บทที่ 194 ส่งสาส์นองค์ชายสาม
มีเครื่องจองจำเพิ่มมาบนร่าง แม้เครื่องจองจำนี้จะเป็นบ่วงวัสดุผ้าที่อ่อนนุ่ม แต่ก็ยังเย็นเยียบเสียดกระดูก
แม้ว่ายามนี้ร่างกายจะตั้งครรภ์ แต่นางก็ไม่เคยได้รับความไว้วางใจจากซ่านจินจื๋อ นางเคยคิดว่าซ่านจินจื๋อจะปล่อยนางเป็นอิสระโดยง่าย แต่บัดนี้เพิ่งจะทราบว่าตัวนางกลับตั้งครรภ์ ขณะที่เดินก็พ่วงไปด้วยบ่วงอันหนักอึ้ง
อย่าได้พูดถึงอิสระเลย กระทั่งจะดื่มน้ำยังต้องใช้คนติดตามมาปรนนิบัติอย่างระมัดระวัง
ขณะที่ซ่านเชียนหยวนพาฉีหรัวมาด้วยความรีบเร่งก็เห็นนางนั่งอยู่บนเตียงคนเดียวลำพัง แขนขาล้วนถูกล่าม ในมือทั้งสองข้างยังถือถุงหอมสมุนไพร ใช้ปลายนิ้วลูบไล้แผ่วเบา
“ใครมา?” กู้อ้าวเวยกล่าวด้วยความอ่อนระโหย เพียงนำถุงหอมในมือส่งให้สาวรับใช้ข้างกาย “ห่อถุงหอมนี้ไว้ให้ดี วันหน้าที่ข้ากลับจวนจะพกไปด้วย”
“เพคะ พระชายา” สาวใช้ข้างกายแสนคล่องแคล่วรับของแล้วออกไป
นางสารรูปเช่นนี้กลับยังมีสถานะเป็นพระชายากับเขาอยู่บ้าง ทว่าซ่านเชียนหยวนกลับทนดูไม่ได้กับความไม่แยแสของนาง
คนรับใช้ตรงหน้าขวางที่ขวาเขาไว้ยอมถอยออกไป และเดินตรงไปที่ริมเตียง
“เสด็จอาทำสิ่งใดกับท่านกันแน่?” ซ่านเชียนหยวนเอ่ยถามและฉีหรัวที่อยู่ด้านหลังปรี่เข้ามาหา
เพิ่งจะห่างไปแค่ไม่กี่วันนางกลับซูบผอมจนหนังหุ้มกระดูกเสียแล้ว
“ที่แท้เป็นพวกเจ้าเองหรือ ถ้าหากไม่มีธุระก็อย่าได้มาเลย ซ่านจินจื๋อแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าไม่มีทางจะปล่อยข้าไป หลีกเลี่ยงที่จะสร้างภัยให้กับตนดีกว่า” ปลายนิ้วกู้อ้าวเวยผ่อนคลายเล็กน้อย
เตียงหลังนี้ นางเคยนอนกอดกันด้วยกันกับซ่านจินจื๋อ ในห้วงเวลาฉับพลันทำให้เขาได้เป็นคนรัก แต่สำหรับตอนนี้ สิ่งที่เขาต้องการก็แค่ทายาทเลือดเนื้อเชื้อไขที่ถือกำเนิดจากตัวนาง กลับไร้ซึ่งความรักความผูกพัน
หัวคิ้วซ่านเชียนหยวนขมวดเป็นปมแน่น “ข้าจะพาท่านหนี”
“ไม่จำเป็น ข้าตั้งครรภ์เสียแล้ว จะไปที่ใดก็มีแต่สถานะตำหนิด่างพร้อย” ขณะที่พูดอยู่นั้นกู้อ้าวเวยได้ยกมือขึ้นวางบนหน้าท้องของตน “ยิ่งไปกว่านั้น หากเจ้าเด็กน้อยอยู่ข้างกายเป็นเพื่อนข้าได้ ก็คงสนุกน่าดู”
“ตั้งครรภ์?” ฉีหรัวไม่เข้าใจกับสิ่งที่ได้ยิน
กู้อ้าวเวยนำเรื่องที่ซ่านจินจื๋อต้องการเพียงรกสายสะดือของทารกนางไปทำตัวนำยาบอกเล่าแก่คนทั้งสอง หลังจากนั้นก็เพียงเรียกสาวใช้ด้านนอก “วันหน้าไม่ต้องให้คนเข้ามาแล้วนะ”
กู้อ้าวเวยปรายตามองไปที่คนข้างกายทั้งสอง “พวกเจ้าเองก็ไม่ต้องมาแล้ว หยินเชี่ยวก็ด้วย ความสัมพันธ์นางกับฉีหลินก็ไม่เลว ขอส่งต่อให้ตระกูลฉีของพวกเจ้าด้วย”
ซ่านเชียนหยวนที่สีหน้ามืดครึ้มนึกอยากจะกล่าวอะไรบางอย่าง มีเพียงฉีหรัวที่รีบเข้ามารั้งเขาไว้ ส่ายหน้าอย่างจนใจ “ในเมื่อท่านไม่เป็นอะไร พวกเราก็วางใจ”
“อืม ทำให้เจ้าทั้งคู่ต้องหนักใจแล้ว” พูดจบ กู้อ้าวเวยจึงหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากตลับส่งให้กับฉีหรัว “นำสิ่งนี้ไปให้ฉีหลิน วานนำคำข้าไปบอกว่าช่วยทำเรื่องที่เคยรับปากข้าเมื่อในอดีตด้วย”
ฉีหรัวเก็บจดหมายลงไปด้วยความสงสัย ซ่านเชียนหยวนกำหมัดแน่นแต่ยังคงเดินตามฉีหรัวออกไป
เมื่อออกจากเรือนนอกก็ขึ้นนั่งบนรถม้า
ฉีหรัวหยิบจดหมายฉบับนั้นออกมาอ่านอย่างละเอียดกลับพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ซ่านเชียนหยวนที่อยู่ตรงข้ามยังคงสีหน้ามืดครึ้ม “เสด็จอากล้านำเลือดเนื้อของมนุษย์ใส่เข้าไปในยา! นี่หากถูกเสด็จพ่อจับได้ล่ะก็….”
“องค์ชายสี่อย่าได้กล่าวให้มากความเพคะ” ฉีหรัวเพียงยกมือขึ้นป้องปากของเขา มองเขาด้วยความจนเกล้า “หากหม่อมฉันเดาไม่ผิด สิ่งที่หลางจงคนนั้นต้องการอาจจะเป็นเลือดเนื้อของพระชายาจิ้ง ยามนี้พระชายาจิ้งได้พบหนทางที่จะไม่ต้องตาย สมควรเป็นเรื่องดี”
“เจ้าเหตุใดเป็นเช่นนี้ไปได้…”
เอ่ยยังไม่ทันขาดคำ ฉีหรัวก็ส่งเสียงขบขันเบาๆด้วยความจนใจ “ท่านคิดว่าซูพ่านเอ๋อคาดหวังให้นางหลงเหลือทายาทของซ่านจินจื๋องั้นหรือ? จากความเข้าใจของข้าที่มีต่อนาง ครั้งนี้นางต้องการจะฆ่ากู้อ้าวเวยโดยตรงเลยต่างหาก”
ชั่วเวลานั้น ซ่านจินจื๋อรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั่วทั้งร่าง
คนที่ได้รับการช่วยชีวิตจากพี่หลิงเอ๋อในวันนั้น คาดไม่ถึงว่าวันนี้จะทำเรื่องแบบนี้ขึ้น
“แต่ว่า ยามนี้อ๋องจิ้งแสดงชัดเจนถึงความปรารถนาที่จะร่วมมีบุตรกับนาง ไม่ใช่สักแต่หาบุรุษคนอื่นมา นี่ท่านไม่รู้สึกเลยหรือว่าระหว่างสองคนนี้มีความสัมพันธ์กันอยู่บ้าง?” ฉีหรัวกลับมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
ซ่านเชียนหยวนตรึกตรองอย่างละเอียดก็นับว่ามีเหตุผลอยู่หลายส่วน แต่เมื่อนึกย้อนดู “หรือว่าพวกเราไม่ควรยุ่งเรื่องนี้?”
“ถึงแม้ว่าอยากเข้าไปยุ่งมากสักเพียงไหน แต่ทั้งท่านและข้ากลับไม่อาจถึงขั้นนั้น” ฉีหรัวชี้ไปที่พวกเขาทั้งสองด้วยความจนเกล้าแล้วพูดขึ้นทันทีว่า “อีกทั้งนางต้องการให้หยินเชี่ยวมาที่จวนตระกูลฉีของข้า ด้วยหวั่นเกรงว่าหยินเชี่ยวจะเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ชิงต้ายนั้นเป็นเด็กสาวฉลาดเฉลียว นางสามารถช่วยกู้อ้าวเวยได้ นี่ก็เพียงพอแล้ว
ในเมื่อฉีหรัวพูดถึงขนาดนี้แล้ว ซ่านเชียนหยวนก็ย่อมมีความเชื่อมั่นอยู่หลายส่วน เพียงแค่พยักหน้าตอบตกลง
เมื่อกลับมายังเทียนเหยียนอีกครั้ง ซ่านเชียนหยวนตัดสินใจไม่ยุ่งวุ่นวายเรื่องนี้เป็นการชั่วคราว และก็ไม่สนว่าลี่วานจะพูดอะไรเขาล้วนแสร้งว่าไม่ได้ยิน ส่วนฉีหรัวนำทุกถ้อยวาจาของกู้อ้าวเวยในตอนนั้นบอกแก่ฉีหลินโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว
ยามดึกสงัดคนเงียบสงบ
ฉีหลินมายังประตูหลังวังขององค์ชายสามโดยสวมชุดท่องราตรี คนรับใช้ที่รอคอยด้วยความเคารพอยู่เป็นเวลานานยังไม่ทันรอให้เขาเอ่ยปาก บานประตูที่อยู่ด้านหลังก็ถูกเปิดออก “ท่านชายฉี โปรดตามข้ามา”
ด้วยความตกแตกตื่น เพราะนี่ยังเป็นครั้งแรกที่เขามายังวังขององค์ชายสาม
ซ่านเซิ่งหานเพียงสวมเสื้อนอกพลางนั่งอยู่ภายในห้องหนังสือ ยามที่เห็นฉีหลินเขาพลันเลิกคิ้ว กลับนึกย้อนถึงความล้มเหลวที่ใต้หน้าผาไป๋เฉ่าเมื่อในอดีตจนคิ้วขมวดเป็นปม “อย่างไรกัน เรื่องจนป่านนี้แล้วพระชายาจิ้งยังอยากร่วมมือกับข้างั้นหรือ?”
“ยามนี้พระชายาจิ้งถูกกักตัว กระหม่อมเพียงแค่นำจดหมายของนางมาส่ง”
ขณะที่ฉีหลินกล่าว กระดาษใบหนึ่งก็ถูกวางที่เบื้องหน้าขององค์ชายสาม สายตาน่าเกรงขาม
ซ่านเซิ่งหานเพียงแค่ปรายตามอง กู้อ้าวเวยได้นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้นชี้แจงอย่างชัดเจนด้วยถ้อยคำเรียบง่ายเพียงไม่กี่ประโยค จนอ่านถึงตอนสุดท้ายที่บอกว่ามีคนต้องการลงมือสังหารนาง ตอนนั้นนางได้หลบหนีไปเพื่อรักษาชีวิต ซ่านเซิ่งหานจึงเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา “เรียกเยว่มา เดี๋ยวนี้!”
“เยว่ไม่ใช่อนุฯขององค์ชายหรือ?” ฉีหลินหลุดปากด้วยความสงสัย เมื่อเห็นซ่านเซิ่งหานมองมาด้วยสายตาน่าครั่นคร้ามจึงรีบสงบปากทันที คนรับใช้ข้างกายรีบกระตุกเตือนเขา “ท่านชายฉี ดึกมากแล้ว รอค่อยมีเวลาองค์ชายสามจะต้องส่งคนตอบกลับอย่างแน่นอนขอรับ”
เมื่อโดนขับไล่ส่งแขกฉีหลินงงตาแตก จึงหันกลับไปบอก “นอกจากนี้พระชายาจิ้งทรงมีพระครรภ์ด้วย แต่กลับเป็นเพราะเอามาทำตัวนำยาให้ซูพ่านเอ๋อ พวกเขาปะทะกันดั่งน้ำกับไฟ หากองค์ชายสามทรงไม่เชื่อ ก็สามารถไปตรวจสอบด้วยตนเอง”
เมื่อกล่าวประโยคนี้จบฉีหลินก็ได้จากไป แต่โชคดีที่ระหว่างเขากับกู้อ้าวเวยทิ้งคำลับไว้ จึงสามารถถอดข้อความออกมาจากตัวอักษรในจดหมายที่ไม่สลักสำคัญอันใด
ขณะเดียวกันเยว่ที่เพิ่งลงมาจากเตียงก็มาถึงห้องหนังสือ
“องค์ชายสาม” เยว่คุกเข่ากับพื้น ผมยาวทิ้งตัวสลวยชวนงามตายิ่งนัก
ในชั่วอึดใจ ซ่านเซิ่งหานเขวี้ยงจานฝนหมึกบนโต๊ะเอกสารใส่ข้างๆนาง จนนางตื่นตระหนก “ข้าน้อยทำอะไรผิดไปเพคะ?”
“ใต้หน้าผาไป๋เฉ่า เป็นเจ้าที่ส่งคนไปสังหารกู้อ้าวเวย ใช่ไหม?” ซ่านเซิ่งหานตวาดเสียงดังชัดถ้อยชัดคำ