ตอนที่ 591 ล้ำเส้นกับสาวทอมบอย
ตอนที่ 591 ล้ำเส้นกับสาวทอมบอย
ทันทีที่ลุกขึ้นนั่ง ผ้าเช็ดตัวหมาดจวนแห้งบนหน้าผากก็ร่วงหล่น หันมองดูกะละมังบนพื้นและกล่องยาที่เปิดค้างอยู่ ก่อนที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ภาพพร่ามัวเหล่านั้นปรากฏขึ้นในใจหล่อนโดยไม่รู้ตัว
กรี๊ดๆๆ!
หล่อนจำได้แล้วว่าผู้ชายจอมเสเพลคนนี้ทำอะไรกับตนบ้าง!
แต่นั่นเป็นแค่ความฝันหรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกันล่ะ?
ลินดาเอามือแตะริมฝีปาก ถ้าเป็นเรื่องจริง หล่อนคงเขินอายจนอยากเอาหัวโขกกำแพง
เมื่อเห็นกะละมังวางอยู่ที่นั่นพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนเล็กในมือ อารมณ์โกรธก็ไม่ได้มากเท่าเมื่อครู่อีกต่อไป
หล่อนมองดูชายคนหนึ่งที่นอนอยู่ข้างเตียง หลับสบายโดยหนุนแขนต่างหมอน ดวงตาหล่อนพลันฉายแสงนุ่มนวล
จากนั้นก็มองดูเขาเงียบ ๆ
ตอนที่เขาหลับ อย่างน้อยก็ไม่ได้ตีฝีปากเราะรายหรือก้าวร้าวอย่างเช่นปกติ หนำซ้ำยังน่ามองอย่างประหลาด
ต้องบอกว่าพี่น้องตระกูลเซี่ยทั้งสามคนล้วนมีความโดดเด่นทั้งในด้านรูปลักษณ์และอุปนิสัย
เซี่ยไห่ไม่เพียงแต่หน้าตาดีเท่านั้น เขายังมีเทสการแต่งตัวดีและวางตัวดีในทุกด้านอีกด้วย
ลินดาไม่คิดจะปลุกเขาให้ตื่น ได้แต่หยิบเสื้อแจ็กเก็ตบุผ้าฝ้ายมาคลุมตัวให้เขา
จากนั้นก็ลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วกลับมาล้มตัวนอนบนเตียงอีกครั้ง
หลังจากไข้ลดลง ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ข่มตานอนไม่หลับ ขณะที่ไฟเหนือเพดานเปิดอยู่ หล่อนจึงแอบมองหน้าเซี่ยไห่จากด้านข้าง
ในคืนอันเงียบสงบนี้ หล่อนอยากเผชิญหน้ากับหัวใจตัวเองอย่างกล้าหาญและซื่อสัตย์ ไม่ว่ารู้สึกอย่างไรก็ต้องยอมรับมันให้ได้
หล่อนถูกผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าดึงดูดให้หลงใหลจริง ๆ
หล่อนเริ่มสนใจเขาตั้งแต่เมื่อใดน่ะหรือ?
อาจจะนานจนหล่อนลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในตอนแรกมันเป็นความเกลียดชังและความรังเกียจ
พวกเขาสองคนขัดแย้งกันตลอดมา กลายเป็นไม่ชอบขี้หน้ากันไปเสียอย่างนั้น
ต่อมาหลังจากได้ติดต่อใกล้ชิดกันมากขึ้น ความรู้สึกนั้นก็เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว
แต่เพราะยุ่งกับงานมาหลายปี ทำให้เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ไม่เคยอยู่ในใจหล่อนเลย อารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างคลุมเครือบางอย่างจะถูกระงับโดยตัวหล่อนเองเสมอ
เมื่อเวลาผ่านไป มันก็ค่อย ๆ จางหาย
ปีนี้ทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีก แถมยังเจอกันบ่อยขึ้น ปฏิเสธได้ยากว่าหัวใจหล่อนเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้
เขาเป็นเหมือนดวงอาทิตย์เจิดจ้า ทำให้ผู้คนแสบตาเสมอเมื่อมองขึ้นไป แต่ในขณะเดียวกันก็มอบความอบอุ่นลงมาให้
เซี่ยไห่ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างในขณะหลับ เขายืดตัวขึ้นและบิดขี้เกียจ เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปก็เห็นว่าลินดากำลังมองจ้องตรงมาที่เขา
เซี่ยไห่ตกใจมากจนเกือบหงายตกจากม้านั่ง
เมื่อเห็นลินดาจ้องมองแบบนั้นก็รู้สึกผิดขึ้นมา เขากลืนน้ำลาย และรีบอธิบายว่า “คือว่า… อย่าเข้าใจฉันผิดไป พี่สาวฉันต่างหากเป็นคนขอให้ฉันมา ไม่สิ… ฉันอาสามาเอง แต่ฉัน…ไม่ได้มีเจตนาอื่นใดเลย พรุ่งนี้พี่สาวต้องไปเจอกับคนเขียนบท ฉันกลัวว่าหล่อนจะพักผ่อนไม่เพียงพอจนทำให้มีสภาพไม่พร้อมทำงาน ไหนเลยจะเจียดเวลามาดูแลคนอื่น ตอนที่ฉันมาฉันเคาะประตูเรียกอยู่นาน แต่ไม่มีเสียงตอบ กลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ เลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามา”
เซี่ยไห่เหลือบไปเห็นเสื้อผ้าที่เขาถอดออกจากร่างกายของหล่อน จึงรีบพูดต่อ “ก่อนหน้านี้เธอใส่เสื้อผ้าหนาเกินไป คนเป็นไข้ไม่ควรใส่เสื้อหนาขนาดนั้น ความร้อนจากไข้จะไม่ระบายออก ต่อให้กินยาก็ไม่มีประโยชน์ ไข้ไม่มีทางลดลงง่าย ๆ”
เซี่ยไห่รีบอธิบายเร็วปรื๋อ แต่ลินดายังคงมองเขาด้วยสีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ไม่รู้ว่ากำลังฟังอยู่หรือเปล่า
เซี่ยไห่จึงถามอย่างไม่แน่ใจ
“ฉันว่าฉันอธิบายทุกอย่างแล้ว เธอเข้าใจหรือเปล่า? อย่าเข้าใจฉันผิดไปนะ”
ถึงอย่างนั้นเขาก็หลีกเลี่ยงไม่พูดถึงฉากที่เขาทำเกินเลย
หวังให้เมื่อครู่ที่ผ่านมาหล่อนสับสนมึนงงเกินไปจนไม่รู้เรื่องอะไรเลย
แต่ลินดาก็ยังไม่พูดอะไรอยู่ดี
ลินดาเผยอริมฝีปากบางตอบกลับ “ฉันปกติดี”
เซี่ยไห่ได้ยินหล่อนพูดออกมาในที่สุด ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ “โอ้ เธอทำให้ฉันกลัวแทบตาย”
เซี่ยไห่มองดูใบหน้าซีดเซียวของหล่อน รู้สึกเป็นทุกข์เล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “เวลาปกติเธอก็ดูเป็นสาวแกร่งดีจะตายไป ทำไมไม่ใส่ใจดูแลตัวเองเลยล่ะ? ถ้ารู้ตัวว่าเป็นหวัดก็ควรรีบกินยา ปล่อยให้ตัวเองแย่ถึงขนาดนี้ ไม่มีสามัญสำนึกพื้นฐานเลยหรือไง? ต้องรอจนตัวเองเป็นไข้ก่อนเหรอ? เธอนี่ไม่รู้จักดูแลตัวเองเลยจริง ๆ ทำตัวเป็นซุปเปอร์แมนตอนอยู่ที่ทำงาน แต่เรื่องการใช้ชีวิตกลับเป็นแค่ยัยบ๊อง”
เขาบ่นไม่หยุดหย่อน “ตอนนี้เธอมีสถานะแน่นอนในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์แล้ว รายได้ก็น่าจะเพียงพอจนกินใช้ไม่หมด อีกหน่อยอย่าโหมงานหนักเกินไปหน่อยเลย ไม่ว่าเธอจะหาเงินได้สักเท่าไรก็ไม่มีประโยชน์ ขนาดตัวเองเป็นหวัดยังเอาตัวเองไม่รอด เธอควรหาคู่ครองได้แล้ว ไม่อย่างนั้นต่อให้ตายก็ไม่มีคนในครอบครัวรู้เห็นหรอกนะ”
ลินดาฟังเขาบ่นอยู่นานจึงพูดขัดขึ้นทันที “ใครจะอยากแต่งงานกับฉันถ้ารู้ว่าครั้งหนึ่งฉันเคยโดนเอาเปรียบ”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เซี่ยไห่ก็แตะจมูกตัวเองอย่างรู้สึกผิด อธิบายอย่างงุ่มง่ามว่า “พูดอะไรน่ะ? ฉัน… เธอคงไม่ได้หมายความถึงฉันใช่ไหม? ฉันอธิบายให้เธอฟังตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนี่ว่าฉันไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”
ตอนนั้นภายในห้องน้ำเต็มไปด้วยละอองไอน้ำ เขาจำได้ว่าเห็นร่างในหมอกยืนเปลือยเปล่าอยู่ก็จริง แต่ไม่ได้เห็นเป็นทรวดเป็นทรงชัดเจนขนาดนั้น
จำได้แค่ว่าหล่อนหุ่นดีทีเดียว
“แล้วเมื่อกี้นี้ล่ะ?” ลินดามองเขาและถามอย่างไม่แสดงอารมณ์
เซี่ยไห่ “…”
เซี่ยไห่ซึ่งแต่เดิมคิดว่าตัวเองอธิบายชัดเจนแล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของลินดา เขาก็รีบเบือนหน้าหลบสายตาอันแหลมคมของหล่อนอย่างตื่นตระหนก จากนั้นก็คิดถึงวิธีแกล้งตายในใจเป็นร้อยวิธี
เขาไม่คาดคิดจริง ๆ ว่ายัยทอมบอยที่ตัวร้อนเป็นไฟแถมยังตกอยู่ในอาการสะลึมสะลือจะยังมีความทรงจำแจ่มแจ้งชัดเจน
ทำไมหล่อนถึงจำได้ล่ะ?
ตอนนี้เขาเริ่มเสียใจกับพฤติกรรมของตัวเองแล้ว มันดูบุ่มบ่ามเกินไปหน่อย
แต่ตอนนั้นไข้ของลินดารุนแรงมากจนหล่อนยอมอมยารสขมไว้ในปากไม่ยอมดื่มน้ำตามท่าเดียว เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรวบรวมความกล้าเพื่อล้ำเส้น!
นอกจากนี้ การที่หล่อนหยอกล้อและท้าทายแบบนั้นก็ทำให้เขาหุนหันพลันแล่น
แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถอธิบายกับหล่อนให้ชัดเจนได้ ยิ่งบ่ายเบี่ยง หล่อนอาจจะยิ่งโกรธ
เซี่ยไห่คิดถึงฉากที่ลินดาบุกไปฟ้องร้องกับเซี่ยอวี่ บอกว่าเขาจูบหล่อนในขณะที่หล่อนหมดสติ และฉวยโอกาสลวนลาม
ถ้าเซี่ยอวี่รู้ คนทั้งครอบครัวก็จะรู้ คราวนี้ชื่อเสียงของเขาจะถูกทำลายทันที
เซี่ยไห่ตกประหม่ามากจนเหงื่อแตก
เขาอยากจะตบหน้าตัวเอง อะไรกันที่ทำให้เขาคิดวิธีป้อนยาอันคลุมเครืออย่างนั้นได้ ต่อให้เขาจะทำแค่กินน้ำแล้วป้อนน้ำให้หล่อนผ่านปากก็ตาม
อย่าลืมว่าจังหวะนั้นหล่อนอาจสำลักตายได้
พอลองมาวิเคราะห์ในขั้นสุดท้าย ก็พบว่าเขาทำแบบนั้นเพราะมีความรู้สึกปรารถนาต่อลินดา
มีความปรารถนาที่จะสัมผัสใกล้ชิด
ความรู้สึกนั้น… เป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนมาก เขาสาบานว่าเขาไม่เคยมีแรงกระตุ้นทำนองเดียวกันกับผู้หญิงคนอื่น
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น แต่เธอไม่ยอมอ้าปาก ไม่ยอมกินน้ำตาม ฉันกลัวว่ายาในปากเธอจะละลายไปซะก่อน เลยต้องใช้วิธีนี้เป็นทางเลือกสุดท้าย”
เซี่ยไห่อธิบายพลางขมวดคิ้วมุ่น
ที่แท้ มันไม่ใช่ความฝัน เขาป้อนน้ำและยาให้หล่อนผ่านปากจริง ๆ เหรอ?
หัวใจของลินดาเริ่มเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้เกือบจะในทันที
เมื่อมองดูชายตรงหน้าอีกครั้ง คราวนี้หล่อนรู้สึกซับซ้อนมาก
ทั้งยินดีและคับข้องใจไปพร้อมกัน
แต่น่าประหลาดใจที่นอกจากหล่อนจะไม่โกรธแล้ว หล่อนยังไม่คิดจะทุบตีเขาด้วยซ้ำ
หล่อนกลับมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ถามเชิงประชดประชันว่า “เถ้าแก่เซี่ยเป็นกันเองแบบนี้กับทุกคนเลยเหรอ? ถึงได้จูบปากผู้หญิงคนอื่นง่าย ๆ? นายทำแบบนี้กับใครมาแล้วกี่คนกันล่ะ?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เซี่ยไห่ก็รู้สึกเหมือนโดนดูถูก เขาพูดด้วยเสียงทุ้มว่า “ยัยทอมบอย เธอจะตีตราฉันแบบนี้ไม่ได้ เห็นฉันเป็นคนชอบฉวยโอกาสขนาดนั้นเลยหรือไง? ฉันไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อน อีกอย่างวันนี้เป็นสถานการณ์คับขัน ฉันมาที่นี่ก็เพื่อช่วยเธอ”
ลินดาถามกลับ
“แล้วถ้ามีผู้หญิงคนอื่น เช่น ลูกน้องหรือเพื่อนของนายที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เหมือนกัน นายก็คงไม่ลังเลเลยที่จะป้อนยาให้พวกเขาด้วยปากเพื่อช่วยเหลือสินะ?”
ลินดารู้สึกเบื่อจริง ๆ ถ้าผู้ชายตรงหน้าเป็นคนอื่น หล่อนคงต่อยหน้าเขาไปแล้ว ทำไมยังเสียเวลาถามคำถามค่อนขอดมากมายขนาดนี้?
เซี่ยไห่โต้กลับอย่างไม่ลังเล “ไม่ทำแน่นอน”
ทัศนคติที่ตรงไปตรงมาของเขา ทำให้ดวงตาของลินดามืดลงเล็กน้อย
“ถ้างั้น ในความคิดของนาย ฉันถือเป็นข้อยกเว้นหรือเปล่า?” หล่อนยังคงไม่แสดงสีหน้า พูดด้วยน้ำเสียงเชิงคาดคั้น
เซี่ยไห่ไม่คาดคิดว่าวันนี้ลินดาจะไม่ทุบตีเขา แถมยังไม่กรีดร้องและเดือดร้อนจะโทรไปฟ้องเซี่ยอวี่ ทั้งยังถามคำถามกับเขาอย่างใจเย็นแบบนี้
เป็นคำถามที่ถามค่อนข้างคมคาย
เซี่ยไห่มองหล่อนแล้วถามอย่างระมัดระวัง “ถ้าฉันตอบว่าใช้ เธอจะทุบฉันหรือเปล่าล่ะ?”
คำตอบของเขาทำให้สีหน้าเขินอายปรากฏบนใบหน้าที่มักจะจริงจังอยู่เสมอของลินดา
สายตาแหลมคมของหล่อนอ่อนแสงลง จากนั้นหลบเลี่ยงสายตาของเขาอย่างสงบ
เมื่อเห็นว่าลินดาไม่ได้โกรธอะไร เซี่ยไห่ก็รีบแสร้งทำเป็นน่าสงสาร ขอร้องว่า “ลินดา ฉันไม่ได้ตั้งใจทำอย่างนั้นจริง ๆ ฉันแค่พยายามช่วยเธอ หลังจากป้อนยาแล้วก็คอยเช็ดตัวและเฝ้าดูแลเธอเกือบครึ่งคืน อย่าบอกพี่สาวฉันเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ไหม? ถ้าหล่อนรู้เข้า หล่อนจะกล่าวหาว่าฉันเป็นพวกอันธพาลแน่ ๆ ตอนนี้ฉันเป็นทั้งอาและตารองของหลาน ๆ หลายคน ฉะนั้นเธอช่วยรักษาหน้าให้ฉันหน่อยได้ไหม?”
“แล้วนายจะจัดการกับมันยังไง?” ลินดามองเขาด้วยสายตาที่เจือความคาดหวังบางอย่าง
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ตอบคำถามดีๆ นะพี่ไห่ ไม่งั้นต้องง้อยาวเลยนะ
ไหหม่า(海馬)
……………………………………