เธอคิดว่าเฟิงหานชวนจะทำต่อ แต่เขาก็หยุดหลังจากที่พยายามเพียงไม่กี่ครั้งแล้วก็ปล่อยเธอไป
เป๋าฮวนรู้สึกสับสนเล็กน้อย สมองรู้สึกมึนงง เธอจ้องมองไปที่ชายตรงหน้าของเธอโดยไม่กะพริบตา
เฟิงหานชวนขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อมองดูเธอที่ไม่ต่อต้านเช่นนี้มันเหมือนกับย้อนเวลากลับไปเมื่อสามปีที่แล้ว เขาก้มศีรษะลงและจูบเบาๆลงที่หน้าผากของเธออีกครั้ง
ความรู้สึกอุ่นๆทำให้เป๋าฮวนมีสติกลับมา เธอเม้มริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว แก้มของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงและบ่นว่า: “ฉันไม่ได้แปรงฟัน”
“ผมไม่ได้ใส่ใจ”เฟิงหานชวนจูบริมฝีปากของเธออีกครั้ง จากนั้นจับมือเธอและพาเธอไปที่ห้องรับประทานอาหาร
ในไม่ช้าเป๋าฮวนก็ถูกเขาพาไปที่โต๊ะอาหาร บนโต๊ะอาหารมีจานกระเบื้องสีขาวพร้อมกับแซนด์วิชที่เตรียมไว้สองชิ้น ข้างๆมีนมขวดใหญ่และแก้วสองใบ
“คุณตื่นมาทำอาหารเช้าเหรอ?”เป๋าฮวนหันศีรษะมาถามด้วยความประหลาดใจ
“อืม”เฟิงหานชวนตอบ เขากดไหล่ของเธอให้เธอนั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นก็วางจานไว้ตรงหน้าของเธอ
จากนั้นเขาก็หยิบนมขึ้นมารินใส่แก้วและยื่นให้กับเธอ จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า: “กินไปก่อนนะ ผมจะไปทอดสเต๊ก”
“ยังมีสเต๊กอีกเหรอ?”ดวงตาของเป๋าฮวนเบิกกว้าง เธอดูแปลกใจมากกว่าเดิม
“อืม ผมจำได้ว่าคุณกินเยอะ”เฟิงหานชวนลูบหัวเล็กๆของเธอเบาๆ จากนั้นก็หันหลังเดินไปยังห้องครัว
เดินยังไม่ทันถึงสองก้าว เขาก็หันกลับมาและพูดเสริมว่า: “แซนด์วิชทั้งสองชิ้นนั้นเป็นของคุณ”
เป๋าฮวน: “???”
แซนด์วิชสองชิ้นกับสเต๊ก นี่เขากำลังให้อาหารหมูหรือเปล่า?
นี่เขากำลังจะทำให้เธอเป็นหมูใช่ไหม?
“เฟิงหานชวน ฉันไม่ต้องการ! ฉันกินแค่ชิ้นเดียวก็พอแล้ว อีกชิ้นเอาไว้ให้คุณเถอะ! “เป๋าฮวนตะโกนใส่หลังร่างสูง
เฟิงหานชวนยิ้มอย่างสบายใจโดยไม่ได้หันหลังกลับไป เขาเดินตรงเข้าไปในห้องครัวและเริ่มทอดสเต๊ก
ในตอนที่เขากำลังทอดสเต๊กอย่างตั้งใจอยู่นั้น ทันใดนั้นก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่ข้างหลังเขา เขาหันศีรษะกลับมาและพบว่าเป็นเป๋าฮวนนั่นเองที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา สายตาของเธอจ้องมองไปยังกระทะโดยไม่กะพริบตา
“รอไม่ไหวเหรอ?”เขาหัวเราะเบาๆ เขาพบว่าเป๋าฮวนไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
เมื่อพูดถึงเรื่องอาหาร เธอมักจะสนใจและกระตือรือร้นอยู่เสมอ
“ฉันแค่อยากเห็นทักษะในครัวของคุณชายเฟิงที่สาม ฉันก็แค่สงสัยเฉยๆ”เป๋าฮวนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและพูดอย่างตรงไปตรงมา
“คุณชายเฟิงที่สาม?”เฟิงหานชวนเลิกคิ้ว
“คนอื่นไม่ได้เรียกคุณว่าคุณชายเฟิงที่สามหรือประธานเฟิงหรอกเหรอ? ดูเหมือนว่ามันไม่ค่อยดีสำหรับฉันสักเท่าไหร่ที่จะเรียกชื่อคุณตรงๆ แถมคุณยังไม่อนุญาตให้ฉันเรียกคุณว่าอาอีกด้วย งั้นก็เรียกคุณว่าคุณชายสามละกัน คุณชายสาม~” เป๋าฮวนมองเขาด้วยรอยยิ้ม
อาจเป็นเพราะอาหารที่ทำให้คนอารมณ์ดีขึ้น อารมณ์ของเป๋าฮวนในตอนเช้านี้ดีมาก
มุมปากของเฟิงหานชวนกระตุก: “…”
“คุณชายสาม คุณไม่ชอบชื่อนี้เหรอ?”อยู่ดีๆเป๋าฮวนก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องสนุกโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแกล้งเฟิงหานชวน
โดยเฉพาะสีหน้าของเฟิงหานชวนที่ดูแข็งทื่อและพูดไม่ออกแบบนั้น
ในวินาทีถัดมาก่อนที่เธอจะแกล้งสำเร็จ จู่ๆตัวของเธอก็ถูกอุ้มไปวางไว้บนเคาน์เตอร์ในห้องครัว เธอตกใจจนตาเบิกกว้าง ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้เธออย่างใกล้ชิด ทำให้ร่างของทั้งสองคนแทบจะไม่มีช่องว่างหลงเหลืออยู่เลย
เป๋าฮวนดูบื้อไปเลย
“ฮวนฮวน คุณรู้ไหมว่าสิ่งที่คุณทำเมื่อกี้คืออะไร? มันเรียกว่าการยั่วโมโหนะ”การแสดงออกที่แข็งทื่อของเฟิงหานชวนผ่อนคลายลง มุมปากของเขายกขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
มือทั้งสองข้างของเขาวางไว้บนเคาน์เตอร์และกักขังเป๋าฮวนไว้ในอ้อมแขนของเขา แทบไม่มีที่ไหนเลยสำหรับเป๋าฮวนที่จะหลบหนีได้
“เฟิงหานชวน คุณคุณคุณ…”เป๋าฮวนอ้าปากจะพูด แต่เธอก็รู้สึกประหม่าจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
“ฮวนฮวน คุณเลือกในห้องครัว…แกล้งผม หรือว่าต้องการจะบอกใบ้อะไรผม หืม?”เฟิงหานชวนเลิกคิ้วและถามเธออย่างจงใจ
“ไม่ๆๆ ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ฉันแค่ล้อเล่น”เป๋าฮวนจู่ๆก็ตระหนักได้อย่างลึกซึ้งถึงความหมายของการหาเรื่องใส่ตัวเอง
เธอแค่ล้อเล่นด้วยความสนุกเท่านั้น ทำไมมันถึงกลายเป็นความหมายแบบนี้ไปได้?
เธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ เฟิงหานชวนเข้าใจผิดจริงๆ
จบแล้วๆ!
ในตอนนั้นเองที่เป๋าฮวนนึกได้ว่าเฟิงหานชวนทำเพราะต้องการพัฒนาความสัมพันธ์กับเธอในเชิงแบบนั้น แถมเธอยังมาล้อเล่นกับเขาแบบนี้อีก เขาคงคิดว่าเธอคงอยากจะทำอะไรบางอย่างกับเขาจริงๆ
“ไม่ใช่จริงๆ!”เป๋าฮวนรีบปฏิเสธ
“ผมรู้ว่าคุณเป็นผู้หญิง ดังนั้นเลยละอายใจที่จะเริ่มก่อน คุณบอกใบ้ผมมาแบบนี้ คุณไม่ต้องกังวลไปนะ ผมจะเป็นคนทำให้คุณพอใจเอง”มุมปากของเฟิงหานชวนยกยิ้ม เขาก้มศีรษะลงและจูบเข้าที่ริมฝีปากของเป๋าฮวนทันที
เป๋าฮวนไม่สามารถหลุดพ้นจากตรงนี้ได้เลย เพราะเธอเองก็ยังไม่กินอาหารเช้าและไม่มีแรงที่จะต่อต้านเขา ดังนั้นจึงถูกเขาจูบทั้งๆที่เธอไม่มีสติ
เมื่อทั้งสองกำลังสูญเสียความเป็นตัวเอง จู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นและตามมาด้วยกลิ่นไหม้อย่างรุนแรง
เฟิงหานชวนปล่อยเป๋าฮวนทันทีและปิดสวิตช์เตาไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว เป๋าฮวนหันมาอย่างตกใจและมองไปเห็นสเต๊กสองชิ้นในกระทะซึ่งตอนนี้กลายเป็นสีดำเหมือนก้อนถ่านไปแล้ว
เฟิงหานชวนหยิบกระทะขึ้นมาแล้วโยนมันลงในอ่างล้างจาน แล้วจากนั้นก็เดินไปหาเป๋าฮวนอีกครั้ง เป๋าฮวนรู้สึกถึงความอ่อนนุ่มเล็กน้อยที่ขาของเธอ เธอหันตัวกลับเพื่อที่จะพยายามสไลด์ตัวลงมา แต่ก็ถูกเฟิงหานชวนกักตัวเธอเอาไว้เสียก่อน
ก่อนที่เป๋าฮวนจะพูด ริมฝีปากของเธอก็ถูกปิดอีกครั้ง
ราวกับว่าดอกไม้ไฟกำลังระเบิดในหัวของเธอ ตอนนี้เธอไม่มีทางที่จะคิดอะไรออกได้เลย
……
“ปัง” เสียงหนึ่งดังขึ้น
ประตูด้านหน้าของห้องนั่งเล่นด้านนอกดูเหมือนจะถูกปิดลง
ทันทีหลังจากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น ในขณะเดียวกันเสื้อผ้าของเป๋าฮวนก็กระจัดกระจายยุ่งเหยิงไปหมด เธอกลัวจนเอามือทั้งสองข้างจับเข้าที่คอเสื้อของร่างสูงแน่น
“เฟิงหานชวน มีคนอยู่ข้างนอก”เป๋าฮวนรู้สึกประหม่ามากจนกลั้นหายใจ
ห้องครัวของคฤหาสน์เป็นแบบเปิด ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบเปิดไม่หมด แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นห้องครัวได้ชัดๆ แต่ห้องครัวก็ไม่มีประตูเช่นกัน และถ้าหากเดินเข้ามาจากห้องรับประทานอาหารก็จะมองเห็นทุกอย่างในห้องครัว
เฟิงหานชวนเองก็ได้ยินเช่นกัน เขาหยุดและพูดด้วยเสียงแหบๆว่า: “น่าจะเป็นแม่บ้านหลี่”
“แต่ แต่ว่า…”
เป๋าฮวนจะร้องไห้อยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นแม่บ้านหลี่ก็ไม่ได้ จะให้แม่บ้านหลี่มาเห็นพวกเขาแบบนี้ได้ยังไงกัน
มันน่าอาย!
วินาทีถัดมา เสียงของแม่บ้านหลี่ก็ดังขึ้น: “เอ๊ะ แปลกๆ อาหารเช้าวางไว้ที่นี่ แล้วทำไมถึงไม่มีใครเลย?”
“นี่มันอาหารเช้าสองที่นี่หน่า ฮวนฮวนพักอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ? หรือว่าทั้งสองคนไปเดินเล่นกัน? ”
“คุณชายสาม ฮวนฮวน พวกคุณอยู่บ้านหรือเปล่า?”
แม่บ้านหลี่ตะโกนไปและพูดกับตัวเองไป
ในห้องครัวเฟิงหานชวนกอดเป๋าฮวนไว้โดยไม่มีใครตอบแม่บ้านหลี่สักคำและพวกเขาก็ไม่ได้ส่งเสียงใดๆออกไปด้วย
เหมือนว่าคฤหาสน์ทั้งหลังนั้นเงียบมาก
จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าขึ้นบันไดดังขึ้น จากนั้นเป๋าฮวนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
แม่บ้านหลี่ไม่ได้มาที่ห้องครัวแต่ขึ้นไปชั้นบนแล้ว เธอใช้โอกาสนี้เขย่าคอเสื้อขอเฟิงหานชวนและกระซิบว่า: “ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้”
“กลับห้องไปทำต่อไหม?”เสียงของเฟิงหานชวนดูพยายามอดทนเป็นอย่างมาก