ตอนที่180 ความทรมาน (2)
คล้อยหลังจากที่เซี่ยหลู่เฟิงฟันร่างของนายทหารเตี้ยที่กระเด็นเข้าหาจนขาดครึ่งท่อน เขาก็มิได้คิดจะติดตามนายทหารหัวหน้านายดังกล่าวที่หนีไป แต่เลือกที่จะวิ่งขึ้นยอดเขาต่อแทน เฉพาะยามนี้เท่านั้น เขาเข้าใจได้ทันทีว่า ไฉนเซียถงถึงต้องส่งกลิ่นอายเย็นยะเยือกสุดแสนแผ่ออกมาทุกครั้งที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย
สิ่งนั้นคือความเด็ดเดี่ยวและความกล้าที่จะใช้ชีวิตแลกชีวิต อนึ่งเพื่อข่มขู่คู่ต่อสู้ ทั้งยังเป็นการสร้างสมาธิปลุกกระตุ้นใจวิญญาณแห่งการต่อสู้ให้ตื่นขึ้น
แต่จะอย่างไร หากไม่ใช่เพราะความคิดที่ต้องการช่วยเหลือใครสักคนจากก้นบึ้งจิตใจจริงๆ คงเป็นไปไมได้เช่นกันที่เซี่ยหลู่เฟิงจะสามารถพิชิตศัตรูห้าถึงหกคนโดยเพียงอาศัยขุมพลังแห่งขอบเขาเสาหลักฟ้าตามลำพัง
จุดยอดเขาของป่าสนลูกนี้เป็นพพื้นที่ราบคล้ายทุ่งขนาดใหญ่ และปลายสุดของทุ่งดังกล่าวด้านหนึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน ส่วนอีกฝั่งเป็นป่าดงสนหนาทึบ อยู่ล้อมรอบ
ไป๋หลี่เย่และไป๋หลี่อวี๋อิงยืนอยู่บนขอบหน้าผาดังกล่าว เคียงข้างมีกรงไม้ลักษณ์เรียบง่ายวางไว้อยู่ ซึ่งภายในปรากฏเป็นสาวรูปงามนางหนึ่งอยู่ข้างในนั้น ฉีหมิงเยว่กำลังนอนโทรมสาหัส ดวงตาปิดลงครึ่งหนึ่งอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น
“คิดว่าเซียถงจะตายภายใต้เงื้อมมือของสองพี่น้องตระกูลเซียะหรือไม่? สองคนนั้นค่อนข้างแข็งแกร่งมาก!”
ไป๋หลี่อวี๋อิงเหลือบหางตามองฉีหมิงเยว่พลางเอ่ยถามขึ้นคำหนึ่ง
“หากนังอัปลักษณ์ต้องตายด้วยเงื้อมมือของสองพี่น้องคู่นั้นจริง คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก! เพราะข้ายังจัดงานแสดงชุดใหญ่เผื่อให้นางไว้ด้วยหลังจากนั้น!”
ไป๋หลี่เย่ปั้นหน้าพอใจเล็กน้อย
หากเซียถงต้องมาตายกับแค่เรื่องโดนซุมโจมตีระหว่างขึ้นเขา ไป๋หลี่เย่จะรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง เพราะนั้นหาใช่การตายที่ทรมานอันใดเลย และนางไม่สมควรต้องตายสบายเช่นนั้น ซึ่งหากตายเพราะแค่นี้จริงๆ เขาหรือจะสามารถขจัดความเกลียดชังเหล่านี้ในหัวใจทิ้งได้?
