ตอนที่ 351 ต้นไม้แห่งชีวิต?
ตอนที่ 351 ต้นไม้แห่งชีวิต?
มนุษย์พวกนี้เก่งเรื่องเสพสุขกันเสียจริง พวกเขาคิดค้นวิธีการเอาเนื้อพวกนี้มาทำเป็นอาหารอันแสนอร่อยได้อย่างไรกัน?
นากาครุ่นคิดขณะก้มหน้ากิน ตอนที่มันจู่โจมอาณาเขตของมนุษย์ก่อนหน้านี้ มันไม่ยักจะรู้ว่าอาหารของพวกมนุษย์อร่อยเลย มันก็แค่เติมเกลือนิดหน่อยไม่ใช่เหรอ?
ทว่ามื้ออาหารในวันนี้กลับทำลายความเข้าใจดั้งเดิมของมัน
เสี่ยวอ้ายเหลือบมองมันด้วยสายตาดูถูก กินได้ป่าเถื่อนเหลือเกินนะ! ดูเสียก่อนว่าใครคือนายท่านของเรา? และเธอจะกลายเป็นจักรพรรดินีที่แข็งแกร่งที่สุดในห้วงดวงดาว!
เหตุใดเสี่ยวอ้ายถึงรับรู้ความผันผวนทางพลังดวงดาวของสวี่หลิงอวิ๋น? นั่นเป็นเพราะการมีอยู่ของต้นไม้แห่งชีวิต
นายท่านคนก่อนของมันเสียชีวิตลงไปนานแล้ว และได้ทิ้งคำทำนายเอาไว้ โดยนายท่านคนก่อนบอกกับมันว่าจะมีบุคคลหนึ่งนำพาต้นไม้แห่งชีวิตกลับคืนสู่ความสงบสุขให้กับห้วงดวงดาวอีกครั้ง
อันที่จริงน้อยคนนักจะรู้ว่าห้วงดวงดาวที่สวี่หลิงอวิ๋นกับมนุษย์คนอื่นอาศัยอยู่เป็นเพียงชิ้นส่วนขนาดเล็กที่ถูกค้นพบในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล
นอกจากกลุ่มพันธมิตรของห้วงดวงดาวพวกนี้แล้ว ยังมีพื้นที่จักรวาลอันกว้างใหญ่ และมีสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ รวมถึงเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เกิดใหม่อีกด้วย
กาแล็กซีที่สวี่หลิงอวิ๋นและผู้คนทั้งหลายอาศัยอยู่ไม่ใช่กาแล็กซีที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล เสี่ยวอ้ายผู้มีประสบการณ์มาอย่างโชกโชนพบว่ากาแล็กซีแห่งนี้เป็นเพียงกาแล็กซีระดับกลางไปจนถึงระดับล่างเท่านั้น
ด้วยการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่สามารถรับประกันได้ว่ากาแล็กซีนี้จะไม่ตกเป็นเป้าหมายของกองกำลังจากจักรวาลอื่น
อันที่จริงเอเลี่ยนพวกนี้ก็มาจากด้านนอกของพันธมิตรห้วงดวงดาวเช่นกัน
ในฐานะที่เสี่ยวอ้ายซึ่งเป็นเหมือนชายชราที่มีชีวิตอยู่มาหลายปี มันพบว่ามนุษย์ทั้งหลายที่ยังคงดำรงชีวิตอยู่ที่นี่ล้วนเป็นลูกหลานของนายท่านคนเดิมของมัน
นับตั้งแต่เกิดสงคราม ลูกหลานเหล่านี้สูญเสียพลังจิตในการสร้างต้นไม้แห่งชีวิตขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ มันไม่ง่ายเลยที่จะสร้างต้นไม้แห่งชีวิตด้วยพลังจิตเช่นนี้เพราะจะต้องใช้พรสวรรค์ขั้นสูง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทั่วทั้งห้วงดวงดาวนี้ไม่สามารถค้นหาคนที่มีพรสวรรค์เช่นนั้นได้มานานนับร้อยปี!
เสี่ยวอ้ายเคยอยู่บนดินแดนแห่งนี้มาหลายปี ทว่ามันกลับไม่เคยเจอคนที่มีพรสวรรค์จนทำให้มันรู้สึกตกตะลึงสักคน
แน่นอนว่ายกเว้นนายท่าน!
ทันทีที่มันสัมผัสตัวนายท่าน มันก็รับรู้ได้เลยว่านายท่านจะต้องเป็นอัจฉริยะเหนือยอดอัจฉริยะแน่นอน!
อีกทั้งเธอยังมีจี้หยกมิติที่เป็นมรดกตกทอดมาจากนายท่านคนเดิมของมันอีกด้วย!
อันที่จริงแฟนหนุ่มของนายท่านก็ไม่ได้เลวร้ายนัก! หากเขามีวิธีการในการฝึกฝนพลังจิต เขาก็จะสามารถปลูกต้นไม้แห่งชีวิตได้ด้วยตัวเอง!
สายตาของนายท่านยังคงแม่นยำอยู่เสมอ!
เสี่ยวอ้ายมีข้อมูลเกี่ยวกับอนาคตเต็มไปหมด! อีกทั้งมันยังมีศัตรูเก่าแก่ที่อยู่อีกกาแล็กซีหนึ่ง ฮึ่ม! มันจะพานายท่านไปโจมตีเจ้านั่นจนไปไม่เป็นเลยล่ะ!
เสี่ยวอ้ายคิดหาวิธีการแก้แค้นได้แล้ว!
ถั่วชมพูมองดูสวี่หลิงอวิ๋นด้วยท่าทางกระตือรือร้น มันอยากกินด้วย!
สวี่หลิงอวิ๋นเอาหม้อขนาดใหญ่ที่ใส่กั้งผัดพริกเกลือให้มัน “เอ้า…กินซะ! วันนี้แกทำดีมาก!”
ถั่วชมพูมีความสุขมาก! ก้มหน้ากินอย่างมูมมาม!
เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว! อร่อยจังเลย! ทำไมถึงอร่อยขนาดนี้?!
นอกจากนี้ยังมีเนื้อเอเลี่ยนหุ้มเปลือกนึ่ง และเพื่อให้อาหารรสชาติดียิ่งขึ้น สวี่หลิงอวิ๋นจึงทำซอสขึ้นมาทานคู่กัน!
ชาวเน็ตทั้งหลายต่างก็น้ำลายสอเมื่อเห็นฉากดังกล่าว!
[องค์หญิงสาม รีบเปิดปุ่มแบ่งปันรสชาติสิ! พวกเราก็อยากชิมเหมือนกัน!]
สวี่หลิงอวิ๋นเปิดปุ่มแบ่งปันรสชาติตามคำขอ
เธอกินเนื้อเอเลี่ยนหุ้มเปลือกผัดเซียงล่าหนึ่งคำ อืม! รสชาติแบบนี้!
ดวงตาของสวี่หลิงอวิ๋นเป็นประกาย! มันคล้ายคลึงกับกั้งมาก! ยิ่งเนื้อแน่นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอร่อยมากเท่านั้น! รสชาติดีมาก!
จะไม่อร่อยได้อย่างไร? ก็เอเลี่ยนหุ้มเปลือกเหล่านี้เคลื่อนตัวไปมาทั้งวัน อีกทั้งร่างกายของพวกมันยังมีพลังดวงดาวคอยหล่อเลี้ยง แล้วเนื้อของมันจะไม่อัดแน่นและไม่อร่อยได้อย่างไร?!
[ว้าว ๆๆ! องค์หญิงสาม รสชาตินี้อร่อยมาก! เมื่อไหร่พวกเราจะได้กินเนื้อเอเลี่ยนหุ้มเปลือกนี้บ้างล่ะ?! ร้านสะดวกซื้อหลายที่เริ่มไม่มีของแล้วนะ!]
[ถ้าต้องการกองกำลังทหารเพิ่ม ติดต่อกระหม่อมได้เลยพ่ะย่ะค่ะ! ถึงกระหม่อมจะเกษียณแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าสมรรถภาพทางร่ายกายยังไปสู้ในสนามรบได้อีกหลายสิบปีนะพ่ะย่ะค่ะ!]
[นักกินคอมเมนต์บนนี่เหลือเกินจริง ๆ! ทั้งที่คุณเป็นทหารผ่านศึก! ก็ควรจะพักผ่อนอยู่บ้านไปซะ ปล่อยให้คนรุ่นใหม่ได้ไปบ้างเถอะ!]
[ไม่ว่าจะเอเลี่ยนหุ้มเปลือกหรือเอเลี่ยนปลาหมึกยักษ์ก็ดีทั้งคู่เลย โธ่เอ๊ย! ไม่รู้ว่าจะเลือกอันไหนดีเลย!]
[คอมเมนต์บนทำฉันหัวเราะแทบตาย! ฉันเกรงว่าคุณจะไม่มีสิทธิ์ได้เลือกน่ะสิ!]
เอเลี่ยนหุ้มเปลือกที่ขยับเขยื้อนไกลออกไปได้กลิ่นหอมและเผ็ดร้อนดังกล่าว!
หากพวกมันไม่รู้ว่ามาก่อนว่าในหม้อนั้นบรรจุร่างสหายของพวกมันไว้ พวกมันก็คงจะขอเข้ามาลิ้มรสด้วยเช่นกัน!
เมื่อเห็นว่าผู้ยิ่งใหญ่ระดับ 10 ดาวไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา พวกมันก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดบนร่างกาย และพิจารณาว่าพวกมันควรจะตายอย่างกล้าหาญหรือไม่!
เอเลี่ยนบนพื้นล่าถอยออกไปหมดแล้ว ทันทีที่เอเลี่ยนตัวสุดท้ายจากไป เอเลี่ยนหุ้มเปลือกก็มองดูด้วยสายตาอันว่างเปล่าอย่างโศกเศร้า มีเพียงเผ่าพันธุ์ของมันเท่านั้นที่ยังหลงเหลืออยู่ที่นี่
ทำไมพวกคนแข็งแกร่งถึงชอบกินพวกมันนัก? เอเลี่ยนตัวอื่นก็อร่อยเหมือนกันนะ!
พวกมันก้มหัวลงและสูดดมกลิ่นจากร่างของสหาย ก็ไม่ได้กลิ่นหอมนักนิ! ทำไมพวกคนแข็งแกร่งถึงได้รักมันเหลือเกิน?!
ทางเชื่อมมิติขนาดใหญ่ได้จางหายไป สวี่หลิงอวิ๋นมองดูแขนกล และทันใดนั้นเธอก็ชกเข้าที่ด้านข้างของมัน แขนกลกระตุกสองสามครั้งก่อนจะล่วงหล่นลงกับพื้น
แขนกลตัวอื่นเดินเข้าไปเงียบ ๆ และดึงแขนกลตัวดังกล่าวขึ้นมา
เสี่ยวอ้ายที่กำลังกินอยู่สังเกตเห็นว่านายท่านไม่มีความสุขอย่างนั้นเหรอ?
“โฮ่ง! นายท่าน เกิดอะไรขึ้น?!” เสี่ยวอ้ายเอ่ยถาม
“ไม่มีอะไร ฉันแค่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเอเลี่ยนที่ถูกส่งออกไปเป็นตัวที่เอามาทำอาหารอร่อย!”
สวี่หลิงอวิ๋นผู้น่าสงสาร!
เธอลืมคิดเสียสนิท และดูเหมือนว่าเอเลี่ยนพวกนั้นจะเป็นปลาหมึกยักษ์ใช่ไหม?! เอเลี่ยนต๋าลู่ด้วยหรือเปล่า? ถึงแม้จะมีขนาดเล็กไปหน่อย แต่ก็ยังเอามาทำเนื้ออบแห้งได้!
ส่วนสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ อาจจะมีของอร่อยที่เธอไม่เคยค้นพบก็เป็นไปได้?!
เสี่ยวอ้ายหัวเราะเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะพูดปลอบสวี่หลิงอวิ๋น “นายท่านไม่ต้องห่วง เสี่ยวอ้ายรู้จักรังเอเลี่ยนอีกเยอะแยะเลย เมื่อไหร่ที่นายท่านต้องการ เสี่ยวอ้ายจะพานายท่านไปบุกรังเอเลี่ยนเอง!”
แน่นอนว่าสวี่หลิงอวิ๋นพอใจ และรีบพยักหน้า “ก็ได้! เสี่ยวอ้ายมีความสามารถจังเลยน้า!”
นากาเงี่ยหูฟังบทสนทนาของทั้งคู่!
ลูกคิดขนาดเล็กแล่นอยู่ในหัวของมัน ถ้ามนุษย์คนนี้เต็มใจจะทำอาหารให้มัน มันก็เต็มใจจะออกไปล่าด้วยกันกับเธอ!
อย่างไรเสียมันก็ชื่นชอบการต่อสู้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต่อสู้ทุกหนทุกแห่งที่มันไป แต่ถ้าสู้แล้วได้ค่าตอบแทน ทำไมมันจะไม่ไปล่ะ?!
นากาเก่งเรื่องการวิเคราะห์ผลตอบแทนมาก!
อาหารเจ็ดถึงแปดหม้อถูกกลุ่มสิ่งมีชีวิตเหล่านี้กินหมดอย่างรวดเร็ว สองเอเลี่ยนกับหนึ่งอสูรกาย!
ส่วนยานรบอวกาศที่รอคอยการต่อสู้ถึงกับนิ่งตะลึงจังงังทำตัวไม่ถูก
แล้วสงครามล่ะ? ทำไมมันจบลงเร็วนัก? ดาบเล่มใหญ่ของพวกเขาเฉียบคมได้เพียงสองชั่วโมงเท่านั้นเองเหรอ?!
จอมพลทั้งหลายมองดูหน้าจอด้วยความงุนงง ถ้วยชาในมือไม่ส่งกลิ่นหอมอีกต่อไป!
ไหนบอกว่าเป็นสงครามนองเลือด ไหนบอกว่าทหารจะได้รับความดีความชอบมากมาย ทหารทั้งหลายถึงกับเขียนพินัยกรรมเอาไว้แล้วด้วยซ้ำ สงครามจบลงตั้งแต่ตอนไหนกัน?!