ตอนที่ 709 ร้อนแรงยิ่งใหญ่มหาศาล
อดัมส์เป็นกี๊กอิสระ เขาเหมือนกับกี๊กส่วนใหญ่เช่นกัน มองแนวคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และแฟชั่นเป็นความหมายของชีวิต ยอมอุทิศตนให้กับวัฒนธรรมสังคมอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่
เมื่อต้นเดือนตุลาคม เขาได้รับเชิญจากบริษัทอินเทอร์เน็ตที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นห้าร้อยบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง เข้าร่วมการประชุมกี๊กโลกที่จัดขึ้นในเมืองหลวงของประเทศจีน จากนั้นได้อยู่เที่ยวที่เมืองหลวงสองสามวัน เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างกำแพงเมืองจีน พระราชวังต้องห้าม และอื่นๆ
หลังจากเที่ยวพอแล้ว อดัมส์ได้จองตั๋วเครื่องบินกลับสหรัฐอเมริกาของสายการบินเวอร์จิน เขายังต้องเข้าร่วมงานนัดรวมตัวกันของกี๊กที่นิวยอร์กอีก จึงได้ขึ้นเที่ยวบิน UD725 พอดี!
ตอนที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อดัมส์นั่งอยู่ตรงที่นั่งติดทางเดินแถวที่เจ็ดของห้องผู้โดยสารชั้นประหยัด
ตอนนั้นเขาพบว่าผิดปกติ จึงหยิบกล้องโกโปรแบบพกพาออกมาเป็นอย่างแรก นั่งยองๆ หลบอยู่ตรงที่นั่งของตัวเองแล้วแอบอัดวิดีโอไว้
อันที่จริงตอนนั้นที่แอบถ่ายอยู่ในห้องผู้โดยสารชั้นประหยัด ไม่ได้มีแค่อดัมส์คนเดียวเท่านั้น ยังมีนักท่องเที่ยวคนอื่นที่เปิดกล้องของโทรศัพท์มือถือ แต่พวกเขาไม่ได้โชคดีเหมือนอดัมส์
อย่างแรกอดัมส์ใช้โกโปรซึ่งเป็นสินค้าระดับพรีเมียม ไม่เพียงแต่มีพิกเซลสูงเท่านั้น แต่ยังมีเลนส์ซูมออปติคัลในตัวและฟังก์ชันระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัล ดังนั้นคุณภาพของวิดีโอที่เขาแอบถ่ายจึงห่างจากโทรศัพท์อยู่ไกลโข
ความกล้าของเขาไม่ธรรมดา ตอนที่ชายฉกรรจ์คนนั้นเริ่มยิงปืนก็ยังเสี่ยงตายถ่ายเก็บไว้ ดังนั้นจึงสามารถเก็บภาพที่เกิดขึ้นทุกขั้นตอนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
และหลังจากแอบถ่ายเสร็จแล้ว อดัมส์ก็แอบเอาวิดีโอที่เซฟอยู่ในกล้องก็อปปี้ลงแฟลชไดรฟ์ และเขาได้เอาแฟลชไดรฟ์ยัดเข้าไปในรองเท้ากีฬาของตัวเอง
ความเป็นจริงได้พิสูจน์ความฉลาดของอดัมส์ หลังจากเครื่องบินลงจอดฉุกเฉิน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้โดยสารทุกคนถูกเอฟบีไอยึดทั้งหมด รวมทั้งกล้องโกโปรเครื่องนี้ของอดัมส์ด้วย
เมื่อรอให้เขาได้กล้องของตัวเองกลับมา การ์ดหน่วยความจำที่อยู่ข้างในถูกเปลี่ยนเป็นอันใหม่ และความจุเพิ่มเป็นสองเท่า
เหตุผลนั้นง่ายมาก อดัมส์ได้บันทึกภาพตอนที่เกิดเรื่อง การลบภาพวิดีโออย่างเดียวไม่สามารถรับประกันได้มากพอ มีความเป็นได้ที่จะใช้เทคโนโลยีกู้คืนมา ทางเอฟบีไอจึงใช้กลยุทธ์ลักขื่อเปลี่ยนเสา
