ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์ บทที่ 330
จวนมหาเสนาบดีต้องการคนมีพิษสงเช่นนี้ ทำร้ายคนของตนเองได้ลง ถึงจะเรียกได้ว่าเลือดเย็นอย่างแท้จริง
“ตราบใดที่ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นอุบัติเหตุ ก็จะไม่มีใครสามารถสืบหาความจริงได้ แม้ว่าในใจของผู้สำเร็จราชการจะรู้ดี แต่ก็ทำอะไรกับพวกเราไม่ได้” ซีเหมินเสี่ยวเยว่ยังคงมีรอยยิ้มที่แลดูอ่อนโยนอยู่ไม่เปลี่ยน
“แล้วทางด้านอาสะใภ้รองล่ะ เจ้าจะอธิบายอย่างไร?” มหาเสนาบดีเซี่ยกล่าว
ซีเหมินเสี่ยวเยว่ยิ้มหวานยิ่งขึ้น “มันเป็นอุบัติเหตุ จะอธิบายได้อย่างไร ไม่มีใครสามารถควบคุมมันได้ และท่านปู่ก็คงจะไม่มาไล่ถามอะไรเยอะแยะ โดยเฉพาะคนที่ตายคือเซี่ยจื่ออันด้วยแล้ว หยวนซื่อก็จะได้เป็นจวิ้นจู่ แต่ก็หัวเดียวกระเทียบลีบจะทำอะไรได้ ท่านปู่รู้หนักเบาดี”
เดิมทีซีเหมินเสี่ยวเยว่ตัดสินใจจะยุติทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้แล้ว แต่ว่าระหว่างทางที่เดินมา นางก็ยิ่งโกรธขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากจะโกรธเซี่ยจื่ออันแล้ว นางยังโกรธเหลียงซื่ออีกด้วย
เมื่อเหลียงซื่อกลับไปถึงจวน นางจะต้องบอกกับท่านปู่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่นางทำไปก็เพื่อซีเหมินเสี่ยวเยว่ คนที่ไร้เหตุผลเช่นนั้น จะต้องพูดจาแย่ ๆ ออกมามากมายเป็นแน่
หรือบางที ควรช่วยฮูหยินใหญ่กำจัดฮูหยินรอง เช่นนั้นแล้ว เมื่อท่านแม่อยู่ในจวนจะได้มีหน้ามีตาขึ้น
ฮูหยินผู้เฒ่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “แผนนี้มีความเป็นไปได้ แต่เจ้าแน่ใจหรือว่าท่านปู่ของเจ้าจะพูดช่วยหว่านเอ๋อต่อหน้าพระพักตร์หวงไท่โฮ่ว?”
ซีเหมินเสี่ยวเยว่ ยิ้มและกล่าวว่า “หว่านเอ๋อได้ก้มศีรษะยกน้ำชาให้ข้าและเรียกข้าว่าท่านแม่แล้ว นางจึงถึงถือว่าเป็นลูกของข้า อนาคตของลูกสาว คนเป็นแม่ก็ต้องยอมลำบากหน่อย”
“ดี งั้นตกลงตามนี้!” ฮูหยินผู้เฒ่าก็เดินหน้าต่อไปเช่นกัน อย่างไรเสียวันนี้ก็เกิดเหตุโกลาหลไปแล้ว จะเกิดเหตุร้ายแรงอีกสักครั้งจะเป็นไรไป
เซียวท่าก็ได้พากุ้ยหยวนกลับไปที่เรือนเซี่ยจือหย่วน ให้เขาพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บอยู่ที่นี่ก่อนชั่วคราว
หลังจากที่จื่ออันกลับไปแล้วก็ตรวจดูอาการของเขาอย่างระมัดระวังและพูดเบา ๆ “เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องเหล่านั้นออกมาก็ได้ เจ้าแก้ต่างให้ข้า เจ้าเองก็จะเดือดร้อน รู้หรือไม่?”
กุ้ยหยวนยิ้มอย่างขมขื่น “บ่าวรู้ แต่ว่าบ่าวถือว่าเป็นคนที่ได้ตายไปครั้งหนึ่งแล้ว จะมีอะไรต้องให้กลัวอีกเล่า? ถึงแม้บ่าวจะไม่ได้ช่วยแก้ต่างให้คุณหนูใหญ่ นายท่านกับฮูหยินผู้เฒ่าก็คงจะไม่ปล่อยบ่าวไว้อยู่ดี สัญญาทาสของบ่าวก็ยังไม่หมดอายุ อดทนได้ก็ต้องอดทนต่อไป อดทนไม่ไหวก็แค่ต้องตาย”
ดวงตาของเสี่ยวซุนแดงก่ำ “ชีวิตของบ่าวอย่างเราทำไมถึงได้ขมขื่นเช่นนี้!”
กุ้ยหยวนรู้ว่าเสี่ยวซุนถูกฮูหยินหลิงหลงทุบตีในห้องมืด และตอนนี้ยังมีรอยแผลเป็นบนใบหน้าที่ยังไม่จางหายไป เขาจึงพูดกับเสี่ยวซุนว่า “เสี่ยวซุนอย่าเศร้าไปเลย เจ้ายังมีคุณหนูใหญ่คอยปกป้องอยู่ ตอนนี้พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรกับเจ้าแล้ว”
เสี่ยวซุนกล่าว “ใช่ ตอนนี้ถือว่าดีขึ้นมากแล้ว”
นางมองไปที่จื่ออัน และอ้อนวอน “คุณหนูใหญ่ ท่านช่วยดูหน่อยได้ไหมว่า สามารถย้ายกุ้ยหยวนจากส่วนงานที่เฝ้าประตูมาอยู่ที่เรือนเซี่ยจื่อหย่วนได้หรือไม่? ถ้าเขายังอยู่ที่นั่น จะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย”
จื่ออันคิดอยู่ครู่หนึ่ง “หากข้าไปถามเซี่ยฉวนโดยตรง เขาก็คงจะไม่อนุญาต ตอนนี้หลังจากที่ซีเหมินเสี่ยวเยว่เข้ามา ทุกสิ่งทุกอย่างในจวนนางก็เป็นคนดูแล แต่หลังจากเหตุการณ์ในวันนี้ นางจะต้องเกลียดข้าเข้ากระดูกดำเป็นแน่ นางก็คงจะไม่ตอบตกลง”
กุ้ยหยวนมีสีหน้าเศร้าเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าวันตายใกล้มาถึงแล้ว เพียงแต่เขาเก็บซ่อนความกลัวนี้ไว้ในใจแล้วยิ้มอย่างสงบ “คุณหนูใหญ่ไม่ต้องกังวลใจเรื่องของบ่าวนะขอรับ ช้าเร็วทุกคนก็ต้องตายอยู่ดี”
จื่ออันมองดูใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของเขา เขาอายุเพียงสิบห้าถึงสิบหกปีเท่านั้น ในยุคปัจจุบัน คนที่อายุรุ่นเดียวกับเขา ก็ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นอยู่เลย
ถ้าเขาตายเพราะเรื่องในวันนี้จริง ๆ นางคงรู้สึกละอายใจไปชั่วชีวิต
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางก็พูดขึ้นมา “ข้าจะไปหาเซี่ยฉวน”