EP 461
By loop
“ ทุกคนฉันขอพูดอะไรบางอย่างก่อนได้ไหม” เหม่ยเทียนกุ้ยแสดงท่าทางที่จริงจังออกมา
หมอลู่ละคนอื่น ๆ มองหน้ากัน พวกเขาไม่กล้าเผชิญกับเหม่ยเทียนเหมือนกับหลิงรัน ดังนั้นพวกเขาจึงไปที่ห้องรอที่อยู่อีกด้านของทางเดิน
หมอจินเองก็ถูกเรียกตัวมาหาเหม่ยเทียนกุ้ย เขานั่งข้างๆและมองทุกคนด้วยสายตาแปลกๆ
“ ความจริงแล้วการเป็นหนุ่มสาวเป็นเรื่องที่น่าอิจฉา” หมอจินเป็นแพทย์ที่ค่อนข้างมีประสบการณ์ เขามักจะแสดงท่าทางของพวกคนแก่หัวโบราณในการข่มแพทย์รุ่นน้องร่วมถึงพยายามจัดอันดันดับความสามารถของแพทย์แหล่านั้นอยู่ในใจ
หมอลู่ และ มาหยานลินเองทำได้เพียงหัวเราะคิกคักอย่างโง่เขลา
พวกเขาเป็นแพทย์ประจำบ้านและเป็นแพทย์ประจำแผนกของโรงพยาบาล หยุนหัวซึ่งทั้งคู่เป็นหมอกลุ่มแรกที่มักจะถูกรังแกง่ายที่สุด ซึ่งพวกเขาก็เคยชินกับการถูกรังแกอยู่แล้ว
หยูหยวนเองก็เหมือนกัน ตอนนี้เธอเป็นหัวหน้าแพทย์ประจำบ้าน และเธอเคยเป็นแพทย์ประจำบ้านอาวุโส อย่างไรก็ตามสำหรับหมอจินซึ่งเป็นหัวหน้าแพทย์มานานแล้ว เขาเองก็ยังมองว่าหยูหยวนนั้นด้อยกว่าเขามาก
แน่นอนไม่ต้องพูดถึงกรณีของโจวซินเยียนเลยด้วยซ้ำ เขาถูกรังแกตั้งแต่มาเป็นแพทย์ฝึกหัดแล้ว
สำหรับประสบการณ์ของหมอจินที่เคยเจอมาในฐานแพทย์นั้นตรงข้ามกับพวกเขาทั้งหมด เขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังและเขามีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นแพทย์ฝึกหัด อีกทั้งเขาได้รับการยกย่องจากเหล่าแพทย์และได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยและเหล่าญาติๆ อีกทั้งเขาก็ได้เส้นสายของเหม่ยเทียนกุ้ย ดังนั้นเขาจึงกลายเป็นแพทย์ที่ร่ำรวยมากและไม่มีใครกล้ายุ่งกับเขา …
คำว่า“ หมอชื่อดัง” เหมาะสมกับคนอย่างอย่างหมอจิน ในลำดับชั้นทางสังคมเขาถือว่าเป็นที่นับน่าถือตาไม่ใช่น้อย ทำให้เขาเองมีความเย่อยิ่งร่วมไปถึงคิดว่าตัวเองนั้นเหนือกว่าคนอื่นไปเสียหมด
หมอจินมองแพทย์ทั้งสี่คนก่อนที่เขาจะหัวเราะอีกครั้ง “ ผ่อนคลายหน่อย คำพูดนี้มีไว้เพื่อให้เราทุกคนผ่อนคลาย”
เหม่ยเทียนกุ้ยหยิบบุหรี่ออกมาหนึ่งซองจากกระเป๋าของเขา เขาไม่ได้จุดไฟ แต่เขาถามคนอื่น ๆ ว่า“ พวกคุณสูบบุหรี่ไหม”
โจวซินเยียนเป็นคนเดียวในกลุ่มบำบัดหลิง ที่สูบบุหรี่ แต่ถึงยังงั้นเขาก็ปฏิเสธที่จะสูบมัน
“ ใช่การสูบบุหรี่ไม่ดี” เหม่ยเทียนกุ้ย มองไปที่ทุกคนอีกครั้ง เขายิ้มอย่างมีเลห์เหลี่ยม “ ให้ฉันพยายามระบุตัวตนของพวกคุณทั้งหมด หญิงสาวคนนี้น่าเป็นหยูหยวน ใช่มั้ย?”
“ ใช่ค่ะ” หยูหยวน ตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ ชายหนุ่มคนนี้ดูเหมือนว่าเขาเป็นพวกชอบออกกำลังกาย คุณคือหมอลู่ใช่ไหม? คุณเป็นผู้ช่วยคนแรกของหลิง สินะ?”
“ใช่ครับ.” หมอลู่ เองดูมีท่าทางเกร็งๆเล็กน้อย
เหม่ยเทียนกุ้ยเองก็จำชื่อและหน้าตาของโจวซินเยียน และ มาหยานลินได้ ก่อนที่เขาจะถามว่า“ วิสัญญีแพทย์อยู่ที่ไหน? หมอสุไม่มาด้วยเหรอ”
“ วิสัญญีแพทย์เข้าไปในห้องผ่าตัดก่อนเพื่อเตรียมตัว” หมอจินลุกขึ้นยืนและพูดว่า“ ฉันจะไปดูเขา”
“ตกลง.” เมื่อเหม่ยเทียนกุ้ยเห็นว่าหมอจินจากไปแล้วเขาก็เล่นกับกล่องบุหรี่ในมือ เขากล่าวว่า“ อันที่จริงฉันเคยคิดที่จะหาทีมที่ดีกว่านี้ให้กับหมอหลิง”
พวกเขาสี่คนตะลึง
“ แต่หมอจินบอกฉันว่าทีมทีดี ไม่จำเป็นต้องเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุด ทีมที่เหมาะสมที่สุดตั้งหากคือสิ่งสำคัญที่สุด” เสียงของเหม่ยเทียนกุ้ยดูช้าลงและลึกล้ำมากขึ้น “ การผ่าตัดและคนไข้กลับมาอาการดีขึ้นในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าพวกคุณทุกคนรวมตัวกันเป็นทีมที่ดีและเหมาะสมกัน”
แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าเขาพยายามประจบประแจงพวกเขา แต่ หมอลู่และคนอื่น ๆ ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
“ หมอหลิงเป็นคนพิเศษ” เมื่อเหม่ยเทียนกุ้ย พูดถึง หลิงรันทำให้มุมมองของพวกเขาทั้งสี่คนนั้นค่อนข้างดีขึ้นสำหรับตระกูลเหม่ย
พวกเขาสี่คนพยักหน้าเบา ๆ และไม่สามารถกลั้นเสียงหัวเราะได้
โจวซินเยียนกล่าวว่า“ เขาไม่ได้แค่พิเศษ”
“ ใช่เขาไม่ได้แค่พิเศษ” เหม่นเทียนกุ้ย เห็นด้วยและพยักหน้า “ ฉันคิดว่าตัวเองเป็นคนที่ได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ฉันแทบไม่เห็นคนที่ไม่ต้องการอะไรเพื่อตัวเองและแค่อยากแบ่งปันทุกอย่างกับเพื่อนร่วมทีมของเขา”
พวกเขาทั้งสี่คนประหลาดใจและการแสดงออกของพวกเขาตึงเครียดมากขึ้น
“ ฉันไม่รู้ว่าพวกคุณทุกคนสื่อสารกันอย่างไร แต่จากสิ่งที่ฉันเห็นเขาเป็นผู้นำที่ดีอย่างแท้จริง” เหม่ยเทียนกุ้ย มองไปที่การแสดงออกของพวกเขาและปรับคำพูดของเขาเป็นครั้งคราว สำหรับเขามันง่ายมากที่จะใช้คำพูดเพื่อชักชวนคนหนุ่มสาวเหล่านี้และ โจซินเยน ให้ทำอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ
เหม่ยเทียนกุ้ย สามรถรับรู้ความรู้สึกและควบคุมอารมณ์ของหมอลู่และคนอื่นๆไว้ได้
พวกเขาคิดถึงชีวิตทางการแพทย์ก่อนที่จะได้พบกับหลิงรัน พวกเขาคิดถึงวิธีที่หลิงรันสอนพวกเขาอยู่เสมอโดยมุ่งตรงไปที่ประเด็น พวกเขายังคิดว่าหลิงรันเป็นคนที่ไม่คาดหวังชื่อเสียง และยังคงคิดถึงความเป็นไปได้ทุกอย่างเมื่อหลิงรันจัดการกับสิ่งต่างๆ พวกเขายังจำได้ว่าหลิงหรันมาที่โรงพยาบาลหยุนหัวและศูนย์เวชศาสตร์ออร์โธปิดิกส์และการกีฬาได้อย่างไร ในเวลาตีสาม หลิงรันเองยังตื่นขึ้นมารักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลประชาชนแห่งแรกของเมืองอู๋ซินและโรงพยาบาลอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อทำการผ่าตัดแบบอิสระในเวลาตีสามทุกครั้ง …
เหม่ยเทียนกุ้ย คิดว่าเขาเข้าใจทั้งสี่คนเป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้นเขาจึงตรงไปที่ประเด็น “ หากพวกคุณมีคำขออะไรที่เป็นส่วนตัวสามารถบอกฉันมาได้เลย ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อตอบสนองความปรารถนาของคุณ”
เขาเน้นคำว่า “คำขอส่วนตัว” และรู้สึกเหมือนว่าเขาได้กล่าวถึงสิ่งที่สรุปไว้อย่างครบถ้วนระหว่างการเผชิญหน้ากับหลิงหรันครั้งก่อน
เหม่ยเทียนกุ้ยมองไปที่หมอทั้งสี่ที่ลังเลและแอบดีใจ เขากล่าวว่า“ ฉันแค่อยากแสดงความกตัญญูกตเวทีในฐานะลูกชาย ได้โปรดอย่าเกรงใจกับสิ่งที่ฉันพูดไปเลย อันที่จริงฉันมาที่นี่เพื่อช่วยลดภาระของพวกคุณ”
พวกเขาสี่คนมองหน้ากันและไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
“ หมอหยูคุณเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียว ทำไมคุณไม่พูดสิ่งที่คุณต้องการก่อน” เหม่ยเทียนกุ้ยพูดชื่อของเธอและมองไปที่ หยูหยวน อย่างจริงจัง
ลึก ๆ แล้วเหม่ยเทียนกุ้ย ชอบที่จะมอบรางวัลให้กับคนอื่นๆอยู่เสมอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาได้ช่วยตอบสนองความต้องการหรือความปรารถณาของคนอื่นให้เป็นจริง เขาจะรู้สึกถึงความสำเร็จอย่างมากจากมัน
หยูหยวน รู้สึกเขินเล็กน้อยขณะที่เธอพูด“ ฉันเองไม่มีคำขอใดๆ”
“ฉันเองไม่เชื่อว่าคุณจะไม่มีคำขอใดๆ มนุษย์ทุกคนล้วนมีความฝันหรือแรงปรารถนาบางอย่าง” ใบหน้าที่เคร่งเครียดของเหม่ยเทียนกุ้ยตอนนี้กลายเป็นอ่อนโยน ด้วยน้ำเสียงคิดถึงเขายิ้มและพูดว่า“ เช่นเดียวกับฉันเมื่อฉันยังเด็กสิ่งที่ฉันอยากทำมากที่สุดคือการนั่งเครื่องบินรบ หลังจากนั้นฉันก็มีลุงคนหนึ่งพาฉันไปนั่งบนเครื่องบินรบนั้น ความรู้สึกนั้นคือ…”
เหม่ยเทียนกุ้ย อ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ
“ ฉันอยากไปพื้นที่อนุรักษ์แห่งชาติสักสองสามแห่งและเก็บของบางอย่าง อืม…ฉันจะสัมผัสกับพืชสัตว์และแมลง ฉันจะเก็บตัวอย่าง สารตกค้างของพวกมันมาศึกษา” หยูหยวนรู้ว่าโอกาสนี้ยากที่จะมาถึง เธอรวบรวมความกล้าและเปล่งเสียงร้องขอของเธอ
เหม่ยเทียนกุ้ยหัวเราะออกมาดัง ๆ “ คุณหยูคุณชอบธรรมชาติเหรอ? เรื่องนี้ฉันสามารถจัดการให้คุณได้ แต่การสารตกค้าง มัน หมายความว่าอย่างไร”
“ คือ ตะกอนหรือพวกมูลที่ถูกทับถมกันไว้”หยูหยวน กล่าว
“ เหมือนกิ่งไม้ที่ตายแล้วและกลายเป็นอำพัน?”
“ มันแตกต่างกันเล็กน้อย” หยูหยวน กล่าว
“ คุณช่วยระบุให้มันชัดเจนมากขึ้นได้ไหม ไม่เช่นนั้นผมก็ไม่สามารถจัดหาให้คุณได้” เหม่ยเทียนกุ้ยโบกมือเรียกลูกน้องที่รออยู่ด้านนอก
ชายหนุ่มหยิบสมุดบันทึกของเขาออกมาและเริ่มจดบันทึกอย่างจริงจัง
หยูหยวนลังเลเล็กน้อยและพูดว่า“ ฉันต้องการเก็บขี้ของสัตว์”
“ หืม?” มือของเหม่ยเทียนกุ้ย หยุดเล่นกับกล่องบุหรี่
“ มันไม่จำเป็นต้องสดใหม่ก็ได้” หยูยวนกล่าวอย่างรวดเร็ว “ ตัวอย่างขี้เก่าๆ ก็โอเคเช่นกัน มันไม่เป็นอันตราย”
“ อืม…” เหม่ยเทียนกุ้ยหันหน้าหนีและพูดกับชายหนุ่มคนนั้น“ นายจะต้องไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”
ชายหนุ่มมองอย่างตกตะลึง เขาถือปากกาและถึงกับมึนงงไปเลย ‘มีแผนกไหนที่ทำงานกับขี้สัตว์บ้างไหม?’
“ นั่นหมายความว่าคุณโอเคกับคำขอนี้ใช่ไหม” หยูหยวนรู้สึกตื่นเต้นและขอบคุณเขา จากนั้นเธอกล่าวว่า“ ที่ผ่านมาฉันเคยยื่นเรื่องไปที่กรมป่าไม้ แต่ถูกปฏิเสธตลอด ฉันยังถูกมองว่าเป็นคนบ้า…”
ลูกน้องคนนั้นของเหม่ยเทียนกุ้ยยิ้มอย่างสุภาพ เขาประเมินในใจว่า ‘แสดงว่ากรมป่าไม้ของเรายังค่อนข้างเชื่อถือได้‘
การแสดงออกของเหม่ยเทียนกุ้ย ก็เปลี่ยนไปในลักษณะที่คล้ายกัน เขาไม่มีใบหน้าที่ดุดันเหมือนแต่ก่อนแล้ว เขาดูงุนงงและตกใจ
ไม่กี่วินาทีต่อมาเหม่ยเทียนกุ้ย แกล้งทำเป็นลืมหยูหยวนสายตาของเขาขยับขึ้นและเขามองไปที่หมอลู่ก่อนที่เขาจะพูดว่า“ หมอลู่แล้วคุณล่ะ?”
หมอลู่จ้องไปที่หยูหยวนและความหวังในใจของเขาก็เพิ่มขึ้นทันที
‘ถ้าคำขอที่บ้าขนาดนั้นของหยูหยวนเป็นจริงได้คำขอของฉันก็จะง่ายขึ้น! บางทีเขาอาจจะสามารถตอบสนองคำขอของฉันได้เลย! ‘
หมอลู่ มองไปที่เหม่ยเทียนกุ้ย และลูกน้องข้างๆเขา เขาพูดอย่างกระตือรือร้นว่า“ ผมอยากแต่งงาน!”
เหม่ยเทียนกุ้ย มองหมอลู่ อย่างลึกซึ้ง
ใบหน้าของ หมอลู่ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เหม่ยเทียนกุ้ยมีคำถามมากมายที่จะถาม แต่ในที่สุดเหม่ยเทียนกุ้ย ก็ละทิ้งความรู้สึกและความคิดทั้งหมดของเขา เขาพูดกับหมอลู่ซึ่งเขามีหน้าที่เป็นผู้ช่วยคนแรกในการผ่าตัดพ่อของเขา “ ขอให้ฉันจัดนัดเดดให้คุณหรอ”
หมอลู่พยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ ผมชอบคนที่มีก้นใหญ่และชอบเข้ายิม ถ้าหน้าอกของเธอใหญ่ด้วยก็ดี”
ลูกน้องที่กำลังบันทึกทุกอย่างด้วยความงุนงงในขณะที่ถือสมุดบันทึกของเขาก็มีความหวังที่ผลิบานในใจ ‘งั้นฉันขอภรรยาให้ฉันด้วยได้ไหม‘
“ หมอโจว?” เหม่ยเทียนกุ้ย มองไปที่โจวซินเยียน ซึ่งอายุมากที่สุด เขาถอนหายใจเล็กน้อยออกมา
โจวซินเยียนรอมาสักพักแล้ว “ ผมอยากให้ช่วยย้ายลูกชายของผมไปโรงเรียนแห่งใหม่”
เหม่ยเทียนกุ้ย ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขารีบพูดกับลูกน้องของเขาที่อยู่ข้างๆเขา“ เขียนมันลงไป”
สำหรับเขาการช่วยคนเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนโรงเรียนถือเป็นเรื่องพื้นฐาน
ลูกน้องของเขารู้สึกโล่งใจเล็กน้อย ถ้าโรงเรียนใหม่นั้นไม่ได้มีปัญหาใดๆก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะจัดการให้โจวซินเยียน
“ คุณหมอ โจว คุณอยากให้ลูกย้ายไปโรงเรียนไหน ตอนนี้เขาเรียนอยู่โรงเรียนไหน” ลูกน้องอยากให้นึกถึงความยากง่ายในการขอ
โจวซินเยียนนิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนที่เขาจะพูดว่า“ ผมเองก็ไม่รู้”
“ หืม? แล้วคุณต้องการให้ย้ายไปที่ไหน”
“ ผมไม่ต้องการอะไรมาก ผมแค่ต้องการโรงเรียนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้นซึ่งสามารถปรับปรุงผลการเรียนของลูกชายของผมได้…” โจวซินเยียน โค้งเอวของเขาอย่างนอบน้อม
“ มีอะไรอีกไหม” เหม่ยเทียนกุ้ย พยักหน้าเบา ๆ เพื่อแสดงการให้กำลังใจ หลังจากที่เขาได้ยินเกี่ยวกับคำขอที่บ้าบอมากมายจากแพทย์เขารู้สึกมีความสุขมากที่ได้ยินคำขอที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาเช่นนี้
โจวซินเยียนรู้วิธีสังเกตความรู้สึกผ่านใบหน้าของผู้คน เขารู้ทันทีว่าเขายังสามารถขอเพิ่มเติมจากเหม่ยเทียนกุ้ย ได้เนื่องจากเหม่ยเทียนกุ้ย ไม่ได้ห้ามเขาไม่ให้ขอต่อ ในขณะนั้นโจวซินเยียนนึกถึงบาสเก็ตบอลฟุตบอลว่ายน้ำฟันดาบเทนนิสและกอล์ฟ นอกจากนี้เขายังคิดถึงเปียโนไวโอลินทภาพวาดภาพและบทเรียนภาษาสเปน …
อย่างไรก็ตามบุคลิกที่ดูระมัดระวังของโจวซินเยียน ทำให้เขาไม่สามารถพูดคำเหล่านั้นได้
“ มันคงเพียงพอแล้วตราบเท่าที่เขามีที่เรียนเงียบ ๆ อดีตภรรยาของผมไม่รู้ว่าจะเลี้ยงดูลูกชายของเราอย่างไรดังนั้นเราจึงต้องการให้ครูของโรงเรียนเอาใจใส่เขามากขึ้น” โจวซินเยียน ตอบอย่างตรงไปตรงมา
เหม่ยเทียนกุ้ยแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ‘ถูกตัอง. นั่นเป็นวิธีที่แพทย์ปกติควรปฏิบัติ ‘
เหม่ยเทียนกุ้ยพยักหน้าเห็นด้วยกับคำขอของเขา จากนั้นเขาก็มองไปที่มาหยานลิน
มาหยานลินเองก็ ยิ้มอย่างสดใส
เนื้อที่หย่อนยานบนใบหน้าของเหม่ยเทียนกุ้ย เริ่มนุ่มนวลขึ้น ‘หมอที่ยิ้มอย่างสดใสก็คงมีคำขอธรรมดาๆ ใช่มั้ย?!’