NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง – บทที่ 638 สถานที่ที่น่ากลัว

บทที่ 638 สถานที่ที่น่ากลัว

เมื่อเดินได้ไม่กี่ก้าว ฉินซ่างเสียนก็รีบวิ่งตามมา

“เกิดอะไรขึ้น?” หลี่ฝางมองฉินซ่างเสียน พลางถาม

“เงินไม่เข้าบัญชีเหรอ?”

ฉินซ่างเสียนส่ายหน้า แล้วพูด: “เงินเข้าเรียบร้อยแล้ว เป็นเรื่องส่วนตัวของผม”

“เรื่องส่วนตัว?” หลี่ฝางขมวดคิ้ว พลางถามอย่างสงสัย: “เรื่องส่วนตัวอะไร?”

ฉินซ่างเสียนมองฉินเสี่ยวหู่ ราวกับจะหลีกเลี่ยง

ทันใดนั้นหลี่ฝางก็พูดกับฉินเสี่ยวหู่: “ไปรอฉันที่หน้าลิฟต์”

ฉินเสี่ยวหู่ไม่กล้าขัด จึงเดินไปอย่างว่าง่าย

ฉินซ่างเสียนเห็นภาพนี้ ก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ

นี่ยังใช่ฉินเสี่ยวหู่ที่หยิ่งผยองคนนั้นหรือเปล่า?

หลี่ฝางพูดกับฉินซ่างเสียน: “เขาไปแล้ว ตอนนี้พูดได้แล้วใช่มั้ย?”

“เมื่อกี้คุณชายมู่หรงโทรมา บอก……บอกว่าจะพาลูกสาวผมไปที่ชั้นใต้ดินของสโมสรเจียงหนาน” ตอนที่พูด สีหน้าของฉินซ่างเสียน ก็แย่ลงไปสุดขีด

“เขาบอกว่า นี่เป็นบทลงโทษข้อหาที่ไม่เชื่อฟัง”

ฉินซ่างเสียนเงยหน้ามองหลี่ฝาง ด้วยสายตาอ้อนวอน: “คุณชายหลี่ คุณต้องช่วยลูกสาวคนรองของผมนะ”

“ฉินหยีหรัน?”

หลี่ฝางถอนหายใจ เมื่อกี้ที่ฉินซ่างเสียนบอกให้ช่วยลูกสาวเขา หลี่ฝางนึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉินวี่เฟยซะอีก

“ลุงบอกผมสิ ชั้นใต้ดินของสโมสรเจียงหนานมีอะไร? ทำไมตอนพูดถึง สีหน้าถึงได้ดูแย่แบบนั้น?” หลี่ฝางถาม

“คุณชายหลี่ไม่รู้?” ฉินซ่างเสียนมองหลี่ฝางอย่างแปลกใจ

“ผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ?” หลี่ฝางมองบนใส่ฉินซ่างเสียน: “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยิน ว่าสโมสรเจียงหนานมีชั้นใต้ดินด้วย?”

“เป็นโรงจอดรถเหรอ?” หลี่ฝางถามอย่างโง่ๆ

“แน่นอนว่าไม่ใช่ ชั้นใต้ดินชั้นหนึ่งของสโมสรเจียงหนาน เป็นการมีอยู่ที่ชั่วร้ายสุดๆ ในสังคมชั้นสูงของเมืองเอก ก็ไม่ใช่ความลับอะไร ที่นั่น บอกได้ว่าเป็นสวรรค์ของผู้ชาย แต่กลับเป็นนรกของผู้หญิง ผู้หญิงที่ถูกจับลงไปชั้นใต้ดินของสโมสรเจียงหนาน มีแค่ครึ่งนึงที่สามารถรอดชีวิตออกมาได้”

“ส่วนอีกครึ่ง หลังจากออกมา สติก็ไม่ดีแล้ว”

หลังจากหลี่ฝางได้ยิน สีหน้าก็ชะงักอยู่ครู่: “น่ากลัวขนาดนั้นเลย? ลุงอธิบายหน่อยได้มั้ย?”

“ผมไม่เคยไป เลยบอกไม่ถูก แต่ยังไง ที่สโมสรนั่น ผู้ชายที่เที่ยวอยู่ด้านใน ล้วนแต่เป็นพวกคนใหญ่คนโต คนพวกนั้น มาจากทั่วทุกมุมโลก”

“ถ้าไม่อย่างนั้น ผู้หญิงพวกนั้นก็คงไม่ตายไปเฉยๆ โดยไม่มีใครสืบตาม”

หลี่ฝางไม่อยากจะเชื่อ ในเมืองเอกยังมีที่แบบนี้อยู่อีกเหรอ?

แต่ฉินซ่างเสียนก็ไม่เหมือนกำลังโกหกตนอยู่

“คุณชายหลี่ คุณสามารถใช้อิทธิพลของพอคุณได้มั้ย ผมรู้ว่าพ่อคุณคือหลอซ่า อย่างที่เห็นวันนี้ คงมีแค่หลอซ่า ที่สามารถช่วยชีวิตลูกสาวผมออกมาได้”

ฉินซ่างเสียนพูด จนเกือบจะคุกเข่าให้หลี่ฝาง

ในตอนนั้น หลี่ฝางถึงจะรู้สึกถึงความหนักหนาของเรื่องนี้

หลี่ฝางขมวดคิ้ว แล้วถาม: “ที่นั่น น่ากลัวขนาดนั้นจริงๆ เหรอ?”

“ใช่แล้ว แม้แต่ตระกูลฉินของพวกเรา ก็ยังไม่มีความสามารถที่จะช่วยคนออกมาได้เลย”

“หลายปีที่ผ่านมา ก็ไม่เคยได้ยินว่าที่ชั้นใต้ดินของสโมสรเจียงหนานเคยมีใคร ถูกช่วยออกมาได้เลยสักคน แต่ก็มีข่าวลือ ว่าหลอซ่าเคยทำมาแล้วครั้งนึง แต่นั่นก็เป็นแค่ข่าวลือเท่านั้น” ฉินซ่างเสียนพูด

ทันใดนั้นหลี่ฝางก็ชะงักทันที

“แต่พ่อของฉัน ไม่ได้อยู่ที่เมืองเอกน่ะสิ”

ที่จริงหลี่ฝางคิดว่าจะเป็นแค่การเผชิญหน้าธรรมดา แต่นึกไม่ถึง ว่าจะเป็นสถานที่ลึกลับ และสถานที่นั้น ฟังดูแล้วจะน่ากลัวกว่าถนนแห่งความตในโบลิเวียายซะอีก

“แย่แล้ว แย่แล้ว หรือว่าลูกสาวของผม……” สีหน้าของฉินซ่างเสียน ก็แสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวังทันที

หลี่ฝางรีบความปลอบ: “ลุงฉิน ลุงไม่ต้องกังวล ผมเคยบอกลุงไว้ ว่าจะช่วยฉินหยีหรันออกมาให้ได้ ถ้าหากวันนี้เธอเป็นอะไรไป ก็เป็นความรับผิดชอบของผม ดังนั้น ผมจะไม่นิ่งดูดาย”

“ผมจะหาวิธีเอง”

หลี่ฝางพูด: “แต่ว่าลุงฉิน ลุงอยู่ที่เมืองเอกมานานหลายปี เป็นไปไม่ได้ว่าจะไม่มีอำนาจใช่มั้ย? ผมหวังว่าพวกเราสองตระกูลช่วยกันร่วมมือ”

ในใจหลี่ฝางคิดว่า ก็แค่ตระกูลซือถู ก็คงไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอกมั้ง?

ฉินซ่างเสียนคนนี้ ก็ถือได้ว่าปอดแหกอยู่

ถึงยังไง นี่ก็คือคุณหนูรองตระกูลฉินนะ ถึงตระกูลมู่หรงกับมู่หรงฉางเฟิงจะใจกล้าแค่ไหน ก็คงไม่กล้าเล่นงานเธอถึงตายหรอกมั้ง?

ฉินซ่างเสียนพยักหน้าย้ำๆ

ถังหยู่ซวนเอ่ยขึ้น: “ผู้จัดการฉิน ออฟฟิศนี้ ของคุณใช่มั้ย? ด้านในมีแขก รบกวนคุณต้อนรับหน่อย”

ฉินซ่างเสียนชะงักอยู่ครู่: “แขก?”

เปิดประตูห้องออฟฟิศของตน ถังหยู่ซวนเห็นชายคนนั่งเลือดไหลท่วมตัว ที่ท้องของเขา ยังมีมีดปักอยู่ ยังไม่ได้ดึงออกมา

“วางใจเถอะ ผู้จัดการฉิน เขาไม่เป็นอะไร ผมช่วยเขาเรียกรถพยาบาลแล้ว น่าจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ว่า ก่อนที่หมอจะมา ผมอยากให้คุณเฝ้าเขาหน่อย” ถังหยู่ซวนพูดขึ้น

“น้องชาย นายอย่าทำร้ายกันแบบนี้สิ เขาเป็นคนของคุณชายมู่หรงนะ” ฉินซ่างเสียนพูดอย่างขี้ขลาด

ถังหยู่ซวนหัวเราะเหอะๆ แล้วส่ายหน้าไม่พูดอะไร

ถ้าหากฉินซ่างเสียนไม่ได้อ่อนแอแบบนี้ หากแข็งแกร่งได้อย่างมู่เสี่ยวไป๋ล่ะก็ งั้นมู่หรงฉางเฟิง เกรงว่าจะไม่กล้าส่งตัวฉินหยีหรันไปที่ชั้นใต้ดินสโมสรเจียงหนานหรอก?

จะให้พูด ตระกูลฉินกับตระกูลมู่ ในเมืองเอกก็มีฐานะเท่าเทียมกัน

ส่วนฉินซ่างเสียน ก็ทำหน้าที่แทนนายท่านฉินในตระกูลฉินกับฉินซื่อกรุ๊ปมาตั้งหลายปี แต่เมื่อเทียบกับมู่เสี่ยวไป๋ ยังห่างกันอีกเยอะ

มู่เสี่ยวไป๋นั่น ยังกล้าด่ามู่หรงฉางเฟิง ต่อหน้า

มาถึงหน้าประตูลิฟต์ ก็เห็นฉินเสี่ยวหู่ หลี่ฝางถาม: “นายรู้อะไรเกี่ยวกับ ชั้นใต้ดินชั้นหนึ่งของสโมสรเจียงหนานบ้าง?”

“ที่นั่น บอกได้ว่าเป็นสวรรค์เลย” เมื่อฉินเสี่ยวหู่ได้ยินเรื่องชั้นใต้ดินของสโมสรเจียงหนาน ตาก็เป็นประกาย

“นายเคยเข้าไปเที่ยว?” หลี่ฝางมองฉินเสี่ยวหู่อย่างจริงจัง

ฉินเสี่ยวหู่ส่ายหน้า แล้วพูด: “ฐานะแบบผม จะไม่มีสิทธิ์เข้าไปเที่ยวในสถานที่หรูแบบนั้นได้ยังไง”

“นายบอกว่านายไม่มีสิทธิ์เข้าไป? เป็นถึงคุณชายของตระกูลฉิน กลับไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไป?” หลี่ฝางตกใจเล็กน้อย

ระหว่างลงลิฟต์ ฉินเสี่ยวหู่ก็พูดอืม: “ที่นั่น เปิดรับเฉพาะมหาเศรษฐี เกรงว่าตระกูลฉิน คงจะมีแต่คุณปู่ผมที่เข้าไปได้ แต่ว่าคุณปู่ผม ไม่ชอบที่แบบนั้น ดังนั้นจึงไม่เคยไป แต่ว่านายท่านตระกูลมู่ กลับเป็นแขกขาประจำของที่นั่น ได้ยินว่าด้านในนั้น ทุกคนใช้ชีวิตอย่างศรีวิไล แล้วร่วมดื่มด่ำไปกับระยะสุดท้ายของชีวิตผู้สูงอายุ”

ฉินเสี่ยวหู่ยิ้มพลางเลียปาก แล้วพูด: “เมื่อก่อน ผมเคยส่งผู้หญิงเข้าไปในนั้นอยู่ จึงเคยเข้าไปครั้งนึง คนพวกนั้นนะ เต็มที่กันจริงๆ ไม่ว่าจะขี้จะเยี่ยว ก็ไม่ต้องขยับ มีคนทุ่มเทคอยปรนนิบัติพวกเขา”

“แล้วก็ ผมเคยได้ยินมาว่าผู้หญิงที่เข้าไป บางคน ก็ตายอยู่ด้านใน สาเหตุ ผมก็ไม่ค่อยรู้ชัด ผมส่งผู้หญิงเข้าไปทั้งหมดห้าคน ตายไปแล้วสอง แม้แต่ศพผมก็ยังไม่ได้เห็น ผู้หญิงที่เหลืออีกสามคน สติก็ไม่ดีแล้ว”

“แต่ว่า แบบนี้แล้ว ก็ยังมีคนเข้าไป บางรายถูกบังคับ บางรายยินยอม แต่หลังจากเข้าไปแล้ว ส่วนมากก็เลือกที่จะไม่อยู่ต่อ อยู่ในนั้นหนึ่งวัน ได้เงินเดือนเจ็ดหลัก แน่นอนว่า จะไล่ตามก็ไม่ได้ คนด้านในนั้น ไม่ใช่คนที่ผู้หญิงพวกนั้นจะเล่นด้วยได้เลย”

หลังจากหลี่ฝางฟังจบ ก็ส่ายหน้า

หลี่ฝางพูด: “งั้นนายรู้มั้ย พี่สาวนายฉินหยีหรัน ถูกส่งตัวไปที่นั่น?”

“อะไร? จะเป็นไปได้ไง?”

สีหน้าของฉินเสี่ยวหู่ เอ๋อไปเลย ทำสีหน้าเหลือเชื่อ: “ที่นั่น มันนรกนะ”

“พี่สาวผมเป็นคุณหนูตระกูลฉินนะ ทำไมถึงถูก……ส่งลงไปในที่แบบนั้น?”

“เมื่อกี้นายยังบอกว่าเป็นสวรรค์อยู่เลย” หลี่ฝางมองบนใส่ฉินเสี่ยวหู่

“ไม่ นั่นมันนรก”

ฉินเสี่ยวหู่เม้มปาก: “น่ากลัวเกินไปแล้ว เห็นทีคุณชายมู่หรง ไม่ได้มีความรู้สึก ให้พี่รองของผมเลยแม้แต่นิดเดียว”

“เห้อ พี่รองผมอนาถมากๆ เลย ตั้งแต่เด็กถูกทะนุถนอม ต้องรับสภาพแวดล้อมแบบนั้นไม่ได้แน่ๆ เกรงว่า เธอคงจะกัดลิ้นตัวเองตายอยู่ด้านในแน่ๆ ”

ฉินเสี่ยวหู่ถอนหายใจ แล้วพูด

ในตอนนี้ หลี่ฝางถึงได้รู้สึกถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ เห็นทีที่นั่น จะน่ากลัวมากจริงๆ

ที่จริงหลี่ฝางคิดจะเรียกโหจื่อช่วยออกหน้า แล้วช่วยจัดการ ตอนนี้เห็นที โหจื่อก็ยากจะรับมือ เรื่องนี้ คงได้แต่รบกวนลุงเฉียนแล้ว

หลี่ฝางคิด พลางควักโทรศัพท์ออกมา แล้วโทรหาลุงเฉียน

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

ยามค่ำคืนดึกๆ ในหอพักแห่งหนึ่งที่ตงไห่

“หลี่ฝาง รีบเอาน้ำล้างเท้ามาให้ฉันเร็วๆ ”

ได้ยินเสียงตะโกนเรียก หลี่ฝางไม่รีรอเลยสักนิด รีบไปยกน้ำล้างเท้าของเจ้าอ้วนมาให้

“รอเดี๋ยว ถุงเท้าก็ช่วยซักด้วยเลย ไม่ซักมาหลายวันแล้ว เหม็นตายห่า” หลี่ฝางยกกะละมังล้างเท้าขึ้นมา เจ้าอ้วนก็พูดขึ้นมาอีกทันที

หยิบถุงเท้าที่เหม็นเน่าของเจ้าอ้วนแล้ว หลี่ฝางก็เดินเข้าไปในห้องน้ำของหอพัก จากนั้นเริ่มยุ่งๆ

เขาไม่เพียงแค่ซักถุงเท้าของเจ้าอ้วน ยังต้องซักเสื้อนักเรียนของเพื่อนร่วมห้องคนอื่นอีกด้วย รองเท้า กางเกงใน……

“เกาเสิ้ง ช่วงนี้นายยิ่งอยู่ยิ่งเกินไปแล้วนะ นายเห็นหลี่ฝางเป็นอะไร เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของนาย ไม่ใช่คนใช้นะ”

หัวหน้าห้องโจวหยางทนดูต่อไปไม่ไหว จึงว่าเจ้าอ้วนสองสามคำ

“หัวหน้า ผมกำลังช่วยเขา เขาขาดเงินไม่ใช่เหรอ? ผมจ่ายเงินให้เขาอยู่” เจ้าอ้วนยิ้มๆ ไม่สนใจ

“ใช่ไหม หลี่ฝาง? ” เจ้าอ้วนตะโกนถามหลี่ฝางไปทางห้องน้ำ

“ใช่ ขอบใจนายที่ช่วยอุดหนุนธุรกิจของผม เกาเสิ้ง” หลี่ฝางหันหน้ามายิ้ม ตอบหนึ่งคำด้วยความทราบซึ้งน้ำใจ

เห็นเป็นเช่นนี้ โจวหยางได้แต่ส่ายหัวและถอนหายใจ

หลังจากที่พ่อแม่หายตัวไป หลี่ฝางได้แค่พึ่งการซักเสื้อผ้าให้คนอื่น ทำการบ้าน ช่วยวิ่งซื้อของเป็นต้น เพื่อหารายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายและจ่ายค่าเทอม

ไม่นาน โจวหยางเดินเข้าไปในห้องน้ำ: “หลี่ฝาง ถ้านายไม่มีเงินจริงๆ ผมยืมให้นายได้”

“ไม่ต้องหรอกครับ ขอบคุณนะ” หลี่ฝางไม่อยากใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนอื่น อีกอย่าง เงินที่ยืมมา สุดท้ายก็ต้องคืนอยู่ดีไม่ใช่หรือ?

โจวหยางมองความคิดของหลี่ฝางออก: “ไม่เป็นไร ไม่ต้องรียคืนครับ รอให้นายเรียนจบก่อนค่อยคืนก็ได้ครับ”

หลี่ฝางหัวเราะขมขื่น: “หัวหน้า อีกนานกว่าจะเรียนจบเลยนะ”

โจวหยางส่ายหัวอีกครั้ง แล้วกลับไปบนที่นอนของตนเอง

“ผมว่านะ หัวหน้าอย่ากังวลไปเลย ไม่ใช่ไม่รู้ว่าหลี่ฝางตอนนี้มีสถานการณ์อย่างไร นายช่วยไหวเหรอ? ” จางเสี่ยวเฟิงคนที่อายุโตกว่าทุกคนในห้องยิ้มและพูด

“ใช่ ถ้าไม่มีพวกเรา เรื่องกินของเขายังมีปัญหาเลย” เกาเสิ้งพูดด้วยความภูมิใจ

พอหลี่ฝางทำงานเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว กำลังเตรียมจะเข้านอน จางเสี่ยวเฟิงก็พูดขึ้นมา: “หลี่ฝาง อาการอยากสูบบุหรี่กำเริบอีกแล้ว นายไปซื้อให้ฉันซองหนึ่งสิ เหมือนเดิม”

สีหน้าของหลี่ฝางรู้สึกลำบากใจ: “ตอนนี้ก็ห้าทุ่มแล้วนะ ประตูมหาวิทยาลัยก็ปิดแล้ว”

“อย่าพูดมาก กูเพิ่มเงินให้นายสิบหยวน ไปไม่ไป? ” จางเสี่ยวเฟิงโยนเงินลงบนพื้น พูดด้วยความโมโห

“งั้นผมปีนกำแพงออกไปซื้อให้”

หลี่ฝางเก็บเงินบนพื้นขึ้นมา แล้วเดินออกจากหอ

“หลี่ฝางคนนี้นี่ ขอแค่ให้เงินเท่านั้น แม้แต่ขี้ก็ยอมกิน” เพิ่งเดินออกจากห้อง หลี่ฝางก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของเกาเสิ้ง

“ก็นั่นสิ? ถ้าผมเป็นเขา ไปตายเสียดีกว่า จะอยู่ให้อายคนอีกทำไม” จางเสี่ยวเฟิงก็พูดเห็นด้วย

หลี่ฝางได้ยินแล้วกำมือแน่นๆ ด้วยความโมโหอย่างมาก

แต่หลังจากนั้นสักพัก หลี่ฝางก็ค่อยๆ ปล่อยวาง คนอื่นเค้าก็พูดไม่ผิดอะไรนี่ ตนเองก็เป็นแค่คนจนๆ ที่ไม่มีศักดิ์ศรีอยู่แล้ว

ปีนกำแพงไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งที่เปิดตลอด24ชั่วโมง หลี่ฝางซื้อบุหรี่เสร็จและเตรียมตัวจะกลับหอ มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามาในซูเปอร์มาร์เก็ต

หญิงคนนี้เหลือบไปมองหน้าหลี่ฝางหนึ่งครั้ง สายตาเหมือนมีอะไรบางอย่าง ลำคอของเธอขยับ จากนั้นก็หันหน้าไปอีกข้าง แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นหลี่ฝางอย่างนั้น

ผู้หญิงคนนี้ชื่อเซี่ยลู่ เป็นเพื่อนบ้านของหลี่ฝาง ยังเป็นหนึ่งในดาวในโรงเรียนอีกด้วย

เมื่อก่อนสถานะทางบ้านของหลี่ฝางรวยมาก การเรียนก็ดี ตอนนั้นเซี่ยลู่วันๆ คอยตามหลังของเขาอยู่ทุกวัน ทั้งสองตระกูลเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ยังมีการสัญญาหมั้นให้ทั้งสองคนตั้งแต่เด็กอีกด้วย

ส่วนชายที่อยู่ข้างๆ เซี่ยลู่ คือเพื่อนนักเรียนในห้องของหลี่ฝาง ชื่อตู้เฟย เป็นลูกเศรษฐี หน้าประตูซูเปอร์มาร์เก็ตมีรถBMWจอดอยู่ นั่นก็คือรถของเขา

“เถ้าแก่ เอาถุงยางให้ผมหนึ่งกล่อง” ตู้เฟยตะโกนบอก

เซี่ยลู่หน้าแดงขึ้นมาทันที ต่อหน้าหลี่ฝางมีความรู้สึกอาย: “พี่เฟย ท้องของฉันไม่ค่อยสบายหน่อย เราเอาไว้วันหลังละกันนะ”

“วันหลังห่าอะไร เป็นเพราะนายคนนี้ใช่ไหม? ” ตู้เฟยหันหน้าไปชี้หลี่ฝางแล้วถาม

“อย่าคิดว่าผมไม่รู้เรื่องระหว่างเธอสองคนนะ แต่นั่นมันเป็นอดีตไปแล้ว” ตู้เฟยสีหน้าเข้มขรึม ซักถามเซี่ยลู่ตรงๆ : “ทำไม คุณยังไม่ลืมเขาเหรอ? ”

เซี่ยลู่ส่ายหัวและรีบปฏิเสธ: “หนุ่มจนๆ แบบนี้ ฉันจะลืมเขาไม่ลงได้ไง? ”

“ฉันไม่สบายท้องจริงๆ ”

“พูดแล้วก็น่าแปลกใจ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่ คงจะเป็นเพราะเจอใครบางคน ท้องถึงได้สะอิดสะเอียน” เพื่อที่จะเอาใจตู้เฟย เซี่ยลู่พูดอย่างโหดร้าย

“ฮาฮา ผมเห็นเขาแล้วก็รู้สึกอยากอ้วกเหมือนกัน”

ตู้เฟยหัวเราะดังๆ ยื่นมือไปตบหน้าหลี่ฝางหนึ่งที: “ยังไม่รีบไสหัวไปอีก ไม่ได้ยินเหรอ? ว่าแฟนฉันเห็นแกแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียน? ”

หลี่ฝางกัดฟันแน่นๆ จ้องหน้าตู้เฟยอย่างเย็นชา

สีหน้าของตู้เฟยตะลึงสักพัก จากนั้นก็ถีบที่ท้องของหลี่ฝางอีกครั้ง: “ยังกล้าจ้องฉันอีกเหรอ? แกไม่พอใจอะไร? ”

“พี่เฟย อย่าตีอีกเลย” เซี่ยลู่เข้าไปห้าม

“ทำไม? เห็นอกเห็นใจมัน? ”

“ไม่หรอก? ฉันแค่รู้สึกว่าเราไม่ควรไปถือสาและยุ่งเกี่ยวกับคนจนๆ แบบนี้หรอก” เซี่ยลู่รีบส่ายหัว

ตู้เฟยทำเสียงฮึ่ม แล้วยื่นมือไปรับกล่องถุงยางจากเถ้าแก่ร้าน และพูดว่า: “เซี่ยลู่ คืนนี้ฉันไม่สนว่าเธอจะประจำเดือนมาหรือว่าปวดท้อง แต่ว่าเธอปลุกไฟราคะของฉัน อย่าคิดหนีนะ? ”

“หลี่ฝาง แกจำไว้ หลังจากวันนี้อยู่ห่างๆ เซี่ยลู่ไว้ ไม่อย่างนั้นเห็นนายครั้งหนึ่ง เตะครั้งหนึ่ง” ก่อนจะไป ตู้เฟยเตือนหลี่ฝางด้วยถ้อยคำที่โหดเหี้ยม

เช็ดๆ รอยเท้าบนเสื้อ หลี่ฝางปีนกำแพงกลับไปถึงหอพัก

หลี่ฝางกลับมาดึกเกิน ยังถูกจางเสี่ยวเฟิงด่าอีกชุดใหญ่

หลี่ฝางทนไม่ไหว กัดฟันและแอบร้องไห้อยู่ใต้ผ้าห่มทั้งคืน

เช้าวันถัดมาตื่นมา หมอนของหลี่ฝางยังเปียกชื้นอยู่เลย ขณะนั้น เขาสังเกตเห็นในมือถือมีสายที่ไม่ได้รับสามสิบกว่าสาย

“ทำไมเป็นสายจากต่างประเทศทั้งหมดเลย? ”

หลี่ฝางเปิดดูสักพัก สงสัยว่าเป็นพวกนักต้มตุ๋นมืออาชีพโทรมา

“ยังมีข้อความ เลขที่บัญชีลงท้ายด้วย 911มีเงินโอนเข้าจำนวน 1,000,000.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 1,000,325.00 หยวน” หลี่ฝางอ่านหนึ่งรอบ คิดว่าต้องเจอพวกนักต้มตุ๋นแน่ๆ

ในตอนนี้ หลี่ฝางรีบถอนเงินในวีแชทที่ได้ออกมา

มือถือดังขึ้นตึ้ดหนึ่งเสียง หลี่ฝางรู้สึกมึนงง

“ธนาคารABC วันที่ 12 เดือน 11 ปี x เวลา 07:14 น. เลขที่บัญชีลงท้ายด้วย 911มีเงินโอนเข้าจำนวน 300.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 1,000,625.00 หยวน”

ข้อความที่มีเงินโอนเข้าหนึ่งล้าน กับข้อความที่มีเงินโอนเข้าสามร้อย เลขเหมือนกัน?

ถ้าเป็นนักต้มตุ๋น เขาจะรู้ยอดเงินคงเหลือของหลี่ฝางได้ไง

นั่นก็คือ เงินหนึ่งล้านที่โอนเข้ามานี้เป็นเรื่องจริง

นึกถึงตรงนี้แล้ว หลี่ฝางรีบลุกขึ้นมาเหมือนคนบ้าและวิ่งออกจากโรงเรียน

ไปถึงตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่ง หลี่ฝางใส่บัตรเอทีเอ็มของตนเองเข้าไป นิ้วมือกดรหัสเอทีเอ็ม

“ผมกำลังฝันไปแน่ๆ ” เห็นมียอดเงินในบัญชีหนึ่งล้านกว่า หลี่ฝางส่ายหัว เขาไม่กล้าเชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

เบอร์โทรแปลกๆ นั่นโทรมาอีกครั้ง ครั้งนี้หลี่ฝางไม่ลังเลเลยสักนิด รีบรับสายโทรศัพท์นั้น

“เสี่ยวฝาง……” ในสายโทรศัพท์ทางโน้นเป็นเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นมา

“พ่อ? ใช่พ่อ…..ใช่พ่อไหม? ” สองมือของหลี่ฝางสั่นแรงขึ้น

“ใช่ พ่อเอง ฉันกับแม่แกไม่อยู่ หลายปีมานี้แกสบายดีไหม? ต้องลำบากมากแน่ๆ ใช่ไหม? เมื่อกี้พ่อโอนเงินหนึ่งล้านเข้าบัญชีให้แล้ว ใช้ไปก่อนนะ ถ้าไม่พอพ่อจะโอนให้อีก ใช่สิ ไม่ได้เจอกันมาหลายปี แกคงคิดถึงพวกเรามากใช่ไหม? ” พ่อของหลี่ฝางถามไถ่ติดกันหลายประโยค

หลี่ฝางแน่ใจว่าเขาคือพ่อตนเองแล้ว น้ำตาก็ไหลและนั่งร้องไห้ลงกับพื้นทันที เขาพิงตู้เอทีเอ็มไว้ มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ มืออีกข้างก็เช็ดน้ำตาไปด้วย

“ผม……คิดถึง…..พวกท่านจะตายอยู่แล้ว”

“ดี ดีแล้วลูก หลายปีมานี้ลำบากแกมากพอแล้ว แต่ว่าอย่าเกลียดพ่อนะ ถ้าจะเกลียด ก็ไปเกลียดปู่ของแกโน่น เขาเป็นคนวางแผน……”

หลี่ฝางพูดแทรกขึ้นมา: “เดี๋ยว ปู่ของผมตายไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ”

“ตายที่ไหน ตาเฒ่านั่น พ่อก็อยากให้ตายตั้งนานแล้ว พ่อแค่หลอกแกมาสามปี ตาเฒ่านั่นหลอกพ่อมานานสิบกว่าปี……สามปีก่อนตาเฒ่ามารับพ่อกลับบ้าน แล้วมาบอกพ่อว่าเขายังไม่ตาย ยังบอกกับพ่อว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด แกว่าตาเฒ่าบ้านี่ยังมีคุณธรรมอยู่รึเปล่า หลอกว่าตัวเองตายแบบนี้ยังทำออกมาได้”

“มหาเศรษฐีที่รวยที่สุด? ”

“ไอ้ลูกอกตัญญู ว่าใครตาเฒ่า เดี๋ยวตีให้ตายเลย” ในโทรศัพท์ทางนั้นมีเสียงสั่นตะโกนมา แต่เสียงในนั้น หลี่ฝางได้ยินพ่อตนเองพูดคุยอยู่: หลี่เจียเฉิน ถ้าท่านยังกล้าตีผมอีก ผมจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับท่าน

หลี่เจียเฉิน? เขาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในภูมิภาคเอเชียไม่ใช่เหรอ?

เดี๋ยว! ปู่ของผมเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท