เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน – ตอนที่ 695 ทรยศ

เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน

ตอนที่ 695 ทรยศ

เด็กน้อยที่เดิมทีพิงอยู่ในอ้อมอกของท่านพ่อท่าทีสะลึมสะลือกำลังจะหลับ ลุกขึ้นมากอดท่านพ่อเขาไว้ทันที ดวงตาโตเป็นประกายของเขายังมองเข้าไปในส่วนลึกของแดนมืดนิรันดร์

สองพ่อลูกนี้ทำให้เยี่ยนอวี๋ตึงเครียดขึ้นมาด้วยทันที “มาแล้วหรือ”

“อะไรมาแล้ว” อินหลิวเฟิงไม่เข้าใจ

จิ่วอิงยื่นศีรษะออกมา “สัตว์ประหลาดมาแล้ว”

“ถอยไปทางตรงกันข้าม” หรงอี้ซึ่งแยกทิศทางได้ด้วยเหตุนี้ ‘ลากครอบครัว’ ไปในทิศทางตรงกันข้ามที่เด็กน้อยกำลังมองทันที

ซีหวังหมู่และเทียนตี้จึงรีบตามไป ในขณะเดียวกันพวกเขาก็จับตามองรอบด้านอย่างระมัดระวังตัว เป็นกังวลกับสิ่งมีชีวิตไร้สติปัญญาเหล่านั้น เหตุผลหลักๆ เป็นเพราะการโจมตีของพวกเขาไร้ผลต่อสิ่งมีชีวิตเหล่านี้

“สถานที่แบบนี้ ข้าไม่อยากมาอีกแล้ว เจ้าสัตว์ประหลาดบ้านั่นรับมือยากจริงๆ ประสาทสัมผัสทั้งห้ายังสูญหายหมดสิ้น ไม่รู้ทิศทาง โหดร้ายเกินไปแล้ว” อินหลิวเฟิงประชดประชันไม่หยุด “รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองเป็นคนตาบอด อยากจะหนีก็ไม่รู้ว่าต้องหนีไปทางไหน”

“นายน้อยท่านกลัวอะไร ท่านเสี่ยวเป่าปกป้องท่านอยู่นี่” เอ้อร์เหมาอดทอดถอนใจไม่ได้ “เมื่อครู่นี้ไม่ทันได้พูด ข้าน้อยคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าที่แท้ท่านมีความสัมพันธ์แบบนี้กับท่านเสี่ยวเป่า”

“ความสัมพันธ์แบบนี้มันทำไมกัน เจ้าอิจฉาก็ไม่มีให้” อินหลิวเฟิงพูดเหน็บแนมอย่างไม่สบอารมณ์เสร็จแล้วก็เข้าไปหาเด็กน้อย “ท่านเสี่ยวเป่า ท่านปกป้องข้าหน่อยได้หรือไม่”

เด็กน้อยที่พิงไหล่ของท่านพ่อและกำลังมองไปข้างหลัง เขาก็เสกดอกไม้ดอกหนึ่งออกมาให้อินหลิวเฟิงในขณะที่กำลัง ‘ยุ่ง’ “ถือ ไว้”

อินหลิวเฟิงที่เดิมทีแค่พูดเล่นก็รับไว้ด้วยความยินดีทันที “ขอบคุณท่านนะ”

“นายน้อยเรื่องเกาะคนอื่นกินนี่ท่านสุดยอดเลย เกาะคนโตแล้วมาเกาะคนเล็กต่อ…” เอ้อร์เหมาส่ายศีรษะไม่หยุด ทว่าเขาก็ไม่ลืมที่จะคว้านายน้อยของเขาตามซีหวังหมู่ไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาก่อตัวเป็นรูปสามเหลี่ยมพร้อมกับอีกสองกลุ่มพุ่งไปข้างหน้า

โชคดีที่ยิ่งพุ่งไปข้างหน้า สิ่งมีชีวิตไร้สติปัญญาเหล่านั้นก็น้อยลงไปมาก นานๆ ครั้งถึงจะโผล่มาตัวสองตัว และก็ถูกดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์รสหมาล่าของท่านเสี่ยวเป่ากลืนกินไป

