เอ็กซ์เรย์เป็นมากกว่าที่ฉันคิด – ตอนที่ 96

เอ็กซ์เรย์เป็นมากกว่าที่ฉันคิด

ตอนที่ 96

ระหว่างที่อุ้มนานะฟูชิอยู่ที่ข้างหลังผม เราได้ไปที่สวนในพื้นที่และนั่งอยู่ที่ม้านั่ง

คุดัน ผู้ใช้แมลงที่ฆ่าแม่ของคาซะฮานะและริกกะและนำตัวพี่สาวน้องสาวไป

พวกเธอสองคนมีสิทธิที่จะรู้ แต่แม้ว่าเธอจะถูกบอกเรื่องนี้แล้ว ยังมีความจำเป็นหัวพวกเธอระวังตัว

มันจะสร้างความอันตรายให้พวกเธอทั้งสอง โดยเฉพาะคาซะฮานะ

ในเวลานั้น ริกกะยังเด็ก ดังนั้นเธอจำผู้ใช้แมลงไม่ได้ อย่างไรก็ตามมันต่างออกไปสำหรับคาซะฮานะ

เธอจำเกี่ยวกับผู้ใช้แมลงได้เช่นกันกับแม่เธอที่สู้คนนั้น และได้ถูกบอกว่าแม่เธอวิ่งหนีและทิ้งพี่สาวน้องสาวสองคน

ถ้าผมเลือกคำพูดผมไม่ดีเมื่อผมบอกเธอ ความเสี่ยงที่เธอจะบ้าคลั่งจะค่อนข้างสูง

「ใจเย็น」

เพื่อที่จะสะกดรอยคุดัน ก่อนอื่นเราต้องเสริมความแข็งแกร่งพลังการต่อสู้ของเรา

ถ้าผมทำมันคนเดียวได้ ผมจะทำ อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นไปไม่ได้ ผมไม่มีความสามารถในการสู้ใดๆ

ผมเลยต้องยืมมัน

ริกกะเก่งในการโจมตีทางกายภาพ คาซะฮานะเก่งในการป้องกันทางกายภาพ พวกเธอสองคนถือพลังที่ผมไม่มี และความสามารถของพวกเธอทั้งสองสำคัญสำหรับผม

ผมจะไม่กำจัดคุดันแค่เพื่อริกกะและคาซะฮานะ ผมจะกำจัดคุดันเพราะคนนั้นลงมือกับ “ครอบครัวผม”

ดังนั้นนี่คือ “การแก้แค้นของผม” ผมจะทำอะไรก็ได้เพื่อได้ได้แก้แค้น

「นานะฟูชิ」

ผมมองดูข้างผมและเรียกนานะฟูชิที่นั่งสั่นอยู่ข้างผม

「ค-คะ♥」

เธอตอบขณะที่เธอสั่น มันดูเหมือนว่าเธอหยุดฉี่ราดแล้ว แต่เธอได้แดงทั้งใบหน้า

「ชั้นมีแผนจะบอกสิ่งนี้กับทุกคนทีหลัง แต่ชั้นจะบอกเธอก่อน」

หลังจากพูดนั่น ผมยืนขึ้นและยืนตรงหน้านานะฟูชิที่ยังนั่งอยู่ที่ม้านั่ง ผมคุกเข่าลง วางมือทั้งสองลงบนพื้นและก้มหัวของผม

「อะไร!?เกิดอะไรขึ้นกับนาย!?」

「ชั้นอยากยืมพลังของเธอเพื่อที่จะแก้แค้นให้สำเร็จ」

「ยา-ยาเมะเตะ คุดาไซ-ซุ*! ได้โปรดหยุดคุกเข่าคำนับแบบนั้น!」

TLN: ได้โปรด หยุด

「ชั้นยกโทษให้คุดันไม่ได้ไม่ว่ายังไง คนนั้นยกโทษให้ไม่ได้ และนี่เป็นความแค้นส่วนตัวของชั้น ดังนั้น ได้โปรด ถ้าเธอโอเคกับหัวนี้ ชั้นจะลดมันมากเท่าที่เธอต้องการ ดังนั้นได้โปรดให้ชั้นยืมพลังของเธอ」

「นายพูดอะไรนะ?! แต่ชั้นเป็นคนที่พาหัวเรื่องมาให้นายปั่นป่วนนะ!? ชั้นพยายามจะใช้นาย นายเข้าใจมั้ย!?」

นานะฟูชิลนลานจากม้านั่ง ดูเหมือนเธอล้มจากมัน เธอยืนบนเข่าและจับไหล่ผม ขณะที่เธอพยายามจะยกหัวผมขึ้น

ผมรู้สึกถึงความเจ็บแบบไฟฟ้าช็อตวิ่งผ่านไหล่ผม

「อ้า อ้าาา โกเมนนาไซ-ซุ*」

TLN: ขอโทษ

นานะฟูชิขอโทษด้วยเสียงสั่น

จากที่ได้พูด นานะฟูชิได้ถูกสร้างเพื่อจะกำจัดคุดัน และพลังของเธอเพิ่มขึ้นหลังจากที่ทามะมูชิได้ลิ้มรสอสุจิของผม

ผมสงสัยว่ามันเป็นเพราะเธอยังไม่คุ้นกับพลังที่เพิ่มขึ้นของเธอเหรอ และเธอใช้พลังมากมายเพื่อจับไหล่ผม ซึ่งผลของมันฉีกเนื้อชิ้นหนึ่งจากไหล่ผม

「อ-โอ้พระเจ้า! เลือด เลือด…เราต้องห้ามเลือด」

「ขอบคุณนานะฟูชิ เธอแสดง “จุดอ่อน” ให้ชั้นดู」

「……เอ๋?」

กับคำพูดพม นานะฟูชิส่งเสียงที่โง่เขลา

ยกหัวผมขึ้น ผมจับแผลที่ปวดตุ้บๆ และมองมือผม

มือผมได้ถูกบกคลุมในเลือดที่ข้นที่มันได้เล็ดออกมาจากตัวผม

「ดูนี่สินานะฟูชิ ชั้นถูกทำลายได้แค่แบบนี้เอง ชั้นอ่อนแอ อ่อนแอและเปราะบางมาก」

ผมพึมพำขณะที่ผมดูเลือดที่ชุ่มฝ่ามือผม

มันง่ายที่จะทำลายผม เพิ่มเติมจากนั้น ริกกะและคนอื่นๆไม่สามารถจะรักษาแผลได้

「ชั้นจะไม่รู้จนกว่าชั้นจะถาม ดังนั้นชั้นมีแผนที่จะขอความช่วยเหลือจากทามะมูชิ」

「นา-นายมีแผนจะทำอะไร?」

「ปรับแต่งร่างกาย ชั้นอยากให้กายชั้นเป็นเหมือนอาซาฮินะ」

สร้างรอยยิ้มที่ดั่งปีศาจ ผมพึมพำและกำมือที่เปื้อนเลือดเป็นหมัด

「บา-บากะนา*……」

TLN: บ้าน่า

เปิดตากว้าง นานะฟูชิพึมพำในเสียงที่สั่งขณะที่เธอจับแขนผม

「น-นายรู้ว่านายพูดอะไรอยู่มั้ย!? สำหรับกรณีของอาซาฮินะ มันช่วยไม่ได้! เพราะถ้าเราไม่ทำมัน งั้นเธอจะไม่มีชีวิตไว้อยู่ดูพรุ่งนี้! แต่นั่นต่างไปจากนาย! แม้อย่างนั้น นายบอกว่านายตั้งใจที่จะโยนความเป็นมนุษย์ไปเพื่อมันเหรอ!? นายกลับไปเป็นมนุษย์ไม่ได้อีกแล้วนะ นายรู้เรื่องนั้นมั้ย!?」

นานะฟูชิเขย่าแขนผมและตะโกนอย่างสิ้นหวัง

ผมจับมือของนานะฟูชิที่เกาะผมและถือมันอย่างอ่อนโยน

「ระยะของความสามารถชั้นเล็ก ดังนั้นชั้นใช้มันได้แค่แนวหน้า ชั้นมีหน้าที่ที่จะต้องทำและ “สหาย” ของชั้นก็มีของเค้า นั่นทำไมชั้นต้องเติมเต็มหน้าที่ของชั้น เพื่อที่จะทำสิ่งนั้น ชั้นต้องมีกายที่แข็งแกร่งกว่าที่ชั้นมีอยู่ตอนนี้」

พูดนั่น ผมมองในตาสีเขียวของนานะฟูชิ เธอหยุดเขย่าแขนผม

「ซู-ซูซูฮาระ-ซามะ?」

นานะฟูชิพึมพำชื่อผมภายใต้แสงจันทร์

ตาของเธอเปิดกว้างและตัวของเธอเริ่มสั่น

「ต-ตาของนาย ไม่มีทาง……」

นานะฟูชิพึมพำในเสียงที่สั่น ปล่อยแขนของผมที่เธอเคยจับอย่างแน่นและเอื้อมมือไปที่หน้าผม นิ้วของเธอจับบริเวณใต้ตาผม

「ต-ตาสีทอง……」

ตาสีทอง? มีบางอย่างผิดปรกติกับตาผมเหรอ?

「ชั้นไม่เคยได้ยินปรากฏการณ์ที่ตาของผู้ถือตาแห่งพื้นดินเปลี่ยนสี นายเป็นอะไรกันแน่……」

กลืนน้ำลายของเธอ นิ้วของนานะฟูชิจับใต้ตาของผม และมองผมด้วยตาที่สั่น ระหว่างที่ส่งเสียงที่สั่นของเธอ

ตาเปลี่ยนสีเหรอ? ตาผมเปลี่ยนสีเหรอ?

เข้าใจแล้ว

「ยังไงซะ นั่นไม่ได้จะมีความสำคัญกับชั้น มันไม่ใช่ว่าชั้นเสียวิสัยทัศน์ไป」

「《เอ๋!?》นายหมายความว่ายังไงมันไม่สำคัญ!? สีในตานายเปลี่ยนนะ!? นั่นไม่กวนใจนายเหรอ!?」

กับคำพูดผม นานะฟูชิกระตุกและส่งเสียงของเธอระหว่างที่ดูสับสน

「ถ้ามันไม่ขัดขวามความสามารถของชั้นชั้นไม่สนใจ ปล่อยเรื่องนั้นไว้ก่อน――」

「ปล่อยเรื่องนั้นไว้ก่อน!? มันโอเคจริงๆที่จะแค่ปล่อยมันไว้ก่อนเหรอ!?」

ดูเหมือนว่าเหมือนเธอจะถูกกวนใจโดยสีตาของผมที่เปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ นานะฟูชิรีบตัดคำพูดผมด้วยคำพูดของเธอ

ผมไม่สนใจมากเกี่ยวกับตาผมเปลี่ยนสียังไง “สายตา” ก็ไม่ได้ถือความหมายมาก เพราะผมไม่มีจุดบอดในระยะความสามารถ ไม่มีปัญหาแม้ว่าผมตาบอด

แต่ถ้าฮิซูกิอยู่ข้างผม งั้นความสามารถผมจะใช้ไม่ได้อย่างที่มันเคยเป็น ดังนั้นผมอาจจะมีปัญหาถ้าผมเสียสายตาไป

「ม-ไม่ว่ายังไง เราต้องหยุดเลือด! และสีของตานาย!? 《อ้าา!》 ชั้นควรจะทำยังไงดี!?」

ดูเหมือนเธอกำลังจะร้องไห้ มันดูเหมือนนานะฟูชิจำได้ว่าเธอฉีกเนื้อจากไหล่ผมและจับมัน เมื่อเธอมองขึ้นมาหาผม จากนั้นเธอจำได้ว่าตาผมเปลี่ยนสี มันดูเหมือนว่าเธอตกไปอยู่ในโหมดตื่นตกใจอย่างสมบูรณ์

ไม่ใช่ว่าพลังการประมวลผลของเธอเทียบได้กับสุดยอดคอมพิวเตอร์เหรอ?

「ใจเย็น มันโอเค มันโอเค」

ผมจับสะโพกของนานะฟูชิ ยกเธอขึ้นและกอดเธอ ผมลูบหลังนานะฟูชิอย่างอ่อนโยนขณะที่ผมโอบกอดเธอ และพักหัวของผมบนไหล่เธอ กระซิบคำนั้นในหูเธอให้อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผมทำได้

「ฮะ……ไฮ้……-ซุ……♥」

นานะฟูชิที่ตื่นตกใจก่อนหน้า สงบลงอย่างสบบูรณ์ทันทีที่ผมลูบหลังเธอ เสียพลังทั้งหมดจากตัวเธอไป จากนั้นเหมือนแมวที่ถูกเกาคาง เธอปล่อยเสียงที่เหมือนแมวและหมดพลังในแขนขา

ช่างเป็นแมลงต่อสู้ที่ง่าย

「ตอบคำขอของนายก่อนหน้า ชั้นยินดีที่จะมอบพลังของชั้นให้นาย♥ ถ้านายโอเคกับชั้น งั้นใช้ชั้นมากเท่าที่นายต้องการ♥」

เหมือนแมวที่ตกอยู่ในกับดักกัญชาแมว นานะฟูชิได้หมดแรงจากแขนขาและพึมพำคำนี้

「ชั้นพยายามจะใช้นาย ชั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดนี่แต่ถ้านายช่วยชั้นเมื่อชั้นขอให้นายช่วย ชั้นจะเสนอทุกอย่างของชั้นให้นาย」

「ถามได้เลย ถ้ามันอยู่ในความสามารถของชั้น งั้นชั้นจะทำทุกอย่าง ชั้นจะทำอะไรก็ตามยกเว้นการทำร้าย “สหาย” ของชั้น」

ขณะที่ผมตอบนานะฟูชิโดยไม่ลังเล นานะฟูชิที่ติดตัวเธอกับผมยกหัวของเธอขึ้น

「ชั้นมีสองคำขอ ชั้นอยากได้อสุจินายเขาไปในช่องคลอดของมาสเตอร์ของชั้น ถ้านายทำอย่างนั้น งั้นชั้นจะแข็งแกร่งขึ้นได้ จากนั้นชั้นจะเป็นประโยชน์กับซูซูฮาระ-ซามะแน่นอน-ซุ และอีกอย่าง――」

นานะฟูชิหยุดหลังจากที่พูดอย่างนั้นและหัวเราะอย่างขมขื่น

「ถ้าชั้นตาย งั้นชั้นอยากให้นายดูแลมาสเตอร์ชั้น」

คำนั่นที่มุ่งมั่นที่จะเผชิญกับความตาย

「เธอชอบทามะมูชิจริงๆ หือห์」

นานะฟูชิคิดจะทิ้งมาสเตอร์ของเธอ นานะฟูชิมีแผนที่จะเสียสละเธอเพื่อเอาชนะคุดัน ผมกอดนานะฟูชิแน่นในอ้อมกอด

ได้ยินผมพึมพำคำนั้น นานะฟูชิที่ยกหน้าของเธอขึ้น คิกคักด้วยความสุข แม้ผมไม่มั่นใจว่าเธอยอมรับมันมั้ย และเธอฝังหน้าเข้าไปในหน้าอกผม

นานะฟูชิที่บริการมาสเตอร์มาหลายคน

เพื่อที่จะทำภารกิจเธอให้สำเร็จ เธอทรยศและทิ้งพวกเธอ และมันควรจะเป็นแบบเดียวกันกับทามะมูชิ

อย่างไรก็ตาม――

ยังมี “ครอบครัว” อยู่ที่นี่ด้วย ทามะมูชิและนานะฟูชิคือ “ครอบครัว”

ไม่ว่าผมจะฟังควมคิดเห็นจากใคร ผมจะคิดอย่างนั้นต่อไป

「ปล่อยมันให้ชั้น」

พึมพำสิ่งนั้น ผมกอดนานะฟูชิแน่นขึ้นอีก

นานะฟูชิก็ยังฝังหน้าของเธอลึกลงไปในหน้าอกผมด้วย และจับแจ็คเก็ตผมด้วยมือเล็กๆของเธอและกอดผมแน่นขึ้นไปอีก

เมื่อผมบอกว่า “ปล่อยมันให้ชั้น” มันไม่ใช่คำตอบคำขอของนานะฟูชิ

ผมชอบตั้งตัวผมอยู่ตรงกลาง เหมือนอาซาฮินะ ผมไม่ตอบอย่างจริงใจกับคำขอ

นานะฟูชิ ปล่อยมันให้ผม หลังจากที่ทั้งหมดนี้ได้จบ ผมจะสร้างที่ที่อยู่ได้สำหรับทั้งเธอและมาสเตอร์ของเธอที่เธอรักที่สุด ดังนั้น――

เธอเป็นคนที่ต้องดูทามะมูชิ นานะฟูชิ

หลังจากที่นั่งที่พื้นและกอดกันซักพัก เรากลับไปที่บ้านของทามะมูชิ

แม้เธอจะประกาศตัวว่าเป็นแมลงต่อสู้ต่อต้านคุดาน ไม่ว่าคุณจะดูเธอยังไง การที่เห็นเธอดึงมือผมและเดินอย่างเร่งรีบด้วยก้าวเท้าที่เล็ก เธอเป็นแค่สาวโลลิน้อยๆ

และสาวโลลิน้อยๆนั่นกังวลเกี่ยวกับไหล่ผม ที่ได้ถูกฉีก แต่ผม ที่มีชื่อเสียงในความอ่อนแอและเปราะบางจะไม่ตายจากบางอย่างแบบนั้น

แม้ความเจ็บปวดจะยังอยู่ เลือดไหลส่วนใหญ่ได้หยุดแล้ว

นอกจากนี้ จากตอนนี้ไป ยังไงผมก็จะเลิกเป็นคน ผมจะขอให้ทามะมูชิดัดแปลงกายผม

ผมจะไม่ตาย ผมตายไม่ด้ จนกว่าผมจะสร้างที่ให้ทุกคนอยู่อย่างมีความสุข ผมจะไม่ตายอย่างแน่นอน

เพื่อการนั้น ผมจะโยนความเป็นมนุษย์ทิ้งไป

เพื่อการนั้น ผมจะได้กายที่ไม่ยอมง่ายๆ ที่ก้าวข้ามความเร็วในการรักษาของมนุษย์ทั่วไป

ความเจ็บปวดบนไหล่ผมจะเป็นความเจ็บปวดสุดท้ายที่ผมจะรู้สึกในฐานะมนุษย์

นั่นทำไม ผมต้องขอบคุณนานะฟูชิที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีมีดเป็นพันเล่มกรีดไหล่ผมอยู่

ขอบคุณ ผมได้สร้างความทรงจำที่ดี

จับมือของนานะฟูชิ เราได้เดินยามค่ำคืนกลับไปที่บ้านของทามะมูชิ

「ทาดาอิมะ*」

TLN: กลับมาแล้ว

ผมพูดออกไปขณะที่ผมเปิดประตูหน้า

โดยไม่ตั้งใจ ผมคิกคักออกไปเบาๆ

「ซูซูฮาระ-ซามะ มีอะไรเหรอ?」

ระหว่างที่จับมือผม นานะฟูชิมองขึ้นมา เอียงหัวของเธอใส่ผมและกระซิบในความสงสัย

「ไม่ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่」

เนื่องจากที่ผมคิกคักก่อนหน้า เสียงของผมจบที่การสั่นเมื่อผมตอบ

「มันรู้สึกเหมือนมันเป็นครั้งแรกสำหรับชั้นที่ได้ยินคำว่า “ทาดาอิมะ” ออกมาจากปากของชั้น คิดเกี่ยวกับมันมันทำให้ชั้นอยากหัวเราะอย่างไรก็ไม่รู้ เธอไม่คิดว่ามันฟังดูโง่เหรอ」

เพราะมันฟังดูน่าขัน ผมไม่มีทางเลือกนอกจากลดเสียงและยิ้มเมืองผมตอบ

「ไม่ มันไม! ชั้นก็เข้าใจความเจ็บปวดที่ไม่มีที่ให้กลับไป มันไม่ได้ฟังดูโง่เลยซักนิด!」

ขึ้นเสียงของเธอ นานะฟูชินำสายตาเธอขึ้นมาที่ผม มอบการมองที่โมโหให้ผม เธอสะบัดมือผมออกจากการจับ ถอดรองเท้าแตะของเธอและโยนมันไปที่พื้น เธอวิ่งเข้าไป

จากนั้น――

「โอกาอิรินาไซ-ซุ* ยินดีต้อนรับกลับบ้านซูซูฮาระ-ซามะ!」

TLN: ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

ขณะที่นานะฟูชิหันมา เธอยื่นมือทั้งสองของเธอออกมาและทักทายผมด้วยหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

รู้ความเจ็บปวดของการไม่มีบ้านให้กลับไป หือห์

ยังไงซะ เธออายุสามร้อยปี คิดเกี่ยวกับมาสเตอร์ของเธอที่จากโลกนี้ไปนานแล้ว นานะฟูชิยังตามคำสั่งของเธอ และเดินหน้าต่อไปคนเดียวในความมืดมิด

ผมสงสัยว่าเธอเหงาแค่ไหนก่อนเธอจะมาเจอทามะมูชิ

「อาา ทาดาอิมะ」

ผมหัวเราะ ผมลูบหัวนานะฟูชิ ระหว่างที่แขนของเธอยังยกขึ้นมา ผมจับเธอทั้งสองข้างและยกเธอขึ้น จากนั้น เหมือนลูกโคอาล่า นานะฟูชิเกาะผมและฝังหน้าของเธอเข้าไปที่หน้าอกผม ผมกอดนานะฟูชิแน่นในการตอบ

「《อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ้า-!》」

มันเป็นเสียงร้องทำลายแล้วหู

มันเป็นเสียงของฮิซูกิ ผมสงสัยว่าเกิดอะไรข――

「แค่เมื่อชั้นคิดว่านายหายไป…ทำมันแค่กับนานะฟูชิ-จังมัน ไ-ม่-แ-ฟฟฟฟฟ-ร์」

ฮิซูกิบินออกมาจากห้องนั่งเล่นและพุ่งมาหาผมขณะที่เธอตะโกนคำพวกนี้ออกมา

「อย่า ฮิซูกิ!นี่ทำไมซูซูฮาระ-ซามะเลี่ยงเธอตลอด!」

ตามเธอมาคาซะฮานะที่กระโดดออกมาจากห้องนั่งเล่นและตามติดฮิซูกิในทันที

「เธอไม่เข้าใจชั้นเมื่อชั้นบอกให้เธอหยุดเหรอ เจ้าโง่!」

คาซะฮานะตะโกนออกมาและกระทืบเท้าอยู่ที่พื้น จากนั้นผมหลบฮิซูกิอย่างคล่องแคล่ว

ฮิซูกิเสียสมดุลย์จากการพยายามของเธอและสะดุดไปตรงประตูหน้าและ――

「《กย่ะฟุน-》」

เธอพูด “กย่ะฟุน” เมื่อเธอชนกับประตูหน้า

「เดี๋ยว-!?」

คาซะฮานะที่เตะไปจากพื้นส่งเสียงงงงวยกลางอากาศ

ทันทีต่อมา――

「ห-หลบ! ฮิซูกิ!」

「《กย่ะฟุน-》」

การเตะของคาซะฮานะดีดเธอเข้าไปหาฮิซูกิที่ติดกับประตูทำให้เธอส่งเสียง “กย่ะฟุน” อีกครั้ง

แต่ผมอยากได้ยินอาซาฮินะพูดว่า “กย่ะฟุน” นะ……

ไม่ว่าอย่างไร――

「เธอตายมั้ย?」

เธอทำตัวเองบาดเจ็บก็เรื่องนึง แต่ไม่ใช่การเตะของคาซะฮานะอันตรายนิดหน่อยเหรอ?

「หลอกนายแล้วว!」

「ห๋าา?」

ที่สมควรจะเป็นฮิซูกิรับการเตะของคาซะฮานะและชนกับประตู ฮิซูกิหันมาอย่างรวดเร็วแสดงความแวววาวในตาสีดำของเธอและกระโจนใส่ผม

อย่าบอกผมนะว่าเธอหลบทั้งหมดนั่น?

ตาแห่งสวรรค์ หือห์

ทำไมเธออยากจะเสียตาแห่งสวรรค์ไปบนบางอย่างแบบ――

「《โอกาอีรินาไซ-เดซซซซซซซซซซซุ!》」

ด้วยหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ฮิซูกิตะโกนสุดปอดของเธอ และกอดผม

「ช-ชั้นจะมีรูในท้องของชั้น……」

ระหว่างที่มองฮิซูกิด้วยหน้าที่ซีด คาซะฮานะพึมพำขณะที่เธอวางทั้งสองมือไปที่ท้องของเธอ

มันไม่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเธอที่จะมีรูที่ท้อง คือที่ผมอยากจะเข้าไปพูด แต่แม้ว่าเธอจะมีรู มันจะไม่มีปัญหา งั้นมาระงับการซึโคมิห่วยๆเถอะ

「ฮ่ะว้าา-♥ ตาของโมตะ-คุงเป็นสีทอง♥ นายเปลียนภาพลักษณ์เหรอ?♥ มันสุดดยอดเป็นเหมือนชนชั้นสูงและมันมหัศจรรย์~♥」

มันดูเหมือนฮิซูกิได้สังเกตสีของตาผมได้เปลี่ยนและร้องเสียงแหลมเหมือนแฟนดาราโดยตัวเธอเอง ด้วยหน้าที่แดงอย่างสมบูรณ์

「สีของตานาย? เฮ้ย ฮิซูกิ! มันไม่ใช่เวลาที่จะมาเป็นแฟนดารานะ! ไม่ใช่ว่ามีบางอย่างผิดไปกับตัวของซูซูฮาระ-ซามะเหรอ!?」

 「เอ๋?」

「“เอ๋?” เท้าแหน่ะ เจ้าโง่! เธอแม้แต่มีตาแห่งสวรรค์เพื่ออะไรกัน?! ตาแห่งสวรรค์บอกได้เหตุผลที่ตาของซูซูฮาระ-ซามะเปลี่ยนสีได้ง่ายๆ! เร็วๆเข้าและคิดมันออกมาเจ้าโง่! สำหรับเหตุผลแบบนี้ ทำไมซูซูฮาระ-ซามะถึงเลี่ยงเธอตลอด เจ้าโง่! เจ้า เจ้า โงงงงงงงงงงง่!」

ตะโกนใส่ฮิซูกิด้วยพลังทั้งหมดของเธอ คาซะฮานะจ้องฮิซูกิด้วยหน้าที่แดง บีบมันออกมาทั้งหมดจากปอดของเธอ

「เอ๋? อ่ะ(ห์)เระ? คิดมัน? อ่ะ(ห์)เรเระ?」

มึนงง ฮิซูกิมองขึ้นมาหาผมและส่งเสียงที่สับสน

「ชั้น ม-ไม่เห็น?」

ฮิซูกิพึมพำ

ได้ยินคำพึมพำของฮิซูกิ คาซะฮานะกัดฟันของเธอ จ้องเธอและพยายามจะคำรามในความโกรธ

「…」

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผมได้มองเธอ เธอจบที่เปิดและปิดปากของเธอโดยไม่สร้างเสียง

มันดูเหมือนเธอเข้าใจความคิดผมเมื่อเธอมองดูใน “ตา” ผม

ความสามารถของฮิซูกิไม่มั่นคง และส่วนใหญ่น่าจะ เธอยังไม่รู้นั่น

「ท-ทำไมชั้นมองไม―」

「มีเวลาแบบนี้ เพราะเธอเป็นมนุษย์ มีเวลาที่ตัวเธอป่วยเนื่องจากความเจ็บป่วย ถ้าเธอกังวลเกี่ยวกับมันเมื่อเธอมีมัน งั้นมันจะแค่ทำให้มันแย่ลง ดังนั้นไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับมัน」

ระหว่างที่ลูบหัวฮิซูกิ ผู้ที่สับสนอยู่ ผมอธิบายมันให้เธอด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน

มันไม่ดีที่จะกดันฮิซูกิเมื่อเราไม่รู้วิธีแก้

「เธอมีความสามารถที่น่าทึ่ง และเธอยังไม่ปลุกมันให้ตื่น มันไม่ปรกติสำหรับเธอที่จะใช้มันอย่างอิสระใช่มั้ย? มันยังใช้พลังงานเยอะด้วย นั่นทำไมเธอควรจะพักผ่อนตอนนี้」

ขณะที่ผลูบหัวฮิซูกิโดยใช้เสียงที่อ่อนโยนมากที่สุด ผมขยายความมันให้เธอ

ผมอ่านใจของฮิซูกิไม่ได้ นั่นทำไมฮิซูกิขัดแย้งเกี่ยวกับการตัดสินใจว่าจะ “ดู” ใจผมหรือไม่

ถ้าเธอ “เห็น” อะไรที่อยู่ในหัวผม งั้นเธอจะสามารถเห็นทุกอย่างที่ผมคิดอยู่ และผลของมัน มันจะจบที่การกดดันฮิซูกิมากกว่าที่เธอเป็นอยู่แล้ว

แต่ผมไม่รู้ ผลเลยจะแค่พนันกับมัน คาดเดาว่าเธอจะเห็นสิ่งต่างๆหรือไม เนื่องจากความสามารถของเธอไม่มั่นคงตอนนี้ ผมแต่จะพนันว่าเธอไม่สามารถที่จะ “เห็น”

「ด้ว-ด้วยกัน……」

มองขึ้นมาหาผม ฮิซูกิแดง เลี่ยงสายตาเธอในความอายและหยิกแจ็คเก็ตของผมโดยใช้นิ้วของเธอ

「ถ-ถ้านายนอนด้วยกันกับชั้นคืนนี้ งั้นชั้นจะนอนอย่างเชื่อฟัง……♥」

เธอพึมพำระหว่างที่ยังเลี่ยงสายตาเธอไปจากผม

「วากัตตะ* แต่ก่อนหน้านั้น ชั้นมีบางอย่างที่ชั้นต้องคุยกับทามะมูชิ เราจะนอนด้วยกันหลังจากนั้น ดังนั้นรอชั้นในห้องนั่งเล่น」

TLN: โอเค; เข้าใจแล้ว

หลังจากพูดนั่นกับฮิซูกิ เธอหน้าแดงมากจนหูเธอแดงและพยักหน้ารัวๆตอบ

นำสายตาผมไปหาคาซะฮานะ ที่มองมาทางผม ผมพยักหน้าเล็กๆให้เธอ

ได้ยินการสนทนาของผมกับฮิซูกิ มันดูเหมือนว่าเธอมีความเข้าใจดีว่าปัญหาของความสามารถเธอคืออะไร

「ซา* ฮิซูกิ มากลับไปที่ห้องนั่งเล่นแล้วเล่นบาบะนูกิต่อเถอะ」

TLN: โอเค; ยังไงซะถ้างั้น

เธอยิ้ม คาซะฮานะเดินไปหาฮิซูกิ และนำมือเธอไปที่สะโพกของฮิซูกิแล้วหันเธอ ดึงเธอไปจากผม

ผมสงสัยว่ามันเป็นเพราะสัญญาของผมกับฮิซูกิ ที่เธอเดินไปโดยไม่แสดงการต่อต้านเป็นพิเศษ

「ไม่ใช่ว่ามันน่าเบื่อที่จะเล่นบาบะนูกิกับชั้นที่เห็นได้ทุกอย่างเหรอ?」

เธอถามคาซะฮานะ

「ม่า* นั่นอาจจะจริงแต่มีครั้งนึงที่เธอ “แพ้” นะ」

TLN: ยังไงซะ

「นั่นเป็นเพราะเธอใช้การหลอก―」

「ด้วยคู่ต่อสู้ที่มีตาแห่งสวรรค์ มีความจำเป็นที่จะต้อง “หลอก”」

ฮิซูกิหน้ามุ่ยจากคำพูดของคาซะฮานะ ที่หันเธอไปขณะที่เธอนำฮิซูกิไปที่ห้องนั่งเล่น

「โมตะ-คุง ชั้นจะรอถ้างั้น♥」

ก่อนจะเข้าห้องนั่งเล่น ฮิซูกิมองผมและหน้าแดงอย่างเขินอาย ขณะที่เธอพึมพำในเสียงที่เกือบจะไม่ได้ยินจากนั้นเข้าไปกับคาซะฮานะ

“หลอก” หือห์

อย่างที่คาดกับคาซะฮานะ เธอสามารถที่จะมอบข้อมูลให้ผมโดยไม่ยุ่งยากใดๆเลย

ผ่านการฟังการสนทนาของผมกับฮิซูกิ คาซะฮานะรู้สึกว่าบางอย่างได้แปลกๆกับเธอ จากนั้นเธอบอกผมว่าเธอจำความรู้สึกไม่สบายเมื่อเธออยู่กับฮิซูกิโดยไม่ให้ฮิซูกิสังเกต

ฮิซูกิ “แพ้” ครั้งนึงในบาบะนุกิ และเธอคิดว่าเธอโดน “หลอก”

ผมมันใจว่าไม่มีอะไรที่ถูกซ่อนจากตาแห่งสวรรค์จากการหลอกหรือเหี้ยอะไรแบบนั้น

นั่นไง เมื่อมันมีปัญหากับความสามารถของฮิซูกิ เธอลืมมันไปโดยสิ้นเชิง

「มันดูเหมือนเธอใช้พลังของเธอสำหรับวัตถุประสงค์ที่ผิด」

นานะฟูชิ ที่ได้เงียบอยู่ตลอดเวลานี้พึมพำระหว่างที่เกาะผม

ผิด? เอ๋? ผิด…นั่นหมายถึง――

「เธอรู้ว่านั่นเกิดขึ้นได้ยังไงเหรอ?」

นานะฟูชิรู้เหตุผลที่ความสามารถของฮิซูกิไม่มั่นคงมั้ย?

「ชั้นแค่ได้ความรู้นี้มาจากการอ่านหนังสือเกี่ยวกับมัน ดังนั้นอย่าฟังคำชั้นมากเกินไป……」

「บอกชั้น」

「นายมีบางอย่างที่จะคุยกับมาสเตอร์ของชั้นใช่มั้ย? ชั้นก็มีธุระกับมาสเตอร์ ดังนั้นทำไมเราไม่ไปคุยที่นั่นล่ะ?」

นานะฟูชิชำเลืองมองห้องนั่งเล่นและกระซิบเบาๆ

ใช่ นั่นจริง ถ้าเราคุยใกล้ประตู งั้นมันจะแย่ถ้าฮิซูกิได้ยินการสนทนาของเรา

「เธอค่อนข้างมีไหวพริบนะ」

「ซูซูฮาระ-ซามะค่อนข้างเก่งในการจีบผู้หญิงนะ♥」

กับคำพูดของผม นานะฟูชิหน้าแดงเล็กน้อยและพูดอะไรโง่ๆด้วยรอยยิ้ม

เก่งในการจีบผู้หญิง? ผมเหรอ? เธอล้อเล่นรึเปล่า

「แต่ชั้นไม่เคยจะเป็นที่นิยมเลยนะ」

「ไม่ใช่ว่านายเป็นที่นิยมเหรอ♥」

「อ๋า?」

「ริกกะนั้นพิเศษเพราะเธอเป็นครอบครัวของนาย แต่คาซะฮานะและฮิซูกิ…และยังมีสาวที่ชื่อมารินะ-จังและสาวยูกะ-จัง และสาวยูกินะ-จังด้วย ใช่มั้ย? เพิ่มเติมจากนั้น ยังมีมาสเตอร์ชั้นอีก♥ ดังนั้นนี่ไม่ได้เรียกว่าไม่เป็นที่นิยมนะ♥」

「ย-ยังไงซะ นั่นเป็นเพราะมันมีสถานการณ์หลายๆอย่าง ริกกะเป็นศัตรูมาก่อนแต่ชั้นเอาชนะเธอได้ สำหรับมารินะและยูกะ ชั้นทำบางอย่างอย่างการแบล็คเมล์และข่มขืนซึ่งทำให้พวกเธอยอมชั้น และสำหรับทามะมูชิ ชั้นเอาชนะเธอครั้งนึง ที่ชั้นทำทั้งหมดคือขู่พวกเขาให้มาเป็นข้างชั้น ยูกินะ……มันรู้สึกเหมือนว่าเธอติดกับชั้นทางอารมตั้งแต่แรก แต่ไม่ว่ายังไง ชั้นไม่ได้ใช้วิธีธรรมดาที่ทำให้เธอเป็นของชั้น」

ผมพยายามจะอธิบายมันให้กับนานะฟูชิที่ยิ้มให้ผม

อะไรวะ เธอยิ้มอะไรกัน… ผมไม่ได้โกหก

「ซูซูฮาระ-ซามะเป็นปีศาจที่ไม่รู้จักการยั้งมือและการแสดงความเห็นอกเห็นใจกับศัตรูของนาย แต่เมื่อนายทิ้งการป้องกันและมองพวกเธอเป็น “สหาย” นายจะรักและเสน่หาพวกเขามาก♥ มากกว่านั้น นายจะเสี่ยงชีวิตของนายเพื่อปกป้องพวกเธอ♥ คุณภาพนั้นเป็นอะไรที่ทำให้นายมีเสน่ห์กับคนอื่นมาก♥」

「……เงียบน่า」

ใครก็ตามที่มีสหายจะปกป้องพวกเขาอย่างแน่นอน นั่นคือความหมายของการมีเพื่อน ผมจะยอมรับนั่น เธอเธอจะเรียกผมเดเระเดเระเหรอ?! ผมจำไม่ได้ว่าเดเระนะ!

「แต่มีแค่อาซาฮินะที่จะมีเวลาที่ลำบาก♥」

「อ๋า? แน่นอน ไอ้นั่นมันไม่ใช่สหายของชั้น」

「ใช่~♥ อาซาฮินะ-ซังไม่ใช่ “สหาย” ใช่มั้ย ♥」

「……เธอพยายามจะพูดอะไร? หืมมม?」

「ไม่มีอะไร♥」

ผมมอบการจ้องที่อันตรายให้นานาฟูชิ แต่นานะฟูชิยังใส่รอยยิ้มเดียวกันกับก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าเธอมีความสุขกับมัน จากนั้นมองผมด้วยสายตาที่มองขึ้นมาและยิ้ม

ฟุฟุ นานะฟูชิ เธอ――

ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะลงโทษเธอ

ยังกอดนานะฟูชิอยู่ ผมเดินที่ทางเดินและเข้าไปในห้องนอน

「อึ๋น?」

เปลือยเปล่าบนเตียงคือทามะมูชิที่นั่งยองๆในท่าถ่าย วางแมลงที่เหมือนเพรียงที่ไว้ช่วยตัวเองอันเดียวกัน ที่ใช้กับริกกะอยู่ใต้น้องหนูของเธอ หนวดจำนวนนับไม่ถ้วนได้ถูกยืดออกมาจากแมลงที่เหมือนเพรียง ลูบไล้หัวนมและเม็ดถั่วของเธอ ขณะที่เธอใช้มือซ้ายเพื่อแหย่นิ้วเข้าไปในน้องหนู และใช้มือขวาเพื่อแทงนิ้วเข้าออกรูหลังเธอ เธอมองขึ้นมาแล้วเห็นผม

「อ๊ะ ชั้นผิดเอง」

ระหว่างที่พูดอย่างนั้น ผมถอยกลับและปิดประตู

มันดูเหมือนเธออยู่ระหว่างการช่วยตัวเอง

หลังจากซักพัก――

「กย้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!」

เสียงกรี้ดของทามะมูชิก้องไปทั่วบ้าน

หลังจากเวลาผ่อนไปซักพักหนึ่ง ประตูได้เปิดอย่างช้าๆ และจากช่องว่าง ผมเห็นตาของทามะมูชิได้

ตามรกตที่มีน้ำตาของเธอมองขึ้นมาหาผม ดูเหมือนเธอกำลังจะร้องไห้

「ม-มันไม่เหมือนที่นายเห็น」

เธอพูดออกมาอย่างเหม่อลอย

「เธอพูดเรื่องอะไร? แต่ชั้น “ไม่เห็นอะไรเลย” นะ?」

เมื่อมองทามะมูชิที่มองขึ้นมาหาผมจากรอยแยกในประตูเธอปล่อยเสียงครวญ “อออุ” และดูเหมือนเธอได้ใกล้จะระเบิดน้ำตาออกมาเข้าไปอีก

「ส-แสดงความเห็นอกเห็นใจทำให้ทั้งหมดมันเจ็บปวดขึ้นไปอีก……」

น้ำตาเม็ดใหญ่ได้หล่นไปที่พื้นขณะที่ทามะมูชิพึมพำตอบ

อารย้า…นั่นมันล้มเหลวเหรอ? แต่ผมพยายามจะระวังเกี่ยวกับมันนะ

ถ้าเป็นอย่างนั้น――

「ชั้นได้โคตรแข็งจากการดูภาพที่ลามกที่สุดของการช่วยตัวเองของเธอ」

คิดว่าผมควรลดตัวลงไปที่ที่ทามะมูชิอยู่ ผมยิ้มตอบ

「จ-จริงเหรอ? นายกระสันจากการดูชั้น?」

ใช้นิ้วชี้ของผม ผมชี้ลงไปที่ทามะมูชิที่ถามคำถามนั้นอย่างเขินอาย

ผมชี้ไปที่หว่างขาของผม

แม้ว่าจะน้ำแตกไปมาก เอ็นนี้ของผมยังเต็มไปด้วยความแข็งแรงท้าทางความคาดหวังของผม เอ็นผมได้แข็งเป็นหินในกางเกงผม

มันชัดเจนจากการดูกางเกงผมว่าผมได้แข็ง

ลดตาของเธอ ทามะมูชิจ้องหว่างขาของผมและยิ้มอย่างงี่เง่า

「อุมุ!」

เธอตอบอย่างมีความสุข

มันดีที่ว่าเธอเป็นเด็กที่คิดอะไรง่ายๆ ยังไงซะ แต่เธอแก่กว่าผมนะ

ถ้าผมจะอธิบายสถานการณ์กับทามะมูชิ มันดีกว่าที่จะไปห้องสแต็กเพื่อทำมัน ดังนั้นทามะมูชิปิดประตูซักพักหนึ่งเพื่อที่จะเปลี่ยนเสื้อเธอและเตรียมพร้อม

มันดูเหมือนเธอไม่อยากให้ใคนดูเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะมันน่าอายสำหรับเธอ

แม้ว่าเธอเปิดเผยตัวที่เปลือยให้ผมในห้องน้ำและมีผมยัดหมัดใส่รูหลังเธอจนเธอหมดสติ ผมสงสัยว่าทำไมเธอถึงมาอายตอนนี้

ขณะที่ผมหลงอยู่กับความคิดของผม ประตูห้องนอนได้เปิดขึ้น และทามะมูชิได้ใส่เสื้อคลุมสีดำออกมา

การที่ผมสีเงินของเธอผูกอยู่ในหางม้า มอบความรู้สึกไม่สบายใจที่ไม่ปรกติ

ผมชอบหางม้า ดังนั้นเธอดูน่ารักกว่าปรกติ นั่นคือที่ผมคิด แต่ ไม่ นั่นไม่ใช่

ผมสีเงินเงาที่สวยงามและสีผิวหนังที่เปียกและเงาอย่างประหลาด ด้วยกันกับก้อนเล็กๆบนหน้าอกของเธอที่ดันเสื้อคุลมสีดำเล็กน้อย

มองดูตัวเธอทั้งหมด ทามะมูชิตอนนี้ดูชวนให้รักอย่างแปลกประหลาด แต่ลักษณะน่ารัก

มันสมควรจะแบนสุดยอด มันสมควรจะแบนเป็นไม้กระดานอย่างแน่นอน

มันเสริมเหรอ? เธอใส่เสริมหน้าอก? เดี๋ยว แม้ว่าเธอพูดบางอย่างที่ว่าเธอทิ้งความเป็นผู้หญิงของเธอไป?

「เธอ จริงๆแล้วเธอกังวลเกี่ยวกับมันเหรอ?」

พูดสิ่งนั้น ผมจับหน้าอกของทามะมูชิ

ทามะมูชิมองผมอย่างว่างเปล่า

ความรู้สึกนุ่มจากหน้าอกเธอได้ส่งผ่านมาที่ผมจากการลูบเสื้อคลุมสีดำของเธอ

โอ้ นี่ไม่ใช่ที่เสริมหน้าอกสมควรจะรู้สึก

ผมจะอธิบายมันยังไงดี…มันรู้สึกจริง มันรู้สึกเหมือนนมจริง

เมื่องผมยกมือของผมออกจากทามะมูชิอย่างอ่อนโยน ทามะมูชิที่มองผมอย่างว่างเปล่า หน้าได้แดงเป็นมะเขือเทศอย่างรวดเร็ว

และจากนั้น――

「กย้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!♥」

ทามะมูชิกรี้ดและใช้สองมือของเธอเพื่อผิดหน้าอกเธอ ไขว้มันเข้าหากัน จากนั้นเหมือนแมวที่มีถุงอยู่บนหัวมัน เธอถอยไปอย่างช้าๆ

「ท-ทำไมนายทำนั่นกระทันหันล่ะ♥ ถ้านายจะจับมันงั้นบอกชั้นก่อนสิ♥」

ผมไม่มั่นใจว่าทามะมูชิขึ้นเสียงในความโมโหหรือความอาย

「ขอโทษ」

มันเป็นความผิดผมที่ไปจับเธอโดยไม่เตือน ดังนั้นผมขอโทษอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกที่ผมรู้สึกมันเหมือนนมจริง สำหรับสาวที่หน้าอกเล็ก ขนาดมันเป็นขนาดเดียวกันกับนั่นไม่มากกว่าก็น้อยกว่า แต่ทามะมูชิสมควรจะแบนกว่านี้เมื่อเทียบกัน

ช่วงวัยเติบโตของเธอในที่สุดก็มาเหรอ?

ไม่จากที่เธอพูด เนื่อจากการใช้วิธีต้องห้าม เธอควรจะไม่โตอีกแล้ว

「ชั้นคิดว่ามันเป็นเพราะเธอดื่มอสุจิของซูซูฮาระ-ซามะ มันน่าจะเป็นเพราะอสุจิของซูซูฮาระ-ซามะอร่อยมากจนมันทำให้แมลงข้างในมดลูกของเธอ เปลี่ยนตัวเธอนิดหน่อย สั้นๆคือ มันพยายามจะปรับให้ตัวเธอมีรูปลักษณ์เป็นผู้หญิงมากขึ้น เพื่อดึงดูดอสุจิมามากกว่านี้นิดหน่อยจากซูซูฮาระ-ซามะ」

「โฮฮ่ว」

ฟังคำอธิบายของนานะฟูชิขณะที่เธอเกาะผม เมื่อเลียตัวของเธอด้วยตาของผม ผมมองทามะมูชิด้วยสายตาหลีและขึ้นเสียงทึ่ง

ทามะมูชิอยู่ไม่สุขอย่างเขินอายจากการที่ผมมองเธออย่างแปลกๆ

เหมือนเคย เธอยังค่อนข้างเป็นโลลิ แต่ยิ่งผมมองดูเธอ เธอยิ่งต่างมากขึ้นเมื่อเทียบกับเธอคนก่อน

ผิวของเธอที่ซีดและแห้งเหมือนศพตอนนี้ได้หายไปแล้ว กลายไปเป็นผิวที่ชุ่มช่ำที่คุณจะได้หลังจากอาบน้ำนานๆ เพิ่มเติมจากนั้น ตัวของเธอที่เป็นแค่หนังและกระดูก ได้เป็นโค้งอย่างละเอียดอ่อน คู่มากับหน้าอกที่อวบเล็กน้อย ทามะมูชิดูเหมือนสาวมากขึ้นแล้วตอนนี้

ไม่ต้องพูดถึง ผมสีเงินที่เงาวาวและตาสีมรกตของเธอที่ตอนนี้ได้ชุ่มชื่นและมีชีวิตชีวามากขึ้น

「เธอ…น่ารักขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย」

「ฟุว้าา♥」

ลดตัวลงไปถึงระดับสายตาของทามะมูชิ ผมกระซิบ

ทามะมูชิกระตุกและส่งเสียงที่งี่เง่า

จากนั้น――

「หยุดพูดอะไรโง่ๆ♥ หยุดพูดอะไรโง่ๆ♥ หยุดพูดอะไรโง่ๆ♥」

พูดนั่นซ้ำๆ หมัดของเธอลงมาหาผมเป็นห่าฝนอย่างอ่อนโยน

อะไรโง่? ผมได้พูดความจริงนะ

อย่างไรก็ตาม ตัวเธอกายพันธุ์เพื่อที่จะเอาอสุจิมากขึ้นจากผม

หลังจากฟังนั่น มันดูเหมือนแม้แต่แมลงก็พยายามอย่างสิ้นหวังที่จะเอาชีวิตรอด คือที่ผมคิด

「อุว้าา……มาสเตอร์ การกระทำของเธอมันไร้ยางอาย มันเหมือนกับเธอเป็นเด็กสาวตัวเล็กๆเลย มันไร้ยางอายถึงจุดที่ว่ามันน่าขยะแขยง」

นานะฟูชิที่ถูกกอดโดยผมและจ้องทามะมูชิด้วยสายตาของความขยะแขยง พึมพำภายใต้ลมหายใจของเธอ

「ธ-เธอพูดอะไรน่ะอีเวร!? เดี๋ยว…นานะฟูชิ! ทำไมบางคนแบบเธอกอดกับซูซูฮาระ-ซามะล่ะ!?」

「เอ๋? ทำไมเหรอ? มันเป็นเพราะชั้นอยากจะถูกกอดโดยซูซูฮาระ-ซามะ? อยู่ในอ้อมกอดของซูซูฮาระ-ซามะนั้นสบายสุดยอดดด แต่เพราะเหตุนี้ มันทำให้ชั้นกระสัน♥」

「จ-เจ้าโง่! การมีรูปแบบของมนุษย์มันไม่ได้ใช้เพื่อให้ถูกกอดโดยซูซูฮาระ-ซามะ! และไม่ใช่ว่าเธอมีขาที่งดงามทั้งสองแล้วเหรอ!? ปล่อยนะ! เดินด้วยเท้าของเธอเอง! ถอยออกมาแล้วเดินบนพื้นด้วยเท้าของตัวเอง!」

「เอ๋? ไม่อยากอ่ะ」

「《นะ-น๋านดะโตะะะะ?!*》เธอจะพูดว่าเธอจะไม่เคารพมาสเตอร์งั้นเหรอ?」

TLN: อะไรรรร

「เธอพูดถึงเรื่องอะไร? มันเป็นไปไม่ได้ที่จะตามคำสั่งที่ไร้เหตุผล มาสเตอร์เป็นอีโง่เหรอ?」

「อุก้าาาาาาาาาา! แก อีเด็กเวรหน้าด้านนนนนนนนนนนนน!」

โกรธ ทามะมูชิทุบหมัดลงมาเป็นห่าฝนใส่ผมและตะโกนใส่นานะฟูชิที่ปฏิเสธคำสั่งเธออย่างเมินเฉย

ทำไมเธอถึงตีผมล่ะ? ยังไงซะ มันไม่เจ็บ ดังนั้นผมไม่ถือจริงๆ

มากกว่านั้น ทามะมูชิเตี้ยขนาดนั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะตีนานะฟูชิที่ความสูงนั้นที่ถูกโอบกอดโดยผม ยกเว้นว่าเธอจะบินขึ้นมาที่นั่น

「อะไรของเธอน่ะ? เธออยากจะถูกกอดด้วยเหมือนกันเหรอ? ชั้นจะกอดเธอมากเท่าที่ต้องการ ตราบใดที่เธอขอมัน」

หลังจากพูดอย่างนั้น ผมหนุนนานะฟูชิขึ้นด้วยมือเดียวและใช้อีกมือที่ว่างยกทามะมูชิขึ้น

ระหว่างที่ทำอย่างนัน การเคลื่อนไหวของทามามูชิได้หยุดกระทันหัน และได้สั่นและแดงที่ใบหน้า

แม้ว่าสาวๆพวกนี้จะแข็งแกร่งอย่างโง่เง่า พวกเธอค่อนข้างน้ำหนักเบา

「พ-พ-พ-พูดบางอย่างเหมือนการอยากถูกกอด……มัน―」

「งั้นชั้นควรจะปล่อยเธอลง?」

「ฟุเอะ!?」

เปลี่ยนเป็นแดงอย่างสมบูรณ์ ทามะมูชิหันหน้าไปทางอื่นเมื่อผมถามคำถาม ชำเลืองมองผมอย่างแรงด้วยตาที่เปียก เธอสั่นและกัดปากของเธอ

「เธอไม่จริงใจเลย หือห์」

「อืมม」

「ฮ้ะอุ-!?」

เห็นด้วยกับคำของนานะฟูชิที่มองเธออยู่ตลอดเวลา ทามะมูชิที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนเกือบจะร้องไห้และจ้องเป็นคมมีดไปที่เธอ จากนั้น―

ทามะมูชิน่าจะยอมแพ้ เพราะเธอเสียพลังไปทั้งหมดจากตัวเธอ และได้พาตัวเธอเองเข้ามาใกล้ผม

มองดูทามะมูชิในสภาพนั้น นานะฟูชิหัวเราะเยาะด้วยหน้าที่ยิ้มเยาะ น่าจะมาจากการที่เธอได้ยินหัวเราะเยาะของนานะฟูชิ ทามะมูชิที่หันหน้าหนีไปจากเธอ จับผมแน่นด้วยทั้งสองมือและพองแก้มของเธอ

ทามะมูชิ เหตุผลที่นานะฟูชิล้อเธอส่วนใหญ่ชัดเจนว่าเธออยากจะสร้างความทรงจำที่ดี และแบกความทรงจำนี้ไปที่สนามรบ ที่เธอมีแผนจะเดิมพันด้วยชีวิตของเธอ เพื่อที่จะชนะศึกสุดท้าย

แม้ว่าเธอจะล้ม ตราบใดที่เธอยังมีความทรงจำกับการอยู่กับเธอ นานะฟูชิจะลูกขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าเธอจะน่วมหรือยับเยินแค่ไหน เธอจะยืนขึ้นมาใหม่ตลอด

เพื่อที่จะปกป้องเธอ

ดังนั้น…อืม…ยกโทษให้เธอเถอะ

ตามทามะมูชิเข้าไปที่ห้องแสต็ก เราเปิดประตูและเข้าไปข้างใน

「โออ้」

ผมส่งเสียงออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจในความประทับใจ

ห้องมันประมาณ 4 เสื่อทาทามิ*ที่ไม่มีหน้าต่างและนอกจากประตูที่เราเข้ามา ไม่มีทางออกอื่น ด้วยกำแพงที่เต็มไปด้วยชั้นว่างหนังสือ ที่ได้เรียงกันโดยไม่มีช่องว่างระหว่างแต่ละชั้น และในชั้นวางหนังสือนี้ หนังสือจำนวนมากได้วางเรียงรายกันอย่างเรียบร้อย โดยไม่อนุญาตให้มีช่องว่างระหว่างมัน เพิ่มเติมจากนั้น มี่รางอยู่ทั้งบนพื้นและเพดาน ชั้นวางหนังสือน่าจะเลือนได้ เพราะมีชั้นวางหนังสือมากกว่านั้นซ่อนอยู่ข้างหลังชั้นหน้า

TLN: 6.6 ตารางเมตร

ที่นี่น่าทึ่ง ทามะมูชิหลงใหลในการเรียนรู้ แต่ผมไม่คิดว่ามันจะถึงจุดนี้…

「งั้น เรื่องที่นายอยากจะถามชั้นล่ะ―」

ทามะมูชิที่ยังกอดผม ทำสีหน้าของเธอแน่นขึ้นและมองผม จากนั้นในทันทีนั้น การเคลื่อนไหวเธอหยุดเหมือนตาย

「อึนนน!?」

กระทันหัน ตาของทามะมูชิกว้างขึ้น และจับหน้าของผมไว้ระหว่างมือเธอ พาตัวเธอขึ้นมาตรงหน้าผม

「ตาของนายเป็นสีทอง!? เกิดอะไรขึ้นที่นี่เนี่ย!?」

พาตัวเธอมาใก้ลผมถึงจุดที่ว่าริมฝีปากเราทั้งสองสัมผัสกันได้ทุกเมื่อ ทามะมูชิส่งเสียงที่ตกใจ

เฮ้ย มันใช้เวลาทั้งหมดนั่นเพื่อรู้มันเหรอ?

「เธอรู้ช้าจังเลย ใจของเธอเต็มไปด้วยความต้องการให้ซูซูฮาระ-ซามะเสน่หากับเธออย่างสมบูรณ์เหรอ? เธอเป็นเหมือนลิงที่เพิ่งรู้ว่าจะช่วยตัวเองยังไงเลย」

「คุว้า-! หุบปากน่ะอีเด็กเวร! ชั้นคิดมาตลอดว่าเธอหยาบคาย แต่ตอนนี้ เธอเพิ่งตัดหางแมลงใจเย็นของชั้นไป!」

ใต้นานะฟูชิคือทามะมูชิที่คำรามอยู่ในความโกรธ

เด็กเวร หือห์ ถ้าผมมองนานะฟูชิ งั้นเธอก็เป็นคนที่ดูเหมือนเด็กเวรมากกว่า

「เยี่ยม! ถ้าเธอตัดหางของเธอ งั้นมันจะวิ่งหนีง่ายกว่าสำหรับเธอ」

「พูดอะไร อี《เด็กเวรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!》」

มีพวกเธอทั้งสองอยู่ในอ้อมกอด พวกเธอเริ่มดึงและหยิกหน้ากันระหว่างที่ทำเสียงคำรามออกจมูก

บนปลายหนึ่งอาวุธชีวภาพที่มีชีวิตอยู่มามากกว่าสามร้อยปี อีกปลายหนึ่ง ผู้ใช้แมลงอมตะที่เกือบฆ่าไม่ตาย ผลงานของการใช้วิธีต้องห้าม

ด้วยสองคนนี้มีสถานะชั้นสูง พวกเธอสู้กันเองบนเรื่องเล็กน้อย

พระเจ้า มันเป็นภาพที่ดีที่เห็นพวกเธอสนิทกันได้ดี โอ้ แต่ได้โปรดหยุดสู้กันเมื่อถูกกอดโดยผม

「นุกิกิกิกิกิ- มา-มาสเตอร์ ชั้นมีบางอย่างสำคัญที่จะพูด!」

「นุกุกุกุกุ- อะ-อะไร? อีเด็กเวร!」

พวกเธอสองคนได้คุยกันระหว่างที่ดึงแก้มกัน

「นิกิกิกิกิกิกิ! ช-ชั้นจะพูดมันหลังจากที่เธอปล่อยมือจากแก้มชั้น!」

「ฟุนุนุนุนุนุ! งั้นเธอปล่อยก่อนสิ!」

ครั้งนี้พวกเธอสู้กันว่าใครจะปล่อยก่อน

ยาเระยาเระ*

TLN: ให้ตายสิ

ขณะที่ผมปล่อยมือของผม สองคนที่ดึงแก้มกันหล่นไปพร้อมกัน

「อะด่ะ!?」

「อุกุ!?」

สองคนครางและครวญหลังจากกระแทกตัวพวกเธอเองกับพื้น

ถ้าเธอจะเล่น งั้นทำมันในเวลาว่างของเธอสิ

คิดอย่างนั้น ผมพวกเธอทั้งสองอย่างอันตราย เห็นผมใส่รอยยิ้มที่แข็งบนหน้าของผม พวกเธอมองหน้ากัน พยักหน้าและจับมือ

「ถ-ถ้าเราทำอีก งั้นเค้าจะโกรธจริงจัง!」

「อ-อุมุ!」

พูดนั่นกันเอง พวกเธอพยักหน้าอีกครั้ง

ไม่ แต่ผมไม่ได้โกรธจริงๆนะ

「งั้น ข่าวที่สำคัญคืออะไรล่ะ?」

ยืนขึ้นระหว่างถูก้นของเธอ ทามะมูชิถามนานะฟูชิ

「อ้าา」

นานะฟูชิส่งเสียงออกมาแล้วยืนขึ้น ยกนิ้วชี้มือขวาของเธอ

「มากิริ-ซามะ ชั้นขอโทษ」

นานะฟูชิพึมพำไปที่ปลายนิ้วชี้ของเธอซึ่งส่องแสงสีส้ม เมื่อนานะฟูชิโบกนิ้วของเธอไปในอากาศ ลายสีส้มซึ่งคล้ายกับตัวอักษรปรากฏขึ้น บนที่ว่างบนหน้าเธอ

「ลาก่อน มากิริ-ซามะ ขอบคุณที่ดูชั้นมาตลอดจนถึงวันนี้」

ทันทีหลังจากนานะฟูชิพึมพำ ตัวอักษรสีส้มในอากาศสว่างมากขึ้น ขณะที่มันเต้นเป็นจังหวะ หัวใจได้ปรากฏจากข้างใน

「ชื่อของชั้นคือนานะฟูชิ ตอนนี้ชั้นจะยกเลิกสัญญากับมาสเตอร์คนปัจจุบัน มากิริ-ซามะ」

ระหว่างที่ทามะมูชิพูดประโยคเหล่านี้ ตัวอักษรในอากาศได้ถูกเขียนใหม่และเรียงตัวใหม่ ในเวลาเดียวกัน หัวใจที่เต้นอยู่ในอากาศได้ถูกปกคลุมด้วยชั้นของควัน และเน่าไปทันที หยดที่เหลือของมันไปบนพื่น

อย่าบอกผมนะว่าหัวใจเมื่อกี้นี้ เป็นหัวใจของผู้นำทีมวิจัยเมื่อสามร้อยปีก่อน?

นั่นหมายถึงเพื่อที่จะสร้างนานะฟูชิให้สมบูรณ์ ผู้นำของทีมวิจัยแลกเปลี่ยนชีวิตของเธอ――

เธอทิ้งหัวใจไว้เพื่อจะเก็บตัวตนของนานะฟูชิเหรอ โดยการหวังว่าซักวันหนึ่งนานะฟูชิจะทำภารกิจสำคัญเธอสำเร็จ

ถ้าเป็นอย่างนั้นนั่นเป็นความดื้อรั้นที่เหลือเชื่อ

ผมรู้สึกว่าผมสามารถที่จะเข้าใจธรรมชาติจริงของแค้นฝังลึกของนานะฟูชิ

「มาสเตอร์ ชื่อ ชั้นอยากให้เธอบอกชื่อชั้นเพื่อสร้างสัญญา」

ทามะมูทำหน้า ขณะที่นานะฟูชิพูดมันกับผมอย่างเงียบ

ทามะมูชิดูตะลึง มีเหงื่อออกมาจากแก้มเธอ

「สะ สัญญาวิญญาน เกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่? เธอรู้พิธีสัญญาระดับสูงแบบนี้ได้ยังไง? มากกว่านั้น สัญญาวิญญานควรจะเป็นหนึ่งในวิธีต้องห้าม」

สั่นจากความประหลาดใจ ทามะมูชิส่งเสียงของเธอ นานะฟูชิไม่ตอบคำถามเธอ เธอแค่จ้องทามะมูชิ

เธอทดสอบทามะมูชิ ผมเดาว่า ว่าเธอจะเชื่อในตัวเธอเองอย่างไม่มีข้อแม้หรือไม่

ถ้าเป็นแบบนั้น มันไม่มีปัญหาถ้าผมแหย่หัวของผมเข้าไป

คิดอย่างนั้น ผมกอดอกและดูพวกเธอต่อไป

หลังจากซักพัก ทามะมูชิกลืนน้ำลายและยืดมือขวาออกไปสู่สิ่งที่เหมือนตัวอักษรที่ลอยอยู่ในอากาศ

「เธอโอเคที่จะทำสัญญาโดยไม่ถามอะไรเหรอ? สัญญาวิญญายกเลิกได้แต่โดยผู้ทำสัญญาเท่านั้นนะรู้มั้ย? และถ้าเธอทำสัญญา งั้นชั้นจะสามารถกินพัลงงานแมลงของเธอได้โดยไม่มีขีดจำกัด เพิ่มเติมจากนั้น ถ้าชั้นตาย งั้นมาสเตอร์ก็จะตามไปกับชั้นด้วย」

「อุมุ ชั้นไม่ถือ」

นานะฟูชิมอบรอยยิ้มที่ยั่วยุขณะที่เธออธิบายมันให้ทามะมูชิ กับคำพูดของเธอ ทามะมูชิที่ได้เหงื่อออกแก้มพยักหน้าอย่างชัดเจน

ยกเลิกได้โดยผู้ทำสัญญาอย่างเดียว หือห์

นานะฟูชินั่น เธอมีแผนจะใช้อำนาจนั้นยกเลิกสัญญาเมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจ

เพื่อที่จะไม่ลากมาสเตอร์เธอไปด้วยเมื่อเธอจบที่การตาย

「ขอบคุณ」

「เอ๋?」

「ชั้นขอบคุณเธอที่ตัดสินใจจะเป็นมาสเตอร์ของชั้นในชีวิตนี้」

สับสนโดยความทันทีทันใดของนานะฟูชิ ทามะมูชิเอียงหัวของเธอตอบ ตาเปิดกว้างหลังจากได้ยินคำอธิบายของเธอ

「เรื่องนึงไปอีกเรื่องนึง เธอเป็นเพียงคนเดียวที่ฟังชั้นเมื่อชั้นอยู่คนเดียว ดังนั้นถ้าเธออยากจะทำสัญญาวิญญานกับชั้น งั้นชั้นก็ไม่คัดค้านมัน」

ฟังคำตอบของทามะมูชิ นานะฟูชิกัดฟันของเธอ

「ชื่อของชั้นคือทามะมูชิ ตรงนี้ในที่นี้ ชั้นสาบานว่าชั้นจะเป็นมาสเตอร์ชั่วชีวิตของนานะฟูชิ」

เสียงของทามะมูชิก้องอย่างเงียบๆ ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่เหมือนตัวอักษรได้สว่างจ้าและได้ถูกเขียนใหม่

จากนั้น ดั่งมันระเบิด มันหายไปในพริบตา

「ส-สัญญา……เสร็จสิ้น」

นานะฟูชิพึมพำระหว่างที่สั่นด้วยตัวเธอเอง

「ชั้นจะอยู่ในความดูแลของเธอนะ แมลงที่ซื่อสัตว์ของชั้น」

น้ำตาเอ่อขึ้นมาในมุมตาของนานะฟูชิ ขณะที่เสียงของทามะมูชิดังก้องอยู่ในห้อง

「มากิริ-ซามะ แม้ว่าเธอเป็นมาสเตอร์ที่ โง่เขลา ขี้ขลาด และไร้ประโยชน์มาก นั่นมันช่วยไม่ได้……เธอเป็นมาสเตอร์ที่สายตาของชั้นจับจ้อง」

พึมพำอย่างนั้น นานะฟูชิถูตาที่มีน้ำตาของเธอด้วยมือขวา ใส่รอยยิ้มร่าเริงที่สดใส เธอพยักหน้าแรงๆ

จากนั้น――

「ไฮ้-ซุ! ได้โปรดดูแลชั้นดีๆนะ-ซุ!」

เสียงที่ร่าเริงของนานะฟูชิดังก้องอยู่ในห้อง

สนับสนุนผลงาน โดเนทได้ที่

067-3-63958-5

กสิกรไทย

แปลโดย: wayuwayu

ติดตามได้ที่ดิสคอทส่งข้อความมาขอได้ที่ facebook: “wayuwayu แปล”

pdfไว้อ่านตอนกลางคืน สปอนเซอร์ตอน จองตอน หารได้ ได้ทั้ง facebook และ discord

เอ็กซ์เรย์เป็นมากกว่าที่ฉันคิด

เอ็กซ์เรย์เป็นมากกว่าที่ฉันคิด

Status: Ongoing
ซูซูฮาระคือผู้ชายที่เกิดมาพร้อมความสามารถพิเศษ ความสามารถนั้นคือการมองแบบเอ็กซ์เรย์, แต่มันถูกพัฒนาด้วยจิตใจที่ไม่ดีและถูกใช้พลังไปในทางที่ผิด แต่วันหนึ่งซูซูฮาระได้ถูกมอบโอกาศอันยิ่งใหญ่เพื่อใช้ความสามารถอย่างมีประสิทธิภาพ

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท
Close Ads ufanance
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สมัคร ufabet
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตฟรีสปิน