พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว / แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก – บทที่951 แสร้งว่าเป็นแฟน

บทที่951 แสร้งว่าเป็นแฟน

บทที่951 แสร้งว่าเป็นแฟน

ได้ยินคำพูดของทัตดา รพีพงษ์ก็ประหลาดใจ เกือบจะเตะหญิงคนนี้ที่พูดให้คนตกใจออกไปด้วยฝ่าเท้าเดียวแล้ว

“คุณว่าอะไรนะ?” รพีพงษ์ถามอีกครั้ง

“แหะแหะ ไอ้หยา เค้าอยากให้คุณเป็นแฟนสักกี่วัน” ทัตดาแดงหน้าแล้วพูดอีกครั้ง

รพีพงษ์ลากแขนของทัตดาไปด้านนอก แล้วกล่าว “เชิญ ไม่ส่ง”

ทัตดาเห็นรพีพงษ์มีปฏิกิริยาโต้ตอบแบบนี้ ก็งงงงวย คนนี้ ทำไมเมื่อได้ยินว่าตนจะให้เขาเป็นแฟนสักกี่วัน ต้องมีปฏิกิริยามากมายขนาดนี้ด้วยนะ?

หรือเขาคิดว่าตัวเองไม่สวย? หรือคิดว่าตัวเองดีไม่พอ ไม่คู่ควรกับเขา?

ไอ้บ้า คิดไม่ถึงว่าจะรังเกียจฉัน อย่างน้อยตัวเองก็เป็นดาวของกองทัพนะ มันเหลือทนขนาดนั้นเลยหรอ?

ทัตดาที่โมโหก็อดที่จะกำหมัดไม่ได้

“นี่ ทำไมคุณเป็นแบบนี้ ฉันก็แค่ให้คุณแสร้งทำเป็นแฟนฉันก็เท่านั้น ไม่ได้ให้คุณเป็นแฟนจริงๆสักหน่อย ต่อให้คุณอยากเป็น ฉันก็ไม่อยากใ้ห้เป็น” ทัตดากัดฟันแล้วกล่าว

“งั้นคุณก็พูดให้มันเคลียร์ ทำไมต้องให้ผมปลอมเป็นแฟนคุณด้วย” รพีพงษ์กล่าว

ทัตดาอดกลั้นกับความไม่พอใจเอาไว้ แล้วอธิบายเหตุผลให้รพีพงษ์ฟัง

รพีพงษ์เพิ่งจะรู้ ว่าทัตดาเป็นหลานสาวของนายพลที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งของเปร์คิง เพราะนายพลท่านนี้อายุมากแล้ว เกษียณจากกองทัพแล้ว ตอนนี้กำลังใช้ชีวิตวัยชราอยู่ที่เมืองโตกี้ที่ไม่ไกลจากเปร์คิง

ที่ทัตดามาอยู่ในกองทัพ เป็นเพราะเหตุผลของคุณปู่ของเธอ

ตอนนี้ทัตดาถึงเวลาที่ต้องแต่งงานแล้ว แม้จะวัยรุ่นอยู่มาก แต่ผู้อาวุโสมักจะคิดว่าทัตดาถึงเวลาที่ต้องแต่งงานแล้ว ดังนั้นจึงเร่งรีบหาคู่ครองให้เธอ

และในฐานะที่เป็นนายพลเก่าที่ยอดเยี่ยมในการรบ ก็ได้มีตำแหน่งการงานสูงที่เมืองโตกี้เช่นกัน คุณปู่ของทัตดาหาคู่ครองให้ทัตดา จากความสามารถและนิสัยเป็นหลัก

ทุกครั้งที่ทัตดาถูกเรียกตัวกลับไปนัดดูตัว ก็จะเจอกับชายชาติทหารที่รูปร่างบึกบึน ไม่ค่อยมีมารยาท บางคนถึงขั้นเรียกเธอสหาย ทัตดาในฐานะที่เป็นผู้หญิงเรียบร้อย แน่นอนว่ารับคู่ครองแบบนี้ไม่ได้แน่นอน

