ตอนที่ 218 ล่วงรู้สิ่งที่คิด / ตอนที่ 219 ถึงเวลาคิดบัญชี
ตอนที่ 218 ล่วงรู้สิ่งที่คิด
ท่าทางของเฟิงอู๋โยวหาได้มีความกลัวไม่ น้ำเสียงแข็งกร้าว “วันนี้กระหม่อมต้องการถูกเคารพจากท่าน หากคำขอของกระหม่อมมากเกินไป จะฆ่ากระหม่อมทิ้งก็แล้วแต่ท่านใต้เท้า”
ดวงตาของจวินมั่วหรันฉายแววดีใจ นับวันเจ้าหมอนี่เริ่มทำตัวน่ารักขึ้นเรื่อยๆ
เขามองเฟิงอู๋โยวในสภาพเดือดดาล “ไฉนถึงโกรธขนาดนี้ ถ้าเจ้าไม่อยากอ่าน พวกเราไปปฏิบัติกันจริงๆ ก็ได้”
“รอก่อน! กระหม่อมจะอ่านอย่างออกรสออกชาติเดี๋ยวนี้เอง”
เมื่อเฟิงอู๋โยวนึกถึงจวินมั่วหรันในสภาพเสื้อผ้าหลวมๆ ที่พยายามเย้ายวนเมื่อครู่ ภายในใจก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างมีปี่ไม่มีขลุ่ย
นางโยนบทละครทิ้งและผลักจวินมั่วหรันลงบนเตียงอีกครั้งทันที
เท้าข้างหนึ่งยกขึ้นวางบนขอบเตียง มือข้างหนึ่งเอื้อมออกไปจับคางของเขา แล้วตะโกนอย่างดุดัน “ไอ้น้องตัวเหม็น วันนี้ข้าจะตายคาเป้ากางเก้งของเจ้า”
“…”
ใบหน้าของจวินมั่วหรันมืดสนิท เขามองเฟิงอู๋โยวที่มีสีหน้าไม่เป็นมิตร อาการปวดขมับเกิดขึ้นทันที
ก่อนหน้านี้ จุยเฟิงบอกเขาว่า เวลาคนทั่วไปหึงหวง พวกเขาจะแค่ร้องไห้ สร้างปัญหาหรือไม่ก็ประชด
แต่ทำไมเฟิงอู๋โยวถึงไม่เล่นตามสามัญสำนึกของคนทั่วไป
“เร็วเข้า ถ่างขากางเกงของเจ้าเสียและฆ่าข้าให้ตายด้วยเจ้าโลกของเจ้าเสียเถิด”
เฟิงอู๋โยวปล่อยมือออกจากคางของจวินมั่วหรัน และเลื่อนลงไปที่เป้ากางเกงของจวินมั่วหรันอย่างรวดเร็ว
จวินมั่วหรันขมวดคิ้ว แม้ว่าเขาจะชอบนาง แต่เขาก็ไม่ชินกับความรู้สึกที่ตัวเองตกเป็นฝ่ายถูกกระทำแบบนี้
“ทำไม ไม่อยากหรอกหรือ”
เฟิงอู๋โยวหยุดชะงักเล็กน้อย นางมองจ้องจวินมั่วหรันที่เม้มริมฝีปากบางๆ แน่น
จะไม่ต้องการได้อย่างไร!
แต่ทำไมจวินมั่วหรันถึงพูดคำว่า ‘อยาก’ ออกไป ไม่ได้
เขาเย่อหยิ่งจนเป็นนิสัย และเขามักจะเป็นฝ่ายถามคนอื่นว่าพวกเขาเต็มใจหรือไม่และไม่เคยมีใครกล้าถามเขาแบบนี้มาก่อน
หลังจากครุ่นคิด เขาก็ถามนางอย่างเย่อหยิ่ง “แล้วข้าเคยตอบว่าไม่อยากหรือ”
หลังจากจวินมั่วหรันตอบกลับเฟิงอู๋โยวกลับกลายเป็นฝ่ายที่ทำตัวไม่ถูก
หลังจากครุ่นคิด นางก็หยิบเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ของจวินมั่วหรันขึ้นมาสวม “มีสิ่งหนึ่งที่กระหม่อมอยากจะพูดแต่ไม่รู้จะพูดดีหรือไม่”
“พูดมา”
“มีคนมากมายนับไม่ถ้วนที่อยากถอดเสื้อผ้าของท่าน ในหมู่พวกเขา มีใครสัญญาว่าจะเป็นคู่ชีวิตชั่วนิรันดร์ของท่านได้บ้าง ถ้าไม่มี ก็จงอย่ามอบเรือนร่างของตัวเองให้พวกเขาโดยง่าย”
“…”
คู่ชีวิตชั่วนิรันดร์? นี่เป็นสิ่งที่นางอยากได้อย่างนั้นหรือ
จวินมั่วหรันจ้องมองนางอย่างลึกซึ้ง และทันใดนั้นก็เข้าใจขึ้นมาว่าทำไมนางถึงทำตัวเมินเฉยต่อความรักของเขา
เมื่อคิดดูแล้ว เป็นเพราะเขาไม่เคยให้ความปลอดภัยแก่นางมากพอ
และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ นางมาจากแคว้นเป่ยหลี ยกเว้นสาวขี้แยที่นางต้องการดูแล นางต้องอยู่ตัวคนเดียวไร้ที่พึ่งพิง
แม้แต่ความรู้สึกปลอดภัยยังให้นางไม่ได้ แล้วเขามีสิทธิ์คาดหวังลมๆ แล้งๆ ให้นางต้องมาเอาใจเขา…ขืนบังคับนางทำทุกอย่างที่เขาต้องการต่อไป ผลลัพธ์คงจบไม่สวย
“เฟิงอู๋โยว ถ้าเจ้าเต็มใจ ข้าจะแต่งเจ้าเข้าเรือน”
“แล้วอู๋ฉิงกับเย่เชี่ยวอยู่ไหนขอรับ ไหนจะจวินฝูอีก ท่านใต้เท้าทำตัวน่าตกใจจริงๆ เอาจริงๆ นะขอรับ ท่านดูแล้วก็เหมือนมนุษย์ แต่กลับบังคับให้อู๋ฉิงอ่านออกเสียงบทละครลามกต่อหน้าท่านอย่างวิปลาส”
“จวินฝูเป็นเพียงน้องสาว แล้วข้าก็จำไม่ได้แล้วว่าเย่เชี่ยวคือใคร ส่วนอู๋ฉิงก็เป็นทหารองครักษ์เงาที่เก่งที่สุดภายของข้า แต่ข้าไม่ชอบให้ผู้หญิงมาป้วนเปี้ยนต่อหน้า ดังนั้นจึงส่งนางไปที่สำนักหนึ่งอนันต์ เพื่อให้นางช่วยดูแลกิจการของข้าที่นั่น”
อู๋ฉิงเป็นทหารองครักษ์เงาอย่างนั้นหรือ
ตอนนั้นเองที่เฟิงอู๋โยวตระหนักว่าจวินมั่วหรันจุยเฟิงและอู๋ฉิงกำลังสุมหัวกันแกล้งนาง!
“ท่านใต้เท้าทำตัวน่าเบื่อยิ่งนัก!” เฟิงอู๋โยวพูดอย่างโกรธเคือง
เมื่อเห็นว่านางกำลังจะหนีอีกครั้ง จวินมั่วหรันจึงคว้านางเข้ามาไว้ในอ้อมแขนของเขาราวกับดาวตกที่ไล่ตามดวงจันทร์ “วิธีการของข้าอาจไม่เหมาะสม หากเจ้าไม่ชอบ ข้าจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง”
“ดังนั้นท่านคือเจ้าสำนักหนึ่งอนันต์กระนั้นหรือ”
“จะพูดแบบนั้นก็ได้”
เฟิงอู๋โยวรู้สึกเวียนหัว เพราะเหมือนกับว่าในทุกๆ สองสามวัน นางจะค้นพบเรื่องใหม่ๆ ของจวินมั่วหรันอยู่ตลอด
เจ้าหมอนี่ยังรับบทบาทอะไรอีก
ใครจะไปรู้ บางทีพรุ่งนี้เขาจะกลายเป็นพี่ชายหรือน้องชายของนางก็ได้
เมื่อเห็นแบบนี้ เฟิงอู๋โยวก็ตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อย
จวินมั่วหรันเป็นคนที่มักจะปกป้องคนของตัวเองก่อนเสอม ดูเหมือนว่าการเป็นน้องสาวของเขาจะไม่เลว แต่จะให้นางเป็นน้องสาวเขาจริงๆ ในใจลึกๆ ของนางกลับปฏิเสธอย่างแข้งกร้าว
ตอนที่ 219 ถึงเวลาคิดบัญชี
“ท่านใต้เท้ามีกี่ตัวตนกันแน่”
แค่จวินมั่วหรันดำรงอยู่ในแคว้นตงหลินในฐานะเซ่อเจิ้งหวางก็มีอำนาจมากพอแล้ว
เมื่อรวมกับบ่อนพนันและและสำนักหนึ่งอนันต์เข้าไปอีก เฟิงอู๋โยวเริ่มคิดแล้วว่าจวินมั่วหรันเป็นเศรษฐีอันดับต้นของของแคว้นที่มีสถานะอำนาจเกือบทัดเทียมกับเชื้อพระวงศ์ได้เลย
เมื่อพิจารณาจากฐานะแล้ว ดูเหมือนว่าระหว่างเขาและนางจะห่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับเหว
เขามีอำนาจและร่ำรวยเป็นที่สุด
ส่วนนางกลับไร้ซึ่งอำนาจเงินตรา ไม่มีแม้แต่ที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง
“อยากรู้จริงหรือ”
จวินมั่วหรันยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ น้ำเสียงและสีหน้าของเขาช่วยแต่งแต้มให้ดูมีเสน่ห์ขึ้น “ข้าจะบอกทุกอย่างที่ข้ารู้กับคนที่จะกลายเป็นของข้าผู้นี้”
เฟิงอู๋โยวส่ายหัวปฏิเสธ “ท่านรู้หรือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อแมวป่าบุกเข้าโพรงหนู”
เพียงแวบเดียว จวินมั่วหรันก็เข้าใจสิ่งที่เฟิงอู๋โยวต้องการจะสื่อ
เขาหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนบีบจมูกของเฟิงอู๋โยวเบาๆ อย่างเอ็นดู “มันไม่ถึงกับที่เจ้าพูดหรอก”
เฟิงอู๋โยวยังคงยืนหยัดในจุดยืนของตัวเอง “อย่างไรก็ตาม ท่านใต้เท้าควรหยุดคิดเรื่องนั้นกับกระหม่อมได้แล้ว มันไม่ควร!”
ฟุบ!
เมื่อจวินมั่วหรันได้ยินคำพูดนั้น เขาก็เลิกผ้าห่มออกทันที
ใต้ผ้าห่มมีเงินกระดาษกองอยู่อย่างละลานตา
แต่ละใบมีมูลหนึ่งแสนตำลึงเงิน รวมๆ กันแล้วเป็นจำนวนเงินที่นางไม่มีทางหามาได้ในชาตินี้แน่นอน…
หน่วย สิบ ร้อยพัน หมื่น…พันล้าน!
ดวงตาของเฟิงอู๋โยวเป็นประกายราวกับหมาป่าที่หิวโหย นางรีบผลักจวินมั่วหรันออกไปด้านข้าง ก่อนลงไปนอนแผ่ลงบนกองเงินบนเตียง
จวินมั่วหรันจนปัญญา เขาไม่คิดมาก่อนว่างภายนอกเหล่านี้จะสามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากขนาดนี้
แต่ผ่านเพียงครู่เดียว อยู่ๆ เขาก็ยอมรับความจริงที่โหดร้ายเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน
เขาดึงนางขึ้นมาหาเขา ก่อนเลิกคิ้วถามด้วยแววตาอึมครึม “เจ้าอยากได้มันหรือไม่”
“อยากขอรับ”
เฟิงอู๋โยวพยักหน้า เงินพวกนี้ล่อตาล่อใจของนางเกินไป
“คิดราคาตามเวลา”
“เพื่ออะไรขอรับ”
“จูบกับข้า หนึ่งส่วนสี่ชั่วยามต่อสิบล้านตำลึงเงิน”จวินมั่วหรันมองนางอย่างลึกซึ้ง เดิมทีเขาต้องการให้เงินกระดาษพวกนี้แก่นางโดยไม่ต้องการอะไร
แต่หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว เจ้านี้เป็นพวกเจ้าเล่ห์ยิ่งนักและเอาชนะใจยากเป็นที่สุด
ดังนั้นจำเป็นต้องบุกอย่างนุ่มนวล ทำในสิ่งที่นางชอบ ให้ในสิ่งที่นางอยากได้ และค่อยๆ ครอบครองหัวใจของนางทีละนิด
เมื่อเห็นเช่นนี้ เฟิงอู๋โยวก็ผลักเขาออกไป “ท่านใต้เท้า นี่ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่ ท่านคิดว่ากระหม่อมเป็นคนใจง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ กระหม่อมจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ได้”
“เพิ่มอีกหนึ่งล้านตำลึงเงิน”
“ก็ได้”
เฟิงอู๋โยวรีบจับมือของเขาขึ้นมาวางไว้บนศีรษะของตัวเองทันที “แค่ลูบหัวเท่านั้น!”
“…”
ตอนแรกจวินมั่วหรันไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก
แค่พักหลังๆ มา เขากลายเป็นคนที่ปรับตัวได้ค่อนข้างเร็ว
เพียงพริบตา มือเรียวยาวรูปของเขาก็เอื้อมออกไปลูบบนเส้นผมดำเงาของนางอย่างเบามือ
เฟิงอู๋โยวไม่คิดไม่ฝันว่าจะหาเงินมากมายได้ง่ายดายขนาดนี้
ทั้งได้ลวนลามหนุ่มหล่อเหลาหน้าตาดี ทั้งได้เงินมามากมายมหาศาลในช่วงเวลาสั้นๆ
“เจ้ายิ้มทำไม”
“ท่านใต้เท้าขอรับ ตอนนี้กระหม่อมอารมณ์ดีเป็นที่สุด”
“อู๋โยว เจ้าอยากได้เงินมากกว่านี้หรือไม่”
จวินมั่วหรันรู้ว่าตัวเองไม่ควรจะรีบร้อนเกินไป แต่สุดท้ายก็อดถามออกไปไม่ได้ เพราะทนต่อความปรารถนาอันแรงกล้าของตัวเองไม่ไหว