คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 396 ไหนใครบอกไม่มีแอ๊กเคานท์เว็บบอร์ดเอ็นโอเค

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

ตอนที่ 396 ไหนใครบอกไม่มีแอ๊กเคานท์เว็บบอร์ดเอ็นโอเค

ขนตาของเขายาวมาก ผิวพรรณขาวผ่อง

ดวงตาสีอำพันลุ่มลึก เปล่งประกายชวนหลงใหล

วินาทีถัดมาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ของเขา พูดอย่างใจเย็น “เกือบสองเดือนแล้ว ว่าที่แฟนสาว จะเลื่อนขั้นให้ได้หรือยัง”

สีหน้าของอิ๋งจื่อจินชะงัก เธอเลิกคิ้ว “จีบต่ออีกหน่อย ฉันยังไม่ใจอ่อน รอฉันใจอ่อนแล้วค่อยว่ากัน”

“เยาเยา เธอใจแข็งมากนะ” ฟู่อวิ๋นเซินจับมือของเธอ น้ำเสียงหยอกเย้า “ลองจับดูสิ หัวใจของพี่ชายอ่อนยวบมากแล้ว”

อิ๋งจื่อจินชักมือของตัวเองกลับอย่างไร้เยื่อใย จากนั้นก็เหยียบเท้าเขา

ฟู่อวิ๋นเซินถอยหลังหนึ่งก้าว อดหัวเราะไม่ได้ “เอาล่ะ พี่ชายไม่พูดแล้ว ให้จีบไปตลอดชีวิตก็ได้ ไม่อย่างนั้นพี่ชายคงทำได้แค่เป็นโสดแล้ว”

พูดจบเขาก็ยื่นอาหารเช้าที่ซื้อมา พูดเสียงเนือย “มีซาลาเปาน้ำที่เธอชอบ”

อิ๋งจื่อจินเงียบไปเล็กน้อย “เพิ่งเคยจีบสาวครั้งแรกจริงเหรอ”

เธอเองก็ดูละครน้ำเน่ามาหลายเรื่อง ยังไม่เคยเจอแบบนี้

“พูดให้ถูกคือ เป็นครั้งแรกที่ชอบใคร” ฟู่อวิ๋นเซินหลบสายตา ข่มความรู้สึกไม่ให้เอามือลูบหัวเธอ “ทำไมเหรอ”

อิ๋งจื่อจินฉีกถุงนมเปรี้ยว “ดูไม่ออกเลยจริงๆ”

“อืม อาจเพราะ…” ฟู่อวิ๋นเซินเอามือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า ดวงตาดอกท้อโค้งมน น้ำเสียงเรื่อยเปื่อย “นี่ก็คืออัจฉริยะที่ไม่ต้องมีอาจารย์ก็เก่งได้แหละมั้ง”

เวลานี้มีเสียงดังมาจากทางขวาด้านหลังของทั้งสองคน

“ดูท่าอาการป่วยของนายจะหายดีแล้วจริงๆ ความจริงเป็นที่ประจักษ์ การสะกดจิตยังรักษาได้ช้ากว่ามีความรัก”

อิ๋งจื่อจินหันไป

ห่างออกไปไม่กี่เมตร อวี้เสวี่ยเซิงยืนอยู่ตรงนั้น ยิ้มบาง

ดูเหมือนเขาจะชอบใส่สีขาว ทั้งปีไม่เคยเห็นเขาใส่เสื้อผ้าสีอื่น

“นายเข้ามาได้ยังไง” ฟู่อวิ๋นเซินก็หันมา “ใช้วิธีสะกดจิตเหรอ”

นักเรียนหนึ่งคนจะพาคนในครอบครัวเข้าเขตที่พักได้แค่คนเดียว

อิ๋งจื่อจินเอาสิทธิ์นี้ให้ผู้เฒ่าจง

ดังนั้นต่อให้เป็นอิ๋งเทียนลี่ว์ก็ทำได้แค่รอการแข่งขันเริ่มแล้วซื้อตั๋วเข้ามา

อวี้เสวี่ยเซิงแค่ยิ้ม ไม่ทุกข์ร้อน “เรื่องเล็กน้อย”

อิ๋งจื่อจินเลิกคิ้วเล็กน้อย

ถ้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของที่นี่รู้ว่านักสะกดจิตอันดับสองของโลกปะปนเข้ามาในนี้ ไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไร

ด้วยความสามารถของอวี้เสวี่ยเซิง สะกดจิตคนหลายแสนทั้งเมืองมหาวิทยาลัยไม่ใช่เรื่องยาก

อิ๋งจื่อจินพูด “ไปนั่งเล่นที่หอน้ำชาข้างหน้าเถอะ”

ภายในเมืองมหาวิทยาลัยมีรูปแบบอาคารของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ก็เพื่อเติมเต็มความต้องการของนักเรียนที่มาจากหลากหลายประเทศ

นี่เป็นหอน้ำชาสไตล์โบราณที่เลียนแบบประเทศจีน

หลังจากทั้งสามคนขึ้นไปนั่งที่ชั้นสอง อวี้เสวี่ยเซิงก็พูดขึ้น “อันที่จริงฉันมาถึงตั้งแต่เมื่อวานแล้ว จากนั้นก็ไปที่โรงเรียนเอลาน ดูเด็กเทพคนนั้น ไอริน่า”

ดวงตาหงส์ของอิ๋งจื่อจินหรี่ลงเล็กน้อย “มีตรงไหนที่พิเศษไหม”

“ผมลองดูแล้วนะ” อวี้เสวี่ยเซิงพยักหน้า “อาการป่วยของเธอรักษาหายด้วยการสะกดจิตจริง เธอเองก็มีความรู้ไม่น้อยเกี่ยวกับหลายศตวรรษก่อน มีความเป็นไปได้สูงว่า ถูกปลุกอดีตชาติระหว่างทำการสะกดจิต”

“พูดว่าอดีตชาติก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะเดิมทีนี่ก็เป็นความทรงจำส่วนหนึ่งของเธอ เพียงแต่ถูกกดไว้ในจิตใต้สำนึก การสะกดจิตเป็นการขุดเอามันออกมา”

“แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีความทรงจำแบบนี้ ดังนั้นเคสที่คล้ายคลึงกันนี้จึงแทบนับนิ้วได้เลยจากทั่วโลก ผมเองก็เคยเจอแค่ครั้งเดียว”

“นักสะกดจิตที่ปลุกความทรงจำส่วนนี้ขึ้นมาได้ย่อมมีชื่อเสียงบนชาร์ต”

นิ้วของฟู่อวิ๋นเซินเคาะโต๊ะเบาๆ “เดี๋ยวฉันจะให้คนไปสืบดู”

“ไม่ว่ายังไงไอริน่าคนนี้ก็มีระดับความรู้ที่เทียบเท่านักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งเลยทีเดียว” อวี้เสวี่ยเซิงยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ ยิ้มเล็กน้อย “คุณอิ๋งต้องระวังหน่อยแล้วนะครับ”

อิ๋งจื่อจินพยักหน้าเบาๆ “ฉันจะระวังค่ะ”

เธอนั่งอีกสักพักถึงลุกขึ้น “พวกคุณคุยกันไปนะคะ ฉันจะไปห้องทดลองของเกอร์เวนค่ะ”

เวลาเก้าโมงผู้ช่วยของเกอร์เวนก็รออยู่ด้านนอกตึกห้องทดลอง

ถึงแม้เกอร์เวนจะบอกไว้ก่อนแล้ว แต่พอผู้ช่วยเห็นเด็กสาวอายุน้อยขนาดนี้ก็ยังคงตะลึง หายใจหายคอไม่สะดวก

ทางยุโรปต่างรู้ว่าไอริน่าอายุสิบเจ็ดปีก็กลายเป็นนักวิจัยของห้องทดลองแห่งหนึ่งแล้ว สร้างความฮือฮาไปทั่ว

แต่ห้องทดลองแห่งนั้นก็ยังเทียบชั้นกับห้องทดลองของเกอร์เวนไม่ได้

นี่ไม่เท่ากับแสดงให้เห็นว่าเด็กสาวคนนี้เก่งกว่าไอริน่าอีกเหรอ

ห้องทดลองของเกอร์เวนเป็นอาคารที่มีทั้งหมดแปดชั้น ห้องทำงานของเขาอยู่ชั้นบนสุด

พออิ๋งจื่อจินขึ้นไปแล้วก็เคาะประตู

เกอร์เวนเดินมาเปิดประตูด้วยตัวเอง เขาดีใจมาก “อิ๋ง มาได้เวลาพอดี ผมกำลังรวบรวมข้อมูลล่าสุดของห้องทดลอง”