เยี่ยนอวี๋เห็นดังนั้นอดถามไม่ได้ว่า “เสี่ยวเป่า ดอกไม้ของเจ้าย่อยอาหารเสร็จแล้วหรือ”

ทว่า… เยี่ยนเสี่ยวเป่าไม่สนใจท่านแม่ของเขาและยังส่งเสียง ‘เชอะ’ พลางมุดเข้าไปในอ้อมอกของท่านพ่อ

เยี่ยนอวี๋ทำอะไรไม่ถูก “เจ้าคิดเจ้าแค้นเช่นนี้เลยหรือ ผ่านไปนานขนาดนี้แล้วยังไม่สนใจแม่หรือ”

“เชอะ” เจ้าตัวน้อยที่กอดท่านพ่อไว้แน่นบอกว่าครานั้นท่านแม่บอกว่าจะไม่เอาเขา ทำร้ายจิตใจของเป่ามาก จะไม่สนใจแม่อีกนานเลย ชิเชอะ…

ต้าซือมิ่งรวบตัวเด็กน้อยไว้ ทำให้เยี่ยนอวี๋ที่อยากจะหยอกเล่นเด็กน้อยได้แต่มองแผ่นหลังของลูก นางรู้ทันทีว่าสองพ่อลูกคู่นี้ร่วมกันโมโหนาง

เจ้าสองคนนี้… เยี่ยนอวี๋กำลังจะกล่าวขอโทษ เสียง ซูซ่า กลับดังขึ้นอีกครา และยังดังกว่าก่อนหน้านี้ด้วย

นี่มัน…

เยี่ยนอวี๋กอดสองพ่อลูกไว้แน่น ในขณะเดียวกันก็ม้วนตัวท่านแม่และท่านพี่ก่อนจะออกคำสั่งว่า “เร็วกว่านี้”

“ได้”

ซีหวังหมู่และเทียนตี้ขานตอบ พวกเขาเร่งความเร็วขึ้นแล้ว แต่ว่า…

ซู่

ซีหวังหมู่ที่ถูกจับหางไว้ทำท่าจะร่วงลงไป

เทียนตี้ดึงมันไว้ทันที “เกิดอะไรขึ้น”

“โอ้ เกือบจะลืมไปแล้วว่ายังมีเชลยอยู่ที่หาง” ซีหวังหมู่ลากโลกีผู้น่าเวทนาออกมาจาก ‘ปาก’ ของสิ่งมีชีวิตไร้สติปัญญาจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าที่หางของตนยังมัดเชลยไว้คนหนึ่ง

โลกีอยากจะร้องไห้ เขาถูกสิ่งมีชีวิตไร้สติปัญญา ‘อม’ หลายครั้งแล้ว หากไม่ใช่เพราะซีหวังหมู่ดึงเขาออกมาได้ ‘ทันเวลา’ ทุกครั้ง เขาคงถูกกลืนกินไปแล้ว

แต่โลกีอยากจะพูดจากใจจริงว่าเขายอมถูกกลืนกินดีกว่าถูกลากไปอย่างไม่สามารถต่อต้านได้ พร้อมจะตกลงไปในปากของสัตว์ประหลาดได้ทุกเมื่อเช่นนี้

ดังนั้นครานี้เมื่อถูก ‘คาย’ ออกมาอีกครั้ง โลกีทนไม่ไหวอีกแล้ว เขาตะโกนขึ้นว่า “ปล่อยข้าซะ อย่างน้อยก็สำรวจทางให้พวกเจ้าได้”

ทว่าโลกีเพิ่งตะโกนเสร็จ เขาก็พบว่าเขาเป็นอิสระแล้ว

นี่มัน…

“หลุดแล้ว?”

ซีหวังหมู่ชะงัก มองหาง ‘เปลือยเปล่า’ ของตนเอง

ที่แท้การกลืนกินของสิ่งมีชีวิตไร้สติปัญญาเหล่านั้นกลืนกินกลิ่นอายเหี้ยมโหดที่มัดตัวโลกีไว้หมดแล้ว แต่เนื่องจากประสาทสัมผัสทั้งห้าถูกกดทับไว้จนแทบจะไม่เหลือ เขาจึงไม่รู้สึกตัวเลย

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นซีหวังหมู่หรือโลกีตัวเขาเองล้วนไม่พบเรื่องนี้

จนเมื่อบัดนี้โลกีดิ้นรนอย่างทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงพบ ‘ความจริง’

ครานี้…

“ลาก่อน”

โลกีตั้งสติได้อย่างรวดเร็วก่อนจะหายตัวไปที่ไกลออกไป

เขารู้สึกพอกันทีกับพวกบัดซบเหล่านี้ที่ทรมานเขาแล้ว ทว่าเขาเพิ่งจะหายตัวไปก็รู้สึกเย็นวาบข้างหลัง

จากนั้น…

“ซู่”

พลังกลืนกินดึงรั้งโลกีทันที จากนั้น…

“ช่วยข้าด้วย!”

โลกีร้องด้วยสัญชาติญาณ เขายังโยนเชือกออกไป เชือกเส้นนั้นยังคล้องขาของเยี่ยนอวี๋ไว้อย่างพอดิบพอดี ครานี้เอง…

เยี่ยนอวี๋ที่กอดสองพ่อลูกไว้ถูกดึงไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว จางอวิ๋นเมิ่งและเยี่ยนจื่อเยี่ยที่ถูกนำพาด้วยพลังของนางก็ถูกนางผลักไปให้เทียนตี้ทันที

“เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์!” เยี่ยนจื่อเยี่ยกลับใช้กิ่งก้านต้นอู๋ถงรัดครอบครัวน้องสาวไว้

จางอวิ๋นเมิ่งที่กลายร่างเป็นหงส์ทันทีก็จับบุตรชายคนโตไว้

เทียนตี้ย่อมไม่อยู่เฉย เขาปกคลุมจางอวิ๋นเมิ่งสองแม่ลูกไว้ด้วยพลังปกป้อง

“หยุด!” ต้าซือมิ่งปล่อยพลังอันแข็งแกร่งออกมาอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็จับภรรยาไว้

แม้เด็กน้อยยังไม่ทันตั้งสติกลับมาได้ แต่ดอกไม้ของเขาตั้งสติได้แล้ว ดอกไม้ดอกใหญ่สีม่วงที่บานอย่างเงียบๆ ก็บานขึ้นข้างหน้าครอบครัวทั้งสามคนแล้ว

แสงหมอกสีม่วงที่กระจายออกมาเสียงดัง วิ้ง ทำให้เทียนตี้และซีหวังหมู่พวกเขาเห็นชัดว่าตัวที่ปรากฏข้างหลังโลกีคือตัวอะไร

“เทาเที่ยฉบับเจ้าแม่หนี่ว์วา?” คำพูดที่อินหลิวเฟิงเอ่ยขึ้นบรรยาย ‘ลักษณะ’ ของสัตว์ประหลาดบางตัวได้อย่าง ‘สมบูรณ์’

เพราะว่าสัตว์ประหลาดที่อยู่ข้างหลังโลกีก็คือเทาเที่ยขนาดยักษ์ตนหนึ่ง

มันมีใบหน้ามนุษย์ลำตัวแกะ…

แม้ว่าใบหน้าใบนี้จะค่อนข้าง ‘อัศจรรย์’ มันเป็นใบหน้าของเจ้าแม่หนี่ว์วา แต่รูปลักษณ์ของมันก็ไม่มีผิด มันคือเทาเที่ย เป็นหนึ่งในสี่สัตว์ปีศาจสมัยยุคโกลาหล อดีตเคยเป็นหนึ่งในสมาชิกของเหล่าขุนเขาและท้องทะเล แต่เนื่องจากไม่สามารถรู้แจ้ง ไม่สามารถสั่งสอนได้ เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเป็นอย่างมาก สุดท้ายจึงถูกเยี่ยนอวี๋สังหารด้วยตนเอง

แต่ว่า…

บัดนี้มันกลับปรากฏขึ้นอีกครา?

ไม่สิ มันไม่ใช่เทาเที่ยในอดีตแล้ว เพราะว่า…

‘มัน’ พูดขึ้นแล้วว่า “กลับ มา เถอะ…”

ถึงแม้เสียงนี้จะเชื่องช้า แต่เห็นได้ชัดว่ามันคือเสียงของเจ้าแม่หนี่ว์วา

ไท่เฮ่าที่อยู่ในจิตเหนือสำนึกของเทียนตี้ไม่นอนเป็นศพแล้ว จากนั้น…

กรร

เทาเถี่ยฉบับหนี่ว์วาอ้าปากที่เต็มไปด้วยเลือดของมัน

พลังกลืนกินอันน่าสะพรึงโถมใส่โลกีทันที ทำให้เขาและครอบครัวเยี่ยนอวี๋ที่ถูกเขาคล้องไว้ถูกดูดกลืนเข้าไปอย่างรุนแรง

ตูม

เยี่ยนอวี๋ตัดกิ่งก้านอู๋ถงของพี่ใหญ่นางที่รัดตัวนางไว้ขาดทันที

“ค้อนลายมังกร!”

ต้าซือมิ่งอัญเชิญค้อนลายมังกรของเขาที่ไม่ค่อยได้ใช้ออกมา

ทว่าเมื่อค้อนลายมังกรปรากฏขึ้น ถ้ำมรณะแดนมืดนิรันดร์ก็สั่นสะเทือนอย่างรุงแรง

แคร่ก

แคร่กๆ…

รอยร้าวอันน่ากลัวมากมายแยกเป็นใยแมงมุมโดยมีค้อนลายมังกรเป็นศูนย์กลางอย่างรวดเร็ว

เยี่ยนอวี๋ตกใจจนรีบเตือนว่า “สามี รีบเก็บค้อนซะ”

ในขณะเดียวกัน…

ซีหวังหมู่ตะโกนเสียงดัง “โลกีเจ้าคนสารเลว ยังไม่รีบปล่อยนายท่านอีก เจ้าอยากหนีเอง ตอนนี้กลับมาเกาะแกะนายท่านทำไม”

“หากไม่ใช่เพราะพวกเจ้าจับข้า ข้าต้องตกอยู่ในสภาพอนาถเช่นนี้หรือ พูดอะไรข้าก็ไม่ปล่อยหรอก ข้าเตือนพวกเจ้าไว้เลยนะ หากจะช่วยก็ช่วยไปด้วย อย่าเสียเวลาคิดจะตัดเชือกของข้าให้ขาดเลย เชือกของข้าเป็นเชือกแห่งชีวิตที่ถักด้วยพลังดั้งเดิมของสามจักรวาล ตราบใดที่เชือกของข้าพันเกี่ยวไว้ เท่ากับว่าร่วมเป็นร่วมตาย อ๋อ ใช่แล้ว เหมือนกับพันธะความเป็นความตายนั่นของพวกเจ้าน่ะ” โลกีกล่าวอย่างหน้าไม่อาย

หลายปีมานี้ โลกีได้แสดงถึงความช่ำชองในการหักหลัง ถือคติมีชีวิตอยู่ดีกว่าตาย ดังนั้นเขาพูดอะไรย่อมทำได้แน่นอน เขาไม่คลายเชือกออกแน่ๆ

เด็กน้อยที่โมโหกำลังจะเรียกค้อนของตนเองออกมา แต่ต้าซือมิ่งห้ามเขาไว้ก่อน “ใจเย็นๆ ลูก แม้ค้อนของเจ้าจะเล็ก แต่เป็นแบบเดียวกับของพ่อ อาจจะทำให้ที่นี่พังลงได้”

“อ้ะเนะ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าชี้โลกีอย่างโมโห

พลังกลืนกินที่เทาเที่ยฉบับเจ้าแม่หนี่ว์วาปล่อยออกมาในครานี้กำลังจะเขมือบดอกไม้ดอกใหญ่ที่บานออกมาของเด็กน้อยแล้ว

เด็กน้อยโมโหจนจับศีรษะไว้

ซู่ ซู่ๆ…

เยี่ยนอวี๋ทั้งครอบครัวรวมถึงโลกีถูกดูดเข้าไปอย่างรวดเร็ว อีกเพียงไม่นานพวกเขาก็ต้องเข้าไปในปากของเทาเที่ยแล้ว

“ให้ตายเถอะ” ใช่ว่าเทียนตี้ไม่เคยลองลงมือจัดการเทาเที่ย เพียงแต่ว่าทั้งหมดไร้ผล สัตว์ประหลาดที่แปลงกายเป็นเทาเที่ยฉบับหนี่ว์วามีภูมิคุ้มกันกับพลังโจมตีทุกประเภทเหมือนกับสิ่งมีชีวิตไร้สติปัญญาของที่นี่

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป… เทียนตี้ไม่ทันคิดวิธีได้ จู่ๆ อินหลิวเฟิงก็ร้องตะโกนขึ้นว่า “กู้จื่อเฟิง เจ้าทำอะไรน่ะ”

ครานี้เอง กู้จื่อเฟิงที่หายตัวไปอย่างรวดเร็ว เขาย่อตัวลงข้างๆ ขาของเยี่ยนอวี๋

โลกีมีลางสังหรณ์ไม่ดี ถึงอย่างไรกู้จื่อเฟิงรู้จักแอตแลนของพวกเขาเป็นอย่างดี

สุดท้าย… กู้จื่อเฟิงไม่ได้ทำให้ลางสังหรณ์ของโลกีผิดหวังจริงๆ เขาหยิบขวดเครื่องลายครามออกมา เทเลือดหยดหนึ่งลงไปในเชือกชีวิตนั่น ในขณะเดียวกันก็ร่ายคาถาออกมา

และคาถานี้… เพียงพอที่จะทำให้โลกีตะคอกว่า “กู้จื่อเฟิง เจ้าหุบปากซะ!”

น่าเสียดาย กู้จื่อเฟิงไม่มีทางหุบปากก

เชือกที่คล้องขาของเยี่ยนอวี๋ไว้ก็คลายออกทันทีที่เลือดหยดนั้นผสานเข้าไป

ครานี้เอง…

เทาเที่ยที่รู้สึกได้กลับตะโกนขึ้นว่า “จงมาให้หมด!”

ซู่

พลังกลืนกินอันน่าสะพรึงที่พุ่งออกมาราวกับกระแสน้ำกลืนกินโลกีอย่างรวดเร็ว

“หยุด”

ต้าซือมิ่งที่วาดยันต์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นกลางอากาศปิดผนึกพลังกลืนกินทั้งหมดทันที

ในขณะที่เยี่ยนอวี๋กอดสองพ่อลูกไว้ มืออีกข้างหนึ่งก็คว้ากู้จื่อเฟิงถอยไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว

ทว่า… นางคว้ากู้จื่อเฟิงไว้ไม่ได้ ฝ่ายหลังหลุดออกจากมือของนางแล้ว

นี่มัน…

เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน

เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน

Status: Ongoing
แม้จะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่นางก็ยังคงเป็นเทพธิดาอันดับหนึ่งของสวรรค์ชั้นเจ็ด ผู้มีความสามารถแกร่งเกินผู้ใดไม่เปลี่ยนแปลง “ผู้ชายอะไรนั่นน่ะ กินได้หรืออย่างไร ข้าไม่เห็นจะอยากได้”เยี่ยนจื่ออวี๋ แม้มีตำแหน่งสูงส่งเป็นถึงลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของประมุขสำนักชางอู๋แห่งแคว้นแต่กลับไร้พลังแต่กำเนิด แถมยังทำเรื่องงามหน้าอย่างการปีนขึ้นเตียงผู้ชาย!เพราะเรื่องฉาวโฉ่เกินทนทำให้หญิงสาวหายหน้าไปกว่าครึ่งปี แต่เมื่อกลับมาอีกครั้งสำนักชางอู๋ก็ถึงคราวสั่นสะเทือนจากหญิงสาวที่ไม่อาจฝึกพลังกลายเป็นปรมาจารย์มากสามารถ พลังสูงส่งเกินใครโอสถใดที่ว่ายาก นางกระดิกนิ้วเดียวก็สำเร็จสมบูรณ์ วิชาใดที่ฝึกไม่ได้นางล้วนทำได้จากหญิงสาวที่ทุกคนต่างเมินหน้าหนีกลายเป็นผู้สูงส่งที่ทุกคนต้องการประจบประแจงชายหนุ่มทั่วหล้าล้วนอยากเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าตัวเล็กกันทั้งนั้น!

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท