บทที่ 328 ตระกูลเหยาเข้าเมืองหลวง
บทที่ 328 ตระกูลเหยาเข้าเมืองหลวง
เช้าวันต่อมา เหยาซูที่กำลังหลับใหลอยู่ในห้วงแห่งความฝันก็ได้ยินฝูหย่ากำลังเคาะประตูและบอกว่ารถม้าของครอบครัวตระกูลเหยาตอนนี้อยู่ที่หน้าเมืองหลวงแล้ว
หลังได้ยินเช่นนั้น เหยาซูที่กำลังสะลืมสะลือจึงตื่นขึ้นในทันที
พวกพี่ใหญ่ถึงแล้วหรือ
หลินเหราเป็นคนตื่นเช้ามาเเต่ไหนเเต่ไรมาแล้ว เมื่อฝูหย่ามาถึง ชายหนุ่มก็เพิ่งฝึกวิชาหมัดมวยเสร็จ
เขาจัดการกับตัวเอง และเอ่ยกำชับกับภรรยาของตนก่อนที่จะไปเตรียมการ
เหยาซูมองดูสีของท้องฟ้า และกล่าวกับลูก ๆ ของนางแผ่วเบา “ต้าเป่า เอ้อเป่า รีบตื่นได้แล้ว พวกท่านลุงจะถึงเมืองหลวงแล้ว”
อาจื้อและอาซือที่นอนหลับสนิทตั้งแต่เมื่อวานนับว่ามีชีวีตชีวาเป็นอย่างมาก เมื่อได้ยินว่าพวกเหยาเฟิงเดินทางถึงเมืองหลวงแล้ว ก็กระโดดโลดเต้นดีใจกันยกใหญ่
อาจื้อและพี่ชายสองคนของเขาสนิทสนมกันมาตลอด เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกตื่นเต้น
อาซือเองก็อดทนรอต่อไปไม่ไหว ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวถามไม่หยุดหย่อน “ท่านแม่ ท่านลุง ท่านป้าสะใภ้ แล้วก็พวกท่านพี่เดินทางมาถึงเเล้วหรือยังเจ้าคะ”
อารมณ์คึกคักร่าเริงของลูก ๆ ทำให้เหยาซูรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกัน ใบหน้าของหญิงสาวฉาบด้วยรอยยิ้ม
นางหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ให้กับลูก ๆ แล้วกล่าวเสียงเบา “ใกล้จะถึงเเล้ว ได้ยินว่าเดินทางมาถึงนอกเมืองเเล้ว เวลาเช้าเช่นนี้มีคนเข้าเมืองไม่น้อยเลย รถม้าเองก็ต้องต่อเเถวเข้าเมือง”
พูดเสร็จหญิงสาวก้มตัวลงไปมองซานเป่า ประทับจูบเบา ๆ ลงบนใบหน้าของทารกน้อยที่กำลังหลับสนิท ใบหน้าของเหยาซูยังคงเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่พี่ใหญ่และคนอื่นมาถึง ครอบครัวของนางก็จะไปต้อนรับพวกเขาอย่างแน่นอน ในเวลานั้น จะพาพวกเขาไปบ้านที่เหยาเฉาจัดของเตรียมไว้ก่อนหน้านี้เพื่อวางสัมภาระของทุกคนไว้ที่นั่น
เพียงเเต่ว่าถ้าเวลานั้นนำซานเป่าไปด้วย เกรงว่าคงจะทำอะไรจะไม่สะดวก
เหยาซูจึงค่อย ๆ เดินเข้าไปในเรือน กล่าวกับอาจื้อและอาซือ “พวกเจ้าทั้งสองไปล้างหน้าล้างตาก่อนให้เรียบร้อย อีกสักครู่พวกเราค่อยออกไป ข้าจะพาซานเป่าไปไว้ที่เรือนท่านปู่เซี่ย”
