NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง – บทที่ 1099 พวกเราแค่ผ่านมา

บทที่ 1099 พวกเราแค่ผ่านมา

“ครับ…”

โยโกยาม่าถอนหายใจอยู่ในใจ เขาทำได้เพียงก้มหน้าตอบรับ จากนั้นก็หันหลังเดินออกไปด้านนอก

สถานการณ์ในวันนี้สำหรับโยโกยาม่านั้นมันไม่มีทางเลือกอื่นให้เดินอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นหลี่ฝางหรือDynasty ล้วนไม่ใช่คนที่เขาจะสามารถต่อต้านได้

ตอนนี้ถ้าเขาเชื่อฟังเฟอร์กัสแต่โดยดี ไม่แน่ว่าเขาอาจจะยังรอดไปได้ ไม่อย่างนั้น เขาก็เหลือแค่เพียงเส้นทางแห่งความตายเท่านั้น

“หวังว่าเฟอร์กัสจะทำได้อย่างที่พูดจริงๆ!”

โยโกยาม่าถอนหายใจ ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกสำนึกเสียใจ

ใครจะไปคิดว่าหลี่ฝางแข็งแกร่งได้ขนาดนี้? ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ ในตอนแรกเขาคงจะไม่เข้าร่วมเรื่องร้ายแรงจนถึงชีวิตพวกนี้เพียงเพื่อชื่อเสียงและความมั่งคั่งเล็กน้อยๆแน่

ขณะที่โยโกยาม่ากำลังขมวดคิ้วสีหน้าอมทุกข์ จู่ๆตรงหน้าเขาก็ปรากฏเงาร่างราวกับวิญญาณขึ้นมา

ใต้แสงจันทร์ ฝันร้ายนั้นได้ปรากฏต่อหน้าเขาแล้วจริงๆในตอนนี้

ในพริบตา ทั่วร่างของโยโกยาม่าก็เกร็งขึ้น แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงมือทำอะไร มือของหลี่ฝางก็ตกลงบนคอของเขาแล้ว

กำลังภายในที่ถูกควบแน่นเอาไว้ราวกับแก่นแท้ที่ทั้งเฉียบแหลมและเยียบเย็น ทำให้โยโกยาม่าไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อยว่าศีรษะของตนนั้นสามารถตัดออกได้อย่างง่ายดาย

“ในนั้นมีกี่คน?”

อันที่จริงหลี่ฝางมาถึงนานแล้ว เพียงแต่เขาค้นพบว่าที่นี่มีกับดักที่ตั้งไว้สำหรับเขา ดังนั้นเขาจึงไม่เคลื่อนไหวและรอโอกาสอย่างเงียบๆในความมืด

“พูดมา แล้วฉันจะไว้ชีวิตนาย” เมื่อมองไปที่โยโกยาม่าซึ่งดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จู่ๆหลี่ฝางก็หัวเราะเบาๆและกระซิบ

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของโยโกยาม่าก็สว่างวาบทันที จากนั้นก็ขายเพื่อนร่วมทีมของตนออกมาอย่างไม่ลังเล

“สิบสอง…” เขาให้รูปปากบอกออกมา

“สิบสองอัศวินของDynasty?”

หลี่ฝางเข้าใจความหมายของตัวเลขนี้ จากนั้นจึงถามว่า “กษัตริย์ของDynastyอยู่ที่ไหน?”

ว่ากันว่ากษัตริย์ของDynastyนั้นมีพลังแข็งแกร่งเหนือใครเทียบ แม้กระทั่งพวกหยิ่งผยองอย่างกู่ยี่เทียนก็ยังต้องรู้สึกทึ่ง

หากกษัตริย์ของDynastyมา อย่างนั้นหลี่ฝางก็พร้อมที่จะระงับความแค้นนี้เอาไว้และหนีไปก่อนค่อยว่ากัน

โยโกยาม่ารีบตอบ “ไม่รู้”

“โอ๊ะโย๋ ยังกล้าไม่น้อย” หลี่ฝางกลับเข้าใจผิดไป เขาคิดว่าโยโกยาม่าไม่ยอมพูดออกมา ดังนั้นเขาจึงขยับนิ้วเบาๆ แล้วกรีดไปที่คอของโยโกยาม่าเป็นบาดแผลเส้นหนึ่งขึ้น

โยโกยาม่าตกใจจนแทบขวัญหนี เขารีบเอ่ยเพิ่มเติม “ผม ผมไม่รู้จริงๆ… ”

“ถ้าเรื่องแค่นี้นายยังไม่รู้ อย่างนั้นนายจะมีชีวิตอยู่ไปทำไมกัน?” หลี่ฝางยังคงสงสัยอยู่อย่างมาก

ในขณะที่โยโกยาม่ากำลังจะร้องไห้นั้นเอง จู่ๆ ก็มีคำพูดในภาษาอังกฤษดังขึ้น

“จักรพรรดิของเรามาถึงญี่ปุ่นแล้ว ตอนนี้กำลังรอให้พวกเราเอาหัวของนายไปมอบให้!”

ในเวลาต่อมา คนทั้งสิ้น 12 คนก็ล้อมรอบหลี่ฝางเอาไว้อย่างเงียบ ๆ

“คุณหลี่ พบกันครั้งแรก ได้โปรดชี้แนะด้วย” เฟอร์กัสเดินขึ้นมา

โยโกยาม่าดีใจอย่างมาก เขารีบตะโกนขึ้น “คุณเฟอร์กัส รีบช่วยผมเร็ว!”

“ว่าง่ายหน่อย!” หลี่ฝางขยับนิ้วที่อยู่บนคอของเขาเบาๆ “ถ้าพวกนายทำตัวบุ่มบ่ามขึ้นมา อย่างนั้นฉันก็ได้แต่ต้องฆ่าเขาแล้ว!”

“ได้เลย” เฟอร์กัสพูดด้วยรอยยิ้มที่สง่างาม “พวกเรากำลังรอคุณอยู่”

สำหรับเขาแล้ว ปลาใหญ่ติดเบ็ดแล้ว เหยื่อก็ไร้ประโยชน์อีกต่อไป

คำพูดของเขา ทำให้หัวใจของโยโกยาม่าดิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว

เขาตะคอกอย่างโกรธเคือง “เฟอร์กัส นายกล้าเห็นความตายไม่เข้าช่วย ไม่กลัวทำให้ท่านโทชิโอะโกรธเคืองหรือไง!”

ปรมาจารย์การต่อสู้คนหนึ่ง กลับต้องมามีจุดจบเช่นนี้ ในใจของเขาย่อมไม่เต็มใจอย่างมาก

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะแก้แค้นให้นายเอง” เฟอร์กัสยังคงยิ้มจางๆ “นายลองดูสิ หลี่ฝางฆ่านาย ฉันฆ่าหลี่ฝาง แบบนี้ช่างเป็นเรื่องที่ง่ายดายและวิเศษงดงามอย่างยิ่ง”

ใบหน้าที่ยิ้มแย้มซึ่งตอนนี้ตกเข้าสู่ดวงตาของโยโกยาม่านั้นช่างน่าขยะแขยงอย่างยิ่งจริงๆ

“ช่างน่าเสียดาย” หลี่ฝางค่อย ๆ ตัดคอของโยโกยาม่าออก และจบชีวิตของเขาลงโดยไม่เจ็บปวด

นื่ถือเป็นความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับคำถามอย่างตรงไปตรงมาของเขาเมื่อครู่นี้แล้ว

ให้หลี่ฝางไว้ชีวิตเขา สิ่งนี้ไม่มีทางเป็นไปได้เลย

“จุ๊จุ๊ เรียบง่ายงดงามอย่างที่คิดจริงๆ” เฟอร์กัสยิ้มด้วยความประหลาดใจ จากนั้นจึงพูดว่า “ตอนนี้คุณได้แก้แค้นแล้ว อย่างนั้นก็จากไปอย่างสบายใจเถอะ”

หลี่ฝางเอ่ยอย่างรู้สึกตลกอยู่บ้าง “อาศัยขยะอย่างพวกแกเนี่ยนะ?”

เฟอร์กัสที่เพิ่งเข้าสู่ระดับกำลังภายใน ความแข็งแกร่งของเขาแตกต่างจากโทชิโอะ คามิยะราวฟ้ากับดิน อีกทั้งคนที่เขาพามา ก็มีคุณภาพที่ยิ่งด้อยกว่า สี่คนในนั้นถึงขั้นไม่ได้เป็นปรมาจารย์เสียด้วยซ้ำ

“แดนสุดกำลังภายนอกสี่คนที่นายพามานั้นก็เพราะมีความแค้นกับพวกเขางั้นหรือ ถึงได้จงใจพาพวกเขามาตาย?”

ความแข็งแกร่งที่ต่ำกว่าปรมาจารย์นั้นเทียบไม่ได้แม้กระทั่งปืนใหญ่ด้วยซ้ำ สามารถทนต่อออร่าได้ และไม่แม้แต่จะสามารถสร้างความยุ่งยากแม้แต่น้อยให้กับหลี่ฝาง

หลี่ฝางก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง สิบสองอัศวินที่มีชื่อเสียงของDynasty เป็นแค่กลุ่มปลามั่วๆซั่วๆแค่นี้เองหรือ?

“นายกำลังกลัวหรือไง หลี่ฝาง? ดังนั้นถึงได้ใช้วิธีแบบนี้มาสร้างความไม่ลงรอยขึ้น?” เฟอร์กัสยิ้มอย่างเหยียดหยาม

“การต่อสู้ครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขาทั้งสี่ลงมือ พวกเขาก็แค่มาสังเกตการณ์ แล้วก็ถือโอกาสเรียนรู้เปิดหูเปิดตา”

คำพูดของเฟอร์กัส ทำให้ทั้งสี่คนถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ขณะที่ชายทั้งสี่คนกำลังจะแยกย้ายกันไปตามคำขอของเฟอร์กัส ทันใดนั้นจู่ๆก็มีเสียงอีกสองเสียงดังขึ้น

“พวกขี้แพ้ทั้งสี่ ยังไงก็เป็นพวกขี้แพ้อยู่วันยังค่ำ ยังคิดจะขวางพวกเราไว้หรือไง?”

เมื่อสิ้นเสียงลง ชายหนุ่มสองคนที่มีใบหน้าแบบตะวันออกก็เดินออกมาอย่างสบายๆ และมาอยู่ที่ด้านหลังของหลี่ฝาง

“ฉันชื่อถังเทียนเต๋อ”

“ฉันชื่อหูเข่อ พวกเราสองคนแค่ผ่านทางมา”

“ใช่ ผ่านมาเจอความอยุติธรรมต้องชักดาบเข้าช่วยเหลือ พวกเรารังเกียจพวกสารเลวชอบรังแกคนอ่อนแออย่างที่สุด!”

ชายสองคนด้านหนึ่งเอ่ยแนะนำตนเองส่วนอีกด้านก็พูดเรื่องไร้สาระขึ้นมา

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

ยามค่ำคืนดึกๆ ในหอพักแห่งหนึ่งที่ตงไห่

“หลี่ฝาง รีบเอาน้ำล้างเท้ามาให้ฉันเร็วๆ ”

ได้ยินเสียงตะโกนเรียก หลี่ฝางไม่รีรอเลยสักนิด รีบไปยกน้ำล้างเท้าของเจ้าอ้วนมาให้

“รอเดี๋ยว ถุงเท้าก็ช่วยซักด้วยเลย ไม่ซักมาหลายวันแล้ว เหม็นตายห่า” หลี่ฝางยกกะละมังล้างเท้าขึ้นมา เจ้าอ้วนก็พูดขึ้นมาอีกทันที

หยิบถุงเท้าที่เหม็นเน่าของเจ้าอ้วนแล้ว หลี่ฝางก็เดินเข้าไปในห้องน้ำของหอพัก จากนั้นเริ่มยุ่งๆ

เขาไม่เพียงแค่ซักถุงเท้าของเจ้าอ้วน ยังต้องซักเสื้อนักเรียนของเพื่อนร่วมห้องคนอื่นอีกด้วย รองเท้า กางเกงใน……

“เกาเสิ้ง ช่วงนี้นายยิ่งอยู่ยิ่งเกินไปแล้วนะ นายเห็นหลี่ฝางเป็นอะไร เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของนาย ไม่ใช่คนใช้นะ”

หัวหน้าห้องโจวหยางทนดูต่อไปไม่ไหว จึงว่าเจ้าอ้วนสองสามคำ

“หัวหน้า ผมกำลังช่วยเขา เขาขาดเงินไม่ใช่เหรอ? ผมจ่ายเงินให้เขาอยู่” เจ้าอ้วนยิ้มๆ ไม่สนใจ

“ใช่ไหม หลี่ฝาง? ” เจ้าอ้วนตะโกนถามหลี่ฝางไปทางห้องน้ำ

“ใช่ ขอบใจนายที่ช่วยอุดหนุนธุรกิจของผม เกาเสิ้ง” หลี่ฝางหันหน้ามายิ้ม ตอบหนึ่งคำด้วยความทราบซึ้งน้ำใจ

เห็นเป็นเช่นนี้ โจวหยางได้แต่ส่ายหัวและถอนหายใจ

หลังจากที่พ่อแม่หายตัวไป หลี่ฝางได้แค่พึ่งการซักเสื้อผ้าให้คนอื่น ทำการบ้าน ช่วยวิ่งซื้อของเป็นต้น เพื่อหารายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายและจ่ายค่าเทอม

ไม่นาน โจวหยางเดินเข้าไปในห้องน้ำ: “หลี่ฝาง ถ้านายไม่มีเงินจริงๆ ผมยืมให้นายได้”

“ไม่ต้องหรอกครับ ขอบคุณนะ” หลี่ฝางไม่อยากใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนอื่น อีกอย่าง เงินที่ยืมมา สุดท้ายก็ต้องคืนอยู่ดีไม่ใช่หรือ?

โจวหยางมองความคิดของหลี่ฝางออก: “ไม่เป็นไร ไม่ต้องรียคืนครับ รอให้นายเรียนจบก่อนค่อยคืนก็ได้ครับ”

หลี่ฝางหัวเราะขมขื่น: “หัวหน้า อีกนานกว่าจะเรียนจบเลยนะ”

โจวหยางส่ายหัวอีกครั้ง แล้วกลับไปบนที่นอนของตนเอง

“ผมว่านะ หัวหน้าอย่ากังวลไปเลย ไม่ใช่ไม่รู้ว่าหลี่ฝางตอนนี้มีสถานการณ์อย่างไร นายช่วยไหวเหรอ? ” จางเสี่ยวเฟิงคนที่อายุโตกว่าทุกคนในห้องยิ้มและพูด

“ใช่ ถ้าไม่มีพวกเรา เรื่องกินของเขายังมีปัญหาเลย” เกาเสิ้งพูดด้วยความภูมิใจ

พอหลี่ฝางทำงานเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว กำลังเตรียมจะเข้านอน จางเสี่ยวเฟิงก็พูดขึ้นมา: “หลี่ฝาง อาการอยากสูบบุหรี่กำเริบอีกแล้ว นายไปซื้อให้ฉันซองหนึ่งสิ เหมือนเดิม”

สีหน้าของหลี่ฝางรู้สึกลำบากใจ: “ตอนนี้ก็ห้าทุ่มแล้วนะ ประตูมหาวิทยาลัยก็ปิดแล้ว”

“อย่าพูดมาก กูเพิ่มเงินให้นายสิบหยวน ไปไม่ไป? ” จางเสี่ยวเฟิงโยนเงินลงบนพื้น พูดด้วยความโมโห

“งั้นผมปีนกำแพงออกไปซื้อให้”

หลี่ฝางเก็บเงินบนพื้นขึ้นมา แล้วเดินออกจากหอ

“หลี่ฝางคนนี้นี่ ขอแค่ให้เงินเท่านั้น แม้แต่ขี้ก็ยอมกิน” เพิ่งเดินออกจากห้อง หลี่ฝางก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของเกาเสิ้ง

“ก็นั่นสิ? ถ้าผมเป็นเขา ไปตายเสียดีกว่า จะอยู่ให้อายคนอีกทำไม” จางเสี่ยวเฟิงก็พูดเห็นด้วย

หลี่ฝางได้ยินแล้วกำมือแน่นๆ ด้วยความโมโหอย่างมาก

แต่หลังจากนั้นสักพัก หลี่ฝางก็ค่อยๆ ปล่อยวาง คนอื่นเค้าก็พูดไม่ผิดอะไรนี่ ตนเองก็เป็นแค่คนจนๆ ที่ไม่มีศักดิ์ศรีอยู่แล้ว

ปีนกำแพงไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งที่เปิดตลอด24ชั่วโมง หลี่ฝางซื้อบุหรี่เสร็จและเตรียมตัวจะกลับหอ มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามาในซูเปอร์มาร์เก็ต

หญิงคนนี้เหลือบไปมองหน้าหลี่ฝางหนึ่งครั้ง สายตาเหมือนมีอะไรบางอย่าง ลำคอของเธอขยับ จากนั้นก็หันหน้าไปอีกข้าง แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นหลี่ฝางอย่างนั้น

ผู้หญิงคนนี้ชื่อเซี่ยลู่ เป็นเพื่อนบ้านของหลี่ฝาง ยังเป็นหนึ่งในดาวในโรงเรียนอีกด้วย

เมื่อก่อนสถานะทางบ้านของหลี่ฝางรวยมาก การเรียนก็ดี ตอนนั้นเซี่ยลู่วันๆ คอยตามหลังของเขาอยู่ทุกวัน ทั้งสองตระกูลเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ยังมีการสัญญาหมั้นให้ทั้งสองคนตั้งแต่เด็กอีกด้วย

ส่วนชายที่อยู่ข้างๆ เซี่ยลู่ คือเพื่อนนักเรียนในห้องของหลี่ฝาง ชื่อตู้เฟย เป็นลูกเศรษฐี หน้าประตูซูเปอร์มาร์เก็ตมีรถBMWจอดอยู่ นั่นก็คือรถของเขา

“เถ้าแก่ เอาถุงยางให้ผมหนึ่งกล่อง” ตู้เฟยตะโกนบอก

เซี่ยลู่หน้าแดงขึ้นมาทันที ต่อหน้าหลี่ฝางมีความรู้สึกอาย: “พี่เฟย ท้องของฉันไม่ค่อยสบายหน่อย เราเอาไว้วันหลังละกันนะ”

“วันหลังห่าอะไร เป็นเพราะนายคนนี้ใช่ไหม? ” ตู้เฟยหันหน้าไปชี้หลี่ฝางแล้วถาม

“อย่าคิดว่าผมไม่รู้เรื่องระหว่างเธอสองคนนะ แต่นั่นมันเป็นอดีตไปแล้ว” ตู้เฟยสีหน้าเข้มขรึม ซักถามเซี่ยลู่ตรงๆ : “ทำไม คุณยังไม่ลืมเขาเหรอ? ”

เซี่ยลู่ส่ายหัวและรีบปฏิเสธ: “หนุ่มจนๆ แบบนี้ ฉันจะลืมเขาไม่ลงได้ไง? ”

“ฉันไม่สบายท้องจริงๆ ”

“พูดแล้วก็น่าแปลกใจ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่ คงจะเป็นเพราะเจอใครบางคน ท้องถึงได้สะอิดสะเอียน” เพื่อที่จะเอาใจตู้เฟย เซี่ยลู่พูดอย่างโหดร้าย

“ฮาฮา ผมเห็นเขาแล้วก็รู้สึกอยากอ้วกเหมือนกัน”

ตู้เฟยหัวเราะดังๆ ยื่นมือไปตบหน้าหลี่ฝางหนึ่งที: “ยังไม่รีบไสหัวไปอีก ไม่ได้ยินเหรอ? ว่าแฟนฉันเห็นแกแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียน? ”

หลี่ฝางกัดฟันแน่นๆ จ้องหน้าตู้เฟยอย่างเย็นชา

สีหน้าของตู้เฟยตะลึงสักพัก จากนั้นก็ถีบที่ท้องของหลี่ฝางอีกครั้ง: “ยังกล้าจ้องฉันอีกเหรอ? แกไม่พอใจอะไร? ”

“พี่เฟย อย่าตีอีกเลย” เซี่ยลู่เข้าไปห้าม

“ทำไม? เห็นอกเห็นใจมัน? ”

“ไม่หรอก? ฉันแค่รู้สึกว่าเราไม่ควรไปถือสาและยุ่งเกี่ยวกับคนจนๆ แบบนี้หรอก” เซี่ยลู่รีบส่ายหัว

ตู้เฟยทำเสียงฮึ่ม แล้วยื่นมือไปรับกล่องถุงยางจากเถ้าแก่ร้าน และพูดว่า: “เซี่ยลู่ คืนนี้ฉันไม่สนว่าเธอจะประจำเดือนมาหรือว่าปวดท้อง แต่ว่าเธอปลุกไฟราคะของฉัน อย่าคิดหนีนะ? ”

“หลี่ฝาง แกจำไว้ หลังจากวันนี้อยู่ห่างๆ เซี่ยลู่ไว้ ไม่อย่างนั้นเห็นนายครั้งหนึ่ง เตะครั้งหนึ่ง” ก่อนจะไป ตู้เฟยเตือนหลี่ฝางด้วยถ้อยคำที่โหดเหี้ยม

เช็ดๆ รอยเท้าบนเสื้อ หลี่ฝางปีนกำแพงกลับไปถึงหอพัก

หลี่ฝางกลับมาดึกเกิน ยังถูกจางเสี่ยวเฟิงด่าอีกชุดใหญ่

หลี่ฝางทนไม่ไหว กัดฟันและแอบร้องไห้อยู่ใต้ผ้าห่มทั้งคืน

เช้าวันถัดมาตื่นมา หมอนของหลี่ฝางยังเปียกชื้นอยู่เลย ขณะนั้น เขาสังเกตเห็นในมือถือมีสายที่ไม่ได้รับสามสิบกว่าสาย

“ทำไมเป็นสายจากต่างประเทศทั้งหมดเลย? ”

หลี่ฝางเปิดดูสักพัก สงสัยว่าเป็นพวกนักต้มตุ๋นมืออาชีพโทรมา

“ยังมีข้อความ เลขที่บัญชีลงท้ายด้วย 911มีเงินโอนเข้าจำนวน 1,000,000.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 1,000,325.00 หยวน” หลี่ฝางอ่านหนึ่งรอบ คิดว่าต้องเจอพวกนักต้มตุ๋นแน่ๆ

ในตอนนี้ หลี่ฝางรีบถอนเงินในวีแชทที่ได้ออกมา

มือถือดังขึ้นตึ้ดหนึ่งเสียง หลี่ฝางรู้สึกมึนงง

“ธนาคารABC วันที่ 12 เดือน 11 ปี x เวลา 07:14 น. เลขที่บัญชีลงท้ายด้วย 911มีเงินโอนเข้าจำนวน 300.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 1,000,625.00 หยวน”

ข้อความที่มีเงินโอนเข้าหนึ่งล้าน กับข้อความที่มีเงินโอนเข้าสามร้อย เลขเหมือนกัน?

ถ้าเป็นนักต้มตุ๋น เขาจะรู้ยอดเงินคงเหลือของหลี่ฝางได้ไง

นั่นก็คือ เงินหนึ่งล้านที่โอนเข้ามานี้เป็นเรื่องจริง

นึกถึงตรงนี้แล้ว หลี่ฝางรีบลุกขึ้นมาเหมือนคนบ้าและวิ่งออกจากโรงเรียน

ไปถึงตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่ง หลี่ฝางใส่บัตรเอทีเอ็มของตนเองเข้าไป นิ้วมือกดรหัสเอทีเอ็ม

“ผมกำลังฝันไปแน่ๆ ” เห็นมียอดเงินในบัญชีหนึ่งล้านกว่า หลี่ฝางส่ายหัว เขาไม่กล้าเชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

เบอร์โทรแปลกๆ นั่นโทรมาอีกครั้ง ครั้งนี้หลี่ฝางไม่ลังเลเลยสักนิด รีบรับสายโทรศัพท์นั้น

“เสี่ยวฝาง……” ในสายโทรศัพท์ทางโน้นเป็นเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นมา

“พ่อ? ใช่พ่อ…..ใช่พ่อไหม? ” สองมือของหลี่ฝางสั่นแรงขึ้น

“ใช่ พ่อเอง ฉันกับแม่แกไม่อยู่ หลายปีมานี้แกสบายดีไหม? ต้องลำบากมากแน่ๆ ใช่ไหม? เมื่อกี้พ่อโอนเงินหนึ่งล้านเข้าบัญชีให้แล้ว ใช้ไปก่อนนะ ถ้าไม่พอพ่อจะโอนให้อีก ใช่สิ ไม่ได้เจอกันมาหลายปี แกคงคิดถึงพวกเรามากใช่ไหม? ” พ่อของหลี่ฝางถามไถ่ติดกันหลายประโยค

หลี่ฝางแน่ใจว่าเขาคือพ่อตนเองแล้ว น้ำตาก็ไหลและนั่งร้องไห้ลงกับพื้นทันที เขาพิงตู้เอทีเอ็มไว้ มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ มืออีกข้างก็เช็ดน้ำตาไปด้วย

“ผม……คิดถึง…..พวกท่านจะตายอยู่แล้ว”

“ดี ดีแล้วลูก หลายปีมานี้ลำบากแกมากพอแล้ว แต่ว่าอย่าเกลียดพ่อนะ ถ้าจะเกลียด ก็ไปเกลียดปู่ของแกโน่น เขาเป็นคนวางแผน……”

หลี่ฝางพูดแทรกขึ้นมา: “เดี๋ยว ปู่ของผมตายไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ”

“ตายที่ไหน ตาเฒ่านั่น พ่อก็อยากให้ตายตั้งนานแล้ว พ่อแค่หลอกแกมาสามปี ตาเฒ่านั่นหลอกพ่อมานานสิบกว่าปี……สามปีก่อนตาเฒ่ามารับพ่อกลับบ้าน แล้วมาบอกพ่อว่าเขายังไม่ตาย ยังบอกกับพ่อว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด แกว่าตาเฒ่าบ้านี่ยังมีคุณธรรมอยู่รึเปล่า หลอกว่าตัวเองตายแบบนี้ยังทำออกมาได้”

“มหาเศรษฐีที่รวยที่สุด? ”

“ไอ้ลูกอกตัญญู ว่าใครตาเฒ่า เดี๋ยวตีให้ตายเลย” ในโทรศัพท์ทางนั้นมีเสียงสั่นตะโกนมา แต่เสียงในนั้น หลี่ฝางได้ยินพ่อตนเองพูดคุยอยู่: หลี่เจียเฉิน ถ้าท่านยังกล้าตีผมอีก ผมจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับท่าน

หลี่เจียเฉิน? เขาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในภูมิภาคเอเชียไม่ใช่เหรอ?

เดี๋ยว! ปู่ของผมเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท