บทที่778 ความจริง
กู้อ้าวเวยสวมผ้าคลุมไหล่ผ้าโปร่งสีทอง
ร่างกายที่เพิ่งจะควบคุมได้และนิ้วมือที่สัญโดยไม่รู้ตัว ตากระพริบเพื่อปรับสภาพ ยังคงเป็นยู่จือที่แต่งตัวเหมือนเดิมพิงนางที่แขนยังควบคุมไม่ค่อยได้ แล้วเงยหน้าขึ้นมามองนางเล็กน้อย “ เจ้าคิดถึงเรื่องต่างๆอยู่ทุกวัน แต่ข้าก็เห็นว่ามันไม่ได้ให้ข้อมูลใดใดกับเจ้าเลย”
กู้อ้าวเวยขยับริมฝีปากของนาง และมีรอยยิ้มจางๆอย่างไม่เต็มใจนัก “ข้าแค่คิดว่า ข้าทำเรื่องอะไรตั้งมากมาย ปล่อยเขาตั้งเยอะแยะ ข้าทำไปเพื่ออะไร ?”
“ข่าวพวกนั้นมีทั้งจริงทั้งเท็จ ไม่ว่าจะเป็นความลึกลับของอายุยืนยาวหรือเรื่องที่ว่าเจ้าอยู่ฝ่ายไหนกันแน่” นิ้วเท้าของยู่จือเตะที่มุมโต๊ะแล้วนางก็นอนลงในอ้อมแขนของกู้อ้าวเวย โดยนอนบนตักแล้วมองไปที่นางด้วยรอยยิ้ม “ แต่ข้าคิดว่าเหตุผลไม่ได้ซับซ้อน”
“เจ้ารู้?” กู้อ้าวเวยเม้มปาก พลางลดศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อมองยู่จือ
ไม่ได้ใช้ยาที่มีผลกระทบต่อสติสัมปชัญญะอีกต่อไป ดวงตาของกู้อ้าวเวยในตอนนี้ดูแปลกกว่าดวงตาที่แคบและยาวของยู่จือเสียอีก ปลายนิ้วที่ขยับได้เล็กน้อยลงบนรอยสักบนใบหน้าของยู่จือ แล้วพูดด้วยเสียงต่ำว่า “ นี่ก็คือยาพิษที่คล้ายกับยาพิษของตระกูลหยุน”
คล้ายกับอักษรหยุนบนให้ปลาร้าของนางแม้จะไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียวแต่ก็ให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน
ยู่จือ เลื่อนมือของนางออกแล้วพูดเบาๆว่า “ การตอบแทนบุญคุณและการแก้แค้นไม่มีอะไรมากไปกว่าสิ่งเหล่านี้”
กู้อ้าวเวยมือแข็งแล้วส่ายหน้าอย่างช้าๆ “ เจ้ารู้มากเกินไปแล้ว”
ยู่จือยิ้มไม่หุบอยู่ในอ้อมแขนของนาง ยู่หงและซ่านต้วนเฟิง ที่มาส่งอาหารเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงคิดว่าพวกนางโดนผีเข้า
หากยู่จือเป็นคนที่สติปัญญาไม่สมประกอบ ถ้าเช่นนั้น กู้อ้าวเวยก็คือคนที่มีสติปัญญาฉลาดเกินไป
ยู่หงคิดว่าหลังจากที่เปิดจุดเลือดลมบนร่างกาย กู้อ้าวเวยจะตอบโต้ แต่ตอนนี้การกระทำของทั้งสองคนยังคลุมเครือ แทนที่จะทำให้เขาและซ่านต้วนเหิงตกตะลึง
เมื่อยู่จือเห็นยู่หง นางจึงลุกจากอ้อมแขนของกู้อ้าวเวยเบาๆ แต่ยังคงเกาะที่แขนของนางแล้วพูดเบาๆว่า “ พวกเจ้ามาทำไม?”
“กู้อ้าวเวย คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะอ่อนโยนได้ถึงเพียงนี้กับคนที่วางยาพิษเจ้า จิตใจของเจ้าช่างประเสริฐยิ่งนัก” ซ่านต้วนเฟิง เดินไปข้างๆกู้อ้าวเวยอย่างเยาะเย้ย จากนั้นจึงก้มลงจับคางของนางเบาๆ พลางมองใบหน้าที่งดงามและเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่เกรงกลัวของนาง เขาจึงเปลี่ยนสีหน้าในทันที “ซ่านจินจื๋อ ยินยอมที่จะช่วยข้าช่วงชิงบัลลังก์ แต่มีเงื่อนไขคือการได้พบเจ้า นี่คือกลอุบายอะไรของพวกเจ้า”
“กู้เฉิงมีจุดอ่อนของข้าและซ่านจินจื๋อ พวกเราจะช่วยเจ้าเต็มที่” กู้อ้าวเวยขยับใบหน้าของตนเองมาข้างหน้า ดวงตาที่สวยงามคู่นั้นแต่ทว่ากลับน่ากลัวราวกับภูตผีในยามกลางคืน และเสียงที่ทุ่มต่ำก็ทำให้รู้สึกขนลุก “ ข้าไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นฮ่องเต้ของแคว้นชางหลาน แต่เจ้าเคยทำร้ายท่านตาและชิงจือ”
ซ่านต้วนเฟิงมีสีหน้าที่น่าเกลียด “ พูดเช่นนี้ วันหนึ่งเจ้าจะแก้แค้นข้ารึ?”
“แน่นอน แต่ก่อนนั้นข้าจะทำตามสัญญาและทำทุกอย่างให้ดี” กู้อ้าวเวยพูดพลางมองไปยังยู่จือ “ไม่ว่าข้าจะพูดอะไร นางก็คอยควบคุมข้า แล้วเจ้าจะกังวลอะไร?”
ยู่จือกอดแขนกู้อ้าวเวยไว้แน่น ในสายตาของนางไม่มีแม้เงาของซ่านต้วนเฟิง
ซ่านต้วนเฟิงขมวดคิ้ว “ เจ้ามักจะเปลี่ยนฝ่ายอยู่บ่อยครั้ง เพื่อทำเรื่องต่างๆให้องค์ชาย เจ้าคิดว่าซ่านจินจื๋อ จะเชื่อเจ้าไปตลอดงั้นรึ?”
“ เขาจะเชื่อหรือไม่ก็สุดแล้วแต่เขา ข้าเพียงแค่ทำในสิ่งที่ข้าคิดจะทำ” กู้อ้าวเวยจับโต๊ะเพื่อยืนขึ้น พลางมองไปที่ซ่านต้วนเฟิง ด้วยสายตาอันน่ากลัว “ อีกไม่นานข้าก็จะตาย ไม่ว่าเรื่องอะไรข้าก็ทำได้ทุกอย่าง”
“เจ้าไม่กลัวเรื่องของหยุนหว่าน……”
“ ข้ากลัวแน่นอน ดังนั้นข้าจึงภักดีต่อเจ้า” ขาของกู้อ้าวเวยสั่นเล็กน้อย และใช้มืออีกข้างหนึ่งคว้าแขนเสื้อของซ่านต้วนเฟิง “ข้าจะส่งจดหมายไปยังที่พักคนเดินทางเพื่อพิสูจน์ว่าข้าอยู่กับเจ้าด้วยความเต็มใจ”
ซ่านต้วนเฟิง อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าใบหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของกู้อ้าวเวยนั้นมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง แต่ตราบใดที่มองไปยังร่างกายที่บอบบางและไม่สามารถไปไหนไกลได้ของผู้หญิงผู้ ความหวาดระแวงในใจของเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
แม้ว่านางยังคงคิดจะใช้กลอุบายไร้สาระ แต่นางก็ต้องกังวลเกี่ยวกับหยุนหว่าน
เมื่อเห็นจดหมายของกู้อ้าวเวยที่อยู่ในมือซ่านต้วนเฟิง ยู่หง ก็รู้สึกสงสัยว่าเหตุใดยู่จือจึงอยู่ข้างๆกู้อ้าวเวยตลอดเวลาและดูแลอย่างใกล้ชิด
ตัวอักษรของกู้อ้าวเวยแทบจะไม่เหมือนหญิงสาวที่มาจากตระกูลใหญ่มีฐานะ อย่างมากที่สุดก็เรียบร้อยถูกต้อง
ทิ้งไว้เพียงตัวอักษรเหยียนง่ายๆหนึ่งตัว และกระดาษสองสามใบที่เต็มไปด้วยใบสั่งยา ทว่ากลับถูกยู่จือเอาไป จึงทำได้เพียงมองแล้วรีบโยนไปข้างๆ “สมุนไพรของชางหลาน มักมีความซับซ้อนหากเจ้าต้องการถอนพิษ ไม่ลองใช้พิษกู่ของข้าล่ะ?”
“ข้าต้องการกินยาพิษต่อไป ยังจะไม่เวลาที่ต้องถอนพิษ” กู้อ้าวเวยส่งใบสั่งยาที่ถูกโยนให้ยู่หงอย่างเย็นชา แต่ข้อมือของนางก็ยากที่จะขยับ นางจึงมองยู่จือที่อยู่ข้างๆ ข้อมือของนางจึงถูกดึงกลับตำแหน่งเดิมอย่างง่ายดายและหรี่ตาลงเล็กน้อย “ อย่าทำในสิ่งที่ไม่จำเป็น ข้าไม่อยากใช้พิษกู่พร่ำเพรื่อ”
เหงื่อซึมบางๆบนหน้าผากของกู้อ้าวเวย ราวกับว่ามีไฟวิ่งพล่านอยู่ในหลอดเลือด
“เจ้าอย่าดื้อรามมากนัก นางสำคัญมาก” ยู่หงดึงยู่จือมาข้างๆ
คราวนี้ยู่จือเงียบไม่พูดอะไร ซ่านต้วนเฟิงโยนใบสั่งยาให้อูกงกงด้วยความปวดหัว พลางพูดเสียงต่ำว่า “ให้คนไปจับมา หากกินแล้วตายก็ถือว่านางทำตัวเอง”
อูกงกงจากไปพร้อมใบสั่งยา ยู่หงจึงพายู่จือ ออกมาทั้งที่ไม่เต็มใจ ในห้องจึงเหลือเพียงซ่านต้วนเฟิงและกู้อ้าวเวยสองคน
กู้อ้าวเวยที่เพิ่งถูกควบคุมด้วยพิษกู่ขยับข้อมือทำให้กำไลเงินส่งเสียงออกมา ดวงตามองต่ำขนตาที่คล้ายปีกจั๊กจั่นสั่นเบาๆ “เจ้าคิดจะพูดอะไรอีก?”
“หลายปีที่ผ่านมา ข้าดึงเยว่มาเป็นพวกเพื่อใช้ประโยชน์ วันนี้ตอนนี้เยว่ได้พาซูพ่านเอ๋อและเมี่ยวหารกลับมาแล้ว เบี้ยของเจ้าเริ่มมีน้อยลงเรื่อยๆ” ซ่านต้วนเฟิงนั่งตรงข้ามกู้อ้าวเวยด้วยสายตาที่แหลมคม แล้วใช้มือแตะที่คางของกู้อ้าวเวยเบาๆพร้อมยกขึ้นเล็กน้อย “ข้าจะเอาวิธีการอายุยืนยาวออกมาโดยเร็วที่สุด อีกไม่กี่วันข้าจะให้เจ้ากับซ่านจินจื๋ออยู่พร้อมหน้ากัน”
“ในที่สุดก็เปิดเผยความจริงออกมา” กู้อ้าวเวยตะคอกอย่างเย็นชา “ หากเจ้าสังหารข้า เจ้าไม่กลัวซ่านจินจื๋อกบฏหรือ?”
“เจ้าคิดว่าในมือของข้ามีเพียงกู้เฉิงคนเดียวรึ?” หัวแม่มือของซ่านต้วนเฟิงลูบริมฝีปากที่แห้งผากของกู้อ้าวเวย แล้วพูดด้วยเสียงเยือกเย็นว่า “ไม่ต้องพูดถึงซูพ่านเอ๋อรู้ความจริง เจ้าจะอยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ”
“เหตุใดเจ้าจึงเชื่อขนาดนั้นว่าข้าบอกความจริงกับซูพ่านเอ๋อ?” กู้อ้าวเวยแสยะยิ้มแล้ววางมือบนโต๊ะ
“เชื่อแน่นอน เจ้าบอกความจริงกับซูพ่านเอ๋อแล้ว เพียงแค่ต้องการผลักดันให้นางไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมที่โหดร้ายเพื่อบรรลุจุดประสงค์ของการแก้แค้นใช่หรือไม่?” เมื่อสิ้นเสียงพูด ซ่านต้วนเฟิงก็เห็นรอยยิ้มในดวงตาของกู้อ้าวเวยหนักแน่นขึ้น
กู้อ้าวเวยส่ายหน้า “ เจ้าเดาผิดแล้ว จริงๆแล้วข้าไม่ได้บอกใครเลยเกี่ยวกับวิธีที่มีอายุยืนยาว หากเจ้าไม่เชื่อก็จงฟังคำตอบของซูพ่านเอ๋อ เมื่อถูกบังคับให้สารภาพนางมักจะพูดเสมอ”
และนี่คือการแก้แค้นที่แท้จริง