เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ – บทที่ 549 หมอซูได้รับความยุติธรรมคืน

เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ

บทที่ 549 หมอซูได้รับความยุติธรรมคืน

เจี่ยชุ้นเป็นหมอหลวงประจำราชวงศ์ เขามีเส้นสายรู้จักกับขุนนางในวังมากมาย

เจิ้งหยางอันเป็นเจ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่อันดับหก ในเมืองหลวงแห่งนี้หากมีป้ายร้านค้าหล่นใส่หัวผู้ใดก็อาจจะเป็นขุนนางอย่างน้อยก็ต้องระดับสามขึ้นไป เจิ้งหยางอันจึงเป็นแค่เจ้าหน้าที่ศาลตัวเล็กๆ เท่านั้น แต่เจิ้งหยางอันไม่ได้สนใจ เขามีพยานหลักฐานแน่นหนา

“เจี่ยชุ้น นางหลี่และขงไฉ่ได้สารภาพความผิดแล้ว เมื่อสิบสองปีก่อนนั้น ท่านได้ให้นางหลี่ฆ่าสามีของนาง และใส่ร้ายซูไท่หยวนว่าเป็นคนฆ่าสามี เจ้าจะรับผิดหรือไม่?” เจิ้งหยางอันถามอย่างเย็นชา เจี่ยชุ้นตกตะลึงไปชั่วครู่ ไม่นานนักจึงได้สติ

“ใต้เท้าเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้า!” เจี่ยชุ้นร้อนรนชี้นิ้วไปที่ขงไฉ่ และนางหลี่

“พวกเจ้าเป็นใครกัน ถึงได้มาใส่ร้ายข้า! ใต้เท้าคดีนี้ได้ถูกสอบสวนและตัดสินไปเมื่อสิบสองปีก่อนแล้ว ท่านอย่าได้ฟังพวกเขาใส่ร้ายข้า! ”

เจี่ยชุ้นผู้นี้ช่างใจกล้าเหลือเกิน ขนาดตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เขายังสงบนิ่ง ปฏิเสธได้อย่างแข็งขัน ต่อให้ล้มลงกับพื้นโดนกัดจนตายก็ไม่ยอมรับสารภาพ!

“เมื่อสิบสองปีก่อนนั้น ยาพิษในตัวผู้ตายชื่อเฮยฉี และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวยาที่ซูไท่หยวนเป็นคนจ่ายให้เขาเลย เจ้าเป็นคนให้ยาพิษเขาใช่ไหม?” เจิ้งหยางอันซัก

“ยาพิษอะไร! ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร ข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ตาย!” เจี่ยชุ้นยังคงโต้เถียงอย่างไม่ลดละ

“นางหลี่เป็นคนสารภาพว่าเจ้าให้ยาพิษกับนาง”

“ข้าไม่ได้ให้ยาพิษกับเจ้า เจ้าโกหก! นางหลี่เจ้าใส่ร้ายข้า”

“ในเมื่อเจ้าไม่ให้ให้ยาพิษกับนางหลี่ เหตุใดขงไฉ่ถึงได้ขู่จะเอาเงินจากเจ้า?”

“ใต้เท้า ท่านพูดเรื่องอะไร? ข้าไม่เข้าใจ?” เจี่ยชุ้นแกล้งทำโง่เขลา เหงื่อเย็นๆ เริ่มไหลเปียก รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา ในตอนนั้นเอง เจ้าหน้าที่ของศาลต้าหลี่ได้เดินออกมาพูดเป็นพยาน

“ใต้เท้า ข้าได้ยินขงไฉ่พูดกับเจี่ยชุ้นว่าหากไม่ให้เงินเขาห้าร้อยตำลึง เขาจะไปฟ้องศาลต้าหลี่เรื่องที่เจี่ยชุ้นใส่ร้ายหมอที่มาจากฮุ่ยชุนถัง”

เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าหน้าที่ผู้นั้น เจี่ยชุ้นหน้าซีดลง ครั้งนี้ทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคลมัดตัวแน่น เขาคงดิ้นไม่หลุด

เจี่ยชุ้นลดตัวลงคุกเข่าท่ามการการกดดันของเจ้าหน้าที่ เขาสูญเสียความหยิ่งจองหองไปในทันที

