ตอนที่ 561 คุกเข่าโขกศีรษะขอขมาซะ !
แปล Tarhai
ฉิงเฟิงแสยะยิ้มและก้าวขาเดินไปข้างหน้าเป็นการตอบคำถามที่หยิ่งยโสของถังซิง
ปกติแล้วฉิงเฟิงจะไม่ค่อยโกรธขนาดนี้ แต่ว่าครั้งนี้ถังซิงทำให้เขาโกรธจริงๆ ถังซิงไม่ใช่เพียงแค่ทำร้ายลั่วเฮา แต่มันยังเหยียดหยามเขาอีก เมื่อเป็นเช่นนี้ฉิงเฟิงจึงคิดที่จะมอบบทเรียนที่ไม่มีวันลืมให้แก่ถังซิง
ถังซิงยกเท้าออกจากหน้าอกของลั่วเฮา หันไปจ้องมองฉิงเฟิงที่เดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เขากระชับกำปั้นของเขาและพร้อมที่จะสั่งสอนสหายผู้กล้าหาญคนนี้
“เอาเลยครับนายน้อย ! เล่นไอ้หมอนี่เลย” เหล่าสมาชิกในโรงฝึกต่างก็ส่งเสียงเชียร์ถังซิง พวกเขาปรบมือด้วยความตื่นเต้น
สิ่งที่บรรดาสมาชิกชอบมากที่สุดก็คือการได้เห็นถังซิงทุบตีคนอื่น เนื่องจากมันเป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นและเชิดชูสถานะของโรงฝึก
ฮ่าห์ !
ถังซิงคำรามออกมา เขาเหวี่ยงกำปั้นขวาของเขาอย่างฉับพลัน ทำให้เกิดลมแรงและพุ่งเข้าหาร่างกายของฉิงเฟิงอย่างรุนแรง
ฉิงเฟิงเหยียดมือขวาออกมาและคว้าจับกำปั้นของถังซิงเอาไว้ได้
อะไรวะ ? มันหยุดหมัดของฉันได้ ?
ใบหน้าของถังซิงเปลี่ยนไป ความประหลาดใจก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา เขาขึ้นชื่อในเรื่องความไวของหมัด คนทั่วไปไม่มีใครรับสามารถมองหมัดของเขาทัน แล้วหมอนี่มันทำแบบนี้ได้อย่างไร ?
ถังซิงเพิ่มแรงมากขึ้นและพยายามจะเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเพื่อผลักฝ่ามือของฉิงเฟิงให้ถอยไป แต่ว่าฉิงเฟิงกุมหมัดของเขาไว้อย่างแน่นหนา ไม่ว่าถังซิงจะพยายามแค่ไหนเขาก็ไม่สามารถขยับได้แม้แต่นิดเดียว
กร๊อบ !
ฉิงเฟิงบิดข้อมือของถังซิงจนหักในทันที จากนั้นเขาก็เตะเข้าที่หัวเข่าของถังซิงอย่างแรงจนทำให้เขาล้มลงคุกเข่ากับพื้น
ใบหน้าของถังซิงเปลี่ยนเป็นซีดเซียวอย่างมากและกรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวช ความเจ็บปวดที่รุนแรงทำให้เขาเหงื่อไหลออกมาเต็มหน้าผากและสั่นไปทั้งตัว การที่ข้อมือและหัวเข่าหักมันทำให้เขาเจ็บปวดจนมิอาจจะทานทน
“นายน้อยถูกทำร้าย พวกเราไปช่วยเขากันเถอะ !” เมื่อเห็นว่าถังซิงถูกฉิงเฟิงกดลงกับพื้นจนต้องคุกเข่า สมาชิกโรงฝึกที่อยู่รอบๆหลายสิบคนก็พุ่งเข้ามา
ฉิงเฟิงยังคงสงบต่อหน้าเหล่าสมาชิกโรงฝึกที่ดุร้ายทั้งหลาย เขายืนตะหง่านด้วยมือข้างหนึ่งที่กุมมือของถังซิงไว้ ส่วนอีกมือหนึ่งใช้โจมตีสมาชิกโรงฝึกที่พุ่งเข้ามาหา ทุกครั้งที่เขาเคลื่อนไหวจะมีหนึ่งคนที่ล้มลงกับพื้น
เหล่าสมาชิกหลายสิบคนของโรงฝึกถูกทำให้ล้มลงกับพื้นโดยฉิงเฟิงในช่วงเวลาสั้นๆ ทุกคนต่างก็นอนกองหมดสภาพและกรีดร้องอย่างน่าสังเวช
ปีศาจ ! ชายคนนี้แข็งแกร่งราวกับปีศาจ !
ผู้คนที่อยู่รอบๆต่างก็มองฉิงเฟิงและร่ำร้องในใจว่า ‘ปีศาจ’ พวกเขาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“คุกเข่าลงและขอขมาซะ ไม่งั้นฉันจะทำให้นายพิการ” ฉิงเฟิงกล่าวอย่างดุร้ายดวงตาของเขาแสดงเจตนาฆ่าออกมา
ใบหน้าของถังซิงซีดเซียวอย่างมากและขณะที่กำลังจะคุกเข่าลงและขอขมา จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ
“ไอ้หนุ่ม แกใช้ชีวิตมาเกินพอแล้วหรือไง ? กล้ามาสั่งให้ลูกชายของฉันคุกเข่าลง ?”
ชายวัยกลางคนที่ดูแข็งแรงคนหนึ่งเดินเข้ามา เขามีอายุประมาณ 40 ปี เขามีรูปร่างที่แข็งแรงและมีใบหน้าที่คล้ายกับถังซิง เขาคือพ่อของถังซิง ถังเจิ้นซึ่งเป็นเจ้าของโรงฝึกโดโจเจิ้นซิงนั่นเอง
“พ่อ ช่วยผมด้วย” เมื่อเห็นถังเจิ้นมาถึงถังซิงก็ตะโกนออกมา เขารู้ว่าพ่อของเขาเป็นยอดฝีมือของเหล่านักสู้ในเมืองทะเลตะวันออก
“ไอ้เด็กบัดซบ ปล่อยลูกชายฉันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นแกจะต้องเสียใจ !” ใบหน้าของถังเจิ้นมืดครึ้มและน้ำเสียงของเขาก็เผยให้เห็นความโกรธแค้น เมื่อเห็นสภาพที่ดูน่าสังเวรของลูกชายตัวเองมันทำให้เขาโกรธจนคลั่ง
แต่ฉิงเฟิงก็ยังไม่ยอมปล่อยถังซิง เขาถามขึ้นว่า “แล้วคุณเป็นใคร ? ทำไมฉันต้องฟังคำสั่งของคุณ ?”
“งั้นฉันจะบอกแกให้รู้ไว้ ฉันคือถังเจิ้น อันดับ 10 นักสู้ผู้แข็งแกร่งที่สุดในอารีน่าทะเลตะวันออก !” ถังเจิ้นกล่าวอย่างหยิ่งผยอง แม้แต่สายตาของเขาก็แสดงออกถึงความภาคภูมิใจอย่างมาก
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีนักสู้หลายคนไปที่อารีน่าทะเลตะวันออกเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน ถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับถังเจิ้นที่ได้อันดับ 10 ของอารีน่าทะเลตะวันออก
หือ ? นักสู้ระดับ S ?
ฉิงเฟิงมองไปที่ถังเจิ้นและสามารถบอกถึงระดับพลังของเขาได้ทันที อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ทำให้ฉิงเฟิงตกใจมากนัก
“ฉันได้พูดกับถังซิงไปแล้วว่าให้มันคุกเค่าขอขมา ไม่งั้นฉันจะทำให้มันเป็นคนพิการ”
ฉิงเฟิงไม่ได้เกรงกลัวอะไรถังเจิ้นแม้แต่น้อย เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ไอ้หนุ่ม ในเมื่อแกหาเรื่องก็อย่ามาตำหนิฉันก็แล้วกัน !” ถังเจิ้นตอบด้วยรอยยิ้มอันหนาวเย็นและตัดสินใจที่จะสั่งสอนชายหนุ่มคนนี้
ถังเจิ้นพุ่งเข้าหาฉิงเฟิงในฉับพลันราวกับเสือที่ดุร้ายกำลังขย้ำเหยื่อ เขากางขาขวาออกมาและเตะเข้าหาร่างของฉิงเฟิง
ความเร็วลูกเตะของเขาอยู่ในระดับที่สูงมากและแม่นยำราวกับตั๊กแตน นั่นคือเหตุผลที่เทคนิคนี้ถูกเรียกว่าลูกเตะตั๊กแตน เทคนิคนี้ทรงพลังมากและช่วยทำให้เขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้นับไม่ถ้วน
ฉิงเฟิงยังคงสงบอยู่ เขาเห็นถึงจุดอ่อนของลูกเตะตั๊กแตนของถังเจิ้นแล้ว เมื่อลูกเตะของถังเจิ้นเข้ามาใกล้ ฉิงเฟิงก็กางขาขวาของเขาเตะสวนออกไปทันที
ลูกเตะทั้งสองปะทะกันและทำให้เกิดเสียงดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงแตกหักที่แสบแก้วหู ลูกเตะตั๊กแตนของถังเจิ้นถูกทำลาย ขาของเขาหักด้วยลูกเตะของฉิงเฟิงในทันที ร่างกายของเขาล้มลงอย่างแรงบนพื้น เขาไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีกเนื่องจากขาของเขาหักอย่างน่าอนาถ
ถังซิงตกตะลึงอย่างมากเมื่อได้เห็นพ่อของเขาซึ่งเป็นถึงครูฝึกที่แข็งแกร่งในโรงฝึกแห่งนี้ถูกฉิงเฟิงทำให้ขาหักด้วยการเตะเพียงครั้งเดียว ! เช่นเดียวกับเหล่าสมาชิกทุกคนที่อยู่รอบๆต่างก็ตะลึงเช่นเดียวกัน ในหัวใจของพวกเขาเจ้าของโรงฝึกแห่งนี้เปรียบดั่งพระเจ้า เขาคือตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม ตัวตนที่ทรงพลังที่สุดในใจของพวกเขาได้พ่ายแพ้ในพริบตาด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ทำให้ความเชื่อของพวกเขาก็พังทลายไปในทันที
ใบหน้าของถังซิงกลายเป็นซีดเซียวอีกครั้ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาคิดที่จะขอความช่วยเหลือจากพ่อของเขา แต่ทว่า พ่อผู้ทรงพลังของเขาก็นอนกองอยู่บนพื้นพร้อมกับขาที่หัก แล้วใครจะช่วยเขาได้อีก ?
“คุกเข่าลงและเอาหัวโขกพื้นไปด้วยเดี๋ยวนี้” ฉิงเฟิงกล่าวพร้อมกับประกายเย็นชาที่ออกมาจากดวงตาของเขา
ใบหน้าของถังซิงซีดเผือดและดูหวาดกลัว ราวกับว่าถ้าเขาไม่ปฏิบัติตามสิ่งที่ฉิงเฟิงกล่าว เขาจะต้องตายแน่นอน
โป๊กๆๆๆๆ
…
ถังซิงคุกเข่าและโขกศีรษะอยู่บนพื้น เขายังคงพูดต่อไปว่า “ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว ผมไม่กล้ายุ่งกับภรรยาของเขาอีกแล้ว”
ถังซิงยังคงโขกศีรษะต่อไปไม่หยุดเพราะฉิงเฟิงยังไม่ได้บอกให้เขาหยุด เขาโขกศีรษะอยู่บนพื้นหลายร้อยครั้งจนหน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเลือดและเป็นลมหมดสติไป
ส่วนถังเจิ้นและสมาชิกคนอื่นๆของโรงฝึกต่างก็คุกเข่าลงและโขกศีรษะจนเลือดท่วมหน้าเช่นกัน
ฉิงเฟิงไม่ได้สนใจถังซิงที่หมดสติไป เขาเดินไปหาลั่วเฮาและทำการฝังเข็มรักษาอาการบาดเจ็บให้
“พี่ใหญ่หลี่ ขอบคุณมาก ถ้าไม่ได้พี่ผมและฮงเสี่ยวคงจะต้องตกอยู่ในอันตรายแน่”
ลั่วเฮากล่าวด้วยความชื่นชมเป็นอย่างมาก
“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้หรอกเจ้าอ้วน นายคิดว่าพี่ใหญ่ของนายเป็นคนอย่างไรกัน ? นายมีปัญหาฉันต้องช่วยนายอยู่แล้ว” ฉิงเฟิงตบไหล่ของลั่วเฮาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ฉิงเฟิงเดินออกจากโรงฝึกโดโจเจิ้นซิงพร้อมกับลั่วเฮาและบรรดาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัท Ice Snow