชิงจัดการ
แต่คาดไม่ถึงว่าลู่เฉินได้เห็นเขาจากตาของเสี่ยวจื่อหยวน เลยลงมือจัดการเขาก่อน
ชายวัยกลางคนฟื้นสติมาได้ ก็จะไปหยิบปืนขึ้นมา แต่เขาเพิ่งหยิบปืนพกออกมาเสร็จ ข้อมือก็ถูกขาของลู่เฉินเตะไปทีหนึ่ง จากนั้นปืนพกก็ตกลงพื้น
ดวงตาของลู่เฉินปรากฏความโหดเหี้ยมออกมา และเตะออกอีกครั้ง เตะจนชายวัยกลางคนบินออกไปที่ไกลโดยตรง
ส่วนเขาก็ได้พุ่งออกไปพร้อมกับร่างของชายวัยกลางคน ในขณะที่ชายวัยกลางคนจะตกลงไปกับพื้น หัวเข่าซ้ายของเขาก็แทงร่่งกายขอวเขาขึ้นไปข้างบน
กร๊อบ แกร๊บ!
ชายวัยกลางคนกรีดออกมาเสียงหนึ่ง กระดูกซี่โครงไม่รู้ว่าโดนลู่เฉินเตะจนหักไปกี่ซี่
รอจนกว่าร่างกายของเขาตกลงไปสู่พื้นดินอีกที เขาก็สลบไปโดยตรง
“อย่าขยับ!”
พอดีในเวลานี้ เสี่ยวจื่อหยวนหยิบมือพกในพื้นขึ้นมา จากนั้นก็ชี้ไปที่ลู่เฉินอย่างตะลีตะลาน
คนที่ฝีมือดีเยี่ยมอย่างลู่เฉิน แม้กระทั่งคนเก่งข้างๆเสี่ยวเบชิงก็เอาชนะเขาไม่ได้ เสี่ยวจื่อหยวนรู้สึกว่าตัวเองวิ่งไปพ้นจากมือลู่เฉินแน่นอน
ตอนนี้เขามีแต่ต้องสู้กับเขาเท่านั้น
ลู่เฉินหันไปมองเสี่ยวจื่อหยวน เมื่อเห็นว่ามือที่จับปืนของเสี่ยวจื่อหยวนยังสั่นอยู่ สายตาก็ปรากฏความดูถูกขึ้นมา
“แกอย่าเข้าใกล้ ถ้าแกเข้าใกล้มาฉันก็จะยิงปืนนะ!”เมื่อเห็นว่าลู่เฉินค่อยๆเดินเข้าใกล้เขา เสี่ยวจื่อหยวนถอยหลังพร้อมคุกคามเขา
“ไอ้แก่ แกยิงสิ”ลู่เฉินพูดอย่างเยาะเย้ย
เมื่อเห็นว่าลู่เฉินไม่ได้คิดจะกยุดลงมา เสี่ยวจื่อหยวนก็ตึงเครียดขึ้นมา และใช้นิ้วแตะไปที่ทริกเกอร์โดยจิตใต้สำนึก
แต่ในเวลานี้ จู่ๆก็มีมือโผล่มาจับข้อมือของเขาไว้อย่างแน่น
เสี่ยวจื่อหยวนรู้สึกว่ามือขวาเหมือนกับว่าจะขาดแล้ว ทีนทีที่ปล่อยมือ ปืนพกก็ตกลงสู่ที่พื้น
คนที่จับข้อมือของเสี่ยวจื่อหยวนไว้นั้นเป็นหลานหลินนั่นเอง เห็นแต่มืออีกข้างหนึ่งของหลานหลินไปคว้าปืนพกที่กำลังจะตกนั้นไว้อยู่ในมือ จากนั้นจ่อไปบนหัวของเสี่ยวจื่อหยวน
เสี่ยวจื่อหยวนตกใจจนขวัญหาย ในสายตาเต็มไปด้วยความโกลาหลอลหม่าน
เขาไม่รู้ว่าลู่เฉินจะจัดการเขายังไง
“รีบโทรไปให้เสี่ยวเบชิง”ลู่เฉินเดินมาถึงต่อหน้าของเสี่ยวจื่อหยวน และพูดอย่างเย็นชา
เสี่ยวจื่อหยวนจึงต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและค้นหาเบอร์ของเสี่ยวเบชิง
เมื่อเห็นว่าสายโทรออกไปแล้ว ลู่เฉินจึงหยิบโทรศัพท์จากมือเสี่ยวจื่อหยวนมา และรับสาย
“เสี่ยวเบชิง ถ้าแกยังเป็นคนเยี่ยมอยู่นะ ก็มาหากูสิ กูรอแกอยู่ที่เมืองยวี่โจว แกใช้วิธีที่เลวทรามแบบนี้ กูดูถูกแกเว้ย แล้วหวังว่าครั้งต่อไปที่เราพบกันแกสามารถล้างคอให้สะอาด เพื่อรอคอยกูส่งแกไปที่นรก!”
