ซีเหมินจินเหลียนไม่ได้พูดอะไร และคิดไม่ถึงว่าที่หูชีเยี่ยนเรียกเธอลงมาด้านล่าง เจตนาในนั้นไม่ใช่เพื่อลวดลายประดับบนเตาปิดฟ้าเลย คิดดูมันก็ไม่ผิด ด้วยนิสัยที่แข็งกร้าวของหูชีเยี่ยน ในเมื่อเขาร่างลวดลายเสร็จแล้วยังจะมีอะไรต้องแก้อีก? เขาแค่อยากจะถามเรื่องนี้กับเธอเท่านั้น แต่เรื่องนี้จะให้เธอพูดอย่างไรดีล่ะ?
“นิสัยของหลินเสวียนหลานสุภาพอ่อนโยนเกินไป แต่หน้าตาเขาใช้ได้เลย” หูชีเยี่ยนพูดต่อ
ซีเหมินจินเหลียนฟุบตัวลงบนเก้าอี้ยังคงไม่พูดอะไรออกมา หูชีเยี่ยนจึงถามขึ้นยิ้มๆ ว่า “แล้วหนุ่มหล่อที่ลูกเลี้ยงดูล่ะ ลูกจะทำอย่างไร?”
ซีเหมินจินเหลียนเข้าใจ สิ่งที่หูชีเยี่ยนพูดออกมาจากปากว่าหนุ่มหล่อก็หมายถึงจ่านป๋าย นี่ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เธอปวดหัว ถ้าในอนาคตเธอจะต้องแต่งงานกับใครสักคนจริงๆ จ่านป๋ายจะทำอย่างไร? ไม่ว่าอย่างไรในหัวใจของเธอก็ขาดจ่านป๋ายไม่ได้
ดังนั้นเธอเคยพูดหยอกล้อให้จ่านป๋ายมาขอเธอในอนาคต
“หนูขาดเสี่ยวป๋ายไม่ได้หรอกค่ะ” ซีเหมินจินเหลียนถอนหายใจออกมาเบาๆ “หนูรู้ว่าความรู้สึกของหนูมันไม่ปกติ หนู…แสดงความเป็นเจ้าของในตัวเขามากเกินไป ตั้งแต่วันนั้นที่เขาขึ้นมาหลบอยู่บนรถของหนู เนื้อตัวของเขาเต็มไปด้วยเลือด พอหนูสัมผัสเขาหนูก็รู้สึกอยากจะเป็นเจ้าของเขา แต่ความรู้สึกนี้มันไม่เหมือนความรัก…”
หูชีเยี่ยนเป็นพ่อของเธอ เรื่องนี้เธอพูดกับคนอื่นไม่ได้ แต่เมื่อเผชิญหน้าคุยกับครอบครัวมันเลยไม่มีปัญหาอะไร
“พ่อรู้” หูชีเยี่ยนยิ้มฝืดเฝื่อนเล็กน้อย “แล้วจ่านมู่ฮวาล่ะ? เหมือนเขาจะหล่อกว่าหลินเสวียนหลานอยู่นะ”
“เขาชอบหยกค่ะ ไม่ใช่หนู” ซีเหมินจินเหลียนโคลงศีรษะเบาๆ ความรู้สึกของจ่านมู่ฮวา ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ ระหว่างที่ยึดผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลักก็อาจจะมีความรู้สึกบ้าง แต่ความรู้สึกนี้มันจะอยู่ไปได้กี่วันกัน?
หูชีเยี่ยนเงียบไปชั่วหนึ่งถึงเปล่งเสียงออกมา “เมื่อครู่สวี่เซวียนหยวนโทรมาหาพ่อ โอนสายมาจากทางพม่า บอกอยากจะคุยเรื่องแต่งงานกัน…”
“สวี่อี้หรานเหรอคะ?” ซีเหมินจินเหลียนตกตะลึง หมอมองโกลไม่ซื่อสัตย์คนนั้น คนอื่นเธอยังเคยคิดบ้าง แต่คนคนนี้เธอแม้แต่คิดก็ยังไม่กล้า แม้สวี่อี้หรานจะเคยบอกว่าเขาอยากจะจีบเธอ แต่ตลอดมาเธอคิดว่ามันคือมุกตลก
“คนคนนี้น่ากลัวเกินไปค่ะ” ซีเหมินจินเหลียนส่ายหน้า “หนูไม่ชอบ!”
“จินเหลียน ในตอนนี้เขาเป็นคนเดียวที่คู่ควรกับตระกูลเรามากที่สุด” หูชีเยี่ยนยิ้มน้อยๆ และพูดเสริมต่อว่า “แน่นอน พ่อพูดแค่ในบรรดาคนที่ลูกรู้จัก”
“พ่อคะ พ่ออย่าลืมนะคะว่าอาจารย์ของเขาเป็นศัตรูของพวกเรา” ซีเหมินจินเหลียนเบะปากไม่พอใจ “หมอมองโกลคนนั้นไม่ใช่คนดีอะไร…”
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาเถอะ จินเหลียน ลูกต้องบอกพ่อมาว่าลูกชอบใครกันแน่?” หูชีเยี่ยนยิ้มขมขื่น “จะให้ลูกแต่งงานกับจ่านป๋าย พ่อก็รู้สึกเหมือนไม่เป็นธรรม ส่วนหลินเสวียนหลาน…เขาก็ไม่เหมาะสมกับลูก จ่านมู่ฮวาในใจพ่อก็รู้ดีว่าเขาแค่รักหยกของพวกเรา รักในเงินทอง”
“ที่จริงสวี่อี้หรานก็เป็นอย่างนั้นนะคะ” ซีเหมินจินเหลียนส่ายหน้ายิ้มเย็น “เขาก็ต้องการหยกพิเศษบางตัว ไม่อย่างนั้นเกรงว่าตระกูลสวี่คงไม่มาสู่ขอแบบไม่มีต้นสายปลายเหตุหรอกค่ะ ตอนที่พ่อไม่อยู่ ลูกสาวของพ่อยามที่ตกทุกข์ได้ยาก ไม่เห็นมีใครต้องการหนูสักคน? ตอนนี้กลายเป็นขนมอันหอมหวาน จนทำให้ทุกคนอยากสู่ขอ?”
สำหรับเรื่องนี้ หูชีเยี่ยนก็กลัดกลุ้มใจเหมือนกัน เรื่องอื่นยังพอแก้ได้อย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว แต่เรื่องการแต่งงานของลูกสาวจะให้ซี้ซั้วไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจินเหลียนคงได้เกลียดเขาตลอดชีวิตแน่?
อีกอย่างถ้าซีเหมินจินเหลียนไม่มีความสุขในชีวิตหลังแต่งงาน เธอคงได้มีความคิดอยากจะตามหาหินปิดฟ้าขึ้นมา แล้วนั่นจะทำอย่างไรล่ะ? ดีที่สุดก็คือหาคู่ครองที่เหมาะสมให้กับเธอ ทั้งชีวิตนี้ก็อย่าได้ไปพม่าตามหาหินปิดฟ้าอะไรนั่นอีกเลย เพราะเขาไม่สามารถอยู่เคียงข้างเธอได้ตลอดหรอก
คนอื่นยังไม่เป็นไร แม้จะเป็นหูหวังเขาก็ไม่อะไรทั้งนั้น แต่ที่กังวลที่สุดก็คือลูกสาวที่รักของเขา
“พ่อคะ!” จู่ๆ ซีเหมินจินเหลียนก็คิดถึงคำพูดที่สวี่อี้หรานเคยบอกกับเธอ ถ้าหายาพิเศษพวกนั้นไม่เจอ เขาอาจจะชีวิตสั้นอยู่ได้ไม่นาน เรื่องพวกนี้สวี่เซวียนหยวนเฒ่าสารพัดพิษนั่นได้บอกไปแล้วหรือยัง?
“หืม? อะไรเหรอ” หูชีเยี่ยนถาม
“สวี่อี้หรานเคยบอกกับหนูว่าร่างกายของเขาโดนพิษศพ ถ้าหาตัวยาที่เหมาะสมไม่เจอ คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน หรือตระกูลสวี่จะมีลูกชายอีกคนคะ?” ซีเหมินจินเหลียนพูด
“คนที่สมควรตายนั่นควรเป็นสวี่เซวียนหยวน!” หูชีเยี่ยนสบถด่า “กล้าทรยศพ่อ?”
ซีเหมินจินเหลียนฟุบตัวบนเก้าอี้และยิ้มขึ้นมาทันที “พ่อคะ พ่อจะรีบให้หนูแต่งงานไปทำไมกัน? กลัวว่าหนูจะขายไม่ออกจริงๆ เหรอ”
“นี่เป็นหน้าที่ของคนเป็นพ่อนี่นา!” หูชีเยี่ยนยิ้ม “แม่ของลูกเสียไปนานแล้ว ใครจะคอยสนใจไยดีล่ะ? ไม่อย่างนั้นพ่อก็คงไม่กังวลหรอก!” พูดจบเขาก็ถอนหายใจพูด “ที่พ่อร้อนใจก็เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตลูกนะ”
ซีเหมินจินเหลียนฟุบบนเก้าอี้ไม่พูดจา หูชีเยี่ยนจึงถอนหายใจพูดต่อ “จินเหลียน ลูกไปหาหูหวังเถอะ พ่ออยากอยู่คนเดียวสักหน่อย”
“ได้ค่ะ” ซีเหมินจินเหลียนพยักหน้าพูด “หนูน่าจะกลับดึกหน่อยนะคะ พ่อก็รีบพักผ่อนนะ เตาหยกปิดฟ้านี่ หนูไม่ได้เอาไปขายเสียหน่อย ไม่ต้องรีบร้อนหรอกค่ะ”
“ลูกจะเอามันไปถ่ายภาพยนตร์ไม่ใช่เหรอ” หูชีเยี่ยนยิ้มอ่อน “เรื่องราวที่ลูกเขียนถือว่าน่าอ่านมาก ไม่เหมือนตำนานเทพธรรมดาทั่วไป”
ซีเหมินจินเหลียนที่ลุกขึ้นยืนตอนแรก เมื่อได้ยินจึงหยุดฝีเท้าลง ไม่รู้จะเอ่ยปากพูดอย่างไรดี ได้แต่มองหูชีเยี่ยนอยู่อย่างนั้น
“ลูกจะพูดอะไรเหหรอ” หูชีเยี่ยนถามแปลกใจ
“หนูอยากให้โครงเรื่องสุดท้าย ให้โอรสแห่งสวรรค์สวมใส่เสื้อผ้าตัวนั้นของพ่อ…” ซีเหมินจินเหลียนพูดขึ้นฉับพลัน รูปของหูชีเยี่ยนภาพนั้นมันสวยมากเหลือเกิน โดยเฉพาะชุดฉางเผ่าสีดำที่ปักด้วยเพลิงไฟสีทองแบบนั้น เลยทำให้ในความสวยล้ำค่านั้นมีความลึกลับบางอย่างซ่อนเร้นอยู่
“ทำไมล่ะ” หูชีเยี่ยนกลับรู้สึกแปลกใจ
“พ่อคะ ทำไมพ่อถึงชอบใส่เสื้อแบบนั้นเดินไปทุกที่ด้วยล่ะคะ” ซีเหมินจินเหลียนอยากจะถามคำถามนี้มาตลอด
“พ่อก็แค่เลียนแบบสนุกๆ” หูชีเยี่ยนพูด “ทำไมเหรอ?”
“เลียนแบบยุคสมัยราชวงศ์ไหนเหรอคะ” ซีเหมินจินเหลียนคิดไม่ออก มันมาจากจักรพรรดิของสมัยไหนกันที่สวมใส่เสื้อผ้าแบบนี้? ถ้าไม่ใช่จักรพรรดิที่ได้รับการยกย่องสูงสุด ด้วยนิสัยของหูชีเยี่ยนแล้วคงไม่เลียนแบบหรอก
“ชุดที่กษัตริย์แห่งราชวงศ์โจวบวงสรวงสวรรค์” หูชีเยี่ยนพูด “ถ้าลูกอยากจะยืมใช้ พ่อก็ไม่คัดค้านใดๆ หรอก ตอนนี้เป็นสังคมประชาธิปไตย”
“อืม” ซีเหมินจินเหลียนพยักหน้า กษัตริย์แห่งราชวงศ์โจวบวงสรวงสวรรค์? กษัตริย์แห่งราชวงศ์โจวองค์นั้น ถ้าเธอจำไม่ผิด กษัตริย์แห่งราชวงศ์โจวบวงสรวงสวรรค์ เหมือนเขาจะเซ่นไหว้เทพธิดาหนี่วานี่นา…
…
จ่านป๋ายถอดหูฟังออก แอบฟังเรื่องที่หูชีเยี่ยนกับซีเหมินจินเหลียนคุยกัน นี่ไม่ใช่หนสองหนแล้ว ความจริงเขาก็ไม่ได้อยากจะแอบฟังหรอก แต่แค่เป็นห่วงซีเหมินจินเหลียน สำหรับเธอแล้วหูชีเยี่ยนเป็นคนในครอบครัวคนเดียวของเธอ เธอจะสูญเสียไปไม่ได้