บทที่ 82 หมออายุแค่นี้รักษาไม่ได้หรอก
บทที่ 82 หมออายุแค่นี้รักษาไม่ได้หรอก
“เยี่ยมไปเลย!” หม่าเฉียงยกนิ้วให้แล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ทักษะทางการแพทย์ของหมอเสี่ยวฟางสุดยอดมาก ขอพูดหน่อยเถอะ ตอนนี้เอวของฉันไม่ปวดแล้ว! น่าทึ่งมาก! เหล่าหลี่ ขอบคุณมากที่แนะนำหมอเก่ง ๆ แบบนี้!”
โว้ว!
ทุกคนที่อยู่รอบตัวหม่าเฉียงต่างตกตะลึงทันที
ดูท่าหมอเสี่ยวฟางที่อายุน้อยคนนั้นจะมีทักษะการแพทย์ที่เก่งกาจมาก!
“ฮ่า ๆ! ฉันพูดไม่ผิดใช่ไหมล่ะ?” หลี่เจี้ยนจวินก้าวไปข้างหน้า เขาปรายตามองทุกคน ก่อนที่จะพูดอย่างภาคภูมิใจออกมาว่า “ตอนแรกพวกนายไม่ยอมเชื่อฉัน ตอนนี้เป็นไงล่ะ”
ทุกคนได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ ออกมาแล้วพากันเก็บเศษหน้าของตัวเอง
แม้ความคิดที่อยากจะเดินออกไปลดฮวบไปครึ่งหนึ่ง แต่ก็ยังมีความสงสัยในใจอยู่ดี
เพิ่งรักษาได้หนึ่งคนเอง ไม่แน่อาจจะแค่โชคดีก็ได้?
พวกเขาพร้อมที่จะดูผลการรักษาครั้งต่อไป
รักษาหายแค่คนเดียวไม่ถือว่าเก่งอะไรขนาดนั้น แต่ถ้ามีความสามารถจริงก็ต้องรักษาหายได้หลายคนสิ!
เมื่อพยาบาลเรียกชื่อ คนไข้รายต่อไปก็เดินตามพยาบาลไปทันที
ทุกคนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
ณ ห้องตรวจ
“สวัสดีครับ เชิญนั่ง” ในห้องตรวจนั้น ฟางชิวที่สวมเสื้อคลุมสีขาวก็เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคนไข้เดินเข้ามา เขายิ้มอย่างสุภาพและถามว่า “ขออนุญาตถาม คุณไม่สบายตรงไหนเหรอครับ?”
“ไหล่ซ้ายของฉันไม่ดี” เหล่าหวังที่เข้ามาก็บอกเพิ่มอีกว่า “ฉันเป็นโรคข้อไหล่ติด ไหล่ก็ปวดบ่อยด้วย พอเริ่มปวดทีไรก็จะยกแขนไม่ได้ทุกที”
“งั้นผมขอตรวจก่อนนะครับ” ฟางชิวพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน เขาเดินไปที่ด้านหลังของเหล่าหวัง ใช้มือข้างหนึ่งกดไหล่ซ้ายของเหล่าหวังเบา ๆ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็กดที่ไหล่ขวา
เมื่อฟางชิวเริ่มใช้สัมผัสสัมบูรณ์ ภาพสองภาพก็ปรากฏขึ้นในหัวของฟางชิวทันที
หลังจากเปรียบเทียบแล้ว เขาก็หัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า “คุณไม่ได้เป็นโรคข้อไหล่ติดหรอกครับ”
“ไม่ใช่เหรอ?” เหล่าหวังตกตะลึงครู่หนึ่งแล้วรู้สึกสงสัยขึ้นมา
จะไม่ใช่โรคข้อไหล่ติดได้อย่างไร?
หมอหลายคนก็บอกว่าเขาเป็นโรคข้อไหล่ติด
หมอหนุ่มคนนี้คงจะไม่ได้ตรวจผิดหรอกนะ
“ไม่ใช่ครับ” ฟางชิวตอบด้วยความมั่นใจว่า “คุณเป็นโรคกระดูกไหล่เคลื่อน”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น เหล่าหวังก็นึกขึ้นได้ว่าตอนที่รถของเขาถูกชน เขาวางศอกเอาไว้บนกระจกรถ และดูเหมือนว่าจะมีเสียงดังมาจากไหล่ของเขาหลังถูกกระแทกอย่างรุนแรง
เพราะตอนนั้นไม่มีอาการปวด เขาเลยไม่ได้สังเกต
เป็นเพราะอุบัติเหตุครั้งนั้นหรอกหรือนี่?
“โรคกระดูกไหล่เคลื่อนทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของข้อไหล่และเส้นเอ็นโดยรอบ เมื่อตรวจแล้วก็จะพบว่ามันคล้ายกับอาการโรคข้อไหล่ติด” ฟางชิวอธิบายต่อ “หลังจากนี้คงขยับไหล่ได้มากขึ้น แค่ออกกำลังกายให้เพียงพอก็จะทำให้ไหล่เคลื่อนไหวดีขึ้นแล้ว”
ฟางชิวใช้มือขวาของตนกดบนไหล่ซ้ายของเหล่าหวังแล้วกระแทกลงอย่างกะทันหัน
‘คลิก!’
เสียงที่นุ่มนวลนี้ดังก้องในหัวของเหล่าหวังทันที
ทันใดนั้นเขาก็ตกใจ
“เธอทำอะไรน่ะ?” เหล่าหวังลุกขึ้นยืนด้วยความมึนงง เขาใช้มือแตะไปที่ไหล่ซ้ายของตัวเองระหว่างที่จ้องมองฟางชิว
“โรคของคุณไม่ใช่โรคข้อไหล่ติด แต่เป็นอาการอักเสบที่เกิดจากโรคกระดูกไหล่เคลื่อน ตอนนี้ผมได้ช่วยคุณจัดกระดูกให้เข้าที่แล้ว ฉะนั้น อย่าเพิ่งใช้แรงมากเกินไปภายในหนึ่งเดือนนี้ แค่ออกกำลังกายตามปกติก็พอแล้ว และไม่จำเป็นต้องกินยาครับ” ฟางชิวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“หายแล้วเหรอ?” เหล่าหวังได้ยินคำพูดนั้นแล้วก็พยายามยกแขนซ้ายขึ้น
จากนั้น เขาก็เหวี่ยงแขนแล้วหมุนอย่างระมัดระวังสองครั้ง และพบว่าไหล่ของเขายังเจ็บอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่รุนแรงเหมือนทุกครั้ง ปวดหน่อย ๆ แค่นี้เขาทนได้อยู่แล้ว
ยิ่งกว่านั้นหากเปรียบเทียบกับเมื่อก่อน ไหล่ของเขาเคลื่อนไหวได้คล่องกว่าเดิมเยอะเลย และความหนักหน่วงที่เกิดจากความเจ็บปวดก็หายไปแล้วด้วย!
เหล่าหวังตกตะลึง
“นี่ นี่… นี่ฉันหายแล้วจริงเหรอ?”
เหล่าหวังไม่อยากเชื่อเลยว่า เขาปวดไหล่มาตั้งหลายปี แต่ตอนนี้กลับหายดีแล้วอย่างนั้นหรือ?!
“หายแล้วครับ” ฟางชิวยิ้มและพยักหน้า
“ขอบคุณ ขอบคุณมาก!” เหล่าหวังรีบขอบคุณฟางชิวอย่างตื่นเต้น แล้วถามอย่างประหม่าว่า “หลังจากนี้มันจะไม่ปวดอีกแล้วใช่ไหม”
“ตราบใดที่คุณทำตามที่ผมบอก มันก็จะไม่ปวดอีก” ฟางชิวตอบอย่างใจเย็น
“งั้นก็ดีสิ!” เหล่าหวังยิ้มอย่างมีความสุขราวกับเด็กน้อย
ไหล่แข็ง ๆ นี้ทำให้เขาลำบากใจมานานแล้ว เขาไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจและรักษามานับครั้งไม่ถ้วน ใช้เงินไปก็เยอะ แต่ก็ไม่ดีขึ้นเลย
ในที่สุดครั้งนี้ เขาก็หายดีแล้ว!
และยังจ่ายแค่ค่าลงทะเบียนเท่านั้นอีก!
“ขอบคุณนะหมอเสี่ยวฟาง” เหล่าหวังขอบคุณอีกครั้งอย่างจริงใจ พอนึกถึงเมื่อกี้ที่เขาไม่มั่นใจในตัวฟางชิวแล้ว เขาก็รู้สึกละอายใจขึ้นมา
“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ” ฟางชิวยิ้มแล้วพยักหน้า
“งั้นฉันจะไปเล่าให้คนถัดไปฟังนะว่าเธอรักษาดีแค่ไหน!” เหล่าหวังจากไปอย่างมีความสุข
“ไหนใครบอกว่ามีแค่หมอแก่ ๆ เท่านั้นที่จะรักษาได้”
“หมอหนุ่มก็รักษาได้ดีเหมือนกันแหละ!”
ขณะที่เหล่าหวังเดินออกจากห้องตรวจ เขาก็ชมไปยิ้มไป สีหน้าตอนนี้ต่างกับสีหน้าก่อนเข้าห้องตรวจลิบลับ
ในห้องรอเรียกชื่อ
ทันทีที่เหล่าหวังปรากฏตัว เขาก็ได้สะกดสายตาทุกคนไว้ในคราวเดียว พวกผองเพื่อนร่วมงานกรูเข้าไปล้อมรอบคนที่เพิ่งออกมาอีกครั้ง
“เป็นยังไงบ้าง”
“โรคข้อไหล่ติดหายดีแล้วเหรอ”
“เด็กคนนั้นคงไม่ใช้เงินฟาดหัวใช่ไหม ไม่งั้นนายคงไม่ยิ้มอย่างมีความสุขขนาดนี้หรอก” เหล่าคนขับรถกลุ่มนี้ผลัดกันถามคำถามออกมาไม่หยุด
กระนั้นก็กระซิบกระซาบเสียงเบามากเพราะทุกคนไม่อยากส่งเสียงดังในที่สาธารณะ
“ฉันหายดีแล้ว!” เหล่าหวังพูดแล้วหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข “ทักษะทางการแพทย์ของหมอเสี่ยวฟางคนนี้น่าทึ่งมาก รักษาแค่แป๊บเดียวฉันก็หายทันที! ไม่ทันรู้สึกอะไรด้วย!”
บรรดาคนขับแท็กซี่ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นกว่าเดิม
สถานการณ์นี้มันคืออะไรกันแน่?
รักษาแค่แปปเดียวก็หายดีแล้วเหรอ?
“ถ้าพวกนายยังไม่เชื่อ ก็ลองไปรักษาดูสิ!”
เหล่าหวังยังอวดอีกว่า “หมอเสี่ยวฟางไม่ได้แค่รักษา แต่วินิจฉัยว่าฉันไม่ได้ไหล่อักเสบเพราะโรคข้อไหล่ติด แต่อักเสบเพราะโรคกระดูกไหล่เคลื่อนต่างหาก”
“อะไรนะ?”
“ไม่ใช่มั้ง?”
“เหล่าหวังไม่ได้เอกซเรย์ที่โรงพยาบาลไปแล้วเหรอ หมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคข้อไหล่ติดไปแล้วนี่”
“ฉันไม่เชื่อหรอก หมอเสี่ยวฟางคนนี้ตาวิเศษรึไง วินิจฉัยโรคได้ด้วยตาเปล่าได้ไง?”
ทุกคนต่างสงสัย เพราะคนพูดเป็นเพื่อนเก่าหลายปีเลยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“ฉันจะโกหกพวกนายไปทำไม” เหล่าหวังพูดอย่างโกรธเคือง เขายกแขนซ้ายขึ้น ก่อนที่จะพูดว่า “พวกนายดูนี่ ไม่ใช่ว่าฉันหายดีแล้วหรอกเหรอ”
ทุกคนพากันมุงดู ปรากฏว่าหายดีแล้วจริง ๆ
เมื่อก่อนเหล่าหวังจะปวดแขนซ้ายมากจนยกไม่ขึ้น
แต่ตอนนี้เขาหมุนแขนได้แล้ว!
หมอเสี่ยวฟางคนนี้เก่งขนาดนั้นเลยหรือ?
ทันใดนั้นเอง
“คนต่อไป อู๋เหว่ย!” เสียงเรียกชื่อของพยาบาลก็ดังขึ้นมา
“อยากรู้จริง หมอเสี่ยวฟางคนนี้จะมีความสามารถอย่างที่ว่าไหม” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งลุกขึ้น และเขาก็เดินเข้าไปในห้องตรวจอย่างเร่งรีบ
ทว่าหลังจากนั้น ก่อนที่ทุกคนจะปลีกตัวออกจากเหล่าหวัง อู๋เหว่ยก็ได้เดินออกจากห้องตรวจแล้ว
อู๋เหว่ยบิดเอวเดินออกมา สีหน้าดูยังประหลาดใจอยู่หน่อย ๆ
“หายแล้วเหมือนกันเหรอ?”
“ไม่ใช่ว่าหมอทุกคนบอกว่าโรคที่หลังส่วนล่างจะรักษาหายยากเหรอ แล้วมันจะรักษาหายได้เร็วอย่างนี้ได้ยังไงกัน?”
“หมอเสี่ยวฟางคนนี้สุดยอดจริงเหรอ?”
ทุกคนยิ่งตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม
จากนั้น ก็มีอีกคนเข้าไปในห้องตรวจ แล้วเขาก็ออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
บรรดาคนขับรถทั้งหลายแหล่ไม่สามารถนั่งติดเก้าอี้ได้
รักษาหายหนึ่งคนหรือสองคนนั้นเป็นเพราะโชคช่วย แต่นี่รักษาหายไปสี่ห้าคนแล้ว มันคงจะเป็นเรื่องจริงแล้วใช่ไหม?
ถ้าเป็นเรื่องจริงแล้วจะรออะไรอีกล่ะ?
“ฉันจะเป็นคนต่อไปเอง!” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งลุกขึ้น ไม่ว่าจะถึงคิวของเขาหรือไม่ก็ตาม เพราะเขาได้เตรียมตัวเข้าห้องตรวจแล้ว
“ให้ฉันเข้าไปแทนไม่ดีกว่าเหรอ” ชายวัยกลางคนอีกคนรีบเร่งและพยายามที่จะวิ่งไปข้างหน้า
“มาแย่งฉันทำไม ฉันเป็นคนพูดก่อนนะ” ชายวัยกลางคนคนแรกพูดด้วยความไม่พอใจ
“ก็พยาบาลไม่ได้เรียกชื่อนายนี่ ใครเร็วใครได้สิวะ” ชายวัยกลางคนคนที่สองยิ้ม แล้วก้าวไปที่ประตูห้องตรวจ
“นายนี่หน้าหนาจริง เมื่อกี้นี้ใครพูดว่าไม่เชื่อในการรักษาของหมอเสี่ยวฟางกัน แล้วใครเอาแต่พูดว่าหมอเสี่ยวฟางเป็นแค่เด็กน้อย ไม่น่าเชื่อถือ” ชายวัยกลางคนคนแรกเอ่ยถามอย่างประชดประชัน
“ฉันเคยพูดเหรอ ไม่เค้ย!” ชายวัยกลางคนคนที่สองหัวเราะด้วยความกระดากอาย แล้วรีบวิ่งเข้าไปก่อน
ชายคนนั้นส่ายหัวราวกับว่าหมดคำจะพูด จากนั้นก็มองดูคนอื่น ๆ แล้วพูดว่า “คนต่อไปต้องเป็นฉัน และไม่อนุญาตให้ใครมาแซงด้วย ใครอยากตรวจโรคก็ไปเข้าแถว”
พูดจบได้ไม่ทันไร เสียงยืนขึ้นดังพรึ่บพรั่บก็ดังขึ้น จากที่ตอนแรกนั่งกันอย่างกระจัดกระจาย ทุกคนก็ไปเข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบจนเกิดเป็นแถวยาวในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
ไม่ใครสนใจรอเรียกชื่อแล้ว
ความเร็วนี้ ทำให้หลี่เจี้ยนจวินกับอดีตคนขับรถที่เข้าไปตรวจโรคก่อนหน้านี้ตกใจ แม้แต่พยาบาลเองก็ตกใจด้วยเช่นกัน
พยาบาลจึงหยุดเรียกชื่อทันที
ในเมื่อเข้าแถวกันเป็นอย่างดีแล้ว ก็เข้าไปทีละคนก็แล้วกัน!
ไม่นานทุกคนที่เข้าห้องตรวจไปแล้ว ล้วนเดินออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
เพราะเหตุการณ์นี้ทุกคนเห็นจนชินตาแล้ว จึงไม่รู้สึกว่ามีอะไรให้เซอร์ไพรส์มากนัก และตอนนี้ก็คิดอย่างเดียวว่าเมื่อไรจะถึงคิวสักที
พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะได้เข้าห้องตรวจเป็นคนต่อไป
หลังจากป่วยเป็นโรคเดิม ๆ มาหลายปี ในที่สุดวันนี้ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้แล้ว!
