NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง – ตอนที่ 494

ตอนที่ 494

บทที่494 ส้าวส้วยสู้กับทุกคน

“ซุนจิ้น?”

“ลูกชายของซุนต้าเซิ่น?”

มองซุนจิ้น สีหน้าของจูเก่อเจิ้ง ก็เปลี่ยนทันที

ซุนจิ้นนี้ หน้าตาเหมือนกับซุนต้าเซิ่นมากไปแล้ว จูเก่อเจิ้งไม่เคยลืมซุนต้าเซิ่น

“จะเป็นเขาได้ไง?”

ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น ผ่านการทดสอบของตระกูล จูเก่อเจิ้งก็รับได้

แต่ซุนจิ้นเท่านั้นที่ไม่ได้ ยังไง นี่ก็เป็นศัตรูของตัวเองนี่

ตอนนั้นทั้งตระกูลของซุนจิ้น ต่างถูกตระกูลจูเก่อฆ่าตายหมด

ให้ซุนจิ้นเป็นหัวหน้าครอบครัว นี่ไม่ได้ล้อเล่นหรอกเหรอ?

“ฆ่าพวกเขา!”

จูเก่อเจิ้งกัดฟัน ใบหน้าเผยให้เห็นความโหดร้าย

“ถ้าพวกคุณกล้าเข้ามา ผมก็จะฆ่าจูเก่อชิงให้ตาย”ซุนจิ้นบีบคอของจูเก่อชิง ข่มขู่อย่างเย็นชา

ส่วนจูเก่อเจิ้งกลับไม่สนใจ เขาส่งสายตาให้คนข้างกายของตัวเอง แล้วหันหลังทันที

“ฆ่าชิงเอ๋อร์ไปด้วยกันเลยเถอะ”

“เขากลายเป็นคนพิการแล้ว ตระกูลจูเก่อ ไม่เลี้ยงคนพิการไว้”

จูเก่อเจิ้งพูดจบ ก็ออกไปเลย เหลือแค่เพียงพวกปรมาจารย์กลุ่มหนึ่งไว้

ส้าวส้วยหันหน้าไป มองซุนจิ้นแวบหนึ่ง:“ป้องกันคุณชายให้ดี”

“คุณไปเองคนเดียวเหรอ?”ซุนจิ้นมองส้าวส้วยอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ผมคนเดียว ก็พอแล้ว!”

ที่หน้าของส้าวส้วยปรากฏความดูถูก

ตรงข้าม มีคนมากกว่ายี่สิบกว่าคนได้

ถึงแม้จำนวนคนไม่มาก แต่ซุนจิ้นก็พอรู้จักคนไม่กี่คนในนั้นบ้าง

คนไม่กี่คนนี้ ล้วนแต่เป็นเจ้าของสถานที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ กังฟูของพวกเขา ต่างสุดยอดมาก

ไม่สามารถเทียบได้กับคนรับใช้พวกนั้นก่อนหน้านี้ได้เลย

ส้าวส้วยเดินหน้าเข้าไปสองสามก้าว มองคนพวกนี้อย่างดูถูก

“เข้ามาคนเดียว อยากจะตายใช่ไหม?”คนหัวโล้นคนหนึ่งพูดขำๆ ยืนออกมาแล้วพูด

“ส้าวส้วย ระวังหน่อยนะ เขาคือราชามวยแห่งเมืองเอก พลังที่แขนน่าทึ่งมาก หมัดเดียวธรรมดาๆก็ฆ่าคนตายได้ถึงคนหนึ่งเลย”ซุนจิ้นมองราชามวยคนนี้ แล้วที่ใบหน้าก็ปรากฏความหวาดกลัว

ราชามวยนี้ ซุนจิ้นสู้ไม่ได้

ส้าวส้วยกลับหัวเราะเบาๆ:“ราชามวยเหรอ?งั้นพวกเราก็มาลองสักหมัดสิ เป็นไง?”

“หึ ถ้าคุณรับหมัดผมได้ ผมจะตัดแขนตัวเอง!”ราชามวยนี้พูดอย่างโอหัง

“โอเค ถ้าคุณรับหมัดนี้ผมได้ ผมก็จะฆ่าตัวเองตาย”ส้าวส้วยโหดกว่า

“คุณ……”

ราชามวยรู้สึกว่าตัวเองได้รับการเหยียดหยามอย่างมาก เขาพุ่งเข้ามาทันที ยกหมัดขึ้นมา เล็งไปที่ส้าวส้วย

หมัดนี้ มีความหยาบคายอย่างเรียบๆ

ส่วนส้าวส้วยนั้น กลับเป็นหมัดที่สบายๆไม่หนักหนาอะไร

ก็แค่หมัดของส้าวส้วยนี้ เมื่อเทียบกับของราชามวยแล้ว เร็วกว่าเยอะเลย

และยัง แม่นและโหด!

หมัดของส้าวส้วยนี้ ต่อยไปที่หัวของราชามวยโดยตรง มีเสียงดังตุ้บขึ้นมา แล้วราชามวยก็ล้มลงที่พื้นทันที บนหัวเกิดเป็นรอยบุ๋ม จากนั้นในจมูก ในปาก ในหู ก็เริ่มมีเลือดออกในระดับที่ไม่เหมือนกัน

“ตายแล้ว?”

เห็นราชามวยถูกต่อยด้วยหมัดหนึ่งจนตาย ทุกคนก็สูดลมหายใจอันเยือกเย็นเข้า

“เจ้าเด็กนี่ลงมือได้เร็วมาก หมัดนี้ต่อยไปตรงขมับของราชามวย”มีคนพูด

“ผมเอง”

มีคนผอมคนหนึ่งเดินออกมา เขาผอมกว่าโหจื่อเล็กน้อย

“เจ้าเด็กนี่อย่างมากก็ความเร็วนั้นเร็วกว่าหน่อยก็เท่านั้นแหละ”คนผอมคนนี้พูดอย่างดูถูก

“เหรอ?คุณคิดว่าผมแค่เร็วอย่างเดียว?”ส้าวส้วยหัวเราะ พูดนิ่งๆ:“งั้นก็ดี ครั้งนี้ ผมจะช้าลงหน่อยละกัน”

“คุณดูแล้วอายุยังไม่เยอะ แต่น้ำเสียงนี่ไม่น้อยเลยนะ”

คนผอมคนนี้ส่ายหน้าอย่างเย็นชา จากนั้นก็พุ่งเข้าไป

ครั้งนี้ส้าวส้วย ใช้ไท่เก๊กออกมา ฝ่ามือตบออกไปหนึ่งฉาด ดูเหมือนช้ามาก แต่ตบไปที่หน้าอกของคนผอมโดยตรง

ขณะเดียวกัน หมัดของคนผอม ก็ตีไปที่ร่างของส้าวส้วย

แต่ส้าวส้วยกลับยิ้มให้ ไม่รู้สึกใดๆเลย

แต่คนผอมคนนั้น เขารู้สึกว่าอวัยวะภายในของตัวเองได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง

พรวด!

คนผอมคนนั้นทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาร้องพรวดออกมา แล้วอ้วกออกมาเป็นเลือด จากนั้นก็ล้มลงที่พื้น

“จะเป็นไปได้ไง?เจ้าเด็กนี่ทำได้ไง?”

“หมัดของเด็กคนนี้ ทำเอาปรมาจารย์ถึงกับเลือดออกเลยเหรอ?”

“เมื่อกี๊ดูเขาก็ไม่ได้ออกแรงมากนัก หรือว่า ……”

“เขาทำกำลังภายในได้เหรอ?”

ปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้พวกนี้ต่างตะลึงส้าวส้วย ค่อยๆถกเถียงขึ้นมา

“ไร้สาระ อย่างกำลังภายในนี้ เดิมทีนั้นก็เป็นเรื่องหลอกลวงอยู่แล้ว จะมีอยู่ได้ไง ผมว่าที่ตัวของเด็กคนนี้มีของแปลกแน่”

“ช่างเถอะ ทุกคนลุยไปพร้อมกันเถอะ”

หลังจากจัดการไปสองคนในพริบตา คนพวกนี้ ก็ไม่อยากสู้เดี่ยวๆทันที

เพราะถ้าสู้เดี่ยว ผลลัพธ์ก็น่าจะมีแค่อย่างเดียว นั่นก็คือตาย

ลุยเป็นกลุ่ม พวกเขาเชื่อว่า ถึงส้าวส้วยจะเล่นกำลังภายในได้ ก็สู้พวกเขาที่มีตั้งมากมายขนาดนี้ได้แน่

“โอเค ทุกคนลุยมาพร้อมกัน”

ทุกคนมองตากัน จากนั้นก็เตรียมที่จะโจมตีเป็นกลุ่ม

ส้าวส้วยได้แต่หัวเราะเบาๆ:“ที่จริงพวกคุณควรจะลุยเข้ามาพร้อมกันนานแล้ว”

“มาให้จัดการทีละคนๆแบบนี้ งั้นต้องสู้ถึงเมื่อไหร่?”ส้าวส้วยพูดอย่างดูถูก จากนั้นก็เริ่มถอดเสื้อผ้า

“คุณถอดเสื้อผ้าทำไม?”ทุกคนไม่เข้าใจ

สู้ก็สู้สิ ทำไมต้องถอดเสื้อผ้า?

ยังไงข้างๆก็มีแม่น้ำใต้ดิน บวกกับที่นี่คือใต้ดิน อุณหภูมิจึงต่ำเป็นพิเศษ

การกระทำที่ส้าวส้วยถอดเสื้อผ้านั้น ทำให้คนมากมายรู้สึกงงงวย

แม้แต่ซุนจิ้นก็อดไม่ไหวที่จะถาม:“คุณชาย ส้าวส้วยทำอะไรเหรอ?”

“เสื้อผ้าที่ตัวเขานี้ หนักถึงห้าสิบกิโลกรัมเลย ดูเหมือนส้าวส้วยจะเอาจริงแล้ว”หลี่ฝางพูดเบาๆ

“อะไรนะ เสื้อผ้าตัวนี้ที่ส้าวส้วยสวมบนตัว หนักห้าสิบกว่ากิโลกรัมเหรอ?”

ซุนจิ้นกลืนน้ำลาย ดูไม่ค่อยอยากจะเชื่อ

จูเก่อชิงที่อยู่ตรงพื้น ได้ยินคำนี้ ก็ตาเบิกโต:“คุณล้อเล่นหรือไง เสื้อผ้าที่ตัวนั้นเป็นเสื้อผ้าธรรมดา ไม่ได้ทำมาจากทองแดงด้วย จะหนักห้าสิบกว่ากิโลกรัมได้ไง?”

“ข้างในเสื้อผ้านี้ มีปรอท ความหนาแน่นของปรอทสูงกว่าทองแดงมาก”

หลี่ฝางมองจูเก่อชิง พูดอย่างดูถูก:“จูเก่อชิง คุณจะสู้ตัวต่อตัวกับส้าวส้วยไหม?”

“ตอนนี้ยังคิดจะสู้ตัวต่อตัวกับเขาอยู่เปล่า?”หลี่ฝางถาม

จูเก่อชิงพ่นลมออกมา จากพละกำลังของส้าวส้วยแล้ว ถึงเป็นตัวเองสิบคน ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา

จูเก่อชิงส่ายหน้า บ่นกับตัวเอง:“หรือบางทีสามปีก่อน ผมอาจจะแพ้”

จูเก่อชิงนึกถึงความทรงจำขึ้นมา การสู้ครั้งนั้นเมื่อสามปีก่อนกับส้าวส้วย ชนะโดยโชคดีอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ

“วันนี้ คือวันพินาศของตระกูลจูเก่อ”

จูเก่อชิงพูดพลางถอนหายใจ:“เพื่อดึงคนพวกนี้เป็นพวก ตระกูลจูเก่อจ่ายค่าตอบแทนไปเป็นมหาศาล”

“ถ้าส้าวส้วยชนะ งั้นคนพวกนี้……”

จูเก่อชิงไม่อยากจะคิดต่อไป ปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้เหล่านี้ ถือว่าเป็นเส้นสนกลในที่ตระกูลจูเก่อมีอยู่

ถ้าถูกส้าวส้วยฆ่าตายหมด งั้นเส้นสนกลในของตระกูลจูเก่อ ก็จะไม่มีอีกแล้ว

คิดถึงตรงนี้ จูเก่อชิงก็หัวเราะออกมาอย่างร้ายกาจ:“ผมจะกังวลทำไม ปู่ไม่เอาผมแล้ว ความเป็นความตายของตระกูลจูเก่อ เกี่ยวอะไรกับผมล่ะ?”

จูเก่อชิงรู้สึกผิดหวังหน่อยๆ ยังไงเมื่อกี๊ จูเก่อเจิ้งก็ให้คนพวกนี้ ฆ่าจูเก่อชิงตายไปด้วยกัน

“พ่อผม คือคนของพวกคุณตระกูลจูเก่อจริงๆเหรอ?”เวลานี้ ซุนจิ้นก็เริ่มเชื่อขึ้นมา

“ใช่ ซุนต้าเซิ่นพ่อคุณ คือผู้สืบทอดของมวยสิงอี้ ตอนนั้นพวกเราตระกูลจูเก่อ ไปตามหาหัวหน้าของสำนักศิลปะการต่อสู้ไปทุกที่ ให้พวกเขารับใช้พวกเราตระกูลจูเก่อ โดยทั่วไปทุกคนต่างเห็นด้วย แต่ซุนต้าเซิ่นไม่เห็นด้วย ไม่ใช่เขาแค่ไม่เห็นด้วย แต่ยังต่อต้านพวกเราตระกูลจูเก่อซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วย”

“ต่อมา พวกเราเลยลักพาตัวแม่คุณ อยากจะขู่ซุนต้าเซิ่น ให้เขายอมสอนศิลปะการต่อสู้แก่คนของตระกูลจูเก่อของพวกเรา”

“ถึงแม้ตอนนี้ศิลปะการต่อสู้ดั้งเดิมจะลดหายไป แต่คนของสี่ตระกูลใหญ่ ให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มาเสมอ คนๆนี้ อยากจะประสบความสำเร็จ มีสองวิธี อย่างหนึ่งคือสมอง อีกอย่าง ก็คือกังฟูที่มือและเท้า สมองนั้นไม่ใช่ว่าแต่ละคนจะมี และถึงทุกคนจะมีสมอง แต่ก็ไม่ได้ควบคุมกันได้ดีนัก ดังนั้นพวกเราตระกูลจูเก่อจึงอยากให้ทุกคนฝึกศิลปะการต่อสู้”

“ถึงจับตัวแม่คุณไปแล้ว แต่ซุนต้าเซิ่นพ่อคุณ ก็ยังไม่ยอมสอนศิลปะการต่อสู้แก่พวกเรา และยังทำร้ายคนตระกูลจูเก่อของพวกเราไม่น้อยด้วย”

“คุณปู่โกรธ จึงส่งคนไปฆ่าพวกคุณตระกูลซูน รวมทั้งคนที่เรียนศิลปะการต่อสู้สำนักของพวกคุณตระกูลซูนด้วย ต่างถูกพวกเรา ตระกูลจูเก่อทำร้ายคนไม่เป็นผู้เป็นคน”จูเก่อชิงพูด

“ปู่ผมค่อนข้างเป็นคนโหด ส่วนจิตใจของปู่ใหญ่นั้นค่อนข้างมีเมตตา ตอนนั้นแม่คุณท้อง ภายใต้การยืนกรานของปู่ใหญ่ แม่คุณคลอดคุณมา ตอนนั้นแม่คุณตรอมใจตาย แล้วปู่ใหญ่ก็อุ้มคุณ แอบหนีไปจากตระกูลจูเก่อ และไม่เคยกลับมาอีก”

“ความคิดที่จะลักพาตัวแม่คุณ เป็นปู่ใหญ่ผมทำจริงๆ”จูเก่อชิงพูดกับซุนจิ้นจบ หน้าของซุนจิ้น ก็เปลี่ยนเป็นซีดขาวขึ้นมาทันที

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

ยามค่ำคืนดึกๆ ในหอพักแห่งหนึ่งที่ตงไห่

“หลี่ฝาง รีบเอาน้ำล้างเท้ามาให้ฉันเร็วๆ ”

ได้ยินเสียงตะโกนเรียก หลี่ฝางไม่รีรอเลยสักนิด รีบไปยกน้ำล้างเท้าของเจ้าอ้วนมาให้

“รอเดี๋ยว ถุงเท้าก็ช่วยซักด้วยเลย ไม่ซักมาหลายวันแล้ว เหม็นตายห่า” หลี่ฝางยกกะละมังล้างเท้าขึ้นมา เจ้าอ้วนก็พูดขึ้นมาอีกทันที

หยิบถุงเท้าที่เหม็นเน่าของเจ้าอ้วนแล้ว หลี่ฝางก็เดินเข้าไปในห้องน้ำของหอพัก จากนั้นเริ่มยุ่งๆ

เขาไม่เพียงแค่ซักถุงเท้าของเจ้าอ้วน ยังต้องซักเสื้อนักเรียนของเพื่อนร่วมห้องคนอื่นอีกด้วย รองเท้า กางเกงใน……

“เกาเสิ้ง ช่วงนี้นายยิ่งอยู่ยิ่งเกินไปแล้วนะ นายเห็นหลี่ฝางเป็นอะไร เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของนาย ไม่ใช่คนใช้นะ”

หัวหน้าห้องโจวหยางทนดูต่อไปไม่ไหว จึงว่าเจ้าอ้วนสองสามคำ

“หัวหน้า ผมกำลังช่วยเขา เขาขาดเงินไม่ใช่เหรอ? ผมจ่ายเงินให้เขาอยู่” เจ้าอ้วนยิ้มๆ ไม่สนใจ

“ใช่ไหม หลี่ฝาง? ” เจ้าอ้วนตะโกนถามหลี่ฝางไปทางห้องน้ำ

“ใช่ ขอบใจนายที่ช่วยอุดหนุนธุรกิจของผม เกาเสิ้ง” หลี่ฝางหันหน้ามายิ้ม ตอบหนึ่งคำด้วยความทราบซึ้งน้ำใจ

เห็นเป็นเช่นนี้ โจวหยางได้แต่ส่ายหัวและถอนหายใจ

หลังจากที่พ่อแม่หายตัวไป หลี่ฝางได้แค่พึ่งการซักเสื้อผ้าให้คนอื่น ทำการบ้าน ช่วยวิ่งซื้อของเป็นต้น เพื่อหารายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายและจ่ายค่าเทอม

ไม่นาน โจวหยางเดินเข้าไปในห้องน้ำ: “หลี่ฝาง ถ้านายไม่มีเงินจริงๆ ผมยืมให้นายได้”

“ไม่ต้องหรอกครับ ขอบคุณนะ” หลี่ฝางไม่อยากใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนอื่น อีกอย่าง เงินที่ยืมมา สุดท้ายก็ต้องคืนอยู่ดีไม่ใช่หรือ?

โจวหยางมองความคิดของหลี่ฝางออก: “ไม่เป็นไร ไม่ต้องรียคืนครับ รอให้นายเรียนจบก่อนค่อยคืนก็ได้ครับ”

หลี่ฝางหัวเราะขมขื่น: “หัวหน้า อีกนานกว่าจะเรียนจบเลยนะ”

โจวหยางส่ายหัวอีกครั้ง แล้วกลับไปบนที่นอนของตนเอง

“ผมว่านะ หัวหน้าอย่ากังวลไปเลย ไม่ใช่ไม่รู้ว่าหลี่ฝางตอนนี้มีสถานการณ์อย่างไร นายช่วยไหวเหรอ? ” จางเสี่ยวเฟิงคนที่อายุโตกว่าทุกคนในห้องยิ้มและพูด

“ใช่ ถ้าไม่มีพวกเรา เรื่องกินของเขายังมีปัญหาเลย” เกาเสิ้งพูดด้วยความภูมิใจ

พอหลี่ฝางทำงานเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว กำลังเตรียมจะเข้านอน จางเสี่ยวเฟิงก็พูดขึ้นมา: “หลี่ฝาง อาการอยากสูบบุหรี่กำเริบอีกแล้ว นายไปซื้อให้ฉันซองหนึ่งสิ เหมือนเดิม”

สีหน้าของหลี่ฝางรู้สึกลำบากใจ: “ตอนนี้ก็ห้าทุ่มแล้วนะ ประตูมหาวิทยาลัยก็ปิดแล้ว”

“อย่าพูดมาก กูเพิ่มเงินให้นายสิบหยวน ไปไม่ไป? ” จางเสี่ยวเฟิงโยนเงินลงบนพื้น พูดด้วยความโมโห

“งั้นผมปีนกำแพงออกไปซื้อให้”

หลี่ฝางเก็บเงินบนพื้นขึ้นมา แล้วเดินออกจากหอ

“หลี่ฝางคนนี้นี่ ขอแค่ให้เงินเท่านั้น แม้แต่ขี้ก็ยอมกิน” เพิ่งเดินออกจากห้อง หลี่ฝางก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของเกาเสิ้ง

“ก็นั่นสิ? ถ้าผมเป็นเขา ไปตายเสียดีกว่า จะอยู่ให้อายคนอีกทำไม” จางเสี่ยวเฟิงก็พูดเห็นด้วย

หลี่ฝางได้ยินแล้วกำมือแน่นๆ ด้วยความโมโหอย่างมาก

แต่หลังจากนั้นสักพัก หลี่ฝางก็ค่อยๆ ปล่อยวาง คนอื่นเค้าก็พูดไม่ผิดอะไรนี่ ตนเองก็เป็นแค่คนจนๆ ที่ไม่มีศักดิ์ศรีอยู่แล้ว

ปีนกำแพงไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งที่เปิดตลอด24ชั่วโมง หลี่ฝางซื้อบุหรี่เสร็จและเตรียมตัวจะกลับหอ มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามาในซูเปอร์มาร์เก็ต

หญิงคนนี้เหลือบไปมองหน้าหลี่ฝางหนึ่งครั้ง สายตาเหมือนมีอะไรบางอย่าง ลำคอของเธอขยับ จากนั้นก็หันหน้าไปอีกข้าง แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นหลี่ฝางอย่างนั้น

ผู้หญิงคนนี้ชื่อเซี่ยลู่ เป็นเพื่อนบ้านของหลี่ฝาง ยังเป็นหนึ่งในดาวในโรงเรียนอีกด้วย

เมื่อก่อนสถานะทางบ้านของหลี่ฝางรวยมาก การเรียนก็ดี ตอนนั้นเซี่ยลู่วันๆ คอยตามหลังของเขาอยู่ทุกวัน ทั้งสองตระกูลเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ยังมีการสัญญาหมั้นให้ทั้งสองคนตั้งแต่เด็กอีกด้วย

ส่วนชายที่อยู่ข้างๆ เซี่ยลู่ คือเพื่อนนักเรียนในห้องของหลี่ฝาง ชื่อตู้เฟย เป็นลูกเศรษฐี หน้าประตูซูเปอร์มาร์เก็ตมีรถBMWจอดอยู่ นั่นก็คือรถของเขา

“เถ้าแก่ เอาถุงยางให้ผมหนึ่งกล่อง” ตู้เฟยตะโกนบอก

เซี่ยลู่หน้าแดงขึ้นมาทันที ต่อหน้าหลี่ฝางมีความรู้สึกอาย: “พี่เฟย ท้องของฉันไม่ค่อยสบายหน่อย เราเอาไว้วันหลังละกันนะ”

“วันหลังห่าอะไร เป็นเพราะนายคนนี้ใช่ไหม? ” ตู้เฟยหันหน้าไปชี้หลี่ฝางแล้วถาม

“อย่าคิดว่าผมไม่รู้เรื่องระหว่างเธอสองคนนะ แต่นั่นมันเป็นอดีตไปแล้ว” ตู้เฟยสีหน้าเข้มขรึม ซักถามเซี่ยลู่ตรงๆ : “ทำไม คุณยังไม่ลืมเขาเหรอ? ”

เซี่ยลู่ส่ายหัวและรีบปฏิเสธ: “หนุ่มจนๆ แบบนี้ ฉันจะลืมเขาไม่ลงได้ไง? ”

“ฉันไม่สบายท้องจริงๆ ”

“พูดแล้วก็น่าแปลกใจ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่ คงจะเป็นเพราะเจอใครบางคน ท้องถึงได้สะอิดสะเอียน” เพื่อที่จะเอาใจตู้เฟย เซี่ยลู่พูดอย่างโหดร้าย

“ฮาฮา ผมเห็นเขาแล้วก็รู้สึกอยากอ้วกเหมือนกัน”

ตู้เฟยหัวเราะดังๆ ยื่นมือไปตบหน้าหลี่ฝางหนึ่งที: “ยังไม่รีบไสหัวไปอีก ไม่ได้ยินเหรอ? ว่าแฟนฉันเห็นแกแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียน? ”

หลี่ฝางกัดฟันแน่นๆ จ้องหน้าตู้เฟยอย่างเย็นชา

สีหน้าของตู้เฟยตะลึงสักพัก จากนั้นก็ถีบที่ท้องของหลี่ฝางอีกครั้ง: “ยังกล้าจ้องฉันอีกเหรอ? แกไม่พอใจอะไร? ”

“พี่เฟย อย่าตีอีกเลย” เซี่ยลู่เข้าไปห้าม

“ทำไม? เห็นอกเห็นใจมัน? ”

“ไม่หรอก? ฉันแค่รู้สึกว่าเราไม่ควรไปถือสาและยุ่งเกี่ยวกับคนจนๆ แบบนี้หรอก” เซี่ยลู่รีบส่ายหัว

ตู้เฟยทำเสียงฮึ่ม แล้วยื่นมือไปรับกล่องถุงยางจากเถ้าแก่ร้าน และพูดว่า: “เซี่ยลู่ คืนนี้ฉันไม่สนว่าเธอจะประจำเดือนมาหรือว่าปวดท้อง แต่ว่าเธอปลุกไฟราคะของฉัน อย่าคิดหนีนะ? ”

“หลี่ฝาง แกจำไว้ หลังจากวันนี้อยู่ห่างๆ เซี่ยลู่ไว้ ไม่อย่างนั้นเห็นนายครั้งหนึ่ง เตะครั้งหนึ่ง” ก่อนจะไป ตู้เฟยเตือนหลี่ฝางด้วยถ้อยคำที่โหดเหี้ยม

เช็ดๆ รอยเท้าบนเสื้อ หลี่ฝางปีนกำแพงกลับไปถึงหอพัก

หลี่ฝางกลับมาดึกเกิน ยังถูกจางเสี่ยวเฟิงด่าอีกชุดใหญ่

หลี่ฝางทนไม่ไหว กัดฟันและแอบร้องไห้อยู่ใต้ผ้าห่มทั้งคืน

เช้าวันถัดมาตื่นมา หมอนของหลี่ฝางยังเปียกชื้นอยู่เลย ขณะนั้น เขาสังเกตเห็นในมือถือมีสายที่ไม่ได้รับสามสิบกว่าสาย

“ทำไมเป็นสายจากต่างประเทศทั้งหมดเลย? ”

หลี่ฝางเปิดดูสักพัก สงสัยว่าเป็นพวกนักต้มตุ๋นมืออาชีพโทรมา

“ยังมีข้อความ เลขที่บัญชีลงท้ายด้วย 911มีเงินโอนเข้าจำนวน 1,000,000.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 1,000,325.00 หยวน” หลี่ฝางอ่านหนึ่งรอบ คิดว่าต้องเจอพวกนักต้มตุ๋นแน่ๆ

ในตอนนี้ หลี่ฝางรีบถอนเงินในวีแชทที่ได้ออกมา

มือถือดังขึ้นตึ้ดหนึ่งเสียง หลี่ฝางรู้สึกมึนงง

“ธนาคารABC วันที่ 12 เดือน 11 ปี x เวลา 07:14 น. เลขที่บัญชีลงท้ายด้วย 911มีเงินโอนเข้าจำนวน 300.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 1,000,625.00 หยวน”

ข้อความที่มีเงินโอนเข้าหนึ่งล้าน กับข้อความที่มีเงินโอนเข้าสามร้อย เลขเหมือนกัน?

ถ้าเป็นนักต้มตุ๋น เขาจะรู้ยอดเงินคงเหลือของหลี่ฝางได้ไง

นั่นก็คือ เงินหนึ่งล้านที่โอนเข้ามานี้เป็นเรื่องจริง

นึกถึงตรงนี้แล้ว หลี่ฝางรีบลุกขึ้นมาเหมือนคนบ้าและวิ่งออกจากโรงเรียน

ไปถึงตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่ง หลี่ฝางใส่บัตรเอทีเอ็มของตนเองเข้าไป นิ้วมือกดรหัสเอทีเอ็ม

“ผมกำลังฝันไปแน่ๆ ” เห็นมียอดเงินในบัญชีหนึ่งล้านกว่า หลี่ฝางส่ายหัว เขาไม่กล้าเชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

เบอร์โทรแปลกๆ นั่นโทรมาอีกครั้ง ครั้งนี้หลี่ฝางไม่ลังเลเลยสักนิด รีบรับสายโทรศัพท์นั้น

“เสี่ยวฝาง……” ในสายโทรศัพท์ทางโน้นเป็นเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นมา

“พ่อ? ใช่พ่อ…..ใช่พ่อไหม? ” สองมือของหลี่ฝางสั่นแรงขึ้น

“ใช่ พ่อเอง ฉันกับแม่แกไม่อยู่ หลายปีมานี้แกสบายดีไหม? ต้องลำบากมากแน่ๆ ใช่ไหม? เมื่อกี้พ่อโอนเงินหนึ่งล้านเข้าบัญชีให้แล้ว ใช้ไปก่อนนะ ถ้าไม่พอพ่อจะโอนให้อีก ใช่สิ ไม่ได้เจอกันมาหลายปี แกคงคิดถึงพวกเรามากใช่ไหม? ” พ่อของหลี่ฝางถามไถ่ติดกันหลายประโยค

หลี่ฝางแน่ใจว่าเขาคือพ่อตนเองแล้ว น้ำตาก็ไหลและนั่งร้องไห้ลงกับพื้นทันที เขาพิงตู้เอทีเอ็มไว้ มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ มืออีกข้างก็เช็ดน้ำตาไปด้วย

“ผม……คิดถึง…..พวกท่านจะตายอยู่แล้ว”

“ดี ดีแล้วลูก หลายปีมานี้ลำบากแกมากพอแล้ว แต่ว่าอย่าเกลียดพ่อนะ ถ้าจะเกลียด ก็ไปเกลียดปู่ของแกโน่น เขาเป็นคนวางแผน……”

หลี่ฝางพูดแทรกขึ้นมา: “เดี๋ยว ปู่ของผมตายไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ”

“ตายที่ไหน ตาเฒ่านั่น พ่อก็อยากให้ตายตั้งนานแล้ว พ่อแค่หลอกแกมาสามปี ตาเฒ่านั่นหลอกพ่อมานานสิบกว่าปี……สามปีก่อนตาเฒ่ามารับพ่อกลับบ้าน แล้วมาบอกพ่อว่าเขายังไม่ตาย ยังบอกกับพ่อว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด แกว่าตาเฒ่าบ้านี่ยังมีคุณธรรมอยู่รึเปล่า หลอกว่าตัวเองตายแบบนี้ยังทำออกมาได้”

“มหาเศรษฐีที่รวยที่สุด? ”

“ไอ้ลูกอกตัญญู ว่าใครตาเฒ่า เดี๋ยวตีให้ตายเลย” ในโทรศัพท์ทางนั้นมีเสียงสั่นตะโกนมา แต่เสียงในนั้น หลี่ฝางได้ยินพ่อตนเองพูดคุยอยู่: หลี่เจียเฉิน ถ้าท่านยังกล้าตีผมอีก ผมจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับท่าน

หลี่เจียเฉิน? เขาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในภูมิภาคเอเชียไม่ใช่เหรอ?

เดี๋ยว! ปู่ของผมเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท