บทที่ 186 เป้าหมายเล็กๆ 1 (1)
แต่คาร์ลไม่สามารถออกเดินทางได้ทันที
“ทำไมท่านถึงออกเดินทางเช้าขนาดนี้ล่ะ?”
ผู้ที่เอ่ยทักคาร์ลส่งยิ้มสดใสมาให้
‘อันโตนิโอ กิลล์’ กำลังมุ่งหน้ามายังรถม้าของคาร์ล นั่นทำให้คาร์ลเริ่มขมวดคิ้วมุ่นเมื่อมองเขาเดินเข้าใกล้
‘พวกเขาไม่ถูกกันใช่มั้ย?’
บิลอสคิดว่าขุนนางทั้งสองจะต้องไม่ถูกกัน พวกเขาเป็นขุนนางคนสนิทขององค์ชายที่ต่างกัน อีกทั้งคาร์ลยังสร้างความวุ่นวายโดยการเปิดเผยการค้ามนุษย์ในอาณาเขตกิลล์จนทำให้ตระกูลกิลล์เผชิญแรงกดดันจากองค์ชายรัชทายาทและขุนนางที่เหลือในภาคตะวันตกเฉียงใต้
‘…ทำไมมันดูแปลกๆ’
บิลอสรู้สึกถึงความผิดปกติเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
‘แล้วทำไมถึงกดดันแต่ภาคตะวันตกเฉียงใต้เท่านั้น?’
ในตอนนี้ภาคตะวันตกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่กันอย่างเงียบสงบ ในขณะที่ภาคกลางกำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดเมื่อองค์ชายรัชทายาทส่งทีมสืบสวนพิเศษเข้าไปตรวจสอบบางอย่าง
เหตุใดภาคอื่นถึงเงียบสงบล่ะ?
‘…เข้าใจแล้ว!’
ในไม่ช้าบิลอสก็ตระหนักได้ถึงคำตอบ
ไม่มีขุนนางในตำแหน่งดยุกหรือมาร์ควิสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นั่นคือสาเหตุที่ภูมิภาคแห่งนี้ไม่มี‘ผู้นำ’ อย่างไรก็ตามขุนนางทุกคนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่างก็ต้องระวังการกระทำของตนเองที่อาจทำให้คาร์ล เฮนิตัสรู้สึกไม่พอใจเช่นกัน
อีกด้านหนึ่งคือตระกูลสแตนซึ่งถือเป็นผู้นำและสามารถควบคุมภาคตะวันตกเฉียงเหนือได้ทั้งหมด พวกเขามี‘เทย์เลอร์ สแตน’เป็นผู้นำในปัจจุบันและเขายังเป็นหนึ่งในคนสนิทขององค์ชายรัชทายาทอีกด้วย
บิลอสนึกถึงสิ่งที่‘โอเดียส’ลุงของตนซึ่งเป็นผู้ควบคุมธุรกิจมืดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือพูดกับเขาเมื่อไม่นานมานี้ได้ ลุงโอเดียสเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าเมื่อเปิดประตูต้อนรับให้เขาเข้าไปในบ้านพักของตนอย่างอารมณ์ดีซึ่งตอนนั้นบิลอสกำลังมองหาบ้านพักตากอากาศในจักรวรรดิและอาณาจักรพารันอยู่
‘แน่นอน! ข้าต้องจัดการทุกอย่างให้สำเร็จหากมันเป็นความต้องการของนายน้อยคาร์ล นั่นคงเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ข้าอยู่รอดได้ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าๆๆๆ’
ประโยคที่เขาไม่คิดจะสนใจในอดีตพุ่งกลับมาหาเขาราวถูกเบ็ดเกี่ยว
บิลอสทำงานให้กับคาร์ลหลายต่อหลายครั้งแต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าคาร์ลกำลังวางแผนทำสิ่งใดอยู่รวมถึงพันธมิตรที่คาร์ลมีเขาก็ไม่เคยรู้เหมือนกัน
‘…ข้าเคยทำงานให้กับคนอื่นโดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาหรือไม่?’
ร่างของบิลอสสะท้านขึ้นเมื่อรู้คำตอบของสิ่งที่ตนสงสัย ทันใดนั้นเองเขาก็ได้ยินคาร์ลพึมพำบางอย่างออกมาเบาๆเมื่อมองไปที่อันโตนิโอ
“น่ารำคาญชะมัด”
ดูเหมือนเขาจะรำคาญจริงๆ
ปฏิกิริยาของบิลอสเปลี่ยนไปเล็กน้อยหลังจากได้ยินสิ่งนั้น นี่ไม่ใช่ท่าทางของความรำคาญเมื่อรู้ว่าศัตรูกำลังวิ่งเข้าหาและอาจทำให้สถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่เลวร้ายยิ่งขึ้น ความรำคาญที่คาร์ลแสดงออกในตอนนี้มันเหมือนกับความรำคาญเมื่อมีคนมาปลุกให้ตื่นตั้งแต่เช้า
การแสดงออกของอันโตนิโอก็แตกต่างจากที่เขาคาดไว้เช่นกัน
คาร์ลและอันโตนิโอไม่ถูกกัน
นั่นคือสิ่งที่บิลอสคิดเอาไว้แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้ากับต่างจากที่เขาคาดไว้เล็กน้อย
“นายน้อยคาร์ล..ท่านไม่ต้องการตรวจสอบสิ่งต่างๆก่อนออกเดินทางงั้นรึ?”
คาร์ลต้องลงจากรถม้าเพื่อปฏิบัติตามมารยาทที่เหมาะสมและยืนต่อหน้าอันโตนิโอในที่สุด
“ข้ามั่นใจว่าทุกอย่างจะถูกดำเนินการอย่างถูกต้องเพราะตระกูลกิลล์คือผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้..ในเมื่อมันเป็นเช่นนี้แล้วยังมีอะไรให้ข้าต้องตรวจสอบอีกหรือ?”
“..อ่า..อย่างนั้นหรือ?! เป็นเพราะท่านเชื่อใจในตระกูลของข้า”
อันโตนิโอไปต่อไม่ถูกเมื่อได้ยินว่าคาร์ลวางใจในตระกูลของตนให้จัดการสิ่งต่างๆอย่างถูกต้องและเหมาะสม จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงที่ดังมาจากเบื้องหลังของตน
“เรากำลังวางแผนที่จะปิดประตูให้แน่นหนาขึ้น”
องค์ชายรัชทายาทและดัชเชสกิลล์ตัดสินใจปิดบังความจริงที่ว่าทาสถูกซื้อโดยสมาคมการค้าจากจักรวรรดิ สิ่งต่างๆจะถูกลือออกไปทันทีหากพวกเขาจับสมาคมการค้าแห่งนั้นในขณะเดียวกันพวกเขาก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวลือเกี่ยวกับสมาคมการค้าทาสแพร่กระจายออกไปจนคนเหล่านั้นไหวตัวได้เช่นกัน
ทั้งหมดสามครั้ง!
นั่นคือจำนวนครั้งที่ตระกูลเชรย์ซี่ขายทาสให้กับจักรวรรดิ ระยะเวลาของการทำธุรกิจดังกล่าวสอดคล้องกับระยะเวลาที่อัลเบิร์กทำให้ตำแหน่งรัชทายาทของตนแข็งแกร่งขึ้นและสามารถขึ้นครองราชย์ได้อย่างไร้ข้อกังขา
อำนาจที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของอัลเบิร์กแทนที่จะเป็นองค์ชายที่ตระกูลกิลล์ให้การสนับสนุนทำให้บารอนเชรย์ซี่เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ เขาตัดสินใจที่จะทำให้ตระกูลของตนเองมีอำนาจมากขึ้นด้วยอำนาจเงินเพราะมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้ตัวเองอยู่รอดได้
อัลเบิร์กโกรธมากหลังจากที่รู้เรื่องทั้งหมดแม้ว่าเขาจะไม่แสดงความรู้สึกนั้นต่อหน้าคาร์ล
ขณะนี้เขากำลังดำเนินการสืบสวนอย่างลับๆว่ามีการค้าทาสเกิดขึ้นในจักรวรรดิอีกหรือไม่? นั่นเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใจที่จะปิดบังข้อมูลของสมาคมค้าทาสของจักรวรรดิเอาไว้
อย่างไรก็ตามการทำเช่นนี้ไม่ได้เป็นการลบบาปของตระกูลกิลล์ที่ปล่อยปละละเลยจนทำให้ประชานชนในเขตที่ตนรับผิดชอบถูกจับขายให้เป็นทาส
ดัชเชสโซนาต้าตัดสินใจได้ทันทีเมื่อทำข้อตกลงกับองค์ชายรัชทายาทเสร็จสิ้น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพูดสิ่งนี้กับคนอื่นที่ไม่ใช่หลานชายของตน
ปิดประตูให้แน่นขึ้น
นั่นคือเงื่อนไขจากคาร์ล แน่นอนว่าในฐานะผู้รักษาประตูชายแดนมันมีมากกว่าที่จะปิดประตูให้แน่นกว่าเดิม
“ตระกูลกิลล์จะหยุดปฏิบัติหน้าที่ในอาณาจักรทั้งหมดลงชั่วคราว..เช่นเดียวกับการเรียกสมาชิกในตระกูลและข้ารับใช้ที่ประจำอยู่ในต่างอาณาเขตกลับคืนมา”
หยุดปฏิบัติหน้าที่ในอาณาจักรทั้งหมด
เรียกตัวสมาชิกในครอบครัวกลับคืนมา
ประโยคเหล่านี้ทำให้บิลอสและคนอื่นๆเกร็งขึ้นมาทันที พวกเขารู้ดีว่าดัชเชสโซนาต้าหมายความว่าอย่างไร?
แม้เธอจะเรียกมันว่า ‘การปฏิบัติหน้าที่ในอาณาจักร’แต่ความหมายโดยนัยของมันคือกิจกรรมต่างๆที่ช่วยขยายอำนาจและอิทธิพลของตระกูล คนที่รับผิดชอบเรื่องนี้คือคนในตระกูลกิลล์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานในภาคกลาง
เธอประกาศว่าพวกเขาจะหยุดกิจกรรมเหล่านี้ลงชั่วคราว
นั่นหมายความว่าตระกูลกิลล์จะพักการสร้างอิทธิพลในภาคกลางลง แม้ว่าเธอจะบอกว่า‘ชั่วคราว’แต่มันก็ยังถือเป็นเรื่องใหญ่
การค้าทาส
นั่นคือความผิดอันใหญ่หลวงแต่มันก็ไม่ได้ใหญ่มากพอที่จะให้ดัชเชสโซนาต้าลงโทษตัวเองเช่นนี้ เป็นเพราะการค้าทาสที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของตระกูลขุนนางที่เป็นลูกน้องของเธอ หากเธอจะแกล้งทำเป็นไม่รับรู้และปล่อยเบลอไปบ้างก็ไม่มีใครว่าอะไร แน่นอนว่าเธออาจต้องรับผิดชอบบางอย่างแต่นั่นก็คือสัจธรรมที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้และมันก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมากนัก
‘ทำไมกัน?’
คนที่เหลือต่างรู้สึกสับสนแต่ดัชเชสโซนาต้า อันโตนิโอและแม้กระทั่งคาร์ลยังคงสงบนิ่งแต่สิ่งที่ทำให้เกิดความตกใจกับคนทั้งหมดคือประโยคถัดไปของดัชเชสโซนาต้า
“ข้าวางแผนที่จะให้อันโตนิโอขึ้นรับตำแหน่งดยุกภายในสิ้นปีนี้”
“ท่านย่า!”
อันโตนิโอร้องเรียกย่าของตนอย่างตกใจแต่โซนาต้ายังคงใจเย็นอยู่เช่นเดิม ไม่สิ!? แววตาของเธอปรากฏความเย็นชาขึ้นวูบหนึ่ง
‘ทั้งหมดคือความผิดของข้า’
ตระกูลกิลล์จะสั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อมีการเปิดเผยโฉมหน้าของสมาคมการค้าของจักรวรรดิ การเลือกที่จะรับผิดชอบอย่างถึงที่สุดและลงจากตำแหน่งจะช่วยลดข้อครหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้บ้าง นอกจากนี้เธอยังวางแผนที่จะให้บารอนเชรย์ซี่สละตำแหน่งและลงโทษตระกูลของเขาอย่างหนักที่สุด สมาชิกในตระกูลเชรย์ซี่จะไม่มีทางปรากฏโฉมอยู่บนพื้นโลกได้อีกต่อไป
แต่เธอก็ยังกังวล
เธอกังวลเพราะเธอไม่เคยสังเกตรูโหว่ของประตูสู่อาณาจักรเลยสักครั้ง เธอคิดว่าการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มแข็งก็เพียงพอที่จะให้คนในอาณาเขตมีชีวิตที่ปลอดภัยแล้ว อย่างไรก็ตามเธอคิดผิด
ประตูสู่อาณาจักรถูกทำลายลงในขณะที่พวกเขาต่อสู้เพื่อสร้างอิทธิพลและฐานอำนาจให้กับตนเอง นี่คือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
เธอมองไปที่อันโตนิโอผู้เป็นหลานชายของตน
เธอมักจะบอกหลานชายของตนอยู่เสมอว่า…
‘ขุนนางส่วนใหญ่ต่างมีความโลภและเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น..เจ้าต้องรู้วิธีการใช้ดาบหากเจ้าต้องการเอาตัวเองให้รอด..เจ้าไม่ควรแสดงท่าทีของเจ้าที่มีต่อพวกเขาโดยตรง..เจ้าต้องตัดสินพวกเขาอย่างมีสติและใช้วิจารณญาณเหล่านั้นเพื่อผลประโยชน์ของเจ้าเอง’
มันอาจฟังดูรุนแรงแต่หลานชายของเธอก็ไม่เคยแย้งหรือพูดคุยเรื่องนี้กับเธอเลยสักครั้ง เขามักแสดงพฤติกรรมของขุนนางอย่างเหมาะสมและเปี่ยมไปด้วยอำนาจอยู่เสมอ
อย่างไรก็ตามเธอรับรู้ว่าหลานชายของตนรู้สึกอย่างไร แม้ว่าเขาจะทำตัวมีอำนาจและมีอิทธิพลมากเพียงใดแต่เขาก็ภูมิใจในตำแหน่งขุนนางของตนยิ่งนัก
‘ท่านผู้นำ..กระผมคิดว่าเราควรปิดประตูให้แน่นขึ้น’
อันโตนิโอเป็นคนแรกที่แนะนำให้ตระกูลกิลล์ลดการขยายอำนาจของตนลงและมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขกิจกรรมภายในอาณาเขตของตนแทน นั่นทำให้เธอรู้สึกว่าคงถึงเวลาแล้วที่เธอจะส่งต่อตำแหน่งให้กับหลานชายของตนและจะสนับสนุนให้เขาเป็นผู้รักษาประตูชายแดนที่น่าเชื่อถือของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ต่อไปในอนาคต
“..ท่านย่า”
เธอดุเขาทันทีเมื่อได้ยินหลานชายเอ่ยเรียกตนขึ้น
“ตอนนี้ข้าคือผู้นำของอาณาเขตแห่งนี้..เจ้ามั่นใจแล้วหรือว่าเรียกข้าถูกต้อง?”
“..ขอรับท่านผู้นำ”
อันโตนิโอตระหนักได้ว่าดัชเชสโซนาต้าตัดสินใจที่จะทำหน้าที่ของตนอย่างเข้มงวด เธอจะไม่มีวันเปลี่ยนใจหากตัดสินใจบางอย่างขึ้นมาแล้ว
ด้วยเหตุนี้เขาจึงยืนฟังคาร์ลและย่าของตนอย่างเงียบๆ เขารู้สึกเจ็บปวดเพราะรู้ดีว่าท่านย่าของตนกำลังตำหนิตัวเองอยู่ อย่างไรก็ตามเขาถึงกลับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินสิ่งที่ดัชเชสโซนาต้าเอ่ยกับคาร์ลมันทำให้เขารู้ว่าท่านย่าของเขายังคงเข้มแข็งเช่นเดิม
“นายน้อยคาร์ล..ท่านรู้หรือไม่ว่าใครคือนักดื่มที่คอแข็งที่สุดของตระกูลเรา?”
คาร์ลกลายเป็นฝ่ายกังวลแทน
เขาเพียงแค่คาดหวังว่าตระกูลกิลล์จะรักษาประตูชายแดนอย่างเข้มแข็งแต่ดัชเชสโซนาต้ากลับปรากฏตัวขึ้นและประกาศว่าจะหยุดปฏิบัติหน้านี่ทั้งหมดลงชั่วคราวทั้งยังบอกว่าตนจะก้าวลงจากตำแหน่งดัชเชสและส่งต่อตำแหน่งนี้ให้กับหลานชายของตน
แล้วทำไมจู่ๆเธอถึงพูดเรื่องดื่มเหล้าขึ้นมาล่ะ?
แน่นอนว่าคาร์ลไม่ทราบคำตอบในเรื่องนี้
“เอ่อ..ข้าน้อยไม่แน่ใจ?”
ใบหน้าเหี่ยวย่นของโซนาต้าเริ่มฉีกยิ้ม
“ข้า”
“..อะไรนะ?”
“ข้านี่ล่ะคือคนที่คอแข็งที่สุด..หวังว่าโอกาสหน้าเราคงได้ดื่มด้วยกัน”
บิลอสรู้สึกทึ่งกับคำพูดของเธอ
ดัชเชสโซนาต้าเป็นที่รู้จักกันดีว่าไม่นิยมการสังสรรค์กับคนอื่นๆยกเว้นการประชุมแบบทางการเท่านั้น อาจเป็นเพราะเธอไม่สามารถไว้ใจคนอื่นๆได้การนัดพบปะกันหลังงานจึงไม่เคยปรากฏให้เห็นแต่ในตอนนี้บุคคลผู้นี้กำลังพูดถึงการร่วมสังสรรค์กับคนผู้หนึ่งโดยไม่มีเรื่องของอำนาจหรืออิทธิพลมาเกี่ยวข้อง
‘นายน้อยคาร์ลทำอะไรไปบ้างนะ?’
ดัชเชสกิลล์และนายน้อยคาร์ลควรที่จะเป็นศัตรูกันแต่พวกเขาในตอนนี้กลับแสดงท่าทีเป็นมิตรจนคนอื่นๆสังเกตได้ บิลอสหันไปมองคาร์ลด้วยความชื่นชมในขณะที่คาร์ลกลับไม่ชอบสิ่งที่เกิดขึ้นเลยสักนิด
‘ทำไมดัชเชสถึงทำแบบนี้ล่ะ?’
ไม่ว่ากรณีใดคาร์ลก็ไม่มีความต้องการที่จะร่วมมื้ออาหารกับดัชเชสกิลล์ เขาแต้มรอยยิ้มที่คิดว่าสุภาพและอ่อนโยนที่สุดให้กับเธอพลางเอ่ยขึ้น
“ถ้าชะตาของเราต้องกันจนได้กลับมาพบกันอีกครั้ง..ข้าน้อยจะนำเหล้าที่ดีสุดมาดื่มกันท่านอย่างแน่นอน”
ชะตาต้องกัน นั่นหมายความว่าเขาจะไม่เดินทางมาที่นี่โดยไม่มีเหตุผลอันควร
ดัชเชสโซนาต้ารู้สึกประหลาดใจที่คาร์ลไม่เร่งสานสัมพันธ์ที่ดีต่อตระกูลกิลล์
‘เขาไม่ใช่ขยะไร้ค่าอย่างที่คนอื่นๆลือกัน’
องค์ชายรัชทายาทได้กล่าวไว้ว่าจะส่งคนมาแจ้งให้เธอทราบเมื่อถึงเวลาต้องเปิดประตู เธอมั่นใจว่าคนๆนั้นต้องเป็น ‘คาร์ล เฮนิตัส’อย่างแน่นอน
“เอาไว้เจอกันใหม่ในครั้งหน้า”