ดูผิวเผินแน่นอนว่าอดัมส์ต้องด่าเอฟบีไออยู่แล้ว แต่พอลงจากเครื่องบิน เขารีบกลับไปยังที่พักในนิวยอร์กของตัวเอง นำวิดีโอที่เซฟไว้ในแฟลชไดรฟ์มาตัดต่อเล็กน้อย แล้วอัปโหลดไปที่บัญชีทีบุ๊กของตัวเอง
พร้อมติดแฮชแท็กวิดีโอว่า ‘UD725 สายการบินเวอร์จิน ฮีโร่ ความจริง ฯลฯ’
ทีบุ๊กเป็นของสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันก็เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้ใช้ลงทะเบียนเกินหนึ่งพันห้ารอยล้านคน และเป็นเว็บไซต์แชร์รูปภาพและวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้ใช้อัปโหลดรูปภาพเกินห้าร้อยล้านรูปทุกวัน
ตอนนี้ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดของทีบุ๊ก ก็คือกรณีของ UD725 อย่างไม่ต้องสงสัย ที่นี่เป็นแหล่งข่าวลือต่างๆ ก่อนที่เอฟเอเอจะออกมาแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ข้อมูลและข่าวลือมากมายนับไม่ถ้วนถูกแพร่ไปยังทีบุ๊กอย่างกำเริบเสิบสาน ทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นตระหนก
หลังจากเอฟเอเอเปิดแถลงข่าว ระดับความร้อนแรงของเหตุการณ์ได้ทุเลาลงไม่น้อย อย่างไรเสียก็ไม่เกิดกรณีจี้เครื่องบินและการก่อการร้าย ความสนใจของทุกคนต้องน้อยลงไปอย่างแน่นอน
แต่วันนี้ UD725 เป็นคำค้นหายอดฮิตของทีบุ๊ก
ดังนั้นตอนที่อดัมส์อัปโหลดวิดีโอแอบถ่ายภาพคมชัดสูงได้เพียงครึ่งนาทีเท่านั้น ก็ได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนทันที และถูกแชร์ต่อ
จากนั้น…
จากนั้นก็เหมือนกับโรคระบาดที่แพร่กระจายในทีบุ๊ก ยอดกดไลก์และยอดแชร์อยู่ในระดับที่น่ากลัวมาก ใช้เวลาเพียงสิบกว่านาทีก็ติดอันดับในหน้าแรกของทีบุ๊ก!
วิดีโอตัวนี้สร้างความอึกทึกครึกโครมในแวดวงทีบุ๊กเป็นอย่างมาก นักข่าวของสื่อมากมายนับไม่ถ้วนได้ข่าวจึงรีบมาแย่งกันดาวน์โหลด ขณะเดียวกันก็พยายามติดต่ออดัมส์อย่างเต็มที่
ผู้ใช้ทีบุ๊กมากมายเห็นวิดีโอตัวนี้ครั้งแรก อย่างแรกคือกำลังสงสัยความเป็นจริงของมัน
เพราะในฐานะที่แอบถ่าย อดัมส์ถ่ายได้ยอดเยี่ยมมาก ไม่ว่าจะเป็นระดับความคมชัด ความนิ่ง มุมมององศาของการถ่ายเกือบถึงระดับมืออาชีพ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการจัดฉากมากกว่า
และเนื้อหาของการถ่ายทำก็ทำให้คนสั่นสะท้าน โดยเฉพาะตอนที่ลู่เฉินพุ่งไปหาผู้ชายคนที่ถือปืนเรียกได้ว่าน่าสะดุ้งตกใจยิ่งนัก ฉากที่คนหลังยิงปืนใส่ลู่เฉินทำให้คนแทบหยุดลมหายใจ
และภายใต้สถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ ลู่เฉินสามารถโต้กลับครั้งเดียวสำเร็จได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ใช้ความเร็วปานสายฟ้าทำให้ผู้ชายคนที่ถือปืนล้มลง จากนั้นจึงช่วยชีวิตผู้โดยสารสี่ร้อยกว่าคนบนเที่ยวบิน UD725 ได้ทั้งหมด!
นี่คือเรื่องจริงเหรอ คงไม่ใช่ช่างภาพสมัครเล่นคิดทำเรื่องพิเรนทร์ใช่ไหม
“เชี่ย! นี่คือโหลดมาจากภาพยนตร์เรื่องไหน อย่ามาหลอกฉัน!”
“มันชัดเกินไป รบกวนคุณอดัมส์ตั้งใจหน่อย เขย่าภาพให้มัวบ้างจะดูสมจริงกว่าหรือเปล่า”
“โอ้มายก็อด จริงหรือหรอกเนี่ย”
“ฮีโร่คนนี้เป็นคนจีน ไม่ค่อยถูกหลักการเท่าไร!”
“เจ้าของโพสต์ไปแดกขี้ไป!”
“ปลอมเกินไป ใครเชื่อคนนั้นปัญญาอ่อน!”
“ฉันก็ไม่เชื่อ…”
ทว่าความคิดเห็นที่สงสัยและด่าทอเหล่านี้ไม่ช้าก็ถูกตบหน้าอย่างแรง
เพราะมีนักข่าวของสื่อรายหนึ่งได้สัมภาษณ์ความเป็นจริงจากผู้โดยสารของเที่ยวบินอย่างรวดเร็ว ภาพในวิดีโอเป็นความจริงทั้งหมด ไม่ใช่การจัดฉากขึ้นมาหรือเป็นฉากที่ตัดมาจากภาพยนตร์ละครโทรทัศน์เรื่องไหน!
จากนั้นซีเอ็นเคที่มีความสามารถรถเหนือคนธรรมดา ได้ชิงซื้อลิขสิทธิ์วิดีโอจากอดัมส์มาด้วยราคาสูง และออกอากาศในช่องข่าวของตัวเองก่อนเป็นเจ้าแรก
ซีเอ็นเคเป็นสถานีโทรทัศน์ใหญ่อันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา และรายการข่าวของมันก็ออกอากาศพร้อมกันมากกว่าสามสิบประเทศทั่วโลก มีอิทธิพลยิ่งใหญ่มากอย่างไม่ต้องสงสัย
ดังนั้นพอวิดีโอนี้ได้เป็นข่าว ไม่เพียงแต่ฮืออาไปทั่วอเมริกา แต่ยังส่งผลกระทบไปทั่วโลก และมีสถานีโทรทัศน์หลายแห่งที่ได้รับสิทธิ์นำไปออกอากาศต่อ
ในฐาะนะผู้ริเริ่ม หน้าเพจส่วนตัวของอดัมส์ในทีบุ๊กแทบระเบิด ขณะที่ทุกคนชื่นชมถึงความกล้าหาญของเขา ก็ได้สอบถามว่าฮีโร่ตัวเอกที่อยู่ในวิดีโอนี้เป็นใครกันแน่!
อดัมส์ตอบกลับทันที เพื่อแสดงว่าตนก็ไม่รู้ชื่อและสัญชาติของตัวเอกเช่นกัน และคิดว่าน่าจะเป็นคนจีนที่นั่งอยู่ในชั้นธุรกิจ ส่วนรายละเอียดต่างๆ เกรงว่ามีเพียงเอฟเอเอกับเอฟบีไอเท่านั้นที่รู้ดี
อันที่จริงเวลานี้เอฟเอเอและเอฟบีไอรู้สึกอายมาก ฝ่ายแรกเพิ่งประกาศว่าไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร แต่วิดีโอที่เปิดเผยออกมาพิสูจน์ว่าคำนิยาม ‘ความร้ายแรง’ ของพวกเขามีปัญหารุนแรงมาก
ส่วนเอฟบีไอก็ประมาททำให้อดัมส์หาช่องโหว่ได้ ถือว่าขายหน้ามากจริงๆ
แต่พวกเขาทั้งสองหน่วยงานก็จนใจเช่นกัน เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประเทศ และเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถลงโทษอดัมส์ตามกฎหมาย
และวิดีโอแอบถ่ายก็ถูกแพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว จะปิดบังอย่างไรก็คงเปล่าประโยชน์
ภายใต้ความกดดันจากความคิดเห็นของมวลชน เอฟเอเอและเอฟบีไอจึงต้องประกาศอีกครั้งด้วยความจนปัญญา บอกว่าจะเปิดเผยผลการตรวจสอบกรณีนี้โดยเร็วที่สุด เพื่ออธิบายให้กับประชาชนที่สนใจในเรื่องนี้
แต่พวกสื่อทั้งหลายขี้เกียจสนใจเอฟเอเอและเอฟบีไอ พวกเขาก็เหมือนประชาชนอเมริกันทั้งหมด สิ่งที่สนใจมากที่สุดคือ…
ฮีโร่ที่มาจากประเทศจีนคนนี้เป็นใคร
…………………………………………………………………………