ทันทีที่เชื่อมต่อได้ ลู่เฉินก็พูดด้วยเสียงที่เย็นชา
ฝ่ายตรงข้ามเงียบขรึมไปหลายวินาที จากนั้นเปล่งเสียงโกรธขรึมออกมาแล้วก็วางสายทิ้ง
สีหน้าของเสี่ยวเบชิงน่าเกลียดมาก วินาทีแรกเธอก็ฟังออกว่าคนที่พูดนั้นเป็นลู่เฉิน
“แกไปจัดเตรียมให้ดี ฉันจะไปเมืองยวี่โจวฆ่าไอ้เจ้านั่นตายด้วยตัวเอง เป็นเพียงแค่หมาที่ไม่มีเจ้าของเอง ยังกล้ามาคุกคามฉัน ฉันจะต้องฆ่ามันให้ตายและบดขยี้กระดูกของมันด้วย”เสี่ยวเบชิงโยนโทรศัพ์ไปบนโซฟา แล้วตวาดอย่างโกรธ
“คุณหญิงครับ ให้ผมมาทำก็พอครับ ถ้าท่านลงมือเอง มันเสียศักดิ์ศรีนะครับ”ชายวัยกลางคนที่นวดไหล่ให้เสี่ยวเบชิงพูดด้วยเสียงเบาๆ
“ไม่ เขาเป็นทายาทเดียวของลู่เทียนซิง ฉันจะฆ่ามันตาย ให้ลู่เทียนซิงไม่มีลูกหลานสืบทอดวงศ์ตระกูล!”เสี่ยวเบชิงพูดด้วยเสียงที่เย็นชา
“โอเคครับ นั้นผมไปจัดการเดี๋ยวนี้!”ชายวัยกลางคนรู้ดีกับนิสัยของเสี่ยวเบชิง สิ่งตัดสินใจแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถให้เธอแก้ไขได้
ฝั่งนี้เสี่ยวเบชิงเตรียมจะไปฆ่าลู่เฉินที่เมืองยวี่โจวด้วยตัวเอง ส่วนอีกฝั่งหนึ่งลู่เฉินกลับได้ประสบอันตรายครั้งหนึ่ง
“ปรมาจารย์ลู่ รีบไปเถอะ ไจ้เย้าหวยเหมือนรู้อะไรสักอย่างแล้ว ได้สั่งคนมาหาพวกเราที่โรงแรม”หลานหลินพูด
ลู่เฉินทิ้งโทรศัพท์ของเสี่ยวจื่อหยวนลงไปพื้น จากนั้นมองไปที่หลานหลินอย่างเยาะเย้ย”คนที่ฆ่าคนนั้นเป็นแก ไม่มีความเกี่ยวข้องกับฉันเลย แกหนีไปเองก็พอ”
บนเครื่องบินตี๋จวิน ลูกชายของไจ้เย้าหวยไปยั่วยุหลานหลิน คืนวันนั้นก็ถูหลานหลินฆ่าตาย และที่นี่ก็คือพื้นที่ของคนเขาด้วย แน่นอนว่าไจ้เย้าหวยสามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้ลู่เฉินหดหู่ใจก็คือ ตอนนั้นคนที่ต่อยตี๋จวินบนเครื่องบินเป็นเขานี่เอง ไจ้เย้าหวยจึงอาจนึกว่าเขาป็นคนฆ่า
แม้ว่าสามารถไปตรวจดูที่กล้องวงจรของโรงแรม ก็สามารถรู้ได้ว่าเขาเป็นฆาตกรหรือเปล่า แต่เขาเชื่อว่าไจ้เย้าหวยจะไม่ให้โอกาสแก่เขาอธิบายหรอก
แม้ว่าเขาพูดแบบนี้ แต่ยังคงเดินตามหลานหลินและหวานยาวจุนไปที่ลิฟต์
พอดีมนเวลานี้ เห็นแต่ชายร่างใหญ่กลุ่มหนึ่งเดินมาจากทางเดินอีกฝั่งหนึ่ง
“รีบไปเถอะ อย่ารอลิฟต์เลย ไปที่ลานจอดรถใต้ดิน”จู่ๆหลานหลินก็พูดขึ้นมา
ลู่เฉินและหวานยาวจุนจึงรีบวิ่งไปทางบันไดอย่างรวดเร็ว
“รีบไล่ตาม!”
คนข้างหลังเห็นว่าทั้งสามคนวิ่งหนีไปอย่างกระทันหัน ทันทีก็รู้ว่าพวกเขาเป็นคนที่ข้างบนสั่งให้หา
พวกเขาได้ท่องจำหน้าตาของลู่เฉินสามคนได้อย่างแม่นยำ แม้ว่าเป็นเพียงเงาหลัง แต่ก็แน่ใจว่าเป็นคนที่พวกเขาจะจับแน่นอน
หวานยาวจุนแก่แล้ว วิ่งไม่กี่ก้าวก็หอบหืดขึ้นมา
หลานหลินเห็นเช่นนี้ จึงต้องพูดว่า”ปรมาจารย์ลู่ คุณพาปรมาจารย์หวานไปที่ลานจอดรถใต้ดิน ฉันมารั้งท้าย”
ลู่เฉินมองไปที่หลานหลินตาหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่พาหวานยาวจุนวิ่งหนี พาลงชั้นหนึ่งแล้ว เขาไม่ได้เดินบันไดอีก ได้ไปยืนรอลิฟต์โดยตรง
ลิฟต์ยังอยู่ชั้น35 ยังต้องใช้เวลาหน่อยนึงถึงจะลงมาได้ เวลานี้ทั้งสองคนล้วนได้ยินเสียงที่คนกลุ่มหนึ่งวิ่งไล่ตามหลานหลิน
สีหน้าของหวานยาวจุนปรากฏความห่วงใยขึ้นมา กลัวว่าคนเหล่านั้นจะวิ่งไปที่ชั้นที่พวกเขาอยู่
แต่ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าไปใต้ตึกแล้ว
ไม่นานลิฟต์ก็ลงมาถึง ลู่เฉินและหวานยาวจุนเข้าไปในลิฟต์ และกดชั้นสองใต้ดินโดยตรง
ระหว่างทางจากชั้นสิบห้าจนถึงชั้นสองใต้ดิน ไม่มีคนกดลิฟต์เลย
แต่หลังจากทั้งสองคนเดินออกมาจากลิฟต์ ก็เห็นว่ามีสิบกว่าคนล้อมรอบอยู่ข้างนอกลิฟต์
คนที่อยู่ข้างนอกใช้อาวุธในมือทุบเข้าหาลู่เฉินทั้งสองคน
สีหน้าของหวานยาวจุนซีดขาวมาก เขาไม่เคยได้เห็นสถานการณ์แบบนี้มาก่อนเลย
เห็นกับตาว่าดาบเล่มหนึ่งฟาดลงมาจากด้านบนศีรษะของเขา แต่สมองสั่งการของเขาว่างเปล่า แม้กระทั่งปฏิกิริยาใดๆยังไม่มีเลย