ห้าโมงครึ่ง ณ แผนกกระดูกและข้อ
“เฉาเจ๋อ” เสิ่นชุนที่ยุ่งทั้งวันก็หันไปมองเฉาเจ๋อแล้วถามว่า “ฟางชิวล่ะ?”
“เต็มจนล้น! ผมเห็นว่าคนไข้รายเก่าของเขา พาคนไข้รายใหม่มารักษายี่สิบกว่าคนในวันนี้” เฉาเจ๋อหยุดการกระทำที่ค้างอยู่แล้วเงยหน้าขึ้นมาพูดด้วยรอยยิ้มที่พิลึก ๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉาเจ๋อ เสิ่นชุนที่กำลังจิบน้ำอยู่ก็แทบพ่นน้ำออกมา
“มากกว่ายี่สิบคน?” เสิ่นชุนมองหน้าเฉาเจ๋อแล้วถามด้วยความจริงจัง
“ครับ” เฉาเจ๋อยังคงยิ้มอย่างขมขื่น เขาพยักหน้าและอธิบายเพิ่มว่า “คนขับรถพวกนั้นพูดกันว่าจะมีคนมาอีก ดูจากสถานการณ์นี้แล้ว ครั้งต่อไปจำนวนคนไข้ที่มารักษากับฟางชิวน่าจะเยอะกว่านี้แน่ ๆ”
“เด็กคนนี้ก็จริง ๆ เลย ไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งจะเสนอไอเดียดี ๆ ออกไป” เสิ่นชุนยิ้มจนหน้าบาน
ถึงแม้ว่าจะพูดอย่างนั้น แต่เขาก็พอใจมาก
ท้ายที่สุด ฟางชิวก็ได้รับการแนะนำจากเขา ฟางชิวถึงได้เข้ามาทำงานในโรงพยาบาลแห่งนี้และได้เป็นผู้ช่วยแพทย์ในนามของเขา
“ใช่แล้ว” เสิ่นชุนเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างออก เขาลุกขึ้นยืน วิ่งลงไปที่ชั้นล่างในชั่วพริบตา
เสิ่นชุนวิ่งลงมาที่ชั้นหนึ่งแล้วดูรายชื่อของแพทย์ดีเด่น
ความตกใจพลันฉายชัดบนใบหน้า
จริง ๆ ด้วย
มีฟางชิวอยู่ในรายชื่อ และคราวนี้ก็พุ่งขึ้นไปอยู่ที่อันดับยี่สิบ!
“ยี่สิบสี่คะแนนโหวต!” เห็นคะแนนโหวตแล้วเขาตกใจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
ตามที่เฉาเจ๋อพูด ครั้งนี้มีคนไข้มารักษากับฟางชิวมากกว่ายี่สิบคน ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าคนไข้ทุกคนโหวตให้ฟางชิว
ทุกคนพอใจกับการรักษาอย่างนั้นหรือ?
ทั้งยังเต็มใจลงคะแนนโหวตด้วย?
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน?
เสิ่นชุนทำงานอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้นานแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนเลย
สาเหตุที่แรกที่ทำให้การขึ้นอันดับของแพทย์ดีเด่นเป็นเรื่องยาก นั่นคือแพทย์จะต้องได้รับการยอมรับจากคนไข้เสียก่อน และสาเหตุที่สองเป็นเพราะว่าหลังเสร็จสิ้นการรักษา คนไข้ต่างออกจากโรงพยาบาลทันที ทำให้ไม่ค่อยมีคนมาโหวตให้
คะแนนโหวตที่เป็นเอกฉันท์นี้ จะเรียกว่าปาฏิหาริย์ก็ได้!
ไม่ใช่แค่เสิ่นชุนเท่านั้นที่ตกใจ
เมื่อถึงช่วงเวลาเลิกงาน แพทย์และพยาบาลจำนวนมากจึงเลิกงานทีละคนสองคน เห็นรายชื่อของแพทย์ดีเด่นแล้ว พวกเขาต่างก็ตกใจกันหมดทุกคน
“เสี่ยวเสิ่น คนที่ชื่อฟางชิว เป็นผู้ช่วยแพทย์คนใหม่ที่คุณหามาใช่ไหม?”