เด็กทั้งสองคนพยักหน้าพร้อมกัน
หลังจากที่เหยาซูออกไปแล้ว อาจื้อกับอาซือก็รีบจัดการตัวเอง
อาจื้อเป็นคนทำอะไรว่องไวที่สุด ครั้นใส่เสื้อผ้าหวีผมเสร็จก็เข้าไปช่วยน้องสาวตักน้ำมาล้างหน้าล้างตา แต่ครู่ถัดมาได้ยินเสียงของนางออกมาจากห้อง “ท่านพี่ ท่านพี่ ท่านเห็นเห็นผ้ามัดผมของข้าไหม ผ้าสีเเดงคู่นั้น”
อาจื้อที่ไม่ลืมเติมนำร้อนลงไปนิดหน่อยและกล่าวอย่างเสียงดัง “ลองพลิกใต้หมอนดู”
“ใต้หมอนไม่มี”
อาซือพลิกเตียงดูแต่ก็ไม่เห็นผ้าคาดผมคู่ที่ตัวเองชอบ ถึงได้รีบลงจากเตียงไปใส่รองเท้าวิ่งไปลานบ้าน
“ท่านพี่ข้าหาไม่เจอ”
อาจื้อที่เพิ่งจะผสมน้ำร้อนเสร็จ ใช้สองมือยกกะละมังไม้ขึ้นมาแล้วปลอบของน้องสาวของตนอย่างจนปัญญา “เอาละ ใส่เสื้อผ้าก่อน หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ พี่จะช่วยเจ้าหาเอง”
เด็กทั้งสองคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ วุ่นวายเป็นอย่างมาก
เดิมทีจวนเซี่ยจัดสรรสาวใช้สองคนให้กับครอบครัวของหลินเหรา เเต่ว่าเหยาซูรู้สึกว่าลูก ๆ ของนางได้รับอิสระมาตั้งเเต่ยังเด็ก จึงไม่อยากให้ลูก ๆ เคยชินกับการถูกปรนนิบัติรับใช้ตลอดทั้งวัน ดังนั้นจึงไม่ให้ฝูหยาและฝูลี่อยู่ต่อหน้าตลอดเวลา
หลังจากที่รออาจื้อและอาซือจัดการตัวเองเสร็จ ฝูลี่ถึงจะถือถาดเข้าไปในห้อง
นางยิ้มแล้วค่อย ๆ พูดว่า “คุณชายน้อย คุณหนู ในห้องครัวพอจะมีอาหารรองท้องอยู่บ้าง รับประทานก่อนแล้วค่อยออกไปนะเจ้าคะ”
ในชามลายครามสีน้ำเงินใบเล็ก ๆ ด้านในมีบะหมี่เครามังกร[1] ร้อน ๆ สองถ้วย เส้นบะหมี่คือเส้นที่พ่อครัวของจวนทำเองกับมือ
น้ำแกงมีกลิ่นหอมหวน โรยหน้าด้วยต้นหอมสับสีเขียว ทำให้คนที่เห็นอยากจะขยับนิ้วเข้าไปลิ้มลอง
อาจื้อพลันได้ยินเสียงท้องของตนร้องประท้วง
เด็กชายจ้องมองไปที่น้องสาวของตนแล้วถามขึ้นด้วยความสงสัย “เอ้อเป่าหิวไหม”
อาซือพยักหน้า
รู้ว่าเด็กทั้งสองคนหลับลึกมาทั้งคืน พอตื่นขึ้นมาต้องหิวเป็นแน่ ฝู่ลี่จึงนำบะหมี่สองถ้วยวางไว้บนโต๊ะ เเล้วใช้ตะเกียบค่อย ๆ คีบเส้นขึ้นมาให้เด็ก ๆ เพื่อให้บะหมี่เย็นลงมาบ้าง
พร้อมกับยิ้มแล้วพูดว่า “รับประทานรองท้องก่อนเจ้าค่ะ อีกไม่ช้าก็จะถึงเทศกาลตวนอู่เจี๋ย[2] จะมีคนเข้าเมืองเป็นจำนวนมาก วันนี้คนต่อเเถวเข้าเมืองค่อนข้างยาว ถ้ารถม้าจะเข้าเมืองหลวงคงต้องใช้เวลาอีกพักหนึ่ง ”
อาจื้อและอาซือที่ได้ยินเช่นนั้น ก็ได้นั่งลงหน้าโต๊ะ
ฝูหยานำอาหารเช้าเข้ามาให้ในจังหวะที่กำลังพอดี บะหมี่ไม่ร้อนจนลวกปาก แถมยังเป็นเวลาที่ทานอาหารแล้วจะเอร็ดอร่อยพอดี อาจื้อและอาซือกินบะหมี่ถ้วยเล็กหมดอย่างรวดเร็ว ท้องที่อุ่น ๆ ทำให้รู้สึกสบายตัวไม่น้อย
เด็กชายกล่าวกับฝูลี่ว่า “ขอบคุณพี่ฝูลี่มาก ๆ ขอรับ”
อาซือก็กล่าวขอบคุณตามพี่ชาย “ขอบคุณพี่สาวเจ้าค่ะ”
อายุของฝูลี่ยังไม่มาก จึงถูกเด็ก ๆ ทั้งสองเรียกว่า ‘พี่สาว’ นางเองก็ถือว่าทั้งสองคือน้องชายและน้องสาวของตนที่ห่วงใย
หญิงสาวรีบเทน้ำผสมน้ำผึ้งให้กับอาจื้อและอาซือ ยิ้มและกล่าวว่า “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ตื่นขึ้นมาต้องกินอะไรบ้างในตอนเช้า ตอนนี้ก็จะอารมณ์ดีเมื่อไปพบกับพวกท่านลุง”
สองพี่น้องพยักหน้า
หลังจากเหยาซูนำซานเป่าไปไว้ที่ลานบ้านของเซี่ยเชียน เมื่อเด็กทั้งสองออกมาเเล้ว ทั้งสามก็ได้ไปหาหลินเหราและเหยาเฉา
อาซือยังคงถือถุงกระดาษไว้ในมือตลอดทางเดินแล้วส่งให้เหยาซู “ท่านแม่ พี่ฝูลี่ให้ข้านำของว่างมาให้ท่านเจ้าค่ะ”
เหยาซูยิ้มพร้อมกับรับมาแล้วกล่าวกับลูก ๆ ว่า “พวกท่านลุงยังไม่ได้เข้าเมือง อีกซักพักเราจะไปบ้านใหม่ของพวกเรากัน ต้าเป่าและเอ้อเป่าไม่เคยเห็นบ้านใหม่ของพวกเราใช่หรือไม่”
ทั้งสองคนส่ายหน้า “ท่านพ่อบอกว่าสองสามวันนี้ไม่ว่าง ท่านแม่เองก็ยุ่งกับเรื่องของร้านอาหารใหม่ จึงไม่มีเวลาพาพวกเราไปดู”
“โอ้ ” เหยาซูอุทานขึ้นมาเบา ๆ ก่อนที่จะกล่าวขอโทษด้วยด้วยเสียงที่นุ่มนวล “การเปิดร้านอาหารใหม่มีหลายสิ่งที่ต้องทำ หลายวันมานี้แม่เองก็ไม่ค่อยมีเวลาดูแลพวกเจ้า ต้าเป่า เอ้อเป่า ยกโทษให้แม่ได้หรือไม่”
สองพี่น้องมองตากัน ยิ้มขึ้นพร้อมพยักหน้า
เหยาซูเปิดถุงกระดาษที่อยู่ในมือ ด้านในมีหงโต้วเกา พอรับประทานเข้าไปแล้วก็รู้สึกสดชื่น ไม่ได้ให้ความรู้สึกหวานเลี่ยนจนเกินไป
นางถามขึ้นมาว่า “ตอนเช้าพวกเจ้ากินกันอิ่มแล้วหรือยัง กินของว่างไหม”
เด็กหญิงส่ายหน้า “พี่ฝูลี่เอาบะหมี่เครามังกรมาให้ข้ากับท่านพี่กิน พวกเรากินอิ่มเเล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นว่าลูก ๆ มักจะพูดถึงฝูลี่เสมอ เหยาซูจึงยิ้มขึ้นแล้วถามกับลูก ๆ ว่า “ถ้าพวกเราออกไปใช้ชีวิตข้างนอก ไม่ได้พบฝูลี่ ฝูหย่าของจวนตระกูลเซี่ยแล้ว ต้าเป่าและเอ้อเป่าจะคิดถึงพวกเขาไหม ”
อาซือนึกอยู่ซักพักแล้วจึงตอบขึ้นมาว่า “พี่ฝูหย่าอบอุ่น พี่ฝูลี่ก็ดูแลเอาใจใส่ ข้าชอบพวกพี่ ๆ มากเจ้าค่ะ”
อาจื้อมองตาน้องสาว แล้วตอบอย่างตั้งใจ “ข้ายังต้องมาทำการบ้านกับท่านปู่ ก็จะได้เห็นพี่ฝูหย่ากับพี่ฝูลี่อยู่บ่อย ๆ แต่ถ้าอาซืออยากจะพบก็คงไม่ง่ายเเล้ว”
“หึ” เด็กหญิงส่งเสียงไม่พอใจขึ้น เเล้วเบือนหน้าหนีไม่สนใจใคร
เหยาซูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา “พวกเจ้าสองพี่น้องสามารถทะเลาะกันได้ราวกับมีสี่หรือห้าคน ถ้าเพิ่มต้าหลางกับเอ้อหลางเข้ามา ข้าเกรงว่าบ้านของเราก็คงไม่อาจให้พวกเจ้าอาศัยอยู่ได้! ”
อาจื้อมองตาน้องสาวแล้วกล่าวกับเหยาซูว่า “เอ้อเป่าไม่เคยคิดจะก่อเรื่อง เป็นข้าเองที่ชอบยั่วยุนางขอรับ”
อาซือไม่ได้ตีหน้าขรึม เพียงเเค่หัวเราะคิกคักแล้วพยักหน้าไม่หยุด “ใช่ ใช่ ”
อาจื้อถามอย่างตั้งใจ “หลังจากนี้ข้าจะไม่แหย่เจ้าแล้วดีไหม”
เด็กหญิงตัวน้อยไม่พูดอะไร เพียงกอดแขนพี่ชายของนางและหัวเราะไม่หยุด
เหยาซูหัวเราะออกมา “แม่ว่าพวกเจ้าสองพี่น้องคงแยกกันไม่ได้แล้วกระมัง”
อาจื้อหัวเราะแล้วพยักหน้า
เดิมทีเด็กชายมีฟันใหม่ขึ้นมาเเล้ว เพียงเเต่ฟันน้ำนมด้านข้างยังหลุดออกไม่หมด พอเด็กชายยิ้มเเบบนี้ ทำให้ดูเด็กยิ่งกว่าเก่า
เหยาซูรู้สึกขบขันกับเด็กทั้งสอง กล่าวกับตัวเองว่า “รอให้ต้าหลางและเอ้อหลางมาถึง บ้านเราคงจะคึกคักขึ้นมาไม่น้อย”
หลายเดือนที่ไม่ได้เจอกัน ไม่รู้ว่าสองพี่น้องจะเป็นอย่างไรบ้าง
ต้าหลางกลับมาจากทางใต้คงจะสูงใหญ่ขึ้นไม่น้อย ฝั่งเอ้อหลางก็พัฒนาฝีมือเขียนอักษรมากขึ้น ด้านการเรียนจะเป็นอย่างไรบ้างนะ
……………………………………………………………………………………………………….
[1] บะหมี่เส้นเล็กบางคล้ายเครามังกรของคนจีนทางภาคเหนือ (ภาพจาก https://baike.baidu.com/item/%E9%BE%99%E9%A1%BB%E9%9D%A2/1247948)
[2] เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง
สารจากผู้แปล
ครอบครัวใหญ่จะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ตื่นเต้นแทนเลยค่ะ
ไหหม่า(海馬)