ทอดสายตามองไปยังฝั่งป่าดงหนาทึบอยู่สักครู่ สองพี่น้องต่างรอคอยการปรากฏกายขึ้นของเซียถงอย่างใจจดใจจ่อ เพราะหากนังอัปลักษณ์นั่นเสียชีวิตระหว่างขึ้นเขา การแสดงที่สุดแสนจะยอดเยี่ยมที่พวกเขาเตรียมไว้หลังจากนี้ เกรงว่าจะต้องเสียเปล่าแล้ว
นี่เป็นการแสดงที่วิเศษที่สุดตั้งแต่ไป๋หลี่เย่และไป๋หลี่อวี๋อิงคิดแผนการกันมา และสิ่งนี้จะทำให้เซียถงทนทุกข์ทรมานจนต้องร้องขอความตาย! เพราะแบบนี้พวกเข่าทั้งคู่จึงตั้งหน้าตั้งตาคอยกันอย่างยิ่ง
ไม่นานหลังจากนั้น ก็มีชายร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นบนเส้นทางที่ทอดยาวสู่ยอดเขา เขาเดินตรงออกมาท่ามกลางป่าดงหนาทึบ เคลื่อนเข้ามาใกล้บริเวณหน้าผามากขึ้นเรื่อยๆ ลักษณ์เป็นชายร่างสูง เนื้อตัวแต็มไปด้วยเลือดชุ่ม ใบหน้าซีดเซียวพร้อมกระบี่เล่มหนึ่งที่หักครึ่งอยู่ในมือ ย่างเท้าสืบเข้าหาทีละก้าวอย่างอยากลำบาก
“เซี่ยหลู่เฟิง?”
เมื่อเห็นการปรากฏตัวของผู้มาถึง ไป๋หลี่เย่ก็หรี่ตาแคบเจือแววประหลาดใจ พอพยายามเหลือบมองไปยังด้านหลังเซี่ยหลู่เฟิง กลับไม่มีพบใครอยู่เลย
เซียถงล่ะ? ไฉนนางถึงยังไม่ปรากฏตัว?
“นี่ ไฉนมาคนเดียว? เซียถงอยู่ไหน? หรือเป็นไปได้ไหมว่า…นังนั่นจะตายระหว่างทางไปเสียแล้ว?”
ไป๋หลี่อวี๋อิงก้าวออกไปตรงหน้า เอ่ยปากถามเซี่ยหลู่เฟินปนน้ำเสียงหงุดหงิด
“เซียถง… นางตายแล้ว แต่ข้ามาถึงตามที่กำหนด ฉะนั้นจะให้ทำอย่างไรตอถึงจะยอมปล่อยฉีหมิงเยว่ออกไป?”
เซี่ยหลู่เฟิงทำตามคำพูดของไป๋หลี่อวี๋อิงทุกอย่าง ซึ่งเขาก็มาถึงเที่ยงพอดี และยังทำตามที่ไป๋หลี่เย่เคยยื่นข้อเสนอกับตน โดยการปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดคิดวา เซียถงตายไปแล้วจริงๆ เท่านี้เงื่อนไขทุกอย่างที่ใช้สำหรับปล่อยตัวฉีหมิงเยว่ให้เป็นอิสระก็สมบูรณ์แล้ว เขาก็ได้แต่หวังว่า สิ่งที่ไป๋หลี่อวี๋อิงและไป๋หลี่เย่เคยให้สัญญากันไปจะเป็นจริงบ้าง
เมื่อกล่าวออกไปแบบนั้น เขาก็ส่งสายตาทอดมองไปยังด้านหลังของไป๋หลี่อวี๋อิง แลเห็นเป็นกรงไม้ขนาดใหญ่ที่มีฉีหมิงเยว่ถูกขังอยู่ภายในนั้น เมื่อได้เห็นสภาพของนาง เซี่ยหลู่เฟิงถึงกับส่ายหัวอย่างลับๆ ภายในใจทันที หลายวันที่ผ่านมา หญิงสาวนางนี้โดนทรมานไปมากขนาดไหนกันแน่?
หากไม่ใช่เพราะเขา นางหรือจะต้องกลายมาเป็นเพาะรับบาปที่ต้องมาแบกรับความเกลียดชังสุดแสนแทนตน?
หากไมใช่เพราะเขา นางหรือจะตกอยู่ในสภาพอันเวทนาเฉกเช่นนี้?
“เซียถงตายแล้วจริงๆ งั้นรึ?”
ไป๋หลี่เย่เอ่ยถามขึ้นประโยคหนึ่ง มีท่าทีค่อนข้างประหลาดใจมาก อาศัยความแกร่งกล้าของเซียถง มีหรือที่นางจะตายง่ายดายปานนั้น? เรื่องดังกล่าวทำเอาเขาไม่ค่อยอยากจะเชื่อหูตัวเองเท่าไหร่นัก แต่ในเมื่อภาพฉากตรงหน้ามันเป็นเช่นนั้น ทั้งยังเซี่ยหลู่เฟิงที่เดินขึ้นเขาโผล่มาคนเดียวอีก ไม่อยากจะเชื่อแค่ไหน เขาก็ต้องจำใจเชื่อ เพราะเขาทราบดี นิสัยอย่างเซียถง เว้นเสียแต่ว่านางตายไปแล้ว ผู้หญิงคนนั้นจะไม่ยอมปล่อยให้เซี่ยหลู่เฟิงบุกมาถึงยอดเขาเพียงตัวคนเดียวแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ส่ายหัวไปมาด้วยความเศร้าโศก เดิมทีแผนการที่เขาวางเอาไว้คือ ใช้สองพี่น้องตระกูลเซียะและการซุ่มโมตีระหว่างทางเพื่อสร้างบาดแผลสาหัสแก่เซียถงเมื่อเดินทางมาถึงยอดเขา จากนั้นก็จะใช้ทุกวิถีทางที่เตรียมเอาไว้เพื่อสร้างความทรมานสุดแสนให้แก่นาง ชนิดที่ว่านางต้องเอ่ยปากร้องขอความตายจากเขา! แต่ใครจะไปคาดหวังกันว่า นางจะตายง่ายดายปานนี้จริงๆ หากเช่นนั้นแล้ว ความอาฆาตพยาบาทที่ฝังลึกในใจดวงนี้ของเขา ใครกันที่จะสามารถชำระล้างออกไปได้?
สีหน้าการแสดงออกดูมืดทมิฬลงทันควัน ไป๋หลี่เย่จับจ้องเซี่ยหลู่เฟิงตาเขม็ง ภายในใจเปี่ยมล้นไปด้วยความหงุดหงิดปนเสียดาย
“เซียถงมันตายแล้วจริงรึ? ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆๆ! ดี! ดี! ตายลงไปได้ก็ดี!!”
ในทางตรงกันข้าม ไป๋หลี่อวี๋อิงระเบิดหัวเราะชอบอกชอบใจเสียงดังสนั่น ในที่สุดหนามที่คอยทิ่มตำหัวใจของนางก็ถูกกำจัดไปเสียที! นี่เป็นอะไรที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง!
หลังจากระเบิดหัวเราะไปได้สักครู่จาสาแก่ใจ นางถึงค่อยหยุดลงในท้ายที่สุด เคลื่อนสายตามองไปทางเซี่ยหลู่เฟิง ส่อแววเลือดเย็นไร้เมตตาส่งมอบไปให้ ในเมื่อเซียถงมันตายไปแล้ว เช่นนั้นจะใช้หมอนี่มาแทนที่เซียถง อย่างน้อยก็พอที่จะขจัดความขุ่นเคืองที่ติดค้างภายในใจของนางได้อีกสักเล็กน้อย
“เซี่ยหลู่เฟิง เซียถงได้ตายลงไปแล้ว เช่นนั้นก็เป็นเจ้าที่ต้องชดใช้หนี้แค้นแทนนาง!”
ไป๋หลี่อวี๋อิงสืบเท้าก้าวย่างตรงออกไปข้างหน้าและกล่าวออกมา
“ข้าย่อมชดใช้หนี้แค้นแทนเซียถงเอง แต่องค์หญิงจะยอมปล่อยฉีหมิงเยว่ไปหรือไม่?”
เซี่ยหลู่เฟิงหดสายตาหรี่แคบ ตัดสลับภาพจากฉีหมิงเยว่มาจับจ้องที่ไป๋หลี่อวี๋อิง
“เจ้าไม่มีคุณสมบัติมาต่อรองกับพวกเราในเวลานี้”
ไป๋หลี่เย่ชักกระบี่เล่มยาวกระชับจับไว้ด้วยมือข้างขวาที่เหลืออยู่ หันคมกระบี่จ่อไปทางร่างฉีหมิงเยว่ที่นอนโทรมอยู่ภายในกรงไม้ เหลือบหางตามองเซี่ยหลู่เฟิงเล็กน้อยและกล่าวว่า
“ข้าได้ยินมาว่า หน้าผาแห่งนี้ลึกยิ่งกว่าหุบเหว หากฉีหมิงเยว่ตกลงไป คิดว่าร่างของนางจะแหลกเละเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเลยหรือไม่?”
“ต้องการอะไร?”
สีหน้าการแสดงออกของเซี่ยหลู่เฟิงแปรเปลี่ยนได้อย่างมาก ลูกตาตีบแคบมองติดตามไปยังปลายคมกระบี่ในมือของไป๋หลี่เย่ไม่เสื่อมคลาย ภายในใจกลัวเหลือเกินว่า อีกฝ่ายจะฟันคลื่นกระบี่ให้กรงไม้ร่วงตกหน้าผาลงไป
“ง่ายมาก เจ้ามาที่นี่ก็เพื่อฉีหมิงเยว่ใช่หรือไม่? เช่นนั้นข้าจะปูพรมให้เจ้า!”
กล่าวจบ ไป๋หลี่อวี๋อิงก็ปรบมือส่งเสียงดัง ทันใดนั้นก็มีทหารหลายสิบนายเดินออกมาจากป่าเคียงข้าง แบกถังเหล็กขนาดยักษ์ที่ภายในนั้นบรรจุถ่านร้อนระอุสีแดงเดือด แค่ควันทีระเหยออกมา มันร้อนซะจนทำให้ห้วงอากาศบิดเบี้ยว
นายทหารเหล่านั้นช่วยกับแบกคนละไม้ละมือ และช่วยกันเทราดใส่เป็นทางยาว สร้างเป็นถนนเปลวเพลิงอันร้อนระอุสายหนึ่ง ทอดยาวระหว่างเซี่ยหลู่เฟิงไปหาฉีหมิงเยว่
“ถอดรองเท้าของเจ้าออกซะ หากต้องการช่วยชีวิตฉีหมิงเยว่ก็จงเดินฝ่าเข้ามาด้วยเท้าเปล่า!”
ไป๋หลี่เย่กล่าวอธิบายพร้อมมองหน้าเซี่ยหลู่เฟิง
เซี่ยหลู่เฟิงพยักหน้าตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย พร้อมถอดรองเท้าออกพลางเหลือบสายตามมองถ่านหินสีแดงเดือดตรงหน้า ทั้งยังมีเปลวไฟลุกโชนฉาบเคลือบเป็นทางยาว
นับเป็นการทรมานผู้คนที่ผิดมนุษย์อย่างแท้จริง ต่อให้เป็นยอดฝีมือคนหนึ่งก็เกรงว่าต้องสะทกสะท้านใจกันบ้าง
เคลื่อนสายตามองไปยังฉีหมิงเยว่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เซี่ยหลู่เฟิงค่อยๆ ยกเท้าเปล่าเปลือยขึ้นข้างหนึ่ง และบรรจงเหยียบลงบนถ่านหินร้อนระอุสีแดงโดยตรง สีหน้าของนายทหารโดยรอบบางคนถึงกับปั้นหน้าเหยเก ทนมองไม่ไหว
รอยยิ้มน่าเกลียดสุดแสนพลันแสยะฉีกกว้างประดับใบหน้าของไป๋หลี่เย่ ถึงเขาจะไม่มีโอกาสได้ทรมานเซียถงแล้ว แต่อย่างน้อยได้ทรมานเซี่ยหลู่เฟิงแทนก็ไม่เลวเลยทีเดียว เขายังไม่เคยลืมเลือนเหตุการณ์ในวันนั้น ตอนที่ฉีหมิงเยว่ชงชาบุปผามอบให้เซี่ยหลู่เฟิงแทนที่จะเป็นตัวเขา! ทั้งยังเดินผ่านกันซึ่งหน้าทำให้เขากลายเป็นตัวตลกในสายตาของทุกคนในเวลานั้น!