ซูไท่หยวนมองเจี่ยชุ้น ดวงตาแดงก่ำ เขาไม่คิดเลยว่าผู้ที่ทำร้ายเขาเมื่อสิบสองปีก่อนจะเป็นคนผู้นี้ เขารู้จักกับเจี่ยชุ้นที่ฮุ่ยชุนถัง โดยส่วนตัวแล้วหมอซูคิดว่าคนผู้นี้ไม่ใช่หมอที่ดี เขามุ่งหวังในชื่อเสียงมากจนเกินไป หมอซูจึงไม่ได้สนิทสนมกับเขา คาดไม่ถึงว่าเจี่ยชุ้นใช้ผู้ป่วยมาวางแผนใส่ร้ายเขา ผู้ป่วยคนนั้นกำลังจะหายดีอยู่แล้ว เขากำลังจะมีชีวิตที่ดี แต่กลับต้องมาถูกฆ่าตาย ซูไท่หยวนจ้องไปที่เจี่ยชุ้นเขม็ง คนผู้นี้ยังทำให้เขาถูกขับไล่ออกจากเมืองหลวงด้วยสภาพจนตรอกสิ้นหวัง!

วันที่มืดมนเหล่านั้นต้องขอบคุณความเมตตาของเจี่ยชุ้นสินะ! ไม่น่าเชื่อความริษยาจะทำให้ใจผู้คนบิดเบี้ยวเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้!

จากหลักฐานทั้งหมดที่ได้ถูกนำมาตีแผ่ ทำให้เจี่ยชุ้นไม่มีทางเลือก นอกจากจะสารภาพผิด คดีได้ถูกพลิกกลับ ซูไท่หยวนพ้นผิด คนที่กระทำความชั่วได้ถูกลงโทษไปตามกฎหมาย

“หมอซุนไม่มีความผิด”

“เจี่ยชุ้น ผู้นี้ช่างเลวร้ายนัก เขาคิดทำแผนชั่วเพื่อใส่ร้ายหมอซู”

“ข้าก็ว่าแล้ว หมอซูเป็นคนดี เขาจะสั่งยาผิดให้คนป่วยจนถึงแก่ความตายได้อย่างไร?”

คนทั่วไปที่ได้ยินเสียงลมว่าเป็นเสียงฝนแล้วพากันพูดจาไม่ดีกับหมอซูต่างมีสีหน้าสำนึกผิด ต่างกับผู้ที่รู้บุญคุณและเชื่อมั่นในตัวหมอซู พวกเขามีความสุขมาก

ซูไท่เหยวนเดินผ่านผู้คนมาหาภรรยา มองนางด้วยรอยยิ้ม

“ฮูหยิน กลับบ้านกันเถิด”

ฮูหยินซูตาแดงก่ำด้วยความยินดี

ช่างดีเหลือเกิน ! ในที่สุดวันที่พวกเขาสามีภรรยารอคอยก็ได้มาถึง สามีของนางเป็นคนดีมาก ต่อไปเขาจะได้เดินตัวตรงอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ได้อย่างไม่ต้องเกรงกลัวต่อสายตาของผู้ใด !

ฮูหยินซูพยักหน้า น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม นางพูดเสียงดังว่า

“ใช่!กลับบ้านกันเถอะ”

หมอซูยื่นมือออกไปทำท่าจะเช็ดน้ำตาให้ภรรยาแต่แล้วจึงรู้สึกตัวว่ามือของตนสกปรกไม่น้อย เขาจึงชะงัก

ถังหลี่ถือผ้าเช็ดหน้าเอาไว้ในมือ นางยื่นให้หมอซู เขายิ้มรับ หยิบผ้าเช็ดหน้าจากมือของถังหลี่ค่อยๆ ซับน้ำตาให้ฮูหยินซู จากนั้นจึงได้จับมือของนางเอาไว้

หมอซู ฮูหยินซู และถังหลี่ได้กลับไปยังจวนอู่โหวด้วยกัน

“ไปอาบน้ำขับไล่ความชั่วร้ายออกไปก่อนเถอะ” ฮูหยินซูพูดกับสามีด้วยรอยยิ้ม หมอซูถูกคุมขังอยู่ในศาลต้าหลี่หลายวัน เพื่อขับไล่โชคร้ายจึงสมควรไปอาบน้ำชำระร่างกายเสียก่อน หมอซูฟังภรรยาเขาเดินไปอาบน้ำที่ด้านใน

ฮูหยินซูคว้าข้อมือของถังหลี่

“เสี่ยวถัง ข้าไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ข้ามีความสุขเหลือเกิน”

เหมือนความฝัน ในตอนแรกหมอซูละอายใจ รู้สึกผิด ทั้งคู่เดินทางออกจากเมืองหลวงด้วยความลำบาก จนกระทั่งไปตั้งรกรากอยู่ที่หมู่บ้านลี่เจียที่ห่างไกลจากเมืองหลวง ตอนนั้นนางป่วยหนัก ในใจคิดเพียงว่าเหตุใดชีวิตคู่ของนางและซูไท่หยวนจึงได้ลำบากยากเข็ญเช่นนี้

นางคิดว่าชีวิตของพวกเขาคงจะดำเนินไปเช่นนี้ นางจะพยายามใช้ชีวิตให้ดีที่สุด เพื่อที่จะอยู่เคียงช้างสามีไปนานๆ

ต่อมาเมื่อได้พบกับถังหลี่ นางหายจากอาการป่วย จนในที่สุดสามารถที่จะอยู่เคียงข้าง เป็นกำลังใจให้สามีได้

พวกเขาได้กลับมายังเมืองหลวง ได้ล้างความอัปยศที่ถูกใส่ร้ายออกไปได้ ชีวิตของพวกเขากำลังจะดีขึ้นแน่นอนว่าจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ!

ถังหลี่มีความสุขกับคนทั้งคู่ คนดีๆ อย่างหมอซูกลับมาเสียชื่อเสียง ในที่สุดการที่คนชั่วอย่างเจี่ยชุ้นกลับมีชีวิตดีขึ้นเรื่อยๆ ก็จบแล้ว คนทำดีย่อมได้ดี และคนทำชั่วย่อมได้รับผลตอบแทน

เมื่อหมอซูอาบน้ำเสร็จเดินกลับเข้ามาอีกครั้งถังหลี่จึงได้ขอตัวเปิดโอกาสให้สามีภรรยาทั้งคู่อยู่ด้วยกัน

…….

คืนนั้น เว่ยฉิงกอดถังหลี่เอาไว้ เขาวางฝ่ามือใหญ่ของตนไว้บนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาของภรรยา

“หมอซูได้ล้างมลทินของเขาแล้ว โรงหมอหลวงจะคืนสิทธิ์ให้เขาตามเดิม สามี ข้าคิดมาหลายวันแล้ว หากเราห้ามไม่ให้หมอซูเข้าไปทำงานที่โรงหมอหลวงจะดีกว่าหรือไม่?…เราอาจจะหาวิธีอื่น” ถังหลี่ลังเล

“หืม?” น้ำเสียงของเว่ยฉิงแหบเครือ รอให้นางพูดต่อ

“หากใช้เวทมนตร์พรางตา ก็สามารถหลอกผู้อื่นได้”

ไม่ใช่ว่าเว่ยฉิงจะไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ …

“หากใช้เวทมนตร์ก็เป็นอันตรายเช่นกัน การปรากฏตัวขึ้นในวังโดยใช้ใบหน้าของผู้ที่คุ้นเคย เป็นเรื่องง่ายที่จะถูกเปิดโปงโดยคนที่รู้จัก หากความลับถูกเปิดเผย ผลที่ตามมาย่อมเป็นหายนะอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก” เว่ยฉิงพูดแย้งขึ้น

ไม่เหมือนกับตอนที่พวกเขาอยู่ในเหลียงโจว ตอนนั้นถังหลี่ได้ใช้มนต์พรางตา ซึ่งที่นั่นไม่มีใครรู้จักพวกเขา จึงสามารถที่จะทำทุกอย่างได้ตามต้องการ โดยที่ไม่มีใครรู้จักตัวตนของพวกเขาเลย แต่ต่างกับในวังหลวง ที่นั่นมีทหารองครักษ์อยู่มากมาย ทุกคนต้องมีการลงชื่อเข้าออก และตรวจค้นอย่างเข้มงวด

เวทมนตร์อาจใช้ได้หลอกลวงสายตาของผู้อื่นได้แค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ที่แท้จริงไปได้ ตัวอย่างเช่นหมอซู เป็นต้น หากใช้เวทมนตร์พรางตาทำให้ผู้คนมองเห็นว่าเขาเป็นนางกำนัล แต่ถ้ามีคนสัมผัสเขาเข้าก็จะรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นผู้ชาย

เมื่อเทียบกันแล้ววิธีที่จะให้หมอซูเข้าไปเป็นหมอหลวงอาจจะมีความเสี่ยงน้อยกว่า

ถังหลี่พยักหน้า นางก็คิดเช่นนั้น แต่ในความคิดของนางแล้ววังหลวงเต็มไปด้วยเสือหมอบมังกรซุ่ม นางกังวลว่าหมอซูจะมีอันตราย

“เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องทักษะทางการแพทย์ของหมอซูหรอก นอกจากนี้ข้ายังไม่ปล่อยให้หมอซูเสี่ยงเข้าวังไปตามลำพังโดยเด็ดขาด ภรรยา เจ้าอย่าได้วิตกไปเลย”

เว่ยฉิงขยิบตาให้ถังหลี่ เหมือนว่าเขาได้เตรียมแผนบางอย่างเอาไว้แล้ว

ถังหลี่อดที่จะสงสัยไม่ได้

………………….

เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ

เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ

Status: Ongoing
เธอทะลุมิติเข้าไปในนิยายที่ตนเองเคยอ่าน ถูกขายให้เป็นภรรยาของหนุ่มชาวป่า กลายเป็นแม่เลี้ยงของเด็กน้อย 3 คน ซึ่งเป็นตัวร้ายสุดชั่วช้า จุดจบคือประหารอย่างน่าสังเวช เธอจะทำยังไงให้อนาคตของพวกเขาเปลี่ยนไป‘ถังหลี่’ ทะลุมิติไปเป็นตัวประกอบในนิยายที่ตนเองเคยอ่าน ถูกขายให้เป็นภรรยาของหนุ่มชาวป่า กลายเป็นแม่เลี้ยงของเด็กน้อย 3 คนแต่หนุ่มชาวป่าผู้นี้นั้น คือตัวร้ายหลักของนิยายเรื่องดังกล่าว เป็นตัวร้ายที่จิตใจอำมหิต สุดแสนจะชั่วช้าสามานย์ แถมลูกเลี้ยงทั้ง 3 ก็เป็นเหล่าวายร้าย เป็นตัวร้ายในเรื่องที่โฉดชั่วไม่ต่างกับบิดา จุดจบของพวกเขาคือถูกสั่งประหารอย่างน่าสังเวช แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ เด็กน้อยทั้ง 3 ยังคงเป็นเจ้าก้อนน่ารักนุบนิบ คอยเรียกนางอย่างแสนหวานว่า “ท่านแม่” เพียงแค่คำนี้ที่ออกมาจากปากของพวกเขา นางก็ใจอ่อนยวบ ตั้งใจว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นางจะต้องเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเหล่าลูกเลี้ยงให้ได้!ภารกิจถัดมาคืออะไรน่ะหรือ ก็คือทำนา ทำการค้า ทำทุกอย่างเพื่อหาเงินทองมาเลี้ยงเด็กน้อยทั้ง 3 ให้มีชีวิตที่สุขสบาย กล่อมเกลาพวกเขาให้มีชีวิตดีๆต่อมา…เหล่าวายร้ายทั้ง 3 ได้เติบโตขึ้น คนหนึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของสำนักปราชญ์ในใต้หล้า คนหนึ่งเป็นพ่อค้าผู้ยิ่งใหญ่ ร่ำรวยยิ่งกว่าฮ่องเต้ คนหนึ่งเป็นแม่ทัพหญิงผู้เก่งกาจสง่างาม…ทั้ง 3 ทั้งรักทั้งหวงถังหลี่เป็นอย่างมากผู้นำสูงสุดของสำนักปราชญ์ : บังอาจรังแกท่านแม่ของข้างั้นหรือ จับมันไปขังเดี๋ยวนี้!แม่ทัพหญิงผู้เก่งกาจสง่างาม : พี่ใหญ่ ฆ่ามันทิ้งเสียเลยง่ายกว่า!พ่อค้าผู้ยิ่งใหญ่ : น้องสาม ข้าจะยื่นดาบให้เจ้าเอง!พระปิตุลาผู้ทรงอำนาจคว้าตัวภรรยาของตนเข้าไปกอด : ภรรยาที่รักของข้า ข้าจะปกป้องเอง เจ้าพวกตัวเปี๊ยกน่ารำคาญ ถอยไปซะ!

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท