สายเปย์เบอร์หนึ่ง – ตอนที่ 43

ตอนที่ 43

บทที่ 43 แก ตบเสร็จหรือยัง

คุณชายหลีเป็นจุดสนใจและเป็นศูนย์กลางของงานเลี้ยงในคืนนี้

หลีชิงเยียนเห็นคุณชายหลีจากระยะไกล ทันใดนั้นหัวใจก้รู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคุณชายหลี เธอสูญเสียความมั่นใจจนควบคุมตัวเองไม่ได้

“ไม่ต้องกังวล ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย” เฉินเป่ยพูดอยู่อีกด้าน เขามองออกถึงความตื่นตระหนกของหลีชิงเยียน

หลีชิงเยียนเงยหน้าขึ้น เธอมองเฉินเป่ยด้วยสายตาเย็นชา ผู้ชายคนนี้ไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคุณชายหลีและแน่นอนว่าเขาไม่รู้ว่างานเลี้ยงที่จัดขึ้นในค่ำคืนนี้อันตรายต่อเธอมากเพียงใด

อย่างไรก็ตามในขณะนี้เธอก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ หลีชิงเยียนรู้สึกเสียใจเล็กน้อย ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงต้องพาเขามาด้วย

งานเลี้ยงในคืนนี้จะต้องมีแขกและสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งแน่นอน งานเลี้ยงครั้งนี้ล้วนมีแต่บุคคลมีหน้ามีตาในเมืองเมืองหู้ไห่มากกว่าครึ่งที่มาเข้าร่วม

ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นล่ะ…ดวงตาสวยของหลีชิงเยียนจ้องมองเฉินเป่ยอย่างเย็นชา น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยคำเตือน “ถ้าวันนี้มีอะไรเกิดขึ้นล่ะก็…นายจัดการเอาเองแล้วกัน”

เฉินเป่ยผงะไปชั่วขณะและกระดากอายเล็กน้อย บ้าเอ๊ย…หลีชิงเยียนรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็เลยฉีดวัคซีนให้เขาล่วงหน้างั้นสิ?

“ประธานหลี ไม่เจอกันนานเลยนะครับ” ทันใดนั้นก็มีร่างๆหนึ่งเดินเข้ามา เฉินเป่ยและหลีชิงเยียนเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยมาพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่น

หลีชิงเยียนขมวดคิ้ว เธอนึกไม่ออกว่าคนคนนี้เป็นใคร

“คุณคือ…” หลีชิงเยียนถามอย่างไม่แน่ใจ

“ผมเป็นประธานบริษัทการลงทุนหวูจี๋น่ะครับ ประธานหลี ผมเคยคุยกับคุณไม่กี่ครั้งที่งานเลี้ยงการกุศลเมื่อหกเดือนก่อน ไม่คิดเลยว่าเราจะได้เจอกันอีก” ชายวัยกลางคนมีแววตาที่ร้อนแรง ชุดกระโปรงที่หลีชิงเยียนสวมในวันนี้ทำให้เห็นส่วนโค้งส่วนเว้า และรูปร่างที่สมบูรณ์แบบอันร้อนแรงจนทำให้คนตะลึง

หลีชิงเยียนพยักหน้าก็นึกขึ้นได้ “ประธานจ้าว ไม่เจอกันนานเลยนะคะ”

ทั้งสองพูดทักทายกันไม่กี่ประโยค ประธานจ้าวก็กวาดสายตามองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล เขาชี้ไปที่เฉินเป่ยและถามด้วยความสงสัย “ประธานหลี ท่านนี้คือ…”

หลีชิงเยียนมองตามทางที่เขาชี้ เธอพบว่าเฉินเป่ยกำลังยืนอยู่บริเวณโต๊ะอาหารแถวหนึ่ง และกำลังถือขนมโดยไม่มีท่าทีใดๆ

ใบหน้าที่งดงามของหลีชิงเยียนนิ่งไปสักพัก ห้องจัดเลี้ยงที่นี่ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ทุกคนที่มาที่นี่ล้วนมีบุคลิกสง่างามในทุกท่วงท่า เปรียบเสมือนสังคมชนชั้นสูง

ทว่าผู้ชายคนนี้ทำอย่างกับไม่เคยกินอาหารมาก่อน นี่เขาต้องการทำลายชื่อเสียงตัวเองอยู่หรือไง!

หน้าผากขาวที่มีผมดำคลอเคลียของหลีชิงเยียนมองไปทางเฉินเป่ยและส่งสายตาเยือกเย็นไปทางเขา หากดวงตาของเธอสามารถฆ่าคนได้ เกรงว่าเฉินเป่ยคงทุกข์ทรมานมานานแล้ว!

เฉินเป่ยกำลังกินดื่มอย่างเอร็ดอร่อย ปกติเขาไม่กินทิ้งกินขว้างอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะปล่อยขนมอร่อยๆแบบนี้หลุดมือไปได้อย่างไร

ทันใดนั้นเฉินเป่ยก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว ขนลุกชันตามร่างกาย แผ่นหลังเหมือนมีน้ำแข็งเกาะ

เฉินเป่ยหันกลับมาเช็ดกระเป๋ากางเกงด้วยมือที่มันเยิ้ม เขาเห็นหลีชิงเยียนและประธานจ้าวกำลังจ้องมองมาที่เขา หลีชิงเยียนพูดอย่างเย็นชา “เขาเป็นคนขับรถฉัน”

เฉินเป่ยยิ้มร่า ประธานจ้าวมองเขาและพูดว่า “ประธานหลี คนขับรถของคุณต้องได้รับการอบรมดีดีถึงจะ…”

“ฉันรู้เเล้วค่ะ เอาไว้ฉันจะอบรมเขาเอง” หลีชิงเยียนตอบ พร้อมมองเฉินเป่ยด้วยสายตาอาฆาต

ประธานจ้าวอยู่พูดคุยกับหลีชิงเยียนได้สักพักหนึ่ง หลีชิงเยียนก็ปลีกตัวออกมา จากนั้นคนหลายกลุ่มก็เข้ามาร่วมพูดคุยด้วย มีทั้งคนมีอำนาจ มีชื่อเสียงโด่งดัง ประธานบริษัท ข้าราชการระดับสูงของเมืองเมืองหู้ไห่รวมไปถึงคุณชายตระกูลดัง และทายาทเศรษฐีคนอื่นๆ เนื่องจากความงามของหลีชิงเยียน จึงทำให้พวกเขาดวงตาลุกเป็นไฟ

แน่นอนว่าหลีชิงเยียนสามารถจัดการกับคนเหล่านี้ได้อย่างมืออาชีพ เนื่องจากได้รับการปลูกฝังมาดี

เมื่อเทียบกับหลีชิงเยียน เฉินเป่ยก็ยิ่งดูไม่ได้มากยิ่งขึ้น หลายคนที่อยู่รอบๆต่างมองมาด้วยสายตารังเกียจ

พวกเขาคิดไม่ตกว่าคนที่ใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อยถูกเลี้ยงดูมาแบบไหน และไม่รู้ว่าเขาหลุดเข้ามาในงานได้อย่างไร

หลีชิงเยียนรักษาระยะห่างกับเฉินเป่ยในขณะที่อยู่ในงานเลี้ยง และแสร้งทำเป็นไม่รู้จักกับเฉินเป่ย เพราะเธอไม่อยากทำให้ตัวเองอยู่ในหัวข้อข่าวของวันพรุ่งนี้

เฉินเป่ยเองก็ไม่ได้ใส่ใจ เขากำลังกินขนมอยู่ที่โต๊ะอย่างตะกละ ในขณะที่ดวงตาของเขาดูเหมือนจะกวาดมองหลีชิงเยียนและคนรอบข้างโดยไม่ได้ตั้งใจ นัยตามองอย่างล้ำลึก

เนื่องจากการปรากฏตัวของหลีชิงเยียน เธอจึงกลายเป็นจุดสนใจคนใหญ่คนโตในงานเลี้ยงได้อย่างรวดเร็ว มีแสงไฟนับไม่ถ้วนตกกระทบลงมาที่หลีชิงเยียน หากมองซ้ำๆก็ยิ่งทำให้มองไม่เห็นแสงวิบวับที่อยู่บนตัวหญิงสาวคนอื่นๆ

ดังนั้นท่ามกลางสายตามากมายก็ปะปนไปด้วยความริษยา

รอยยิ้มที่อ่อนโยนและมีเสน่ห์ของหลีชิงเยียน ทำให้หลายคนแอบคิดในใจว่าเธอเหมาะกับฉายา สาวงามอันดับหนึ่งในแวดวงธุรกิจของเมืองเมืองหู้ไห่

“เอ๊ะ นี่ประธานหลีที่เรารู้จักกันดีไม่ใช่หรือ?” ในขณะนี้ก็มีเสียงแปลกๆลอยมาเหมือนสายลม

หลีชิงเยียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาสวยของเธอหันไปมองตามเสียง ริมฝีปากสีแดงพูดออกมาว่า “ประธานจาง”

ผู้มาเยือนไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นประธานจาง คนที่โดน หลีชิงเยียนไล่ออก

“ประธานหลี ไม่คิดเลยว่าคุณจะมาร่วมงานเลี้ยงคืนนี้ด้วย” ประธานจางเหลือบมองเฉินเป่ยที่อยู่ข้างๆ และยิ้มอย่างเย่อหยิ่งด้วยสายตาชั่วร้าย “นายก็มาด้วย?”

ประธานจางพูดเสียงดังจนทำให้หลายคนประหลาดใจ พวกเขาหันไปมองหลีชิงเยียนด้วยความสงสัย ตามที่ประธานจางพูด…เกิดอะไรขึ้นระหว่างประธานหลีกับผู้ชายคนนี้?

หลังจากที่หลีชิงเยียนเห็นประธานจาง ใบหน้าสวยๆของเธอก็ดูเย็นชาขึ้น เธอตอบกลับไปว่า “คุณมาทำไม?”

“แน่นอนว่าผมก็มาเข้าร่วมงาน งานเลี้ยงใหญ่ขนาดนี้จะไม่มาร่วมได้อย่างไรล่ะ?” ประธานจางยิ้มและพูดแปลกๆ

หลีชิงเยียนมองประธานจางด้วยสายตาเย็นชา เธอยังไม่ลืมเรื่องที่ประธานจางเตะคนท้องเมื่อตอนเช้านี้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนหมู่มาก เธอจึงทำได้เพียงแค่พยักหน้า “ขอให้สนุก”

“อย่าสิประธานหลี คุณยังไม่บอกเลยนะว่ามาที่นี่ทำไม?” ประธานจางหัวเราะเย็นชา เขาเอื้อมมือไปจับมือเรียวของหลีชิงเยียน หลีชิงเยียนจึงหันกลับมา

หลีชิงเยียนขมวดคิ้ว มือหยกที่อ่อนนุ่มหดกลับ และพูดด้วยเสียงแหบอันเยือกเย็น “คุณช่วยเคารพฉันด้วย”

“เฮ้ ที่นี่คนเยอะ อย่าทำตัววุ่นวาย” ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากด้านข้าง เฉินเป่ยเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเดินเข้าไป

ประธานจางเงยหน้ามองเฉินเป่ย เขายิ้มเยาะเย้ย “เกี่ยวอะไรกับแก?”

“เรื่องประธานหลีก็คือเรื่องของฉัน ฉันจะไม่ยุ่งได้อย่างไร?” เฉินเป่ยเลิกคิ้ว

“ตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปแล้ว แกยังจะทำอะไรฉันได้?” ประธานจางพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยอง

“ฉันก็ไม่ได้อะไรกับแกหรอก แต่แกนับเป็นตัวอะไร? ทำร้ายผู้หญิง หืม… ”เฉินเป่ยพูดเหน็บแนม

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ได้สามเดือนคนนั้นโดนประธานจางเตะไปที่ท้องโดยไม่รู้สึกผิด เฉินเป่ยจะลืมไปได้อย่างไร

“แกมันรนหาที่ตาย!” ประธานจางเริ่มโมโห คำพูดของเฉินเป่ยจี้ใจดำเขา เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง แต่กำหมัดตบไปที่หน้าเฉินเป่ยอย่างบ้าคลั่ง

“เพี๊ยะ” เสียงตบดังกึกก้องจนทำให้คนในงานสั่นสะท้าน มีคนทะเลาะวิวาทกันในงานเลี้ยงหรูหรา!

เขาโมโหมากถึงขนาดตบกับคนขับรถคนนั้น!

สายตาทุกคนจดจ้องเฉินเป่ยด้วยความรู้สึกซับซ้อน มีทั้งความสงสารและเห็นอกเห็นใจ…คนที่มาในงานวันนี้ล้วนเป็นคนใหญ่คนโต การที่ประธานจางตบเฉินเป่ยนั้นเทียบเท่ากับการตบหน้าหลีชิงเยียน!

หลีชิงเยียนถึงกับชะงักโดยไร้ปฏิกิริยาโต้ตอบ ประธานจางตบหน้าเฉินเป่ยท่ามกลางสายตาคนมากมาย!

หลีชิงเยียนหน้าดำคร่ำเครียด แม้ว่าเฉินเป่ยจะเคยทำมาแล้ว แต่นั่นก็เป็นเรื่องของหลีชิงเยียน การกระทำของประธานจางทำให้หลีชิงเยียนทนดูไม่ได้

“แกคิดว่าที่นี่เป็นบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปหรือไง? นี่เป็นงานเลี้ยงของคุณชายหลี แกยังมีหน้ามาพูดแบบนี้ต่อหน้าฉันอีกหรือ!” ประธานจางพูดเสียงดังอย่างหยิ่งยโส!

แน่นอนว่าคำพูดของเขาตั้งใจจะพูดให้หลีชิงเยียนได้ยิน!

ใบหน้าเฉินเป่ยมีรอยประทับฝ่ามือ เขาสงบสติอารมณ์และยกมุมปากขึ้น “แก ตบเสร็จหรือยัง?

สายเปย์เบอร์หนึ่ง

สายเปย์เบอร์หนึ่ง

Status: Ongoing

เขาเป็นคนที่ทำให้คนอื่นกลัวและเคารพ แต่กลับกลายเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง ต่ำต้อยเหมือนฝุ่น ไม่เอาไหนเหมือนขยะ ราวกับว่าใครๆก็สามารถเหยียบย่ำเขาไว้ใต้เท้าแต่ ในใจเขามีความทะเยอทะยาน…….จะมีสักวันหนึ่ง เขาจะจับมือเธอ มอบโลกทั้งใบให้เธอ!!

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท