The Dark King – Chapter 598 ข้อแลกเปลี่ยน
เมื่อเธอหันกลับไปมองกลับพบว่าไม่มีอะไรอยู่ข้างหลัง เฮลี่ย์ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ในเวลาเดียวกันเธอก็รู้สึกถึงลมที่พัดอย่างรุนแรง ฟู่เทียนกระพือปีกและบินไปบนท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง
“ฮึ!”
เฮลี่ย์กางปีกมังกรของเธอออกและพุ่งตัวตามเทียนไปทันที เธอไม่คิดว่าเทียนจะใช้ลูกไม้แบบนี้ในการหลอกล่อเบี่ยงความสนใจของเธอเพื่อหลบหนีไป มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรที่เทียนหนีไปเธอก็แค่เพียงไล่ตามไปเท่านั้น แต่ถ้าสิ่งที่เทียนพูดเป็นความจริงมันก็คุ้มที่เธอจะหันไปตามที่เทียนบอกเพราะราชาซอมบี้นั้นอันตรายกว่าเทียนมาก
ปิ้ว!
หลังจากเทียนบินไปเพียงแค่สิบเมตรเขาก็ถูกเฮลี่ย์ไล่ตามมาติดๆอีกครั้ง
“เวลาผ่านไปเนิ่นนาน แต่นายไม่ได้เติบโตขึ้นเลย” เฮลี่ย์มองดูเทียนอย่างเฉยเมยและพูดว่า ” เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่ง กลหลอกเด็กของนายจะใช้ได้ผลแค่ไหนกัน?
“มันไม่มีเหตุผลเลย” เทียนอ้าปากเล็กน้อยและมองไปที่เธออย่างเย็นชา “ทําไมคุณต้องทําแบบนี้ คุณได้สิ่งที่คุณต้องการไปแล้ว แล้วคุณต้องการอะไรจากผมอีก?”
เฮลี่ย์ยิ้มเล็กน้อยและค่อยๆพูดอย่างช้าๆ “จํา เอียนหัวหน้าของนายได้ไหม?”
“เอียนงั้นหรอ?” เทียนตกตะลึง
“ใช่” เฮลี่ย์พูด “เขาบอกฉันทุกอย่างในสิ่งที่นายทําระหว่างปฏิบัติภารกิจ นายสามารถฆ่ายูจินได้แสดงว่าฝีมือของนายไม่เลวเลย จากความร้อนในร่างกายของนายและความสามารถในการต่อสู้ที่เหนือกว่ายูจิน อาจเป็นเพราะความสามารถของสัญลักษณ์เวทมนต์ที่นายมี มันเป็นสัญลักษณ์เวทมนต์ที่ทรงพลังอย่างมาก หรือว่ามันจะเป็นสัญลักษณ์เวทมนต์ในตํานาน?
เทียนรู้สึกกังวลมากขึ้น ทันใดนั้นเขาก็นึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณถ้ํา ของเพรชฆาตเงาอสูร หรือว่าเขายังไม่ตายในตอนนั้นแต่แสร้งทําเป็นตายเพื่อรอให้ชายจากตระกูลแฟเทอร์ออกไล่ล่าคนอื่นๆในทีม เขาก็ใช้โอกาสนั้นหนีไป
“ยูจินเป็นคนของคุณสินะ” ดวงตาของเทียนกระพริบเล็กน้อยและพูดออกมาด้วยน้ําเสียงเย็นชา ” ผมฆ่า ยูจินโดยการใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมรอบๆตัวและผมได้ทําข้อตกลงบางอย่างกับเอียนและคนอื่นๆในการช่วยฆ่ายูจิน ไม่งั้นผมก็ไม่สามารถทํามันได้ด้วยตัวคนเดียวหรอก สัญลักษณ์เวทย์มนตร์ในตํานานอะไรกันมันจะเป็นไปได้อย่างไรผมเป็นแค่นักล่าที่มาจากกําแพงชั้นนอก มันเป็นเรื่องที่ผมไม่คิดที่จะอาจเอื้อมมันด้วยซ้ํา”
“ข้อตกลงอย่างนั้นหรอ?”
“ใช่ เอียนรู้ว่าผมมีไอช่าคอยสนับสนุนอยู่ดังนั้นผมจึงใช้โอกาสนี้ในการใช้ชื่อพี่สาวของคุณเพื่อสัญญาว่าพวกเขาจะได้รับสิ่งตอบแทนอย่างงดงามเมื่อภารกิจสิ้นสุดลง ข้อเสนอของผมก็คือจะช่วยให้พวกเขาได้รับอิสรภาพและไม่ต้องกลับมาทําภารกิจในแดนรกร้างอีก” เทียนพูดด้วยน้ําเสียงจริงจัง
เฮลี่ย์จ้องมองไปที่เทียนหลังจากนั้นครู่หนึ่งเธอก็ยิ้มออกมาและพูดว่า “ช่างน่าสงสารจริงๆถ้าฉันไม่มีบทลงโทษที่รุนแรงต่อพวกเขา ฉันเกรงว่าฉันอาจจะเชื่อนายจริงๆก็ได้”
เทียนตกตะลึง
“แม้ฉันจะไม่รู้ว่านายได้รับสัญลักษณ์เวทมนตร์ในตํานานมาได้อย่างไร แต่การปรากฏตัวของนายนั้นน่ารําคาญมาก” เฮลี่ย์พูดด้วยรอยยิ้ม
ฝ่ามือของเทียนในตอนนี้เต็มไปด้วยเหงื่อ เขามองผ่านไหล่ของเฮลี่ย์ไปยังไอช่าที่กําลังต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่กับราชาซอมบี้
“ฉันต้องถ่วงเวลาเอาไว้” เขาคิดอยู่ภายในใจอย่างลับๆ
“นายกําลังคิดว่าถ้าถ่วงเวลาเอาไว้นายก็จะมีโอกาสรอดใช่ไหม?” เฮลี่ย์หัวเราะเบา ๆ
ดวงตาของเทียนหรี่ลง ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและพูดว่า ” ผมไม่เข้าใจสิ่งที่คุณกําลังพูดถึง คุณต้องการจะฆ่าผมคุณก็ฆ่าโดยไม่มีเหตุผล เพราะอะไรกัน? แต่ถ้าคุณไม่ฆ่าผม ผมจะบอกความลับสุดยอดบางอย่างให้เป็นการแลกเปลี่ยน ”
“ความลับอย่างนั้นหรอ?” เฮลี่ย์มองเขาด้วยรอยยิ้ม
เทียนพยักหน้าและพูดว่า “ผมรู้เบาะแสที่อยู่ของอสูรกลืนกินความฝัน”
“โอ้” เฮลี่ย์ยิ้มกว้างขึ้น “มันอยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรอ?”
เมื่อเทียนเห็นว่าเธอกําลังเสแสร้งและไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด หัวใจของเขาก็รู้สึกหนักอึ้ง และพูดออกมาว่า “เรื่องนี้พี่สาวของคุณก็รู้ มันเกิดขึ้นตอนที่ผมอยู่กับเธอในพื้นที่สีส้มของแดนรกร้าง พวกเรากําลังตามหามันแต่โชคไม่เข้าข้างจึงตามหามันไม่พบ เมื่อพวกเรามาถึงที่ป้อมปราการก็ได้ยินว่าคุณก็อยู่ที่นั่นเหมือนกัน”
เฮลี่ย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยและเกิดความสงสัยขึ้นในใจ เธอกําลังคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้พูดความจริงหรือไม่?
เมื่อเธอไปถึงป้อมปราการเธอรู้ว่าไอช่าหายตัวไปเป็นเวลานาน จากความแข็งแกร่งของไอช่า ไม่มีสัตว์ร้ายตัวไหนสามารถทําร้ายเธอได้ แม้แต่เธอเองก็ไม่สามารถเอาชนะพี่สาวของตนเองได้ สิ่งที่เทียนพูดมีความเป็นไปได้ 80 เปอร์เซน!
อย่างไรก็ตามเธอรู้ว่าเทียนนั้นเป็นคนมีไหวพริบและเหลี่ยมจัด สิ่งที่เขาพูดอาจจะเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาก็ได้
ถ้าหากมันเป็นเรื่องจริงแล้วล่ะก็ เธอก็จะฆ่าปิดปากเด็กคนนี้ด้วยตัวเอง คนที่รู้ความลับของอสูรกลืนกินความฝันก็จะเหลือแค่พี่สาวของเธอเท่านั้น หากไอช่าได้รับสัญลักษณ์เวทย์มนตร์ของอสูรกลืนกินความฝันเป็นคนแรก เธอกลัวว่าพี่สาวของตนเองจะสามารถปลุกพลังแห่งสายเลือดขั้นที่ 2 ให้ตื่นขึ้นมาได้ มันจะทําให้เธอถูกทิ้งห่างจากไอช่าไปอีกก้าว!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เฮลีย์ก็คิดหนักและมีสีหน้าที่ไม่พอใจ
เมื่อเห็นท่าทางและการแสดงออกทางสีหน้าของเฮลี่ย์ เทียนก็รู้ได้สิ่งที่เขาพูดออกไปนั้นได้ผล แม้ว่าเขาจะไม่คุ้นเคยกับเฮลี่ย์และเขาก็ไม่รู้ว่าจุดอ่อนของเธอคืออะไร แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขารู้ก็คือไอช่าคือเป้าหมายหลักของเธอและก็เป็นจุดอ่อนของเธอด้วย
เคร้ง! เคร้ง!
เสียงกระทบกันของโลหะดังมาจากระยะไกล
เทียนเหลือบไปมองและเห็นไอช่าที่กําลังถูกไล่ประกบโจมตีโดยราชาซอมบี้อย่างต่อเนื่อง
ความเร็วในการบินของราชาซอมบี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าไอช่าเลย มันสามารถควบคุมร่างกายให้ไล่ตามเธอได้อย่างพริ้วไหว
เมื่อเห็นท่าทางของเธอหัวใจของเทียนก็รู้สึกเสียววาบขึ้นมาทันที
“ฉันอารมณ์เสียมากกับสิ่งที่นายพูดออกมา ” เฮลี่ย์ส่ายหัวแล้วพูดว่า “แน่นอน ฉันไม่สามารถบังคับให้นายพูดได้ แต่ถ้ามีความตายปรากฏอยู่เบื้องหน้าบางที่นายอาจจะยอมพูดออกมาก็ได้”
เมื่อพูดจบ เฮลี่ย์ก็จ้องมองลงไปที่ไอช่าที่กําลังบินต่อสู้อยู่กับราชาซอมบี้อย่างชุลมุนและรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอค่อยๆจางลง “รู้ไหมว่าทําไมฉันถึงไม่รีบฆ่านาย?”
เทียนหยุดนิ่งไปชั่วครู่ ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงสิ่งที่เป็นไปและรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว เมื่อหันกลับมามองที่เฮลี่ย์เธอก็พุ่งเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หวาดกลัวและรีบตะโกนว่า ” อย่า ”
คําว่า “อย่า” ยังไม่ได้ถูกพูดออกไป ก็มีหอกขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาที่หน้าอกของเขาทําให้กระดูกแตกและได้รับออกบาดเจ็บสาหัส
เทียนกระอักเลือดออกมาจํานวนมากและร่างกายของเขาก็กระเด็นไปข้างหลัง หลังจากกระเด็นไปเพียงไม่กี่เมตรเขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างจับที่ไหล่ของเขา
ดวงตาของเฮลี่ย์มองเขาอย่างไร้ความรู้สึกและพูดออกมาอย่างไม่แยแสว่า “คนที่อ่อนแอ ย่อมเป็นเหยื่อของคนแข็งแกร่งกว่าเสมอ ฉันหวังว่าความเจ็บปวดนี้จะตามหลอกหลอนนายไปจนถึงนรก”