อันที่จริงเนี่ยเฟิงเดาได้ว่าหยูจิงหงอาจจะโจมตีกะทันหันแบบนี้ เป็นไปตามคาดเขาเดาถูกแล้ว
หยูจิงหงรีบพลิกตัว ใช้เข่าจู่โจมไปที่ส่วนล่างของเนี่ยเฟิง เนี่ยเฟิงจึงรีบใช้มือปิดกั้นการโจมตีของหยูจิงหงด้วยมือของเขา
หยูจิงหงแอบตกใจ จึงรีบเปลี่ยนทิศทางการโจมตี คราวนี้เธอหันไปทางใบหน้าของเนี่ยเฟิง
คนคนหนึ่งถ้าหากสูบเสียความสามารถไป ถึงเขาจะสู้เก่งขนาดไหน ก็ทำได้เพียงแค่เป็นผู้ถูกกระทำ
“ไม่มีประโยชน์หรอกครับ พี่สอง ทุกการเคลื่อนไหวของพี่ถูกควบคุมไว้ในมือของผม”
เนี่ยเฟิงอดที่จะหัวเราะดูถูกออกมาไม่ได้ แล้วกดมืออีกข้างไปบนตัวของหยูจิงหง หยูจิงหงจึงไม่สามารถขยับได้อีก
“เห้อ ฉันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนายจริงๆสินะ หลังจากที่แพ้ให้กับนายครั้งที่แล้ว ฉันเพิ่มการฝึก แต่คิดไม่ถึงเลย”
หยูจิงหงอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ ทหารภายในกองทัพถูกหยูจิงหงทรมารจนจะตายอยู่แล้ว
หยูจิงหงหาคู่ฝึกซ้อมในทุกวัน ตอนนี้พวกเขาเมื่อพวกเขาเห็นหยูจิงหงต้องเดินเบี่ยงหลบ
เดิมทีหยูจิงหงคิดว่า ถึงอย่างไรฝีมือของเธอก็เหนือเนี่ยเฟิง ใครจะไปรู้ว่าเนี่ยเฟิงความก้าวหน้าของเนี่ยเฟิงจะดีไม่แพ้กัน
“นายบอกฉันมาสิ ทักษะของนายมีความก้าวหน้าขึ้นทุกวันเลยใช่ไหม?”
เนี่ยเฟิงพยักหน้าโดยไม่ปฏิเสธ“นี่มันแน่นอนอยู่แล้ว ในทุกวันผมใช้เวลาอันน้อยนิดที่มีเพื่อฝึกซ้อม ถึงแม้ที่นี่จะไม่ใช่สนามรบอีกต่อไป แต่ผมยังคงต้องรักษาความระแวดระวังเหมือนตอนที่อยู่บนสนามรบอยู่ดี”
หยูจิงหงเห็นด้วยกับคำพูดของเนี่ยเฟิง เธอจึงอดที่จะพยักหน้าไม่ได้
“พอได้แล้ว นายยังไม่รีบปล่อยฉันอีก?จะกดฉันไว้ถึงเมื่อไรหันห้ะ?”
เวลานี้เองหยูจิงหงถึงพบว่าตัวเองยังถูกเนี่ยเฟิงกดทับไว้ จึงพูดอย่างไม่พอใจกับเขา
เนี่ยเฟิงยักไหล่“ไม่ได้หรอกครับ ผมยังรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่เลย ถ้าพี่สองโกหกผมจะทำยังไง?”
“นี่ ไอ้เด็กคนนี้!พี่สองนายโกหกนายเหรอ?”หยูจิงหงถลึงตาใส่เนี่ยเฟิง
“จะไม่โกหกผมได้ไง?”เนี่ยเฟิงใบหน้าเต็มไปด้วยความน้อยใจ“เมื่อกี้พี่พูดเกลี้ยกล่อมให้ผมปล่อย แต่สุดท้ายพี่แกล้งผม ยังจะโจมตีข้างล่างผมอีก พี่ไม่อยากให้ตระกูลเนี่ยมีลูกหลานเหรอ!”
หยูจิงหงถูกคำพูดของเนี่ยเฟิงพูดจนหน้าแดง เมื่อครู่เธอไม่ได้คิดจะลงมือหนักเลย“โธ่ โทษฉันไม่ได้นะ นี่เป็นความเคยชิน เป็นความเคยชินเอง”
“ผมไม่สน ถึงยังไงตอนนี้ผมก็ต้องระมัดระวัง”เนี่ยเฟิงส่ายหัวไปมา
หยูจิงหงทำอะไรไม่ถูก“งั้นนายวางแผนจะอยู่แบบนี้ทั้งคืนรึไง?”
“ใช่น่ะสิ ถึงยังไงผมก็นอนพอแล้ว อยู่แบบนี้ทั้งคืนก็ไม่เห็นเป็นไรเลย”
“ฉันมีโว้ย!ถ้าเป็นแบบนี้ทั้งคืน กระดูกฉันคงแบนไปแล้ว พอแล้วฉันยอมแพ้แล้วจริงๆ ฉันเป็นหนี้นายหนึ่งครั้ง นายพูดมาเถอะนายจะเอายังไง?”
หยูจิงหงจึงทำได้เพียงแค่ของ้อ
เธอกับชิวมู่เฉิงไม่เหมือนกัน นิสัยของหยูจิงหงเหมือนค่อนข้างเหมือนผู้ชาย ไม่ยึดติดเรื่องเล็กๆน้อยๆ
ควบคู่ไปกับความจริงที่ว่าหยูจิงหงและเนี่ยเฟิงกำลังเล่นอยู่ตอนที่พวกเขายังเด็ก มิตรภาพระหว่างทั้งสองคนเหนียวแน่นมาก
ตอนนั้นหยูจิงหงเลือกไปเป็นทหารเพราะหวังว่าอยากใช้ประโยชน์จากตรงนี้ตามหาเนี่ยเฟิง
“เอาแบบนี้ไหม?พี่สองเรียกผมว่าพี่เฟิงขา เดี๋ยวผมจะปล่อยพี่เลย!”
ดวงตาคู่สวยของหยูจิงหงเบิกกว้าง“ไอ้เด็กบ้า นายอยากจะเอาเปรียบฉันเหรอ?อย่าลืมนะว่าฉันแก่กว่านาย!”
เนี่ยเฟิงกะพริบตาปริบๆ“แต่หน้าพี่สองดูไร้เดียงสามากเลยนะครับ ไม่เหมือนคนที่แก่กว่าผมสักนิด จะว่าไปแล้วผมรู้สึกแปลกใจจริงๆนะครับ แบบนี้พี่ออกคำสั่งกับลูกน้องยังไงเหรอ?”
“หึ!พวกเขาไม่กล้าตอบโต้ฉันหรอก ขอแค่ขัดคำสั่งฉันก็จะต้องถูกฉันกระทืบกองกับพื้น!”
ดีจริงๆ ใช้กำลังแก้ปัญหา
“งั้นพี่จะเรียกหรือไม่เรียกครับ?ทั้งๆที่เป็นเชลยของผมแล้ว ยังจะปากแข็งอยู่อีก จิๆ”เนี่ยเฟิงอดที่จะส่ายหัวไม่ได้
“ฉันไม่เรียก!”
หยูจิงหงอยากจะฉวยโอกาสโจมตีอีกครั้ง แต่เนี่ยเฟิงไม่ให้โอกาสเธอ กดเธอไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ
คนหนึ่งอยู่ด้านบนคนหนึ่งอยู่ด้านล่าง ร่างกายสัมผัสกันอีกแล้ว แนบสนิทกันมาก ครุมเครือมาก
เพียงแต่ผู้หญิงตรงไปตรงมาอย่างหยูจิงหงไม่ได้สังเกตสิ่งนี้เลย เธอเอาแต่คิดว่าจะหลีกหนีอย่างไร
เนี่ยเฟิงรู้ถึงความคิดของหยูจิงหงแล้ว จะปล่อยให้หยูจิงหงหนีไปได้อย่างไรกัน?
“พี่เลือกเองแล้วกัน ถ้าพี่ไม่เรียกพี่ก็ต้องอยู่อย่างนี้ทั้งคืน ยังมีคนบางคนต้องทำภารกิจอยู่นะ”เนี่ยเฟิงถอนหายใจ
“ไอ้เด็กบ้า พูดอย่างกับนายไม่ต้องทำภารกิจกับฉันอย่างงั้นแหละ!”หยูจิงหงถลึงตาใส่เนี่ยเฟิง
“ต้องทำสิ แต่ผมไม่เป็นไรสักหน่อย ผมยังหนุ่มยังแน่น ร่างกายแข็งแรง ให้อยู่ในท่านี้ยี่สิบสี่ชั่วโมง ผมก็ไม่รู้สึกเมื่อยหรือมีตรงไหนไม่สบายหรอกครับ”
เนี่ยเฟิงแสยะยิ้ม ด้วยใบหน้าท่าทางชั่วร้าย
ตอนนี้หยูจิงหงรู้สึกแขนของตัวเองชาไปหมด ร่างกายไม่สามารถขยับไปไหนได้ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคนที่ทนไม่ไหวต้องเป็นตัวเองแน่ๆ
หยูจิงหงเลียริมฝีปากสีแดงสด ดวงตาสั่นไหว แล้วพูดออกไปสองคำอย่างไม่เต็มใจ“พี่เฟิง”
“อะไรนะ?ผมได้ยินไม่ชัดเลย!”
“พี่เฟิง!”หยูจิงหงตะคอกด้วยความโกรธ ดูออกว่าเธอกำลังโมโห
“สามคำนะ”
หยูจิงหง……
เธอคิดว่าเมื่อเธอเป็นอิสระแล้วเธอจะจัดการแขวนคอเนี่ยเฟิงแล้วกระทืบให้หนักเลย ให้เขารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่น่ากลัวในโลกนี้!
“พี่เฟิงขา……”
เสียงของหยูจิงหงเหมือนกับมด เดิมทีเนี่ยเฟิงแค่อยากแกล้งเธอเท่านั้น แต่ดูใบหน้าของหยูจิงหงเขินอายจนเห็นเลือดฝาด ถ้าขืนยังแกล้งแบบนี้ต่อไป เกรงว่าเธอจะโกรธเข้าจริงๆ
เนี่ยเฟิงจึงยอมแพ้ แล้วปล่อยการควบคุมแขนของหยูจิงหง“ได้ครับ พี่สอง ผมปล่อยพี่แล้ว”
หยูจิงหงรีบพลิกตัวลุกขึ้นจากเตียง แล้วมองไปที่เนี่ยเฟิงอย่างโกรธแค้น“ไอ้เด็กบ้า แค้นนี้ฉันจะจำไว้!”
ใบหน้าของเนี่ยเฟิงเต็มไปด้วยความน้อยใจ“พี่สอง ถึงยังไงพี่ก็เป็นถึงทหารนะ ต้องมีเหตุผลสิถูกไหม?ถึงพี่จะไม่มีเหตุผลพี่ก็ต้องเด็ดขาดหน่อยสิ!แพ้ก็คือแพ้ ยังแพ้ไม่เป็นอีก?”
“ใครบอกฉันแพ้ไม่เป็น?ฉันแพ้แล้วเลยต้องพยายามมากขึ้น คราวหน้าจะทำให้นายล้มคว่ำเลย!”
หยูจิงหงพูดจบ ก็กลับไปที่เตียงของตัวเอง ใช้ผ้าห่มคลุมหัวของตัวเองไว้ แล้วโมโหฉุนเฉียวไม่สนใจเนี่ยเฟิงอีก
เนี่ยเฟิงได้แต่รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่เพราะว่าเธออาจจะต้องปฏิบัติภารกิจตลอดเวลา ดังนั้นเนี่ยเฟิงจึงค่อยๆผล็อยหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น หยูจิงหงได้รับข่าวจากทีมข่าวกรอง
“เราไม่สามารถตามหาตำแหน่งของคนสอดแนมสาวคนนั้นได้ แต่ตรวจพบนักดาบสามคนนั้น วันนี้พวกเขาจะไปเข้าร่วมการแข่งขันวิชาดาบของเมืองหยางเฉิง”
หยูจิงหงเลิกคิ้ว“กล้าจริงๆ เวลานี้ยังจะไปร่วมการแข่งขันวิชาดาบอีก?”
“อาจจะเป็นเพราะพวกเขามั่นใจเกินไป หรือเบื้องหลังของพวกเขามีคนให้การหนุนหลังอยู่ก็เป็นได้”
เนี่ยเฟิงออกความเห็น
“นายพูดถูกนั่นแหละ ดูท่าเราต้องไปการแข่งขันวิชาดาบนั่นแล้วล่ะ”
หยูจิงหงมองไปที่เนี่ยเฟิงแวบหนึ่ง จากนั้นเนี่ยเฟิงก็พยักหน้า
การแข่งขันวิชาดาบ พอเห็นชื่อแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าคืออะไรสิ่งนี้คือการแข่งขันที่นักดาบจากทั่วประเทศมารวมตัวกันที่เมืองหยางเฉิง
จุดประสงค์หลักของพวกเขานั่นก็คือการแข่งขันทักษะทางวิชาดาบ เป็นการแข่งขันสนามหนึ่งในขณะเดียวกันก็เป็นการแลกเปลี่ยนด้วย
หยูจิงหงกับเนี่ยเฟิงพวกเขาทั้งสองคนทำการปลอมตัว เบื้องบนได้ให้จดหมายเชิญจากผู้จัดงานแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าไปได้โดยไร้สิ่งกีดขวาง
“การจัดการใหญ่ใช้ได้เลย”
การแข่งขันวิชาดาบจัดขึ้นที่ชานเมืองของเมืองหยางเฉิง