Special District 9 – เขตพิเศษที่ 9 Special District 9 ตอนที่ 191 ทางเลือกของชีวิต
ฟูเสี่ยวห่าวใบหน้าซีดเผือดมองหลิวเป่าเฉินด้วยความที่ นตระหนก “ตอนแรกผมใช้อินเตอร์คอมของถึงกัวเซินเรียกขอกําลังสนับสนุนแต่สัญญาณถูกล็อกติดต่อใครไม่ได้ผมไม่รู้ว่าทําไม..ของผมถึงยังใช้ได้”
“นายได้ติดต่อใครอีกรึเปล่า?”
“ไม่ครับ”
เมื่อได้ฟังดังนั้นหลิวเป่าเฉินจึงลดปืนลงก่อนถามต่อ “คนร้ายที่ว่าโดนยิงอยู่ข้างบนเหรอ?”
“ครับ โดนรองผู้หมวดฉินยิ่งไปสองนัด…” ฟูเสี่ยวห่าวอธิบาย “เหมือนมันจะพยายามเรียกหาพรรคพวกแต่ยังไม่เห็นมีใครมาผมเองกลัวก็เลยไม่กล้าขึ้นไปดูไหนจะรองผู้หมวดที่อาการสาหัสอีกผู้หมวดหลิวจะทํายังไงต่อดีครับ? แล้วทํา ไมคุณถึงมาคนเดียวคนอื่นๆไปไหนหมดล่ะครับ?”
หลิวเปาเฉินไม่มีเวลามาคิดมากจึงตอบกลับไปว่า “ฉันมาถึงนี้แล้วเดี๋ยวคนอื่นก็ตามมาเองแหละ”
“แล้วจะให้ผมทําอะไรต่อครับ?” ฟูเสี่ยวห่าวถาม
หลิวเป่าเฉินเลียริมฝีปากพลางจ้องหน้าฟูเสี่ยวห่าวและออกคําสั่ง “ขึ้นไปข้างบนแล้วจับคนร้ายซะ”
“แค่เราสองคนไม่อันตรายไปหน่อยเหรอครับผู้หมวด?ผมว่ารอคนอื่นก่อนดีกว่า…”
“อย่ามาปอดแหก!” หลิวเปาเฉินตะคอก “ถ้าเกิดมันติดต่อหาพรรคพวกได้ขึ้นมาเราจะจับมันยากกว่านี้อีกหรืออย่างมากคงฆ่าตัวตายเพื่อหลีกเลี้ยงการจับกุมฟังคําสั่งฉันแล้วขึ้นไปจับมันซะ!”
ฟูเสี่ยวห่าวยังคงลังเล
“รอดมาได้จนถึงปานนี้แล้วยังกลัวอะไรอีก?”
“ถ้ามันสวนกลับ เราอาจจะตาย…”
“ฟังให้ดีนะไอ้หนู ไอ้สารเลวนั่นกําลังบาดเจ็บ.เราสองคนเอาชนะมันได้” หลิวเป่าเฉินจ้องหน้าฟูเสี่ยวห่าว “หรือถ้ามันอยากจะตายขึ้นมาเราก็แค่เป็นคนสงเคราะห์ให้ก็เท่านั้นเอง…”
“โอเคๆ ก็ได้ครับ” ฟูเสี่ยวห่าวพยักหน้า
หลิวเปาเฉินกัดฟันเอื้อมมือเปิดประตูเหล็กก่อนจะเดินเข้าไป
บริเวณโถงทางเดินสลัว ฉินอวีที่กําลังนั่งหน้ามืดอยู่ในเงามองหลิวเปาเฉินที่เดินเข้ามา
หลิวเปาเฉินหันมองโดยรอบเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยตรงข้างบันไดมีร่างคนร้ายสองคนนอนอยู่และทางขวาเป็นฉินอวี่นั่งนิ่งด้วยอาการสาหัส
ฟูเสียวห่าวเดินตามเข้ามาและถาม “ไปเลยไหมครับผู้หมวด?”