อิ๋งจื่อจินพยักหน้าแล้วเดินเข้าไป

ภายในห้องทำงานรกมาก กองหนังสือเยอะแยะมากมาย

เธอกวาดตามอง เหลือบเห็นกระดาษที่เก่าจนเป็นสีเหลืองหลายใบอยู่อีกด้านหนึ่งของโต๊ะทำงาน ในนั้นเป็นภาษาอังกฤษโบราณ

เกอร์เวนสังเกตเห็นสายตาของเธอ จึงอธิบายให้ฟัง “นั่นเป็นเอกสารที่เพิ่งขุดเจอเมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งซ่อมแซมเสร็จ แต่น่าเสียดายที่เขียนด้วยภาษาอังกฤษโบราณทั้งหมด ยากเกินไป ทางสำนักแปลยังไม่ได้แปลออกมา”

“ไม่ต้องค่ะ” อิ๋งจื่อจินหยิบขึ้นมาหนึ่งใบ “ฉันพอเข้าใจอยู่บ้าง”

เธอหยิบปากกาแล้วแปลหนึ่งหน้าเสร็จอย่างรวดเร็ว

“อิ๋ง คุณเข้าใจภาษาอังกฤษโบราณด้วยเหรอ” เกอร์เวนสวมแว่นตา รับมาดู เขารู้สึกเซอร์ไพรส์มาก “เยี่ยมไปเลย ต่อไปผมไม่ต้องไปหานักภาษาศาสตร์แล้ว คนพวกนั้นหัวโบราณ คุยแล้วเหนื่อย”

พอได้ยินแบบนี้สีหน้าของอิ๋งจื่อจินก็ชะงัก “แบบนั้นดูจะไม่ค่อยดี”

ดูเหมือนเธอจะสร้างความยุ่งยากให้ตัวเองแล้ว

“คุณเอาข้อมูลพวกนี้ไป” เกอร์เวนเอาเอกสารใส่แฟ้มแล้วยื่นให้เธอ “เก็บให้ดี ห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด”

คิดแล้วก็ถามต่อ “อีกเดี๋ยวคุณจะไปไหน”

“อาจารย์ของโรงเรียนเอลานจะพาพวกเราไปเยี่ยมชมห้องทดลองอีกด้านหนึ่ง” อิ๋งจื่อจินตอบ “แล้วก็ศูนย์วิจัยด้วยค่ะ”

เกอร์เวนไม่เคยสนใจห้องทดลองอื่น เขาแค่พยักหน้า “งั้นรีบไปเถอะ ไว้คุณอ่านข้อมูลพวกนี้จบ ถ้ามีตรงไหนไม่เข้าใจค่อยมาถามผมได้”

สามสิบนาทีต่อมา อิ๋งจื่อจิน เถิงอวิ้นเมิ่ง เฟิงเย่ว์ ก็มารวมตัวกัน

การเยี่ยมชมครั้งนี้ก็มีการแบ่งกลุ่ม โรงเรียนเอลานสิบคนรวมไอริน่ากับนักเรียนจากประเทศจีนหกคนอยู่กลุ่มเดียวกัน

และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่อิ๋งจื่อจินได้เจอไอริน่า

เธอดันปีกหมวกขึ้นแล้วมองไป

ไอริน่ามีหน้าตาที่ธรรมดา แต่สีหน้าและแววตาของเธอไม่เข้ากับอายุสิบเจ็ดปี

“วันนี้อาจารย์ไม่อยู่ พวกเราจะพาพวกเธอไป” นักเรียนชายผมทองคนหนึ่งเดินเข้ามา พูดเป็นเชิงดูถูก “ก็แค่ไม่รู้ว่าพวกเธอจะเข้าไปได้หรือเปล่า”

คำพูดเดียวทำให้เฟิงเย่ว์โมโหมาก เขาพับแขนเสื้อขึ้น กำลังจะเดินเข้าไปหาเรื่อง แต่ถูกเถิงอวิ้นเมิ่งห้ามไว้

สองมือของอิ๋งจื่อจินล้วงกระเป๋า เธอพูด “นำทางไปสิ”

นักเรียนชายผมทองข่มอารมณ์โมโหไว้ ทำเสียงฮึดฮัดแล้วเดินนำหน้า

หลังจากนั่งรถมาสิบกว่านาทีก็ไปถึงศูนย์วิจัยอย่างรวดเร็ว

ไอริน่าเดินขึ้นหน้าก่อน ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่ง “รบกวนด้วยค่ะ ฉันต้องการพาคนเหล่านี้เข้าไป”

เจ้าหน้าที่ที่อยู่ตรงทางเข้ารับมา กรอกชื่อผู้ใช้งานที่อยู่ในกระดาษลงบนคอมพิวเตอร์ ดวงตาเปล่งประกาย “คุณไอริน่าครับ คราวก่อนที่เจอกัน แอ๊กเคานท์ของคุณยังอยู่แค่ระดับอี ตอนนี้ขึ้นมาระดับซีแล้ว คุณพาเข้าไปได้สิบคนครับ”

“ได้ยินหรือยัง” นักเรียนชายผมทองหันมา พูดถากถางต่อ “ถ้าอยากเข้าศูนย์วิจัยแห่งนี้ต้องมีแอ๊กเคานท์ของเว็บบอร์ดเอ็นโอเค แม้แต่เว็บบอร์ดเอ็นโอเคคืออะไรพวกเธอก็ไม่รู้สินะ”

“น่าเสียดาย ที่แอ๊กเคานท์ของไอริน่าพาเข้าไปได้แค่สิบคน พวกเรามีกันพอดี พวกเธอเข้าไปไม่ได้”

เถิงอวิ้นเมิ่งไม่เคยได้ยินชื่อเว็บบอร์ดนี้จริงๆ เธอกัดฟัน “จื่อจิน พวกเขาจงใจ”

นับตั้งแต่มาถึงที่นี่ นักเรียนพวกนี้ของโรงเรียนเอลานก็ดูถูกพวกเขาตลอด เห็นได้ชัดว่าอยากทำให้พวกเขาดูแย่

อิ๋งจื่อจินเหลือบตาขึ้น กวาดตาดูเล็กน้อย

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา กดเปิดแอปฯ ที่ทำเอง ล็อกอินเข้าเว็บบอร์ดเอ็นโอเค

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเป็นฝ่ายเคาะเรียกหนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาพันธ์ลับก่อน

เทพพยากรณ์ : [ในเว็บบอร์ดเอ็นโอเคมีคนยุโรปเยอะขนาดนี้เลยเหรอ คนธรรมดาก็เข้าได้แล้วเหรอ แถมยังกลายเป็นบัตรผ่านเข้าบางสถานที่ได้ด้วย]

10 : [? (ตกใจ)]

10 : [อ๋อ หมายถึงหน้าหลักใช่ไหม อินเตอร์เน็ตพัฒนาไปไกลขนาดนี้ แพร่หลายเร็วมาก ตรงหน้าหลักมีคนเข้ามาเยอะจริงๆ โดยเฉพาะพวกวงการระดับสูง มีเข้ามาอยู่ไม่น้อย ผมดูแล้ว จำนวนผู้ใช้งานในหน้าหลักสูงถึงห้าสิบล้าน เก้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็นบัญชีผู้ใช้งานระดับเอฟ พวกเขาก็แค่แอ๊กเคานท์ระดับล่าง]

10 : [แต่โดยพื้นฐานพวกเขาเข้าสมาพันธ์ลับไม่ได้ ให้ตายก็อยู่ได้แค่ระดับบี วางใจได้ๆ ความลับของโลกใช่ว่าใครก็รู้ได้ ถ้าไม่เข้าพื้นที่ปิด นี่ก็แค่เว็บบอร์ดทั่วไป]

10 : [อีกอย่าง สาเหตุที่มีคนยุโรปเยอะ เพราะสมาพันธ์ลับก่อตั้งในยุโรป ลืมตอนที่พวกเราก่อตั้งมันขึ้นมาแล้วเหรอ คุณเองก็รู้ ทางประเทศจีนมีทั้งโลกจอมยุทธ์ โลกแพทย์แผนโบราณ ปกปิดกันขนาดนั้น ตอนนั้นผมก็ไม่ได้อยากให้สมาพันธ์ลับเข้าสู่ประเทศจีนอยู่แล้ว]

อิ๋งจื่อจินละสายตา

จอมยุทธ์อายุมากที่วิทยายุทธ์ล้ำเลิศหลายคนก็ไม่เห็นเว็บบอร์ดเอ็นโอเคอยู่ในสายตา

แม้แต่พวกชาร์ตต่างๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวต่างชาติ

แต่ในความเป็นจริง ถ้าจอมยุทธ์ออกมาปรากฏตัวต่อสาธารณชน เกรงว่าห้าสิบอันดับแรกของชาร์ตนักฆ่าคงต้องเปลี่ยนคนแล้ว

มีจอมยุทธ์ปกป้องประเทศจีนอยู่ นักล่าที่ชื่อเสียงโหดเหี้ยมพวกนั้นต่างไม่กล้าเหยียบเข้ามาแม้แต่น้อย

ไอริน่ากวาดตามองทั้งหกคน ไม่ได้ให้ความสนใจอะไร เธอก้าวเดิน “ไปเถอะ”

ในสายตาของเธอ มีแค่อันดับหนึ่งของชาร์ตรวมทั่วโลกเท่านั้นที่มีคุณสมบัติแข่งขันเวทีเดียวกับเธอได้

คนพวกนี้ไม่คู่ควรอยู่ในสายตาของเธอเลยสักนิด

พวกนักเรียนมอปลาย ต่อให้อัจฉริยะประสบการณ์สูง ยังจะสูงถึงไหนได้

แม้แต่เว็บบอร์ดเอ็นโอเคก็ไม่รู้จัก ประเทศจีนปิดกั้นมากจริงๆ

อิ๋งจื่อจินเงยหน้าขึ้นพูด “แอ๊กเคานท์ของเว็บบอร์ดเอ็นโอเคเหรอ ได้”

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
ชาตินี้เธอขอแค่ได้ปลูกดอกไม้ เลี้ยงหมู กลายเป็นมอดที่สุขสบายที่สุดก็พอ เพื่อชีวิตวัยเกษียณอันสุขสบายสงสัยงานนี้ต้องลงแรงกันหน่อย!อิ๋งจื่อจิน คือลูกเลี้ยงแห่งตระกูลอิ๋งตระกูลเลื่องชื่อแห่งเมืองฮู่เฉิง พ่วงตำแหน่งคลังเลือดมีชีวิตของอาสาวเธอถูกรังแกสารพัด เป็นเด็กหัวไม่ดีที่แม่แท้ๆ ยังไม่อยากยอมรับแต่นั่นเป็นเรื่องก่อนที่ ‘เธอ’ จะตื่นขึ้นเธอเคยมีชีวิตอยู่เมื่อหลายร้อยปีก่อน หลายตัวตน หลายฐานะ ไม่ว่าจะเป็นหมอ แม่มด ผู้บำเพ็ญ ได้รู้จักกับบุคคลในตำนานมากมายแต่นั่นก็เป็นเรื่องนานมาแล้ว…ชาตินี้เธอเลยอยากลองเป็นมอดที่มีความสุขไร้กังวล ใช้ชีวิตวัยเกษียณให้สุขสบายดูบ้างจัดการคนในตระกูล ฟาดหน้าเพื่อนตัวร้าย ขึ้นเป็นหัวโจกโรงเรียนเอาเถอะ อยากสบายก็ต้องลำบากก่อน กวาดมันให้ราบก่อนค่อยว่ากัน!อิ๋งจื่อจิน “มาตกลงกันหน่อย เลิกเรียกฉันว่าเด็กน้อยได้ไหม”“อายุห่างสามปีก็มีช่องว่างระหว่างวัยแล้ว พี่ชายคนนี้โตกว่าเธอห้าปี เธอไม่ใช่เด็กน้อยจะเป็นอะไร”อิ๋งจื่อจินชะงัก ขมวดคิ้ว “พี่ชายเหรอ”ดวงตาดอกท้อหรี่ลง “เรียกพี่ชายให้ฟังอีกครั้งซิ”“ฝันเก่งนะคุณ”“…”ได้ การเจรจาล้มเหลว ฟู่อวิ๋นเซินยอมแพ้เด็กน้อยหลอกยากพอตัว

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท
Close Ads ufanance
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สมัคร ufabet
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตฟรีสปิน