บทที่ 335 – นิลกับไวท์
อย่างไรก็ตามภายใต้การต่อสู้อันดุเดือดของไวท์และนิลล้วนไม่ใช่สิ่งที่เลทิเซียในยามนี้จะห้ามปรามได้ เพราะเพียงแค่คลื่นพลังการโจมตีของนิล
มันก็เพียงพอที่จะลบเลทิเซียให้หายไปแล้ว แต่ทว่าไวท์แม้จะไม่ได้เหนือกว่าแต่เธอก็ยังวาดดาบโจมตีไปอย่างเชี่ยวชาญ
หากโลกนี้มีนายท่านคนก่อนของเธอเชี่ยวชาญวิชาดาวไร้ลักษณ์มากที่สุด เธอก็เป็นที่สองรองจากเจ้านายคนก่อนเท่านั้น
เพราะเธอก็คือมัน..มันก็คือเธอ ดังนั้นทุกกระบวนท่าที่วาดออกนั้นเต็มไปด้วยพลังที่ตัดเฉือนแม้แต่ความว่างเปล่า
แน่นอนว่าไวท์เองก็รู้ดีว่าเลทิเซียเป็นห่วงตัวเธอเอง เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกดีมากเช่นกัน.. อย่างไรก็ตามเพื่อที่จะปกป้องเลทิเซีย
เพื่อปกป้องนายท่าน.. หน้าที่เหล่านี้คือหน้าที่ของเธอเช่นกัน.. เช่นนั้นก็เป็นดาบให้นายท่านไม่ได้หรอก..
“นายท่าน.. เพราะนายท่านคนก่อนน่ะ เคยพาข้ามาในสถานที่ที่คล้ายกับสถานที่นี้.. มันเลยทำให้ข้าไม่เป็นไรต่อให้อยู่ที่แห่งนี้”
“อันที่จริง ไม่ว่าจะในที่แห่งนี้หรือในโลกนั้น สำหรับข้ามันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก .. เจ้าหมึกยักษ์ตรงหน้านี้ก็เหมือนกัน”
“ต่อให้มันเป็นส่วนหนึ่งกับที่แห่งนี้ แต่วิชาดาบของข้าก็ฟันมันได้เหมือนเดิม”
“เพราะงั้น.. ไม่ต้องห่วงข้าหรอก”
เสียงของไวท์แฝงไว้ด้วยความมั่นใจและเป็นห่วงเป็นใยเลทิเซีย.. เธอเคยถูกบิดาแท้ๆ ทิ้งเอาไว้..
เธอเคยถูกเจ้านายที่เธอเชื่อใจอย่างถึงที่สุดทิ้งเอาไว้.. เธอรูว่ามันเป็นหน้าที่ของเธอ หน้าที่ที่ต้องทำให้เจ้านายปลอดภัย
ใช่ เธอเลยผนึกหมึกนี้ไว้.. แต่สุดท้ายแล้วเธอยังคงมีจิตใจ ไม่นำซ้ำยังเป็นแค่เด็ก.. ตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมาเธอมีความสุขมาก..
มันเหมือนกับตอนที่อยู่กับนายท่านคนก่อนเลย.. ไม่หนำซ้ำยังมีอิสระยิ่งกว่าเพราะมีร่างกายซะอีก
ดังนั้นสำหรับเธอแล้วเลทิเซียเป็นเหมือนนายท่านที่เธอเคารพรักต้องการปกป้อง.. ยังเป็นเหมือนพี่สาวที่คอยดูแลเธออยู่เสมอ
เป็นคนที่พอเธอเหนื่อย.. เธอก็สามารถกลับมาหานายท่านได้.. เข้าไปอยู่ในดาบที่อยู่กลับนายท่านได้..
เลทิเซียก็เหมือน.. บ้าน ของเธอ.. เหมือนเป็นสถานที่ที่เธอสามารถกลับไปได้ เธอมีที่ให้กลับ!
ดวงตาของไวท์ทอแสงแห่งความกล้าหาญออกมา.. และศัตรูตรงหน้ามันต้องการพรากชีวิตของนายท่านเธอ
ทุกครั้งที่เกิดการปะทะแม้ดาบจะไม่เป็นไร แต่ร่างกายของเธอต่างก็เริ่มแบกรับการปะทะไม่ไหวส่งผลให้ร่างกายบิดเบี้ยวผิดรูป
เธอรู้ว่าตัวเองในตอนนี้อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าหมึกนี้.. ต่อให้เธอเป็นต้นกำเนิดและไม่ได้รับผลกระทบจากความว่างเปล่า
แต่หากเธอถูกมันทำร้ายก็ยังสามารถตายได้อยู่ดี.. และเธอก็ไม่มั่นใจว่าจะทนรับพลังของมันได้
ดังนั้นแทนที่เธอจะให้เลทิเซียควบคุมดาบ เธอจึงเสี่ยงมาควบคุมเอง.. เธอรู้เรื่องราวมากกว่าที่เลทิเซียคิด
ไวท์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ..
“ตามที่นายท่านเคยบอกเอาไว้…”
เธอหลับตาลงเบาๆ .. ก่อนที่จะค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ
“แกเป็นคนที่ทำข้าให้แยกจากนายท่าน..”
เธอค่อยๆ พูดขึ้นพร้อมชี้ดาบไปทางนิล
“และในตอนนี้แกก็กำลังจะมาทำให้ข้าแยกจากนายท่านอีกครั้ง.. ข้าจะไม่มีวัน.. ยกโทษให้แกเด็ดขาด”
ไวท์กล่าวแบบนั้นเท้าของเธอก็ก้าวไปข้างหน้าชั่วพริบตานั้นเองบังเกิดรอยแยกของความว่างเปล่าก่อนที่ร่างเธอจะโผล่พรวดออกมาตรงหน้านิลและโจมตีออกไป
การเคลื่อนไหวนี้ส่งผลให้ร่างกายเธอบิดรูปผิดแผกยิ่งกว่าเดิม ผิวหนังเทียมที่เลทิเซียสร้างให้ฉีกขาดออกไปจนหมดสิ้น
เหลือไว้เพียงกล้ามเนื้อสีแดงฉาน แน่นอนว่าร่างกายของไวท์ไม่ใช่หุ่นยนต์ แต่เป็นโฮมุนครุส มนุษย์สังเคราะห์
จึงไม่ใช่เรื่องน่าตกใจที่จะมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์.. และไวท์เองก็ไม่ได้มีพลังฟื้นฟุหรืออะไรทำให้ร่างกายเธอดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก
แต่นิลเองก็ไม่ได้ตามไม่ทัน ความว่างเปล่ารอบด้านบิดเบี้ยวหมุนวนอยู่รอบฝ่ามือของเธอพร้อมโบกสะบัดออกไปใส่คมดาบไวท์ที่ฟันมาด้วยความเร็วสูง
และเมื่อเกิดการปะทะคมดาบนั้นตัดใส่ความว่างเปล่าราวกับเนย แต่นิลก็รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นเช่นนั้นเพราะ..ทันทีที่ความว่างเปล่าอันบิดเบี้ยวถูกตัดให้ขาด
มันก็ราวกับกลายเป็นเหมือนปรสิตที่มีชีวิตพุ่งโจมตีไปยังไวท์อย่างรวดเร็ว แต่ร่างกายทุกส่วนไวท์กลับกลายเป็นเหมือนคมดาบ
ทันทีที่สิ่งเหล่านั้นกำลังจะลบตัวตนของไวท์ออกไป มันก็ถูกสะบั้นเฉือนจนขาดอย่างง่ายดาย
ไวท์ไม่ได้พูดอะไรเธอใช้สายตามองกลับไปที่เลทิเซียที่กำลังตะโกนให้เธอถอยออกมา.. ก่อนที่สายตาจะหันไปมองซิลเวีย..
ทั้งคู่สบตากันโดยบังเอิญก็จริง แต่ไม่ได้มีคำพูดไม่ได้มีการสื่อสารอะไรทั้งสิ้นและมันเกิดขึ้นรวดเร็วก่อนที่จะกระพริบตาเสร็จเสียด้วยซ้ำ
ไวท์ก็หันเข้าไปโจมตีโรมรันกับนิลต่อ..
นิลยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งบ้าคลั่ง ราวกับว่ายิ่งเธอบ้าคลั่งสถานที่แห่งนี้ตอบรับคำของเธอ ความโกรธ ความเกลียดชังและความแค้นที่มีต่อไวท์ยิ่งมากขึ้นไปอีก
ไม่มีใครรู้ว่าการที่เธอถูกผนึกไว้มันทรมานขนาดไหน เหมือนตนเองต้องแบกรับภูเขาทั้งลูกตลอดเวลา ปวดร่างกายโดยไม่อาจขยับได้
ทุกสิ่งทุกอย่างหลอมรวมเข้ากับอารมณ์ความรู้สึกของนิลตอนนี้ทำเอาเธอแทบจะเป็นบ้าไปเลยก็ว่าได้
ทำให้ทุกครั้งที่ปะทะนิลจะค่อยๆ ชิงความได้เปรียบมาเสมอ..
แต่ในขณะเดียวกันทุกครั้งที่เกิดการปะทะมันก็ยิ่งทำเลทิเซียร้อนใจ ทุกครั้งที่การบาดเจ็บของไวท์เกิดขึ้นเลทิเซียจะร้อนรนใจมากขึ้น
“ไม่ได้.. ไม่ได้…. พวกเธอไม่ควรจะสู้กัน.. มันไม่ควรเป็นแบบนั้น…”
“กลับมาเดี๋ยวนี้ไวท์ ฉันบอกให้กลับมา.. กลับมา!!!”
เสียงร้องของเลทิเซียเข้าใกล้ขั้นที่จะสติแตกเลย อย่างไรก็ตามเพราะการปะทะที่รุนแรงมันทำให้ไวท์ไม่อาจหันมาสนใจเลทิเซียได้เลย
เลทิเซียกำหมัดจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ..หากว่าคนที่ต่อสุอยู่นั้นคือเธอและเธอกำลังต่อสู้กับเลวี่หรือลูเซีย..
มันยิ่งทำให้เธอร้อนใจมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก…
ทุกอย่างมันไม่ใช่ความผิดของไวท์..
ไม่ใช่ความผิดของนิลเช่นกัน..
เป็นความผิดของมนุษย์…
มนุษย์!!!
แต่ในวินาทีนั้นเองความบ้าคลั่งของนิลมันระเบิดออกส่งผลให้ความว่างเปล่าโหมซัดใส่เลทิเซียและซิลเวีย
เสียงตะโกนร้อนใจของไวท์จึงดังขึ้น
“หนีไป.. นายท่านหนีไปจากตรงนั้น!”
“ตายซะ”
แต่ทว่ามันช้าไป.. ความว่างเปล่าโอบล้อมทั้งสอง.. เลทิเซียตอบสนองไม่ทันทว่า ซิลเวียกลับเคลื่อนไหวทันทีเธอกอดเอาร่างเลทิเซียและ..
เงาร่างของเธอถอยออกมาจากตรงนั้นทำให้การโจมตีของนิลไม่ได้ผล.. และซิลเวียไม่ได้หยุดเธอหันไปมองไวท์แวบหนึ่ง
ก่อนที่จะลากเอาตัวเลทิเซียหลบหนีออกไป..
“ปกป้องเลทิเซีย.. หนี.. หนี..”
ปากซิลเวียพึมพำ.. คำพูดของเลทิเซียสะท้อนอยู่ในจิตใจ กระตุ้นต้นกำเนิดโดยใช้ความรัก..ความรัก..
เลทิเซียคือคนที่ซิลเวียแสดงความรักได้มากที่สุด.. การที่จะทำให้เลทิเซียปลอดภัยก็คือออกไปจากที่นี่..หนีไปจากที่นี่..
ไวท์จะช่วยยันไว้ให้..และ…
ซิลเวียหวนนึกถึงดวงตาของไวท์ที่จ้องมายังตนเอง.. เธอกัดริมฝีปาก..
“เพื่อ..ปกป้อง..คนที่ข้ารัก”
ร่างกายเธอราวกับได้รับการตอบรับจากต้นกำเนิด..ส่งผลให้เธอสามารถเคลื่อนไหวดุจกับปลาแหวกว่ายในทะเล
เคลื่อนที่ห่างออกไปอย่างรวดเร็ว..
“ไม่.. ซิลเวียปล่อยฉัน.. ฉันให้ไวท์กับนิลสู้กันไม่ได้.. มัน..ไม่ถูก..”