หลิวเปาเฉินหันไปถาม “ทําไมไอ้สองคนนั่นถึงมานอนกองอยู่ตรงนี้”
“อะไรนะครับ?”
“ไม่ใช่ว่ามันเข้ามาในนี้แค่คนเดียวเหรอ?” หลิวเป่าเฉินโพล่งออกมา
“หมายความว่าไงที่ว่าสองคนนี้ไม่ควรมาอยู่ที่นี่?” ฟูเสี่ยวห่าวถามกลับ
หลิวเป่าเฉินชะงัก ในวินาทีนั้นเขารู้ตัวได้ทันทีว่าตัวเองเผลอหลุดปาก
“คุณรู้ใช่ไหมว่าไอ้มือปืนที่มาตามล่าพวกผมมีกี่คน?” ฟูเสี่ยวห่าวถามย้ํา
หลิวเปาเนินยังคงตกตะลึงก่อนจะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติและยกปืนขึ้นตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด
“ปังๆๆ!”
ฟูเสียวห่าวยกปืนยิงสวนทันที ส่งผลให้หลิวเป่าเฉินถูกยิงเข้าที่หน้าอกสามนัดอย่างจัง
ฉินอวี่ตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจะหันไปมองฟูเสี่ยวห่าวอย่างไม่เชื่อสายตา “นาย…ทําอะไรน่ะ?”
หลิวเปาเฉินเซถอยหลัง เขาก้มมองหน้าอกตัวเองที่บัดนี้เต็มไปด้วยรูพรุนจากกระสุน
“ฟีบ!” ฟูเสี่ยวห่าวยกขาเตะปืนในมือหลิวเปาเฉิน
“นี่แก…แก…” หลิวเป่าเฉินอาปากพะงาบพลางชี้หน้าเสี่ยวห่าวก่อนล้มลงกับพื้นด้วยสีหน้าเคียดแค้น
ฟูเสี่ยวห่าวเริ่มรู้สึกประหม่า หน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงอที่ผุดซึม เขาตั้งสติและหยิบปืนของหลิวเปาเฉินขึ้นโดยใช้ แขนเสื้อรองมือไว้อีกชั้น
“นายคิดจะทําอะไร?” ฉินอวี่ยังคงไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
ชายหนุ่มไม่ตอบคําถาม เขายกปืนของหลิวเปาเฉินเล็งไปชายสวมหน้ากากที่นอนสลบอยู่ หลังลังเลอยู่นานเขาก็ตัด สินใจลั่นไกยิง
“ปัง ปัง!”
สิ้นเสียงปืนสองนัด ชายสวมหน้ากากที่ถูกมัดติดก่อนท่อก็ดิ้นทุรนทุรายก่อนสิ้นใจในที่สุด
เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ฉินอวี่เริ่มจับทางได้แล้วว่าชายหนุ่มตรงหน้าต้องการจะทําอะไร
ฟูเสี่ยวห่าวนําปืนกลับไปใส่มือของหลิวเป่าเฉินและเดินไปปลดเข็มขัดที่มัดชายสวมหน้ากากกลับมาใส่เอวตัวเองเหมือนเดิม
.
“ทําแบบนี้มันเสี่ยงนะ…” ฉินอวี่พูดขึ้นหลังดูอยู่นาน
“ทุกอย่างมีความเสี่ยงครับ” พูดจบฟูเสี่ยวห่าวก็เดินไปลากชายสวมหน้ากากที่เพิ่งถูกฆ่าไปยังบันไดขั้นแรก
ในเมื่อสายเกินไปที่จะห้ามอะไรได้ ฉินอวีจึงทําได้เพียงมองอยู่เงียบๆ
ฟูเสี่ยวห่าวจัดท่าทางของศพก่อนจะเก็บปืนที่เขาใช้ยิงหลิวเป่าเฉินขึ้นมาโดยใช้แขนเสื้ออีกครั้ง
“หลิวเป่าเฉินตายแล้ว เราทั้งคู่เตรียมตัวโดนสอบสวนได้เลย”
“ไม่เป็นไรครับรองผู้หมวด ผมจะจัดการเองอย่างน้อยผมก็จัดการคนน่ารําคาญอย่างมันได้แล้ว” ฟูเสี่ยวห่าวหันไปพูดกับฉินอวี่พลางลดปืนลง “ตอนนี้เราลงเรือลําเดีย วกันแล้วเพราะผมจัดการตัวปัญหาให้คุณถ้าเรื่องนี้ไม่หลุด ไปถึงหูใครก็คงดีแต่ถ้าเกิดพลาดขึ้นมา ผมจะไม่ซัดทอดถึงคุณแน่นอน”
“ปัง!”
ฟูเสี่ยวห่าวลั่นไกยิงหน้าท้องตัวเองและเซถอยหลังไปหลายก้าว
ถึงจะตกใจกับภาพที่เห็นแต่ฉินอวก็ไม่ได้พูดอะไร
ฟูเสี่ยวห่าวทรุดตัวลงก่อนจะลากสังขารเอาปืนกลับไปยัดไว้ในมือชายสวมหน้ากากและนั่งหอบหายใจเหนื่อย
ฉินอวี่พยายามชันตัวให้นั่งตรงก่อนจะถามว่า “นายคิดอะไรอยู่กันแน่?”
“ผมไม่อยากเป็นแค่เด็กฝึกงานปลายแถว ผมอยากมีส่วนร่วมกับพวกคุณด้วย…” ฟูเสี่ยวห่าวตอบเสียงแผ่ว
“ส่วนร่วมอะไร?”
“สิ่งที่รองผู้หมวด คุณรู้เหว่ย และผู้กํากับหลี่กําลังทําอยู่นั่นแหละครับ” ฟูเสี่ยวห่าวตอบตามตรง
“ทําไมล่ะ?” ฉินอวถามต่อ “นายยังเด็ก มีเวลาอีกมากทําไมถึงต้องดิ้นรนขนาดนั้น?”
ฟูเสี่ยวห่าวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ “จําได้หรือเปล่าครับว่าลุงตั้งตายยังไง?”
ฉินอวี่ชะงัก
“ผมจําได้…” เสี่ยวห่าวพูดเสียงสั่น “ผมเห็นกับตาตัวเอชายแก่ที่สิ้นหวังถูกรถชนตาย วันนั้นเป็นวันแรกที่ผมมาซ่งเจียง”
ภายใต้แสงไฟสลัวฉินอนั่งมองฟูเสี่ยวห่าว
“เพราะเกิดในครอบครัวที่ยากจนเหมือนกันผมก็เลยเข้าใจความรู้สึกของการไม่มีทางเลือกในชีวิตผมก็แค่อยากมีทางเลือกให้ชีวิตบ้าง…” ฟูเสี่ยวห่าวหันไปพูดด้วยน้ําเสียง สั่นเครือ “รองผู้หมวดฉิน ผมกล้าทําทั้งหมดนี้แล้ว…เพราะงั้นอย่าทิ้งผมนะครับ”
งูเหว่ยพาคนบุกเข้าประตูเหล็กไปหาฉินอวี่ก่อนจะเห็นสภาพที่เกิดขึ้น “เมื่อกี้ผมได้ยินเสียงปืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ฉินอวไม่ตอบอะไรนอกจากหลับตา
หลิวเปาเนินนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นดวงตาเบิกกว้างมีตั๋วพาเข้าห้างสรรพสินค้าสามใบโผล่ออกมาข้างศพ
เขาเพิ่งสัญญากับครอบครัวว่าจะพาไปเที่ยว