เทพมารตกสวรรค์ – ตอนที่ 347 มังกรน้ำแข็งกับการช่วยเหลือ 2

ตอนที่ 347 มังกรน้ำแข็งกับการช่วยเหลือ 2

เสียงที่ดังขึ้นในหัวของไป๋หลงนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนั่นก็คือ.มังกรน้ำแข็ง!!

“ นี่ท่าน..มังกรน้ำแข็งในตอนนั้น.. ”

“ อืม..ถูกต้องแล้ว ข้าสถิตย์อยู่ในร่างของหญิงสาวผู้นี้ตั้งแต่ตอนนั้น..พิษที่นางโดนนั้นเป็นหนึ่งในราชันย์พิษอย่างไม่ต้องสงสัย..ความร้อนของวิหคย่อมรักษาอาการบาดเจ็บที่เกิดจากพิษของนางได้จริงแต่ทว่า..นั่นก็เท่ากับเจ้าเปิดเผยตำแหน่งที่อยู่ของร่างสถิตย์วิหคสวรรค์..หากเป็นเช่นนั้นก็เป็นไปตามแผนของพวกเผ่าปีศาจ..แล้วหลังจากนั้น…เจ้ารู้เรื่องนี้ดีกว่าใครๆ..ถูกต้องหรือไม่.. ”

สิ่งที่มังกรน้ำแข็งย่อมเป็นความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย ผนวกกับที่เผ่าปีศาจหยุดการเคลื่อนไหวสิ่งนี้เป็นตัวยืนยันแล้วว่าเผ่าปีศาจกำลังรอให้ไป๋หลงเป็นฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหว..

“ ข้าเข้าใจในสิ่งที่ท่านกำลังสื่อ แต่อาการของนางในตอนนี้จะรอช้าไม่ได้..ท่านรักษานางได้หรือไม่.. ”

“ เด็กน้อย ถึงแม้เจ้าจะดำรงตำแหน่งเจ้าสวรรค์ แต่สำหรับในสายตาของข้าที่อยู่มาหลายหมื่นหรือเกือบจะแสนปีด้วยซ้ำซึ่วในตอนนี้..เจ้าก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กในสายตาของข้า..ส่วนเรื่องรักษานางปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง..เพราะหากนางเป็นอะไรขึ้นมาก็ลำบากข้าสิ ร่างสถิตย์แบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ..เจ้าแค่พานางไปนั่งอยู่ในที่เงียบสงบที่เหบือข้าจะดำเนินการเองทั้งหมด.. ”

ไป๋หลงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทำตามที่มังกรน้ำแข็งพูดโดยทันที…

ชายหนุ่มอุ้มร่างของมิวมานั่งพิงตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ห่างไกลผู้คนพอสมควรโดยมีทหารสรรรค์จำนวนหนึ่งเดินตามไป๋หลงเพื่อคุ้มกันไป๋หลง..

จางลี่ เหิงฟู ทั้งหมดต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามคำบอกของไป๋หลง..แม้ว่าหลายคนจะยืนกรานอยากจะเฝ้าดูอาการของมิว แต่ไป๋หลงก็พูดจาหว่านล้อมได้สำเร็จ ทำให้ทุกคนต่างแยกย้ายกันไป..

ไม่นานหลังจากนั้นก็มีผลึกน้ำแข็งก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับห่อหุ้มร่างขอบมิวเอาไว้ในผนึกน้ำแข็งสีใส…

“ ที่เหลือก็แค่แช่แข็งพิษร้ายนั่น..ข้าจำเป็นต้องแยกโลหิตและพิษออกจากกัน ทำให้ข้าต้องสร้างผลึกน้ำแข็งเพื่อป้องกันสิ่งรบกวน..หากการรักษาเสร็จสิ้นผลึกสีใจจะกลายเป็นสีดำและแตกออกในที่สุด..ระหว่างนี้ก็อย่าให้ใครมารบกวนการรักษาของข้า.. ”

ไป๋หลงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ออกคำสั่งพร้อมกับกล่าวกำชับ…

“ ดูแลความปลอดภัยของมิวให้ดีที่สุด ห้ามให้ใครเข้าใกล้บริเวณนี้เป็นอันขาดจนกว่าข้าจะกลับมาหรือผลึกจะค่อยๆกลายเป็นสีทึบ.. ”

“ พวกเราน้อมรับบัญชา.. ”

ทหารเทพทั้งหมดต่างกระจายกันออกไปเป็นวงกลมเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาตามคำสั่งของไป๋หลง..