ครั้งนี้คุณปู่ทัตดาได้จัดให้ทัตดานัดดูตัวอีกครั้ง ให้ทัตดารีบกลับมาเมืองโตกี้

คู่นัดดูตัวในครั้งนี้คุณปู่ของเธอใช้เวลาอย่างมากในการให้มาเจอกัน จากคำพูดของคุณปู่ทัตดา อีกฝั่งเป็นหลานชายของปรมาจารย์แดนดั่งเทพของวงการบู๊ที่ละทางโลก ในวงการบู๊ มีพรสวรรค์ที่ค่อนข้างล้ำเลิศ ปีนี้อายุยี่สิบสี่ปี ก็เป็นระดับแดนครึ่งปรมาจารย์ มีความหวังอย่างมากว่าก่อนจะสามสิบปี จะได้เป็นแดนปรมาจารย์

วันนั้นทัตดาได้ยินชนสรณ์พูดไว้ ว่าคนของแดนปรมาจารย์เก่งกาจอย่างมาก พวกเขาล้วนสงสัยว่ารพีพงษ์เป็นยอดฝีมือแดนปรมาจารย์

แต่ปรมาจารย์แดนดั่งเทพ เก่งกว่าแดนปรมาจารย์ แต่ทัตดาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่รู้ว่าว่าแดนเหล่านี้คืออะไร

คุณปู่ทัตดาก็ต้องเกรงใจ

ถ้าเป็นคนอื่น ทัตดาสามารถไม่ไปตามใจตัวเองได้ แต่ครั้งนี้ถ้าเธอไม่กลับไป จะเป็นการทำผิดต่อปรมาจารย์แดนดั่งเทพท่านหนึ่ง สำหรับตระกูลจันวราสกุลแล้ว ไม่มีข้อดีอะไรเลย

ดังนั้นเพื่อที่จะปฏิเสธการนัดดูตัวในครั้งนี้ และไม่เป็นการทำผิดต่อยอดฝีมือปรมาจารย์แดนดั่งเทพ ทัตดาได้โกหกว่าตัวเองมีแฟนแล้ว คือหัวหน้าครูฝึกคนใหม่ของทหารมังกร

เมธชนันได้ยินแล้วจึงให้ทัตดาพาแฟนคนนี้กลับมา ถึงเวลานั้นสามารถที่จะเทียบกันได้ เพื่อให้ทัตดาได้คนที่ดี

ทัตดากำลังเครียดว่าจะจัดการกับนัดดูตัวนี้อย่างไรดี แล้วพอดีเห็นสิ่งที่รพีพงษ์ปล่อยออกมา รู้สึกว่ารพีพงษ์ต้องเทียบกับหลานชายของแดนปรมาจารย์แดนดั่งเทพได้แน่นอน

จึงได้ขอรพีพงษ์

รพีพงษ์ฟังจบก็ปวดหัว หญิงสาวคนนี้ใช้ตนเป็นข้ออ้างในตอนที่เขาไม่รู้ถึงเหตุการณ์ใดๆเลย ตอนนี้ยังทำลงไปก่อนที่จะได้รับอนุญาต ให้เขาไปเมืองโตกี้ด้วยกัน นี่ทำให้รพีพงษ์รู้สึกถูกหลอกอย่างไรอย่างนั้น

“นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณ ผมไม่เคนพูดมาก่อนว่าจะเป็นข้ออ้างให้คุณ ดังนั้นคุณก็หาวิธีเองล่ะกัน” รพีพงษ์กล่าว

ทัตดาน้อยใจ แล้วกล่าว “หัวหน้าครูฝึก คุณทนดูฉันแต่งกับคนที่ฉันไม่ชอบได้หรอ นี่มันศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแล้วนะ ฉันไม่อยากแต่งงานกับใครแล้วต้องให้คุณปู่มาตัดสินใจ คุณช่วยฉันสักครั้งเถอะนะ”

“ปรมาจารย์แดนดั่งเทพเก่งกาจมากจริงๆ หลานชายของเขายี่สิบสี่ปีก็เป็นแดนครึ่งปรมาจารย์ ถือว่าเป็นอัฉจริยะที่หาได้ยากเลยทีเดียวจริงๆ คู่ควรกับคุณเหลือล้น ดังนั้นผมแนะนำให้คุณกลับไปนะ ไม่แน่อาจจะรักแรกพบก็ได้” รพีพงษ์กล่าว

ทัตดาเห็นรพีพงษ์ยืนยันที่จะไม่ช่วย ก็กัดฟัน แล้วกล่าว “หัวหน้าครูฝึก ถ้าคุณไม่ช่วยฉัน ฉันจะตามคุณทุกๆวัน จะมาที่ห้องคุณทุกคืน ผู้หญิงในกองทัพน้อย คุณในฐานะที่เป็นผู้ชาย ฉันไม่เชื่อว่าคุณทนได้แป๊ปเดียว แล้วจะทนได้ตลอดไป”

“ถึงเวลานั้นฉันจะบอกชนสรณ์ว่าฉันคบกับคุณ ชนสรณ์เป็นคนที่ชอบนินทาเป็นงานอดิเรกของทหารมังกรเลยนะ ถ้าเขารู้ ก็หมายถึงรู้กันทั้งกองทัพ ถึงตอนนั้น ต่อให้คุณมีปากก็อธิบายไม่ชัดเจน”

ได้ยินคำพูดของทัตดา รพีพงษ์รู้สึกปวดหัว ไม่คิดว่าหญิงคนนี้จะบีบเขาเพื่อให้เขาปลอมเป็นแฟนของเธอ โดยใช้วิธีการนี้

หลังจากที่นิ่งสงัดไปสักพัก ทัตดาก็จ้องรพีพงษ์แล้วถามอีกครั้ง “พูดมาว่าจะช่วยฉันมั้ย”

รพีพงษ์ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ แล้วกล่าว “ผมช่วยคุณได้ แต่คุณต้องอธิบายให้ทุกคนฟังเกี่ยวกับเรื่องหลังจากนั้น มิเช่นนั้น ผมจะไปหาผู้บัญชาการแล้วพูดเรื่องนี้โดยตรง”

ทัตดาเห็นรพีพงษ์ตอบรับ ก็ดีใจ แล้วกล่าว “คุณวางใจได้ เพียงแค่ช่วยฉันผ่านการนัดดูตัวครั้งนี้ไปให้ได้ ฉันจะอธิบายกับพวกเขาอย่างละเอียดเอง ไม่มีทางบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างแน่นอน”

ฟังคำพูดของทัตดา รพีพงษ์มักจะรู้สึกว่ามียางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่ก็ไม่รู้ว่าจุดไหนที่ไม่ชอบมาพากล

แต่ตอนนี้การฝึกฝนของทหารมังกรได้เป็นไปตามระเบียบแล้ว จากนี้ก็แค่ยืนหยัดให้ได้ทุกๆวันก็พอแล้ว จุดที่ต้องใช้รพีพงษ์ก็มีไม่ค่อยมากแล้ว

รพีพงษ์อยู่ที่นี่ต่อไป ก็แค่ฝึกฝนอยู่ในห้อง รู้สึกน่าเบื่อ สู้ไปผ่อนคลายกับทัตดาด้วยกันดีกว่า

ในคืนเดียวกันนั้น รพีพงษ์ได้พูดกับเหล่าทหารมังกรเรื่องที่จะไปเมืองโตกี้กับทัตดาสักกี่วัน และได้วางแผนเรื่องที่พวกเขาต้องทำต่อไปแล้ว

เพื่อไม่ให้ทุกคนสงสัย รพีพงษ์บอกว่าตัวเองกับทัตดาไปเมืองโตกี้เพื่อภารกิจลับ ทุกคนจึงไม่สงสัยใดๆ

วันรุ่งขึ้น รพีพงษ์และทัตดานั่งฮอร์ ไปเมืองโตกี้

ระหว่างทาง ทัตดาจ้างรพีพงษ์แล้วยิ้ม รพีพงษ์แปลกใจ จึงถาม “คุณยิ้มอะไร?”

“ความจริงถ้าคุณพูดตรงๆกับทุกคนว่าไปปลอมเป็นแฟนของฉัน รู้ว่าก็ไม่เห็นเป็นไรเลย แต่คุณพูดว่าเราไปทำภารกิจลับ ฉันรู้สึกว่าพวกเรากำลังแอบคบกันอยู่” ทัตดายิ้มแล้วกล่าว

รพีพงษ์เซ็ง แล้วหันไป ไม่สนใจทัตด

พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว / แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก

พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว / แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก

อ่านนิยาย เรื่อง พลิกชีวิตผมเป็นคนรวยแล้ว ฟรี ได้ที่ novel-fast 


บทนำ
โดยนำเนื้อเรื่องมาจากบางส่วนของ พลิกชีวิตผมเป็นคนรวยแล้ว
ผมเป็นเป็นเขยแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงมาสามปี ทุกคนต่างก็ คิดว่าสามารถเหยียบย่ำผมได้ ในวันนี้ เพื่อเธอ ผมจะต่อต้าน กับโลกนี้

เรื่องย่อ
“คุณชาย คุณจำเป็นจะต้องกลับไปเกียวโตกับ พวกเรา เพื่อสืบทอดกิจการของตระกูลลัดดาวัลย์

“คุณแม่ของคุณอยากจะขอโทษกับเรื่องที่ทำ ผิดพลาดในปีนั้น อีกทั้งยังหวังว่าคุณจะไม่คิดเล็ก คิดน้อยกับเรื่องบาดหมางครั้งก่อนเก่าและเห็นแก่ ส่วนรวม”

“ตระกูลลัดดาวัลย์ถือเป็นตระกูลชั้นนำของ ประเทศ จะขาดคนสานต่อไม่ได้ครับ” รพีพงษ์ มองไปยังชายชราตรงหน้าที่กำลังโค้ง

ตัวด้วยท่าทีนอบน้อม จากนั้นก็แสยะยิ้มออกมา

“ตอนแรกผู้หญิงใจดำอำมหิตคนนั้นต้องการจะ ควบคุมตระกูลลัดดาวัลย์ เธอขับไล่ฉันออกจากบ้าน อย่างไร้ความเมตตา แถมยังใส่ร้ายว่าฉันทรยศ เธอ กลัวว่าฉันจะแก้แค้นเลยบังคับให้ฉันมาอยู่ในเมือง เล็กๆ อย่างเมืองริเวอร์แถมยังโดนคนเยาะเย้ยว่าเป็น ลูกเขยที่ไม่มีปัญญาแต่งภรรยาเข้าบ้าน ต้องยอมไป เป็นเขยบ้านคนอื่น”

“ตอนนี้เธอป่วยหนัก พวกนายถึงจะคิดถึงฉัน ไม่ คิดว่าสายเกินไปหน่อยเหรอ”

“ฉันชินกับการเป็นลูกเขยที่ต้องมาอยู่ในตระกูล ฉัตรมงคล ชินแล้วกับการที่โดนคนพูดว่าเกาะผู้หญิง กิน ฉันไม่สามารถไปยุ่งกับเรื่องของตระกูลลัดดา วัลย์ได้อีก พวกนายกลับไปเถอะ”

พูดจบรพีพงษ์ ก็หมุนตัวโยนขยะถุงขยะในมือ ลงถัง แล้วเดินจากไป

ถึงแม้การที่ได้เป็นคนสืบทอดตระกูลลัดดาวัลย์ จะเป็นเรื่องช็อกโลก แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับ เรื่องนี้

ในปีนั้นเขาโดนคนในตระกูลลัดดาวัลย์ไล่ออก จากบ้าน เขาก็ไม่เหลือเยื่อใยอะไรกับตระกูลลัดดา วัลย์อีกแล้ว

ตอนนี้เขาเป็นลูกเขยที่ไม่เอาไหนในตระกูล ฉัตรมงคลตระกูลอันดับสองของเมืองริเวอร์อีกทั้ง เขายังเป็นไอ้สวะที่รู้จักกันในเมืองริเวอร์

ไม่มีใครรู้ว่าเขาเคยเป็นคุณชายของตระกูลลัด ดาวัลย์แห่งเกียวโต

แต่ทว่าเรื่องนี้มันผ่านไปแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้เขา จะใช้ชีวิตอย่างอนาถ ทั้งตัวของเขามีเงินฝากไม่ถึงสี่หลัก แต่เขากลับไม่เสียใจ

รพีพงษ์ เดินถือผลไม้ในมือไป บ้านของตระกูล ฉัตรมงคล วันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของคุณปู่ ญาติ สนิทของตระกูลฉัตรมงคลจะมารวมตัวกันที่นี่ แน่นอนว่างานนี้หลีกเลี่ยงการพูดเปรียบเทียบไม่ได้ อยู่แล้ว แต่ทว่ารพีพงษ์ กลับทำให้ครอบครัวของ อารียาเป็นเรื่องตลก

งานเลี้ยงเริ่มขึ้น ทุกคนในตระกูลฉัตรมงคลต่าง พากันนำของขวัญมามอบให้คุณปู่

“คุณปู่ ผมรู้ว่าคุณปู่ชอบของโบราณ รูปภาพนี้ คือ (ภาพฤาษีตกปลาในซีชาน) ของ ถางหูโป์เป็น รูปภาพจริงที่ผมตั้งใจหามาให้คุณปู่ นี่ครับคุณปู่” หลานคนโตธายุกร ยิ้ม แล้วมอบม้วนรูปภาพหนึ่งให้ ชายชรา

“คุณปู่ หยกชิ้นนี้เป็นของที่ผมขอร้องให้เพื่อนที่ อยู่ต่างประเทศซื้อให้ ราคาไม่เบาเลยค่ะ” หลานรัก คนเล็กอย่างชรินทร์ทิพย์ยื่นหยกให้ชายชรา

ต่างคนต่างก็แย่งกันมอบของขวัญ เพื่อที่จะเอา อกเอาใจคุณปู่

“คุณปู่ ปู่พอมีเงินให้ผมยืมสักห้าแสนไหมครับในปีนี้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่ได้รับเงินบริจาค จากผู้ที่มีเมตตา มันใกล้จะไปต่อไม่ได้แล้วครับ ขีน เป็นแบบนี้ต่อไป เด็กๆ ในนั้นก็จะไร้ที่อยู..

ขณะนั้นเอง รพีพงษ์ที่นั่งอยู่ท้ายโต๊ะก็เอ่ยขึ้นมา เกิดความโกลาหลขึ้น

ศศินัดดาแม่ของภรรยาลุกขึ้นมาในทันที เธอชี้ หน้าของเขาแล้วต่อว่าทันที “นี่สมองแกมีปัญหาหรือ ไง รู้ไหมว่าแกกำลังพูดอะไรอยู่”

สาวงามแห่งเมืองริเวอร์อย่างอารียา ผู้เป็นซึ่ง เป็นภรรยาของรพีพงษ์ ก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดแบบ นั้นออกมาเหมือนกัน เธอถึงกับต้องลุกขึ้นยืนแล้วพูด ว่า “คุณปู่ เขาคงจะไม่ค่อยมีสติ คุณปู่อย่าไปใส่ใจ กับคำพูดของเขาเลยค่ะ”

พูดจบเธอก็ยื่นมือออกไปบีบแขนของสามีอย่าง รุ่นแรง

สามปีก่อน ก่อนที่คุณย่าฉัตร จะจากไป เธอรีบ บังคับให้อารียา แต่งงานกับรพีพงษ์เทพธิดาผู้ซึ่งเปล่งประกายระยิบระยับใน สายตาของชาวโลก พลันต้องตกลงสู่พื้นดิน

สามปีมานี้ รพีพงษ์ไม่ทำการทำงานอะไรเลย วันๆ ทำแค่เพียงซักผ้า ทำกับข้าว ทิ้งขยะ ผู้คนใน เมืองริเวอร์ ขนานนามเขาว่าไอ้สวะ เดิมที่เคยภาค ภูมิใจว่าเป็นเทพธิดา ก็กลายเป็นคำเย้ยหยันไปโดย สิ้นเชิง

ตอนนี้ รพีพงษ์ก็มาสร้างความลำบากในงานวัน เกิดของคุณปู่อีก

“น่าตลกสิ้นดี นึ่งานวันเกิดของคุณปู่ ไม่มีของ ขวัญไม่พอ ยังกล้ามาขอเงินห้าแสนอีก รพีพงษ์ ไม่กี่ ปีมานี้นายทำให้ตระกูลฉัตรมงคลขายหน้าไม่พออีก เหรอ นายอุตส่าห์มายืมเงินในงานวันเกิด จะทำให้ คุณปู่โกรธหรือไง” คนที่พูดคือธายุกร ลูกหลานที่ ทำให้ท่านปู่นภทีป์ พึงพอใจมาตลอด

“ฉันว่าไอ้คนสมองพิการมันจงใจ อีกอย่างสถาน เลี้ยงเด็กกำพร้าก็แค่ข้ออ้าง มันต้องการเอาเงินของ คุณปู่ไปใช้เอง ดูจากสมองของมันแล้วคงจะคิด อะไรแบบนี้ไม่ได้หรอก คงจะเป็นอารียาที่สั่งมันมา สินะ”

หลานสาวที่คุณปู่รักที่สุดอย่างชรินทร์ทิพย์พูด เสริม พวกเธอไม่ลงรอยกันอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสก็พูด ใส่ร้าย อารียา

เมื่อมีคนพูดถึง อารียา รพีพงษ์ก็อธิบายขึ้นมา ทันที “ไม่ใช่ ผมแค่ต้องการยืมเงินคุณปู่ ช่วงนี้ผม หมุนเงินไม่ค่อยทัน ผมไม่มีปัญญาหาเงินเยอะขนาด นั้น ผมจะต้องหาเงินมาคืนคุณปู่แน่นอน”

“เลิกพูดไร้สาระสักที คนไร้ประโยชน์อย่างนาย ขนาดงานยังไม่มีให้ทำถ้าให้นายยืม นายจะเอา ปัญญาที่ไหนมาคืน” ธายุกรพูดเย้ยหยัน

“จริงค่ะ ไอ้สวะนี่มันมาจากสถานเลี้ยงเด็ก กำพร้า แกยืมเงินคุณปู่เพื่อไปเลี้ยงพวกสวะแบบแก เหรอ ฉันว่าทางที่ดีแกรีบปิดไอ้สถานเลี้ยงเด็ก กำพร้านั่นซะเถอะ” ชรินทร์ทิพย์พูดด้วยสีหน้า ประชดประชัน

รพีพงษ์มองคนที่กำลังต่อว่าเขาแล้วกัดฟัน กรอด ตอนที่เขากลายเป็นคนเร่ร่อน สถานเลี้ยงเด็ก กำพร้ามารับตัวเขาไว้ เขาถึงเติบโตเป็นผู้เป็นคนมา ถึงทุกวันนี้ ตอนนี้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ากำลัง ลำบาก เขาจึงอยากช่วย แต่เรื่องมันกะทันหันเกินไป เขาไม่มีเงินมากขนาดนั้น เขาคิดได้เพียงการยืมเงิน เท่านั้น

ตอนแรกเขาคิดว่าทุกคนจะมีความเมตตาช่วย เหลือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่คิดไม่ถึงว่าจะได้รับสายตาอันเย็นชาแบบนี้ ในใจของเขาคิดถึงวิกฤติ ของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาถึงไม่แสดงท่าที เกรี้ยวกราดอะไรออกมา

ชายชราที่ป์ โกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขา จ้องรพีพงษ์เขม็ง แล้วพูดเสียงดังออกไปว่า “เลิกทำ ตามอำเภอใจได้แล้ว นี่พวกแกมาอวยพรฉันหรือจะ มาเพิ่มความวุ่นวายกันแน่ รีบไสหัวไปซะ งานเลี้ยง ของฉันไม่ต้องการคนไร้ประโยชน์อย่างแก ต่อไป ถ้าบ้านเรามีงานเลี้ยงอะไร ฉันไม่อนุญาตให้แกเข้า ร่วมอีกต่อไป”

“คุณปู่ ตอนนี้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าลำบาก มากจริงๆ เด็กพวกนั้นต้องการความช่วยเหลือ” รพี พงษ์กัดฟันพูดอย่างไม่ยอมแพ้ สีหน้าของเขาเต็มไป ด้วยความซื่อสัตย์

อารียาเห็นท่าที่จริงจังของเขาแล้ว ก็ถอน หายใจออกมาอย่างจนปัญญา แล้วพูดกับนภทีป์ “คุณปู่คะ เขาต้องการช่วยสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จริงๆ ค่ะ เขาเติบโตมาจากที่นั่น เขาผูกพันกับที่นั่น มาก คุณปู่ช่วยเขาด้วยนะคะ”


และยังมี  นิยาย อ่านนิยาย นิยาย pdf นิยายวาย อ่านนิยายฟรี นิยายออนไลน์ อีกหลายเรื่องที่รอให้คุณอ่านที่ novel-fast.com

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท