บทที่ 1172+1173 ขอความเป็นธรรม (2)/ถูกคนควบคุม (1)
บทที่ 1172 ขอความเป็นธรรม (2)
เขาเป็นคนทำไร่ทำนา ด้วยเรี่ยวแรงและความแข็งแกร่งของตนเอง กู้หนิงอันไม่สามารถหลุดพ้นไปอย่าง่ายดาย ข้อมือของเขาเริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมา
“โอ๊ย!” กู้หนิงอันร้องขึ้น
เสียงร้องต่ำ ๆ นั้นดังกึกก้องอยู่ในหูของกู้เสี่ยวหวาน ครั้นเห็นว่าน้องชายของตนเองถูกรังแก กู้เสี่ยวหวานอยากที่จะไปคว้าตัวน้องชายออกจากพันธนาการนั้น
เมื่อกู้เสี่ยวหวานเห็นคนผู้นี้ต่อหน้านาง ช่างมีท่าทีก้าวร้าวและใช้ชื่อเสียงของลูกสาวเพื่อใส่ร้ายกู้หนิงอัน
“เจ้าบอกว่าแค่กระโดดลงไปช่วยนาง จะบอกว่าเป็นลูกสาวของข้าที่ไร้ยางอายหรือ? ใครจะรู้ว่าเจ้าเล่นกลอุบายชั่วร้ายอะไรในน้ำ ข้าไม่รู้ว่ามีอันใดเกิดขึ้นใต้นั้น แต่หลังจากที่เจ้าขึ้นมาจากน้ำ เจ้ายังกอดลูกสาวข้าอยู่ ถ้าข้ากับภรรยาไม่มาเห็นเข้า เจ้าก็คงไม่ปล่อยและคงปฏิเสธอยู่อย่างนั้น” เกาต้าผิงบอกทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเห็นในเวลานั้นคำต่อคำ
“ท่านพี่ ใจเย็น ๆ! สุขภาพของท่านไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นใจเย็นลงหน่อยเถอะ” เมื่อเห็นท่าทางที่ขุ่นเคืองของเกาต้าผิง เกาซื่อจึงรีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อพูดกับเขาอย่างเป็นทุกข์ว่า “ท่านพี่ ใจเย็น ๆ! คนจากตระกูลกู้มาจากตระกูลที่ดี พวกเขาจะให้ความเป็นธรรมกับเหลียนจือแน่นอน อย่าได้โกรธไปเลย”
เกาซื่อเกลี้ยกล่อมเกาต้าผิงอยู่ข้าง ๆ
ดูเหมือนจะบอกเกาต้าผิงว่าอย่าวู่วามเกินไป แต่กู้เสี่ยวหวานกลับขมวดคิ้วแน่นหลังจากได้ยินคำพูดของนาง
เห็นได้ชัดว่าคำพูดของเกาซื่อยอมรับว่ากู้หนิงอันทำอะไรผิด และต้องการให้กู้หนิงอันให้ความเป็นธรรมกับหญิงผู้นั้น
หากเรื่องนี้ไม่ได้รับการสอบสวนอย่างชัดเจน ตระกูลกู้จะให้ความเป็นธรรมได้อย่างไร
ครอบครัวเการีบเร่งเสียจริง
กู้เสี่ยวหวานตะคอกอย่างเย็นชา “ฮูหยินเหลียง ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านพูด เห็นได้ชัดว่าท่านเห็นหนิงอันของข้ากระโดดลงไปในแม่น้ำเพื่อช่วยชีวิตนาง ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ มันจะเกินไปหน่อยหรือเปล่าที่บอกว่าเขาทำลายชื่อเสียงหลานสาวของท่าน”
เรื่องนี้จะมากเกินไปแล้วจริง ๆ
ทุกคนต่างก็เข้าใจเช่นกัน
เกาเหลียนจือตกลงไปในลำธาร และกู้หนิงอันก็กระโดดลงไปช่วยนางโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง เขากระทำความดี แต่ชื่อเสียงของเขาต้องเสื่อมเสียเพราะเรื่องนี้
ไม่ได้คำขอบคุณก็ไม่เป็นไร แต่กลับนำเรื่องนี้มาบอกว่าทำให้ชื่อเสียงของหญิงสาวนั้นเสื่อมเสีย
กู้เสี่ยวหวานเป็นเสี้ยนจู่ กู้หนิงอันเป็นบัณฑิต และมีคนไม่ชอบครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านเหลียงมานานแล้ว ด้วยชื่อเสียงของกู้เสี่ยวหวานทำให้พวกเขาเกรงกลัว และเมื่อรวมกับอคติที่มีต่อครอบครัวเหลียง ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงยืนหยัดอยู่ข้างกู้เสี่ยวหวาน
แต่ครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านเหลียงได้พัวพันอยู่กับหมู่บ้านอู๋ซีมาหลายปี และได้ครองใจผู้คนไปไม่น้อย แค่คำพูดไม่กี่คำก็ไม่สามารถทำให้ปักใจเชื่อได้
จู่ ๆ ผู้คนก็แบ่งกันเป็นสองฝ่าย อีกฝ่ายหนึ่งก็อยู่ฝั่งกู้เสี่ยวหวาน ส่วนอีกฝ่ายที่อยู่ฝั่งครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านเหลียงก็คือ ฝั่งของครอบครัวเกา
ทุกคนต่างพูดคุยถกเถียงกันเรื่องการกระทำของกู้หนิงอัน
บ้างก็ว่าสิ่งที่ทำเป็นเรื่องที่ดี บ้างก็ว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม
….
บทที่ 1173 ถูกคนควบคุม (1)
“แม่นางกู้!” เกาต้าผิงตะคอกอย่างเย็นชา “ลูกสาวของข้าเป็นชีวิตและจิตใจของครอบครัวตั้งแต่นางเกิด ไม่ใช่แค่พวกข้าที่เป็นพ่อเป็นแม่ แม้แต่พี่ชายสามคนของนางก็ปฏิบัติต่อน้องสาวผู้นี้เหมือนสมบัติล้ำค่า ตั้งแต่นางยังเด็ก พวกข้าได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่นาง พยายามอย่างดีที่สุด ทั้งยังตามใจนางทุกอย่าง ประคบประหงมนางเพื่อที่เมื่อนางโตขึ้น นางจะได้แต่งงานกับคนที่ดีและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่ตอนนี้ดูเหมือนทุกอย่างจะไร้ความหมาย”
เมื่อเกาต้าผิงพูดสิ่งนี้ น้ำตาดูเหมือนจะไหลลงมาบนใบหน้าของเขา “เหลียนจือของข้าได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแม่ของนางตั้งแต่ยังเด็ก นางให้ความรู้และความระวังตัวแก่เหลียนจือเสมอมา แต่ตอนนี้ชื่อเสียงของเหลียนจือถูกน้องชายของเจ้าทำลาย พ่อกับแม่ของเจ้าไม่ได้สอนเรื่องระหว่างชายหญิงหรืออย่างไร ความแตกต่างระหว่างชายหญิงคืออะไร เจ้าจะให้ตระกูลของเราและเหลียนจือเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
คารมคมคายของเกาต้าผิงดีมาก เมื่อเขาพูดเรื่องนี้ เขายกเกาเหลียนจือขึ้นสูงเสียดฟ้า และเหยียบย่ำตระกูลกู้ลงกับพื้น
เขาพูดอ้อม ๆ ว่าตระกูลกู้ไม่ได้รับการสั่งสอนมางั้นหรือ
กู้เสี่ยวหวานหัวเราะเยาะ
เกาต้าผิงคนนี้ต้องการให้ครอบครัวกู้ให้ความเป็นธรรมกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่ทว่ากู้เสี่ยวหวานไม่ชอบวิธีการเช่นนี้
สิ่งที่กู้หนิงอันทำเป็นสิ่งที่ดี ไม่ใช่ว่ากู้เสี่ยวหวานเข้าข้างน้องชายของนาง แต่กู้หนิงอันมีจิตใจที่ดีจริง ๆ
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอถามหน่อย ชื่อเสียงของตระกูลเกาสำคัญกว่าชีวิตลูกสาวของท่านหรือไม่” กู้เสี่ยวหวานถามโดยตรง
เมื่อเกาต้าผิงถูกกู้เสี่ยวหวานถามอย่างใจเย็น เขาก็รู้สึกหายใจติดขัด
ดวงตาที่ใสสะอาดของหญิงสาวเป็นเหมือนตะเกียงสองดวง ราวกับว่าตะเกียงนั้นต้องการส่องความคิดในใจของเขาโดยตรง
เกาต้าผิงรู้สึกผิดเล็กน้อย แต่เขากลับมารู้สึกตัวทันทีและเย้ยหยัน “ครอบครัวเกาของข้ายากจนและทะเยอทะยาน แม้ว่าจะเป็นความตายที่ไร้เดียงสา แต่ก็ยังดีกว่ามีชีวิตแล้วเสื่อมเสียชื่อเสียง”
มันถูกต้องจริง ๆ กู้เสี่ยวหวานเกือบจะปรบมือให้เขาสำหรับสิ่งที่เขาพูด
หากไม่ใช่เพราะความรู้สึกผิดและความละโมบที่ฉายชัดผ่านดวงตาของเกาต้าผิงในตอนนี้ กู้เสี่ยวหวานคงจะคิดว่าเขาเป็นคนง่าย ๆ ที่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของเขามากกว่าชะตากรรมของเขา
ในชีวิตที่แล้ว กู้เสี่ยวหวานใช้ชีวิตมาสามสิบปี นางไม่เคยเห็นคนอย่างเกาต้าผิงมาก่อน
ความคิดแบบคนสมัยใหม่อย่างนางเทียบกับความคิดของเกาต้าผิงผู้นี้ไม่ได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเห็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ต่อหน้าเขา เกาต้าผิงก็รู้สึกดูถูกและไม่ได้จริงจังกับกู้เสี่ยวหวานเลย
“ท่านพี่ ข้าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น ข้าแค่อยากช่วยหญิงผู้นั้นขึ้นมาจากน้ำก็เท่านั้นเอง” ดวงตาของกู้หนิงอันสดใส ซึ่งทำให้คนแซ่เกาเกิดความไม่มั่นใจ
กู้เสี่ยวหวานพยักหน้า นี่คือน้องชายที่นางเลี้ยงมากับมือ นางจะไม่รู้เชียวหรือว่าเขาเป็นคนเช่นไร ชอบเอาเปรียบหญิงสาวหรือไม่
———————————————–