“ งั้นที่เหลือข้าขอฝากท่านด้วย..มังกรน้ำแข็ง..ไว้มีโอกาสข้าจะตอบแทนท่านอย่างแน่นอน ข้าไป๋หลงให้สัญญา.. ”

“ เจ้าก็รู้ว่าตัวเองกำลังคุยอยู่กับใคร..ไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว..จ้าวสวรรค์.. ”

ไป๋หลงได้ยินแบบนั้นก็หายห่วงไปเปราะหนึ่ง..อย่างน้อยอาการของมิวก็ได้รับการรักษาจากมังกรน้ำแข็ง..

ในขณะที่ไป๋หลงกำลังจะกลับไปแดนสวรรค์เพื่อดูอาการของหลิงหลุนเทียร์ก็เดินมาด้วยใบหน้าที่ไม่สู้ดีนัก..

“ ไป๋หลงข้ามีบางอย่างอยากจะคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัว..ถ้าตอนนี้เจ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรไว้— ”

“ เรื่องอะไรที่เจ้าต้องการพูดกับข้าอย่างงั้นเหรอ..เทียร์ ใบหน้าของเจ้าดูคล้ายกับว่ามีเรื่องกังวลใจบางอย่าง..ได้สิ ”

ซึ่งไป๋หลงย่อมมองออกได้ในทันทีว่าเทียร์นั้นกำลังมีเรื่องที่ไม่กล้าที่จะบอกตัวเขาเอง..ซึ่งชายหนุ่มก็ยอมเดินตามเทียร์ไปแต่โดยดี ก่อนที่ทั้งสองจะอยู่ในสถานที่ลับตาคน…แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตของตุลาการสวรรค์ทั้งสองคน ที่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ…

“ แล้วเรื่องอะไรที่เจ้าต้องการจะพูดขับข้า ถึงกับต้องมาคุยกันในที่ลับตาคนเช่นนี้.. ”

“ ท่านพ่อของข้าต้องการเจอเจ้า… ”

ไป๋หลงได้ยินเช่นนั้นก็ราวกับว่าอารมณ์ใต้จิตสำนึกเหมือนจะระเบิดออกมา..ชายหนุ่มค่อยๆผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆเพื่อให้ตนนั้นใจเย็นลง..

“ ทำไมท่านพ่อของเจ้าถึงอยากเจอข้า.. ”

“ เรื่องนี้ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน..ก่อนหน้านี้ท่านพ่อของข้าติดต่อข้าผ่านกระแสจิตระยะไกลพร้อมกับบอกให้เจ้าไปหาเขา..ซึ่งแน่นอนว่าข้าไม่ให้เจ้าไปอย่างแน่นอน..หากเจ้าไปท่านพ่อของข้าจะต้องวางแผนสังหารเจ้าอย่างแน่นอน..เพราะแบบนั้นข้าเลยไม่ต้องการให้เจ้าไป..ข้าเพียงแค่ต้องการบอกเจ้าเท่านั้น..เพื่อให้เจ้าได้ระวังตัวเอาไว้.. ”

จากที่ไป๋หลงได้ฟังมานั้นเทพมารคนปัจจุบันนั้นเป็นเพียงสายเลือดรองเท่านั้น..และยังมีศักดิ์เป็นบิดาของเทียร์..

“ ถ้าท่านพ่อของเจ้าสังหารข้า..เขาจะได้อะไรจากการปลิดชีพของข้า.. ”

“ เรื่องนั้นถ้าจะให้พูดตั้งแต่เริ่ม ตอนข้าอยู่ในปราสาท ข้าพบห้องประหลาดใต้ดินที่ข้างล่างนั้นบรรจุสิ่งมีชีวิตต่างๆเอาไว้คล้ายกับตัวทดลอง..ข้าเคยเห็นท่านพ่อเข้าไปและกลับออกมาบรรยากาศรอบตัวเขาแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด..แล้วก็ข้าได้ยินพวกผู้อาวุโสบางคนพูดกันว่า ท่านพ่อของข้านั้นไร้ซึ่งสัญลักษณ์แห่งเทพมาร..ทำให้การขึ้นครองตำแหน่งนั้นไม่สมบูรณ์..และตัวแปรที่สำคัญก็คือเจ้า… ”

หลังจากไป๋หลงได้ยินเช่นนั้นก็พอจะคาดการณ์สถานการณ์ภายในที่เกิดขึ้นของพวกเผ่ามารได้แล้วในตอนนี้..ว่าภายในกำลังเกิดการกระสับกระส่ายของอำนาจ

“ ถ้าเป็นแบบที่เทียร์ว่ามา..เทพมารตนนั้นก็ต้องการจะสังหารข้าและแย่งชิงสัญลักษณ์เทพมารไปอย่างงั้นเหรอ…แต่หากเป็นเช่นนั้นจริง ทำไมถึงยังไม่ลงมือ มาจนถึงตอนนี้ กำลังรออะไรอยู่..อีกอย่างสัญลักษณ์แห่งเทพมาร เป็นสัญลักษณ์ที่มีความนึกคิดเป็นของตัวเอง หากไม่ได้รับการยอมรับจะไม่สามารถดึงพลังของสัญลักษณ์แห่งเทพมารออกมาได้..เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่เทพมารตนนั้นจะไม่รู้…แล้วเทพมารตนนั้นต้องการอะไรจากข้ากันแน่..”

ไป๋หลงแสดงสีหน้าครุ่นคิดพร้อมกับใช่เหตุผลต่างๆนาๆมาประกอบการตัดสินใจและพิจารณาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น…

“ ไป๋หลง— ”

“ เรื่องนี้คงต้องไว้ทีหลังแต่ว่า..หากท่านพ่อของเจ้าต้องการจะพบข้า..ก็ให้เขามาเจอข้าด้วยตัวเอง ในเมื่ออยากจะคุยกับข้า..ก็มาหาข้าเอาเองก็แล้วกัน..บอกท่านพ่อของเจ้าไปแบบนี้ก็แล้วกัน..”

เทียร์แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาพร้อมกับเอื้อมมือมาแตะบ่าของไป๋หลงพร้อม..

“ ข้าจะบอกว่าข้าลืมบอกเจ้าเรื่องนึง…นั่นก็คือสิ่งที่เจ้ากำลังพูดกับข้า..เจ้าไม่ต้องฝากข้าไปบอกท่านพ่อแล้วไป๋หลงเพราะ..ท่านพ่อของข้าล้วนได้ยินมันทั้งหมดผ่านสร้อยคอเส้นนี้….ข้ากำลังจะบอกเจ้าแต่เจ้าพูดมันออกมาหมดแล้ว… ”

“ ………… ”

จบตอน..

เทพมารตกสวรรค์

เทพมารตกสวรรค์

Status: Ongoing

ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน ได้เกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่สุด เทพและมารได้ตกหลุมรักกันเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้กันเฉพาะเบื้องบนเท่านั้น แต่ก็มีเบื้องล่างบางส่วนที่รู้เแต่ทั้งสองนั้นหาใช่เทพและมารทั่วไป ฝ่ายเทพคือ ราฟาเอล ซึ่ง ตกหลุมรักกับเทพมาร อัลบาร์ ซึ่งทั้งสองเป็นบุคคลที่ทรงอำนาจ และมีชื่อเสียงอยู่มาก ในเรื่องความแข็งแกร่ง ทั้งสองได้ตกหลุมรักกัน และได้ให้กำเนิดบุตร แต่ ความรักของเทพและมาร เป็นเรื่องต้องห้าม เพราะ ทั้ง2ฝ่าย ต่าง เปรียบเสมือน แสง และความมืด ซึ่งมิอาจเป็นที่ยอมรับได้ เรื่องนี้รู้ถึงหูของ เทพสูงสุด จึงจำเป็นจะต้อง สะสางปัญหาเรื่องนี้ด้วยตัวเอง...

"ราฟาเอล เจ้าได้ทำผิดกฏของสวรรค์ และมิหนำซ้ำยังให้กำเนิดบุตร เห็นทีว่าข้าต้อง สังหารบุตรของเจ้าเพื่อไม่ให้เป็นที่ครหา "

เสียงพูดอันทรงพลังและศักดิ์สิทธิ์ แต่ มิทำได้ให้ราฟาเอล หรือ เทพมารหวั่นแม้แต่น้อย ถึงแม้อยู่วงล้อมของกองทัพเทพ มากกว่าแสนตนก็ตาม

" เอาล่ะส่งตัวบุตรของพวกเจ้ามาข้าจะถือว่าข้าให้อภัยพวกเจ้าทั้งสองก็แล้วกัน"

เมื่อองค์เทพค์สูงสุดของเหล่าเทพพูดจบก็เกิดความเงียบเข้าครอบคลุมแต่ในขณะนั้นเองก็เกิดเสียงหัวเราะของเทพมารขึ้น ทำให้เหล่าเทพ หน้าขึ้นสีและจะเข้าไปจัดการเทพมารตนนั้นแต่ไม่มีคำสั่งขององค์เทพสูงสุด เลยได้แต่รอฟังคำสั่ง

"ฮ่าๆๆๆๆ!! ตลกสิ้นดี คิดว่าข้าจะส่งบุตรของพวกเราให้เจ้าอย่างงั้นรึ หึ!! ฝันไปเถอะ ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าจะลากพวกเจ้าไปด้วยให้จงได้"

เทพมารพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันสร้างความไม่พอใจกับเหล่าเทพอย่างมาก แต่ องค์เทพสูงสุดยังไม่ได้กล่าวอะไร

"เป็นเช่นนั้น ถึงแม้ข้าจะตายแต่ข้าจะลากพวกท่านทุกคนไปกับข้าด้วยถึงแม้ข้าจะตายก็ตามแต่....บุตรของพวกข้าต้องรอด ถึงแม้พวกท่านจะะเป็นเผ่าพันธุ์ เดียวกัน แต่ข้า ก็ไม่ยอมให้พวกท่านแตะต้องบุตรของข้าเป็นอันขาด!!! "

หลังจากราฟาเอลและเทพมารพูดจบก็หันหน้ามาหากันซึ้งในอ้อมแขนของเทพมาร อุ้มเด็กทารกหน้าตาน่ารัก ดวงตาที่ไร้เดียงสา เส้นผมที่ปลิวไสวตามสายลม ทั้งสองได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา สร้างความกดดันให้กับเหล่าเทพเป็นจำนวนมาก

ตู้มมม!!

หลังจากทั้งสองปลดปล่อยแรงกดดันออกมา ทำให้องค์เทพสูงสุดเริ่มขมวดคิ้วและเริ่มคิดบางอย่างในใจ

" ทั้งสองคงจะรักกันมากสิน่ะ ข้าเองก็ไม่อยากสู้กับเผ่าพันธ์ตัวเองด้วยสิ งั้นเอาเป็นแบบนี้ละกัน "

"ราฟาเอล และ เทพมาร พวกเจ้าคงจะรักกันมากสินะ เอาเป็นแบบนี้เป็นไง เรื่องบุตรของพวกเจ้าข้าจะไม่ยุ่ง แต่ ข้าจะผนึกพวกเจ้า ทั้งสองไว้ในมิติพิเศษ เป็นเวลา10000ปี หลังจากผ่านหนึ่งหมื่นไป พวกเจ้าทั้งสองจะทำอะไรก็ไม่ใช่เรื่องของข้า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ข้าในนามองค์เทพสูงสุด ขอปลด ราฟาเอล

ออกจาก การเป็นเผ่าเทพ ณ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส่วนเจ้า เทพมาร!! ถ้าเจ้ารัก ราฟาเอลจงตัดปีกตัวเองออก1คู่ ข้าจะไม่ทำอันตรายต่อลูกของพวกเจ้า เป็นไงจะรับหรือไม่รับข้อเสนอของข้าล่ะ จงเลือกซะ"

หลังจากเทพสูงสุดกล่าวจบก็เกิดเสียงคัดค้านหลายเสียง...

" ท่านเทพสู- " เทพองค์นั้นกล่างยังไม่ทันจบก็ โดนเสียงอันทรงพลังกล่าวขึ้น

"เงียบบบบบ!!"

" นี้คือการตัดสินใจของข้าพวกเจ้าไม่มีสิทธ์ ในที่นี้มีใคร สู้ตัวต่อตัว กับ ราฟาเอลและเทพมารได้บ้างล่ะ ข้าขอพูดเลยว่าไม่มี พวกเขาทั้ง2 ทรงพลังเกินไป และอีกอย่าง ราฟาเอลเป็นพวกพูดจริงทำจริง จำที่นางพูดได้หรือไม่ ว่านางจะลากพวกเจ้าไปด้วยถึงให้ต้องตาย " หลังจากเทพสูงสุดพูดจบก็ไม่ใครกล่าวขีดขึ้นมาอีก ถึงจะมีเทพบางองค์เจ็บใจแต่ต้องยอมรับว่า ที่เทพสูงสุดพูดมานั้นเป็นเรื่องจริง

"ได้ ข้าขอรับข้อเสนอ นั้นข้าจะตัดปีกของข้าออก1คู่ หวังว่าเทพอย่างพวกเจ้าคงไม่ผิดคำพูด!!"

เทพมารพูดด้วยน้ำเสียงอันแสนจะเย็นชา การตัดปีกออกนั้น จะเป็นการตัดพลังไปด้วย ซึ่งเทพมารที่มีปีกถึง8 คู่ การที่เสียไป1คู่ ถือว่าเป็นการสูญเสียที่หนักหนาพอสมควร...

"ไม่นะอัลบาร์เจ้าจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ!!!"

ราฟาเอลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าและเสียใจ...

"ไม่เป็นไรหรอกยังไงต้นเหตุก็เกิดมาจากข้า แล้วอีกอย่างข้าก็ไม่อยากให้เจ้าสู้กับเผ่าพันธุ์ตัวเองด้วย"

ราฟาเอลกำลังจะพูดต่อ แต่เทพมารได้ตัดปีกตัวเองออก1คู่ ทำให้ความเจ็บปวดถาโถม เข้ามา แต่เทพมารไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย

"เอาล่ะข้าทำตามที่ท่านพูดไว้แล้ว หวังว่าท่านคงจะไม่ผิดคำพูดนะ!!!"

เทพมารพูดด้วยน้ำเสียงอันอ่อนล้าเต็มทน...

"อืม...ข้าให้สัญญา"

หลังจากเทพสูงสุดให้คำสัณญาเขาก็ล้มตัวลงหมดสติเพราะการตัดปีกออกนั้น เหมือนกับตายทั้งเป็น

"อุแว้ๆ"

เสียงเด็กทารกร้องขึ้น ถึงแม้จะไร้เดียงสาแต่ความเป็นบุตรเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อบาดเจ็บก็ส่งเสียงร้องขึ้นมา ราฟาเอลเห็นภาพตรงหน้ารู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก นางเองก็ถือเป็นแม่คนนึง ราฟาเอลนางเดินเข้าไปใกล้ ลูกของตนซึ่งอยู่ในอ้อมอกของผู้เป็นพ่อ นางได้ทำการผนึกจิตวิญญาณส่วนนึงของนางไว้ในจิตของบุตร เมื่อถึงเวลา ผนึกจะคลายออกและจะได้เจอกับจิตวิญญาณ....ของนางที่นางได้หลงเหลือไว้ให้ และได้มอบอาวุธจิตวิณญาณของตนให้กับบุตร

เป็นดาบประจำดวงจิตวิณญาณของผู้ถือครอง...ไม่สามารถให้ใครใช้ได้ ยกเว้นจะได้รับการสืบทอดโดยตรงและได้รับการยิมยอมทั้ง2ฝ่าย!! ซึ่งบุตรของ ราฟาเอล และ อัลบาร์ นั้น เป็นกรณียกเว้นสามารถให้ได้โดยไม่ต้องผ่านการยินยอมจากอีกฝ่าย ซึ่งก่อนหน้านี้อัลบาร์ ได้มอบอาวุธจิตวิณญาณของตนให้กับบุตรไปแล้ว... ราฟาเอลอุ้มบุตรขึ้นมาและนำพลังส่วนหนึ่งมาห่อหุ้มร่างของบุตรตนและหายวับไปทันที ในตอนนี้บุตรของนาง ถูกส่งลงไปยังโลกเบื้องล่างแล้ว สร้างความตื่นตระหนกให้กับพวกเทพเหล่านี้เป็นอย่างมากเพราะกลัวว่าในอนาคต เด็กคนนี้จะนำภัยพิบัติมาให้...

"หลังจากผนึกพวกมัน2คนแล้วพวกเจ้านำกำลังคนของเราไป100 คนแล้วสังหารเด็กนั้นทิ้งซะในอนาคตมันอาจจะเป็นปัญหาต่อแผนการในอนาคตของท่านผู้นั้นได้"

เทพองค์นี้ รูปร่างสูงใหญ่กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เส้นผมสีน้ำตาล กล่าวด้วยน้ำเสียงเบาๆกับสหายของตนแทนที่จะใช้จิตคุยกันเพราะมันมั่นใจว่าไม่มีใครได้ยินแต่แล้วเหตุการณ์บางอย่างไม่เป็นดังที่คิดเมื่อมีน้ำเสียงดังขึ้นพร้อมปล่อยแรงกดดันระดับมหาเทพ ขั้นปลาย ออกมา ทำให้เทพองค์นั้นหน้าซีดเผือกเพราะมันที่อยู่ขั้นเทพนักรบไม่อาจต้านทานแรงกดดันของราฟาเอลที่ปล่อยออกมา

ตู้มมม!!

เสียงระเบิดพลังของราฟาเอลที่ปล่อยกลิ่นอายระดับมหาเทพออกมา พร้อมกับแรงกดดันที่มหาศาล

"เจ้าเมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรน่ะเจ้าจะสังหารบุตรของข้ายังงั้นเหรอ หึ!! ชั่งหาที่ตาย..ดีในเมื่อข้ายอมรับข้อเสนอแต่กลับมีพวกคิดไม่ซื่อกับลูกของข้า ข้าจะสังหารมันทิ้งซะ จงโผล่หัวออกมา หรือจะให้ข้าไปลากหัวเจ้าออกมา จงเลือกเอาซะ!!! "

ราฟาเอลตอนนี้พูดด้วยน้ำเสียง เย็นชา แฝงไปด้วยความโกรธแค้น จนยากจะควบคุม!!!

"ใจเย็นลงก่อน เรื่องนี้ข้าจัดการให้เมื่อครู่ข้ารู้เป็นเสียงผู้ใด เจ้าไม่ต้องลงมือหรอก ราฟาเอล บุตรแห่งข้า ข้าจะจัดการให้เพื่อเป็นการไถ่โทษที่มีพวกคิดไม่ซื่อ"

หลังจากองค์เทพสูงสุดพูดจบ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งก่อนจะมีเสียงขึ้น...

" อะไรนะ ท่านราฟาเอลเป็นบุตรของท่านองค์เทพสูงสุดอย่างงั้นเหรอข้าไม่เคยรู้มาก่อนข้าอยู่มา1000ปีข้าพึ่งรู้เนี้ยแหละ"

เทพองค์นี้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงตกตะลึง

"ใช่ๆข้าก็พึ่งรู้เนี้ยแหละ !! " เสียงเทพองค์อื่นดังขึ้นเรื่อยๆพูดกันไปต่างๆนาๆ

"เงียบ!! "

องค์เทพสูงสุดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

"เรื่องนี้ข้าไม่เคยบอกพวกเจ้าก็คงไม่รู้หรอก ว่าราฟาเอลเป็นบุตร สตรี เพียงคนเดียวของข้าเรื่องอื่นชั่งมันตอนนี้ข้าจะจัดการกับเทพนอกรีตที่แฝงตัวอยู่ในนี้ "

ตู้มมมม!!

เทพองค์ที่โดนจับได้ว่าเป็นคนพูดระเบิดพลังระดับเทพนักรบ เพื่อจะหนีไปให้ไกลแต่มีหรือระดับเทพนักรบจะเทียบเคียงกับระดับเทพสูงสุด มันโดนฝ่ามือของเทพค์สูงสุดซัดเข้าตรงที่หน้าอกอย่างจังจนตัวระเบิดออก เพียงแค่ใช้พลัง ไม่ถึง1ใน10 ก็จัดการกับเทพองค์นั้นลงได้อย่างง่ายดาย...

"เอาล่ะข้าจัดการมันให้แล้วเจ้าจงวางใจเถิด ราฟาเอลบุตรเพียงคนเดียวของข้า ตามกฏเจ้าต้องโดนผนึก10000ปี เจ้าถึงจะออกมาได้ เพราะฉะนั้นพ่อรักลูกนะราฟาเอล"

เมื่อองค์เทพสูงสุดกล่าวจบราฟาเอลก็คลายพลังลงและส่งยิ้มให้ผู้เป็นพ่อก่อนจะกล่าวตอบกลับไปว่า

"ข้าขอโทษที่เป็นบุตรที่แย่ ให้กับท่าน ฝากท่านช่วยเฝ้ามองบุตรของข้าแทนข้าด้วย"

ราฟาเอลพูดจบก็มีแสงสีเหลืองส่องลวมาที่ร่างของราฟาเอลและอัลบ่ร์ ที่หมดสติอยู่แล้วทั้ง2ก็หายไปอยู่ในห้องมิติที่โดนผนึก จนกว่าจะครบ10000ปี

"แล้วค่อยกลับมาเจอกันใหม่นะบุตรเพียงคนเดียวของข้า"

น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแฝงไปด้วยความเศร้าและเสียใจเป็นอย่างมากที่ต้องผนึกบุตรของตัวเอง...

"หึมันยังไม่จบเพียงเท่านี้หรอก ดินแดนแห่งนี้จักต้องล่มสลาย!! "

เมื่อกล่าวจบ เงาสีดำที่แอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ ก็หายไปทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า..สาเหตุที่มกาเทพสูงสุดมิอาจจับการเคลื่อนไหวได้เพราะมันเป็นเพียงร่างที่สร้างขึ้นเท่านั้นไร้ซึ่งจิตวิญญาณ...

ระดับพลัง

นักรบแรกเริ่ม 1-9

นักรบจิตวิณญาณ 1-9

นักรบหลอมรวม 1-9

นักรบที่แท้จริง 1-9

ราชันนักรบ 1-9

ราชันนักรบที่แท้จริง 1-9

จักรพรรดิ 1-9

จักรพรรดิที่แท้จริง 1-9

เทพนักรบ 1-9

เทพสงคราม 1-9

มหาเทพ 1-9

เทพสูงสุด(พระเจ้า)

ระดับพลัง สัตว์อสูร

อสูรระดับแรกเริ่ม 1-9

อสูรระดับจิตวิณญาณ 1-9

อสูรระดับหลอมรวม 1-9

อสูรที่แท้จริง 1-9

ราชันอสูร 1-9

ราชันอสูรที่แท้จริง 1-9

จักรพรรดิ 1-9

จักรพรรดิที่แท้จริง 1-9

เทพอสูร 1-9

มหาเทพอสูร 1-9

เทพอสูรสูงสุด (ผู้ปกครองเหล่าอสูรทั้งปวง)

เงินตรา

1000เหรียญทองแดง = 1เหรียญเงิน

1000เหรียญเงิน = 1เหรียญทอง

1000เหรียญทอง = 1เหรียญเพชร

ระดับอาวุธ

อาวุธจะแบ่งออกเป็น2ประเภท ประเภทแรก 1.อาวุธที่หาได้จากการสังหารสัตว์อสูร

และหาซื้อทั่วไปหรือได้จากงานประมูล

ประเภทที่สอง อาวุธจิตวิณญาณ เป็นอาวุธที่อยู่ในจิตใจของแต่ละคน แต่ละคนสามารถมีได้เพียงหนึ่งเดียว ยกเว้น สายเลือดผสม

อาวุธประเภทแรก

อาวุธระดับ 1 ดาว (ชาวบ้าน)

อาวุธระดับ 2 ดาว (นักรบฝึกหัด)

อาวุธระดับ 3 ดาว ( นักรบ)

อาวุธระดับ 4 ดาว ( พาลาดิน)

อาวุธระดับ 5 ดาว (ราชา)

อาวุธระดับ 6 ดาว (ราชัน)

อาวุธระดับ 7 ดาว (มายา)

อาวุธระดับ 8 ดาว (ตำนาน)

อาวุธระดับ 9 ดาว (เทวะ)

อาวุธประเภทที่ 2 ศาสตร์ตราจิตวิณญาณ เป็นอาวุธที่อยู่ในจิตของผู้ครอบครอง มีพลังมหาศาลกว่า อาวุธประเภทแรก เป็นอย่างมาก ข้อเสียก็คือพลังจะลดลงอย่างลวดเร็วแรกกับพลังมหาศาลที่ได้รับ ระดับยิ่งสูงยากต่อการควบคุมในการใช้แต่ละครั้ง

ศาสตร์ตราจิตวิณญาณ ระดับ ชาวบ้าน

ศาสตร์ตราจิตวิณญาณ ระดับ นักรบฝึกหัด

ศาสตร์ตราจิตวิณญาณ ระดับ นักรบ

ศาสตร์ตราจิตวิณญาณ ระดับ พาลาดิน

ศาสตร์ตราจิตวิณญาณ ระดับ ราชา

ศาสตร์ตราจิตวิณญาณ ระดับ ราชัน

ศาสตร์ตราจิตวิณญาณ ระดับ มายา

ศาสตร์ตราจิตวิณญาณ ระดับ ตำนาน

ศาสตร์ตราจิตวิณญาณ ระดับ เทวะ

* ศาสตร์ตราวิณญาณต้องใช้เวลาในการฝึกฝนเป็นอย่างมาก หาผู้ใช้ได้น้อยมากในแต่ละทวีป

ทวีป

ทวีป จรัสแสง (เป็นที่ตั้งของเผ่าพันธ์มนุษย์)

ทวีป ปักษา

ทวีป อสูร

ทวีป มืด

ทวีป สีชาด

ทวีป มังกร

ทวีป หงส์สา

เผ่าพันธ์

มนุษย์

เทพ

มาร

มังกร

เอล์

อสูร

ระดับโอสถ

ความบริสุทธิ์จะมี1-10ส่วน 5ในส่วน10 จะถือว่า ระดับ ต่ำ 6ในส่วน10 ระดับกลาง 7 ส่วนขึ้นไปถือว่าระดับสูง

โอสถระดับ ต่ำ (สีเทา)

โอสถระดับ กลาง (สีเขียว)

โอสถระดับ สูง (สีเหลือง)

โอสถระดับ ราชัน (สีขาว)

โอสถระดับ จักพรรดิ (สีม่วง)

โอสถระดับ ตำนาน (สีทอง)

โอสถระดับ มายา (สีแดง)

โอสถระดับ เทวะ (สีรุ้ง)

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท