บทที่ 344 เฉิงกงหมิงข่มขู่ฮัวหลุน
ลู่เฉินออกมาจากยวนโจวกรุ๊ป แต่กลับไม่พบคนของเฉิงเฉวียนทำให้เขารู้สึกแปลกใจบ้างเล็กน้อย
เขาจำได้ว่าเฉิงเฉวียนบอกไว้ว่าจะมีคนดักเล่นงานพวกเขาอยู่ด้านนอก
อีกทั้งพนักงานของยวนโจวกรุ๊ปก็มีท่าทีอ่อนน้อมเปลี่ยนไปจากเดิม ช่างน่าขำยิ่งนัก
“มองดูแล้วฮัวหลุนให้ความสำคัญกับคำแนะนำของคุณมากนะคะ” หลินอี้จุนเห็นสถานการณ์แบบนี้จึงได้พูดขึ้น
ฮัวหลุนคงกำชับกับพนักงานไว้พวกเขาจึงได้ปฏิบัติต่อทั้งสองคนอย่างมีมารยาทเช่นนี้
อีกทั้งคนของเฉิงเฉวียนน่าจะถูกฮัวหลุนขับไล่ออกไป
ตระกูลเฉิงถึงแม้จะยิ่งใหญ่ในต้าหลี่ แต่อำนาจของฮัวหลุนก็ไม่น้อยไปกว่าเขา
หากเขาต้องการจะต่อกรกับตระกูลเฉิงก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้ลู่เฉินเห็น ช่างคุ้มค่าต่อการปฏิบัติ
“ข้อเสนอแนะของผมมีผลประโยชน์ต่อบริษัทของเขามาก การที่เขาเลือกทำแบบนี้ก็ถือว่าปกติ” ลู่เฉินพูดออกมา
คาดว่าฮัวหลุนจะโทรศัพท์มาหาเขาภายในสองวันนี้แน่นอน
เขาไม่จำเป็นต้องรีบร้อนไป
ทั้งสองคนเดินขึ้นรถ พวกเขาไปหาซื้อชุดสูทแล้วตรงไปที่ร้านถ่ายรูปงานพรีเวดดิ้ง
วันนี้เจ้าของร้านถ่ายรูปรู้แล้วว่าลู่เฉินไม่เพียงแต่เป็นเศรษฐี แต่เป็นมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง!
ดังนั้นจึงปฏิบัติต่อลู่เฉินอย่างเกรงอกเกรงใจ
ส่วนเรื่องที่ลู่เฉินมีปัญหากับเฉิงเฉวียนนั้นเธอไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย
การทะเลาะเบาะแว้งของคนในระดับเบื้องบน ไม่เกี่ยวอะไรกับคนธรรมดาอย่างเธอ เธอเขียนแค่เป็นผู้ชมอยู่ด้านข้างก็พอแล้ว
แน่นอนว่าถ้าสามารถได้รับประโยชน์จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็คงเป็นการดี
ดังนั้นเมื่อลู่เฉินและหลินอี้จุนเดินเข้าไปในร้าน เจ้าของร้านจึงได้ให้การต้อนรับพวกเขาอย่างดี บริการต่างๆประทับใจเสียจนบอกไม่ถูก
แต่ลู่เฉินเพียงแค่ต้องการจ้างช่างถ่ายภาพมืออาชีพเท่านั้น
ที่นี่เป็นร้านถ่ายรูปที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองต้าหลี่ ดังนั้นเขาจึงต้องการช่างถ่ายภาพมืออาชีพไปถ่ายภาพให้เขาเท่านั้นเอง
เจ้าของร้านได้เรียกช่างถ่ายรูปมืออาชีพที่ดีที่สุดสามคนของร้านมาให้ลู่เฉินเลือก ลู่เฉินไม่รู้ว่า 1 ใน 3 คนไหนที่มีฝีมือมากที่สุดดังนั้นเขาจึงได้จ้างทั้งสามคน
หลินอี้จุนเปลี่ยนเป็นชุดแต่งงานนกยูง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุข
วันนี้หลินอี้จุนงดงามราวกับนกยูงที่กำลังรำแพน……
ไม่เพียงแต่คนในร้านถ่ายรูปตกตะลึงกับความงามของเธอ แม้แต่ลู่เฉินเองก็ดวงตาเป็นประกาย เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าหลินอี้จุนจะงดงามเพียงนี้
วินาทีนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้หญิงถึงชอบใส่ชุดแต่งงาน
ชุดแต่งงานสามารถบ่งบอกถึงความงดงามออกมาได้จากภายใน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดที่งดงามหรูหราแบบนี้ทำให้หลินอี้จุนดูสวยงามหรูหราดุจราชินี!
ทุกคนจับจ้องมาที่เธออย่างไม่กระพริบตาด้วยความชื่นชม
“คุณแม่สวยจังเลยค่ะ!” ฉีฉีวิ่งเข้าไปหา
หลินอี้จุนก้มลงมามอง เธอและจุมพิตที่หน้าผากด้วยความเอ็นดูจากนั้นอุ้มฉีฉีขึ้นมา
ลู่เฉินเปลี่ยนเป็นชุดสูทที่เพิ่งซื้อมาเมื่อครู่ จากนั้นพวกเขา 3 คนพ่อแม่ลูกก็ได้พาช่างถ่ายรูปออกไปจากร้านตรงไปยางภูเขาภูเขาชางซาน
กำหนดการเดินทางในวันนี้ของพวกเขาก็คือมาถ่ายรูปแต่งงานที่ภูเขาชางซาน จากนั้นไปยังทะเลสาบเอ๋อร์ไห่และเกาะเฟินฉินในวันพรุ่งนี้
ต่อจากนั้นให้เครื่องบินส่วนตัวส่งหลินอี้จุนและฉีฉีกลับไปยังยวี่โจว ส่วนลู่เฉินยังต้องอยู่จัดการเรื่องราวต่ออีกนิดหน่อย
……
ขณะที่ลู่เฉินกำลังมีความสุขกับการพักร้อน เฉิงกงหมิงหัวหน้าตระกูลเฉิงได้มาพบผู้จัดการฮัวที่ยวนโจวกรุ๊ป
เฉิงกงหมิงก็คือคุณปู่ของเฉิงเฉวียน ก่อนหน้านี้เฉิงเฉวียนส่งคนมารอจัดการลู่เฉินที่ยวนโจวกรุ๊ป
แต่คาดไม่ถึงว่าฮัวหลุนจะไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่น้อย อีกทั้งยังขับไล่คนของเฉิงเฉวียนกลับไป
ซึ่งทำให้เฉิงเฉวียนโมโหอย่างสุดขีด เขาไม่ได้มาหาฮัวหลุนด้วยตนเองเนื่องจากเขารู้ดีว่าฮัวหลุนไม่สนใจเขาแน่นอน
เฉิงเฉวียนจึงได้ไปหาคุณปู่ของเขาและเล่าเรื่องที่ฮัวหลุนรังแกเขาให้คุณปู่ฟัง
เฉิงกงหมิงจึงได้เดินทางมาหาฮัวหลุนเพื่อแก้แค้นให้กับหลานชาย
แต่เขารอมานานกว่าหนึ่งชั่วโมง ฮัวหลุนจึงได้ออกมาพบเขา
“ฮัวหลุน ตอนนี้คุณปีกกล้าขาแข็งจริงๆนะ ผมมารอคุณอยู่ตั้งหนึ่งชั่วโมงแล้วคุณถึงยอมออกมาพบ” เมื่อเจอหน้าฮัวหลุน เฉิงกงหมิงก็พูดออกมาอย่างไม่เกรงใจ
“แหมคุณท่านเฉิงครับพูดอะไรกัน ท่านมาโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าผมจะรู้ได้อย่างไร? นี่ผมก็รีบมาที่สุดแล้วนะครับ” ฮัวหลุนพูดเหมือนต้องการขอโทษที่เขามาสาย แต่ในน้ำเสียงของเขานั้นไม่ได้แฝงไปด้วยคำขอโทษแม้แต่น้อย
ถูกต้องแล้วเขาต้องการให้เฉิงกงหมิงรอ!
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาก่อตั้งบริษัทเขาได้เอาอกเอาใจประจบประแจงตระกูลเฉิงไม่น้อย แต่บัดนี้เขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป ดังนั้นจะให้ทำตามอำเภอใจของตระกูลเฉิงทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้
ตระกูลเฉิงวางอำนาจในต้าหลี่มาเป็นเวลานานแล้ว ตอนนี้พวกเขาได้ทำให้เถ้าแก่เทคโนโลยีอี้ฉีต้องขุ่นเคืองใจ ถึงเวลาที่ตระกูลเฉิงจะต้องลงจากจุดนั้นเสียที
ในหัวของฮัวหลุนมีแผนการอยู่แล้ว
หากว่าลู่เฉินสามารถเอาชนะตระกูลเฉิงได้ เขาก็จะทำความร่วมมือกับลู่เฉิน ถ้าเช่นนั้นในอีกหลายสิบปีหน้าหรือนานกว่านี้ ในต้าหลี่ก็คงจะเป็นเขาที่มีอำนาจสูงสุด
“เหอะๆ ฮัวหลุนคุณคงลืมไปแล้วสินะว่าตอนที่คุณก่อตั้งบริษัทใครกันที่คอยช่วยเหลือคุณมา?” เฉิงกงหมิงเอ่ย
“ผมไม่เคยที่จะลืมขอบคุณคุณท่านเลยนะครับ ทุกๆปีผมก็ได้มอบของขวัญชิ้นหรูแก่คุณท่านไม่ใช่เหรอ? หรือคุณยังรังเกียจว่าไม่มากพอ?” ฮัวหลุนพูดแล้วยิ้ม
เฉิงกงหมิงจ้องไปทางเขาแล้วพูดว่า “สิ่งที่ผมพูดไม่ใช่เรื่องนี้ เรื่องที่หลานของผมถูกคนรังแกในงานประมูลของคุณ และได้อับอายขายหน้าต่อสาธารณชน คุณไม่เพียงแต่ไม่ช่วยเขาอีกทั้งยังขับไล่คนของเขา คุณไม่เห็นตระกูลเฉิงในสายตาแล้วใช่ไหม เรื่องนี้คุณต้องให้คำตอบที่ชัดเจนกับผม!”
“นายท่านถึงครับ เข้าใจผมผิดไปหรือเปล่า?” ฮัวหลุนทำท่าทางฝืนยิ้มออกมา “ก่อนอื่นผมกับลูกค้าคนนั้นไม่คุ้นเคยกันมาก่อน เขาตั้งใจโกงราคาประมูลหรือไม่นั้นผมไม่รู้ อีกอย่างตอนนั้นผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ประเด็นที่สองบริษัทของผมมีกฎเกณฑ์ว่า คนภายนอกไม่มีสิทธิ์ก่อเรื่องทะเลาะเบาะแว้งที่ในและรอบบริษัท พนักงานของผมทำตามกฎของบริษัทจึงได้พลาดพลั้งไปทำร้ายคนของคุณชายเฉิงเข้า ผมเองก็เสียใจเหมือนกัน”
“เอาอย่างนี้ไหมครับ หากคนกลุ่มนั้นรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความยุติธรรม ผมจะจ่ายค่าเสียหายให้กับพวกเขา” ฮัวหลุนมองไปยังเฉิงกงหมิง
“ฮัวหลุน คุณคิดว่าผมไม่รู้จริงๆหรือว่าคุณกำลังจะทำอะไร? คุณคิดว่าตอนนี้ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ คิดว่าตัวเองจะกำจัดตระกูลเฉิงไปได้หรือยังไง?”
เฉิงกงหมิงมองไปยังฮัวหลุนด้วยสายตาเยือกเย็นแล้วพูดด้วยเสียงต่ำว่า “ผมขอบอกไว้ ณ ที่นี้เลยว่า ผมให้คุณติดต่อไปที่ไอ้หมอนั่นแล้วให้เขามาคุกเข่าขอโทษหลานชายผมด้วยตัวเอง ถ้าไม่อย่างนั้นคุณก็คอยดูแล้วกันว่าผมจะทำให้คุณล้มละลายได้ยังไง!”