ตอนที่ 756 ดอกไม้รสเผ็ดออกล่า
“อ้ะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ไม่รู้เรื่องตกตะลึง “อะไร”
หรงอี้ที่ยังไม่เข้าใจเช่นกัน เขาก็มองใบไม้สีเขียวที่งอกออกมาจากร่างกายของเด็กน้อยว่ามันมุดเข้าไปในดินและจมหายลงไปอย่างรวดเร็วอย่างไร
ผ่านไปครู่หนึ่ง ใบไม้สีเขียวของเด็กน้อยยิ่งงอกยิ่งเยอะ ทำให้เด็กน้อยกลายเป็นตุ๊กตาสีเขียวตัวหนึ่ง
จิ่วอิงและเม่ยเอ๋อร์รวมถึงเจ้าเหมียวสีขาวที่ตะลึงงัน “เมี๊ยว?”
“พ่อ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ตื่นตระหนกจับท่านพ่อเขาไว้แน่น
เสียงที่ดังโหวกเหวกทำเอาเยี่ยนอวี๋จะลืมตาขึ้นอีกครั้ง แต่กลับถูกห้ามไว้ “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์อย่าวอกแวก มีข้าอยู่ เสี่ยวเป่าไม่เป็นไร”
ต้าซือมิ่งพูดอย่างประโยคนี้อย่างมั่นคง เพียงพอที่จะสงบความกังวลของเยี่ยนอวี๋ ทำให้นางจดจ่อกับสมาธิของตนเองต่อไป
ทว่าเด็กน้อยกอดท่านพ่อเขาไว้แน่น ทำท่าจะร้องไห้ “พ่อ นี่คือ อะไรหรือขอรับ”
“ดอกไม้ดอกน้อยกำลังกินอาหาร” ต้าซือมิ่งที่คาดเดาอุ้มเด็กน้อยสีเขียวและปลอบประโลม
เด็กน้อยสีเขียวเงยหน้าขึ้นมองท่านพ่อของเขา “ดอกไม้กินข้าวข้าว?”
“อืม” หรงอี้พยักหน้า
เจ้าตัวน้อยสีเขียวขจีจึงหายกลัว “กินอิ่ม เป่าก็จะ กลับมา? ไม่มี ใบไม้?”
ต้าซือมิ่งกลับพูดว่า “แบบนี้ก็ดี น่ารักน่าชัง”
“โกหก” จู่ๆ เยี่ยนเสี่ยวเป่าก็พูดอย่างฉลาดว่า “พ่อ โกหกเป่า”
ทว่าต้าซือมิ่งยังลากจิ่วอิงมาเกี่ยวด้วย “ไม่เชื่อเจ้าถามปู่จิ่วเจ้า”
เยี่ยนเสี่ยวเป่ามองไปที่จิ่วอิงด้วยสัญชาติญาณ ฝ่ายหลังกำลังมองเจ้าตัวน้อยที่เต็มไปด้วยใบไม้สีเขียว อดพยักหน้าไม่ได้ว่า “น่ารักจริงๆ” เหมือนกับปีศาจตัวน้อยที่ซ่อนตัวอยู่ในใบไม้ จะไม่น่ารักได้อย่างไร
ถึงอย่างไรจิ่วอิงก็รู้สึกว่าน่ารักมาก น่ารักมากจริงๆ…
ที่สำคัญคือเม่ยเอ๋อร์ยังเสริมว่า “นายน้อยน่ารักที่สุดเลยเจ้าค่ะ”
“เมี๊ยว” เจ้าเหมียวสีขาวก็พยักหน้าตาม
เยี่ยนเสี่ยวเป่าเกาศีรษะ เกาโดนใบไม้ใบหนึ่ง “จริง หรือ”
“แน่นอน (เหมียว)” จิ่วอิง เม่ยเอ๋อร์และเจ้าเหมียวตอบพร้อมกัน
“ฮ่า…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าหัวเราะ
“น่ารักจริงๆ เลย” จิ่วอิงพูดได้เพียงว่าใครกล้าบอกว่าท่านเสี่ยวเป่าไม่น่ารัก เขาจะกินคนนั้น
เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่พึงพอใจแล้วก็เอนตัวพิงแผ่นอกของท่านพ่อ มองใบไม้ใบน้อยมากมายงอกออกจากร่างกายอย่างสงบนิ่ง
อย่าเห็นว่ามีเพียงใบไม้ ‘เลื้อยออกไป’ ในยามจำเป็นใบไม้ทั้งหมดจะกลายเป็นดอกไม้
ในขณะเดียวกัน… ต้าซือมิ่งรู้สึกถึงว่าจุดศูนย์กลางของภูเขาถงซานมีสิ่งมีชีวิตกำลังตื่นจริงๆ และยังเก่าแก่มาก
หากเขาเดาไม่ผิด เกรงว่านี่คงจะเป็นร่างแยกอีกร่างหนึ่งของอวิ๋นเหลียน
ในความเป็นจริง… ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
“…”
อวิ๋นเหลียนที่ค่อยๆ ฟื้นขึ้นอีกครา นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพที่เห็นคือความมืดมิด
อวิ๋นเหลียนจึงรู้ว่า นี่คือสถานที่ที่ต้นไม้กู่ถง ร่างแยกร่างที่สองของตนเองอยู่
ไม้กู่ถงกำเนิดในยุคความโกลาหล เติบโตในยุคกำเนิดโลก หลังจากทำภารกิจเบิกฟ้าเสร็จแล้วก็เหี่ยวเฉา แต่อวิ๋นเหลียนกลั่นหลอมมันกลายเป็นร่างแยกร่างหนึ่งของตนเองและยังดูดพลังของไม้กู่ถงบางส่วนจากพื้นดิน หล่อเลี้ยงแก่นไม้กู่ถงไว้
หากไม่ใช่เช่นนี้ ไม้กู่ถงต้นนี้คงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้
นอกจากนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าร่างแยกร่างนี้ไม่ถูกค้นพบ อวิ๋นเหลียนยังสร้างค่ายกลมิติโบราณไว้ในภูเขาถงซาน ดังนั้นหลายปีมานี้จึงไม่มีผู้ใดรู้ว่าในภูเขาถงซานมีพลังที่เหลงเหลือของไม้กู่ถงอยู่ กระทั่งถูกชุบเลี้ยงแก่นไม้ไว้
แต่สิ่งที่อวิ๋นเหลียนไม่รู้คือตอนที่นางเริ่มใช้ร่างแยกร่างนี้… พลังชีวิตที่หลั่งไหลออกมามากมายก็ถูกดอกไม้ของเจ้าตัวน้อยรู้สึกถึงแล้ว ดังนั้นดอกไม้ดอกน้อยเหล่านี้กำลังเข้าใกล้อวิ๋นเหลียนอย่างเงียบๆ
หรงอี้ที่รับรู้ชัดเจนแล้ว เขาก็มั่นใจว่าศูนย์กลางของไม้กู่ถงมีกลิ่นอายของอวิ๋นเหลียนจริงๆ “รวดเร็วจริงๆ”
“อะไรขอรับ” เสี่ยวเป่าสีเขียวบอกว่าไม่เข้าใจ
ต้าซือมิ่งอธิบายว่า “ดอกไม้ของเจ้ากำลังจะกินคนเลว”
“อ๋อ” เสี่ยวเป่าสีเขียวเกาศีรษะอีกครั้ง จู่ๆ ก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย “พ่อ ผมของเป่า กลายเป็น ใบไม้ด้วยหรือไม่ขอรับ”
ต้าซือมิ่งที่หันไปมองพบว่าเป็นเช่นนั้นจริง “ใช่”
เจ้าตัวน้อยสีเขียวทำท่าจะร้องไห้ “จะเปลี่ยนคืน หรือไม่”
“อาจจะ” ต้าซือมิ่งที่ไม่ค่อยมั่นใจ คิดว่าตามประสบการณ์ของตนเอง ผมของสายเลือดของพวกเขาเอาแต่ใจมาโดยตลอด นึกอยากจะหดก็หด เหมือนกับว่าไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ
อย่างน้อยในความทรงจำของต้าซือมิ่งสมัยเด็ก เจ้าผมนี่หดสั้นลงอย่างไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ดังนั้นเขาจึงไม่มั่นใจว่าผมของเด็กน้อยจะงอกกลับมาหรือไม่
ครานี้เด็กน้อยจะร้องไห้จริงๆ แล้ว น้ำตาอดร่วงลงมาไม่ได้
ต้าซือมิ่งแซว “ร้องทำไม ยังไม่หดเสียหน่อย”
“อ๋อ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่พบว่ามีเหตุมีผลดีกลั้นน้ำตาไว้ รอให้หดกลับไปก่อนค่อยร้อง
จิ่วอิงประหลาดใจ “อี้เอ๋อร์ เจ้าดอกไม้ไปกินอะไรหรือ”
“ร่างแยกร่างที่สองของอวิ๋นเหลียน แก่นไม้กู่ถง”
“เฮ้ย” จิ่วอิงที่เกือบจะกระโดดขึ้นมาตะลึงงัน
ร่างแยกของอวิ๋นเหลียน? ดอกไม้วิเศษของเสี่ยวเป่าจะไปกิน? จะทำได้หรือ? จะไม่ถูกแว้งกัดหรือ?
จู่ๆ จิ่วอิงก็เปลี่ยนอารมณ์จากดูละครเป็นความกังวล “ต้องช่วยเสียหน่อยหรือไม่”
“มิต้อง ดอกไม้วิเศษผสานกับภูเขาถงซาน ขอเพียงเราไม่ทำให้อวิ๋นเหลียนรู้ตัว ดอกไม้ก็จะไม่ถูกพบ” หรงอี้รับรู้ได้อย่างชัดเจน และซ่อนบริเวณที่พวกเขาอยู่ไว้อย่างมิชิดตั้งแต่แรกแล้ว
ดังนั้นแม้อวิ๋นเหลียนจะสัมผัสภูเขาถงซานระมัดระวังตัวมากก็ไม่สามารถรู้สึกถึงสิ่งใดได้เลย ถึงอย่างไรตบะของต้าซือมิ่ง… ไม่มีใครรู้ แม้แต่เยี่ยนอวี๋ก็ไม่รู้ แน่นอนว่า นางเองก็ไม่เคยคิดจะถาม
ส่วนคนอื่นย่อมไม่กล้าถาม บางคนกลัวจะกระทบความรู้สึกตนเอง บางคนก็ไม่กล้าถามจริงๆ
ทว่าแม้จิ่วอิงจะไม่ถาม แต่มันก็มั่นใจในตัวต้าซือมิ่งมาก เพราะว่าตอนที่ต้าซือมิ่งเพิ่งจะอายุเจ็ดแปดขวบ จิ่วอิงก็เกือบจะถูกเขากินไปแล้ว
ดังนั้นจิ่วอิงไม่ต้องถามก็รู้ว่าต้าซือมิ่งเก่งกาจมาก เก่งกาจที่สุด
แต่ว่า… จิ่วอิงคิดว่าเมื่อเทียบกับต้าซือมิ่งแล้ว เสี่ยวเป่าเด็กคนนี้ยังด้อยกว่าจึงรู้สึกเป็นห่วง “ไม่ต้องช่วยจริงๆ หรือ”
ต้าซือมิ่งไม่ได้ตอบ เพราะว่าดอกไม้ ‘ลงมือ’ แล้ว
ขณะที่อวิ๋นเหลียนกำลังจะผสานกับแก่นไม้กู่ถงอย่างสมบูรณ์ จากนั้นจะได้สร้างกฎสังหารเยี่ยนอวี๋บนยอดเขาถงซาน
ฟริ้ง
ดอกไม้ดอกใหญ่รสหมาล่าที่เบ่งบานกลืนกินอวิ๋นเหลียนลงไปท่ามกลางความมืด
*********************