พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว / แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก – บทที่ 19

บทที่ 19

บทที่ 19 หักนิ้วมันซะ

ธายุกรเห็นว่ารพีพงษ์เดาได้อย่างง่ายดายว่าสองคนนี้เป็น คนที่เขาส่งมา เขาลุกลี้ลุกลนขึ้นมาทันที เขามองรพีพงษ์ด้วย สายตาเคียดแค้น จากนั้นก็ด่าออกไปว่า “รพีพงษ์ สมองแก เพี้ยนไปแล้วเหรอ แกมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาว่าฉันเป็น คนส่งพวกมันมา”

“อีกอย่างนี่เป็นนิทรรศการของคุณปู่ ฉันจะบ้าส่งคนมาข โมยวัตถุโบราณของคุณปู่ได้ยังไง”

ทุกคนสังเกตเห็นเหตุการณ์ต่างก็พากันมามุงดู

นภทีป์เดินมายืนข้างหน้าทุกคนแล้วมองหัวขโมยที่อยู่ บนพื้น จากนั้นก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “นี่มันเกิด อะไรขึ้น”

อารียา กำลังจะอธิบายให้คุณปู่ฟัง แต่ธายุกรกลับเดินเข้า มาขัดแล้วพูดขึ้นมาว่า “คุณปู่ ไอ้สองคนนี้มันคือคนที่มา ขโมยของ ผมเห็นมันจะมาขโมยของเลยรีบให้คนมาจับมัน ครับ”

“ไอ้รพีพงษ์มันมาใส่ความว่าผมเป็นคนส่งสองคนนี้มา มันต้องมีแผนอะไรในใจแน่ๆ ครับ”

ความไร้ยางอายเป็นทักษะของธายุกร เขาใช้มันออก

มาทันที ไม่เพียงไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนส่งสองคนนี้มา แถมยังเถียงว่ารพีพงษ์เป็นคนพวกมันมา

ตั้งแต่ไหนแต่ไร นภทีป์ เชื่อหลานชายที่รักของตัวเองมา ตลอด ดังนั้นเขาเลยมองไปยังรพีพงษ์ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ “รพีพงษ์ แกนี่กล้ามากเลยนะ ทำไมต้องใส่ร้ายธายุ”

“ผมไม่ได้ใส่ร้ายเขา เขารู้อยู่แก่ใจดี อีกอย่างสองคนนี้ คุณก็ไม่ได้จับมันด้วยตัวเอง คุณยังมีหน้าพูดออกมาอีกนะ” รพีพงษ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แกพูดอะไร! ฉันเห็นมันสองคนจะมาขโมยของเลยแจ้ง รปภ. ให้มาจับมัน ก็ถือว่าฉันเป็นคนจับเหมือนกัน เป็นความ ดีความชอบของฉันด้วย ถ้าไม่เชื่อแกก็ถามรปภ. พวกนั้นดู ก็ได้” ธายุกรพูดเถียงขึ้นมา

เขาส่งสายตาไปหา พัชรพล ดูๆ แล้ว ทุกคนคงรู้ว่ารพี พงษ์เป็นคนไร้ประโยชน์ ดังนั้นคงไม่มีใครพูดแทนมันหรอก

ถึงแม้เขาจะไม่รู้จักรปภ. พวกนี้ แต่การที่เขาส่งสัญญาณ

ไปแบบนั้น พวกนั้นคงจะช่วยเขาพูดแน่ๆ

นภทีป์หันไปมองพัชรพลและคนอื่นๆ แล้วเอ่ยปากถามขึ้น “ที่ธายุพูดจริงหรือเปล่า”

พัชรพลแสยะยิ้มแล้วปรายตามองธายุกร รพีพงษ์คือคนที่ ไตรทศเรียกว่าพี่ พวกเขาคงไม่กล้าทำอะไรรพีพงษ์
“พวกเราเป็นคนที่คุณรพีพงษ์จ้างมา ผมไม่ได้รู้จักกับคน คนนั้น แล้วเขาก็ไม่ได้แจ้งอะไรพวกเราด้วย” พัชรพลพูด

ตอบ

ทุกคนต่างพากันฮือฮา คิดไม่ถึงว่าธายุกรจะพูดโกหก ทุกคนต่างรู้สึกว่าธายุกรหน้าไม่อาย

ธายุกรก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าพัชรพลจะไม่ให้ความร่วม มือ เขาก่นด่าพัชรพลในใจไปหลายสิบรอบ นภทีปหน้าเสียไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังไม่เชื่อว่าหัวขโมย

สองคนนี้เป็นคนที่หลานชายตัวเองส่งมา

“ไม่ว่าใครเป็นคนส่งพวกมันมา แต่ไม่ใช่คนที่ตระกูลฉัตร มงคลส่งมาแน่ๆ อีกอย่างรปภ. พวกนี้ก็น่าจะเป็นคนที่ อารี จัดหามา รพีพงษ์อยู่ในระดับไหนฉันรู้ดี เขาคงไม่สามารถ ทำเรื่องแบบนี้ได้หรอก”

“อารี ฉันรู้ว่าแกอยากให้มันได้หน้า แต่ถ้ามันอยากได้ หน้ามันก็ต้องพยายามเอาเอง นี่มันเอาแต่พึ่งพาแก ไม่เอา ไหนเลยสักนิด นี่ยังกล้ามาใส่ร้ายธายุอีก ฉันว่าคนที่คิดไม่ ชื่อก็คงจะเป็นมันนั่นแหละ!” นภทีป์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะ เยือก

“คุณปู่คะ ไม่ใช่อย่างนั้น” อารียากระวนกระวาย เธอ อยากแก้ต่างให้รพีพงษ์
แต่น่าเสียดายที่นภทีป์ไม่ฟังแม้แต่น้อย เขามองไปยังสอง คนที่อยู่บนพื้น แล้วถามขึ้นว่า “ใครเป็นคนส่งพวกแกมา”

ธายุกรกลอกตาไปมาเพื่อส่งสัญญาณให้พวกมัน พัช รพลไม่ฟังเขาแต่ไอ้สองคนนี้ต้องฟังเขาแน่

หัวขโมยสองคนรู้ถึงสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ พวกมันหัน ไปหารพีพงษ์แล้วพูดว่า “รพีพงษ์ส่งพวกเรามา เขาบอกว่า คนในตระกูลฉัตรมงคลทำไม่ดีกับเขา ดังนั้นเลยอยากให้ พวกเราขโมยวัตถุโบราณเพื่อแก้แค้นตระกูลฉัตรมงคล” ทุกคนต่างพากันมองไปยังรพีพงษ์แล้วถกเถียงกันขึ้นมา

“คิดไม่ถึงว่ารพีพงษ์จะเป็นคนแบบนี้ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ %3D เป็นลูกเขยของตระกูลฉัตรมงคล แต่กลับส่งคนมาขโมยของ ในตระกูลตัวเอง”

“รพีพงษ์นี้ไม่เอาไหนจริงๆ ตัวเองถูกคนในบ้านรังแก แล้ว ใช้วิธีนี้มาแก้แค้นคนในตระกูล”

“คนไร้ประโยชน์แบบนี้ ทั้งชีวิตก็ไม่ประสบความสำเร็จ

หรอก”

ธายุกรแสยะยิ้ม เขามองรพีพงษ์อย่างมีเลศนัย เขามีความ มั่นใจขึ้นมาทันที จากนั้นก็ถามขึ้นมาว่า “รพีพงษ์ ตอนนี้แก จะพูดอะไรอีก!”

“ที่มันจะพูดอะไรได้อีกล่ะ ที่แท้การที่มันยังอยู่ในตระกูลเราก็เพราะต้องการของของคุณปู่นี่เอง ฉันว่าอารียาก็น่า จะเป็นพวกเดียวกับมัน มันทั้งสองคนอยากครอบครองสม บัติในตระกูล” ชรินทร์ทิพย์พูดเสริม

นภทีป์โกรธเป็นอย่างมาก เขาแทบจะอยากจัดการกับรพี พงษ์ด้วยมือของตัวเอง

“แกทำฉันโมโหจริงๆ คนไร้ประโยชน์อย่างแก รวมถึงอารี แกก็คงหนีไม่พ้นเรื่องนี้ด้วย”

อารียา ร้อนใจ เธอเชื่อว่ารพีพงษ์ไม่ทำเรื่องแบบนี้แน่นอน

แต่ไอ้หัวขโมยสองคนนี้มันยอมรับแล้ว เธอไม่มีโอกาสแม้

จะพูดแก้ต่าง

รพีพงษ์ไม่มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบ เรียบ “รปภ. พวกนี้เป็นคนที่อารีหามา แล้วถ้าหัวขโมยสอง คนนี้เป็นคนที่เราส่งมา แล้วมีความจำเป็นอะไรที่เราจะให้ รปภ.พวกนี้จับมัน”

คำพูดของเขาเหมือนตีแสกหน้าทุกคน ทุกคนจึงรู้สึกว่า พวกเขาทั้งสองคนไม่มีความจำเป็นที่จะทำเช่นนั้นจริงๆ

นภทีป์ก็ตระหนักได้ถึงข้อนี้เช่นกัน แต่เพราะกลัวเสียหน้า เขาจึงไม่ยอมรับว่าตัวเองกล่าวหาผิดคน

“ไม่แน่ อารียา อาจจะโดนแกเป่าหูก็ได้ไอ้หัวขโมยสอง คนนี้มันยอมรับแล้ว แกจะแก้ต่างยังไงก็ไม่ได้ผลหรอก!”ชรินทร์ทิพย์พูดขึ้นมาอย่างเสียงดัง

รพีพงษ์เบะปากแล้วพูดขึ้นมาว่า “พวกคุณสองคนก็รู้ว่า พวกมันคือขโมย คำพูดของหัวขโมยเชื่อถือไม่ได้ ถ้าอยาก ให้พวกมันพูดความจริง ก็มีแค่วิธีเดียวเท่านั้น”

เขาหันหน้าไปหาพัชรพล ชายร่างกำยารู้สิ่งที่เขาต้อ งการจะสื่อ จากนั้นก็ก้มลงไปมองคนที่อยู่บนพื้นทั้งสองคน

ทุกคนต่างพากันสงสัยว่ารพีพงษ์จะใช้วิธีไหนที่จะทำให้ หัวขโมยพูดความจริงออกมา

พัชรพลจับแขนของหัวขโมยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะ เยือก “ฉันไม่ชอบพูดไร้สาระกับใคร ถ้าแกพูดความจริงออ กมาในตอนนี้ โทษของแกก็จะเบาลง”

“ที่พวกเราพูดออกไปคือความจริง!” หัวขโมยพูดออกมา พัชรพลไม่พูดอะไรต่อ จากนั้นก็หักนิ้วของมันหนึ่งนิ้ว เสียงนิ้วดังกรอบ ทำให้ทุกคนขนลุกขึ้นมาทันที

“จะพูดความจริงไหม” พัชรพลถามขึ้นอีกครั้ง

หัวขโมยมีสีหน้าเจ็บปวด พวกมันทำได้เพียงร้องโอด

ครวญ

กรอบ!

พัชรพลหักนิ้วมันอีกหนึ่งนิ้ว
หัวขโมยอีกคนเห็นภาพนั้นแล้วสีหน้าซีดเผือด มันกลัวจน

เหงื่อไหลเต็มหน้า

กรอบ!

คนที่โดนหักนิ้วทรมานจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ อีก จนหัวขโมยอีกคนทนไม่ไหวจึงตะโกนออกมา

“พะ พูดแล้ว ฉันจะพูดความจริง!”

“พวกเราเป็นคนของอินทัช ธายุกรไปหาอินทัช แล้วบอก ให้เขาหาคนไปขโมยวัตถุโบราณ จากนั้นก็โยนความผิดให้ กับ รพีพงษ์ สิ่งที่ฉันพูดเป็นความจริงทั้งหมด ถ้าฉันโกหกแม้ แต่คำเดียว พวกนายหักนิ้วทั้งสิบนิ้วของฉันได้เลย!”

พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว / แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก

พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว / แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก

อ่านนิยาย เรื่อง พลิกชีวิตผมเป็นคนรวยแล้ว ฟรี ได้ที่ novel-fast 


บทนำ
โดยนำเนื้อเรื่องมาจากบางส่วนของ พลิกชีวิตผมเป็นคนรวยแล้ว
ผมเป็นเป็นเขยแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงมาสามปี ทุกคนต่างก็ คิดว่าสามารถเหยียบย่ำผมได้ ในวันนี้ เพื่อเธอ ผมจะต่อต้าน กับโลกนี้

เรื่องย่อ
“คุณชาย คุณจำเป็นจะต้องกลับไปเกียวโตกับ พวกเรา เพื่อสืบทอดกิจการของตระกูลลัดดาวัลย์

“คุณแม่ของคุณอยากจะขอโทษกับเรื่องที่ทำ ผิดพลาดในปีนั้น อีกทั้งยังหวังว่าคุณจะไม่คิดเล็ก คิดน้อยกับเรื่องบาดหมางครั้งก่อนเก่าและเห็นแก่ ส่วนรวม”

“ตระกูลลัดดาวัลย์ถือเป็นตระกูลชั้นนำของ ประเทศ จะขาดคนสานต่อไม่ได้ครับ” รพีพงษ์ มองไปยังชายชราตรงหน้าที่กำลังโค้ง

ตัวด้วยท่าทีนอบน้อม จากนั้นก็แสยะยิ้มออกมา

“ตอนแรกผู้หญิงใจดำอำมหิตคนนั้นต้องการจะ ควบคุมตระกูลลัดดาวัลย์ เธอขับไล่ฉันออกจากบ้าน อย่างไร้ความเมตตา แถมยังใส่ร้ายว่าฉันทรยศ เธอ กลัวว่าฉันจะแก้แค้นเลยบังคับให้ฉันมาอยู่ในเมือง เล็กๆ อย่างเมืองริเวอร์แถมยังโดนคนเยาะเย้ยว่าเป็น ลูกเขยที่ไม่มีปัญญาแต่งภรรยาเข้าบ้าน ต้องยอมไป เป็นเขยบ้านคนอื่น”

“ตอนนี้เธอป่วยหนัก พวกนายถึงจะคิดถึงฉัน ไม่ คิดว่าสายเกินไปหน่อยเหรอ”

“ฉันชินกับการเป็นลูกเขยที่ต้องมาอยู่ในตระกูล ฉัตรมงคล ชินแล้วกับการที่โดนคนพูดว่าเกาะผู้หญิง กิน ฉันไม่สามารถไปยุ่งกับเรื่องของตระกูลลัดดา วัลย์ได้อีก พวกนายกลับไปเถอะ”

พูดจบรพีพงษ์ ก็หมุนตัวโยนขยะถุงขยะในมือ ลงถัง แล้วเดินจากไป

ถึงแม้การที่ได้เป็นคนสืบทอดตระกูลลัดดาวัลย์ จะเป็นเรื่องช็อกโลก แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับ เรื่องนี้

ในปีนั้นเขาโดนคนในตระกูลลัดดาวัลย์ไล่ออก จากบ้าน เขาก็ไม่เหลือเยื่อใยอะไรกับตระกูลลัดดา วัลย์อีกแล้ว

ตอนนี้เขาเป็นลูกเขยที่ไม่เอาไหนในตระกูล ฉัตรมงคลตระกูลอันดับสองของเมืองริเวอร์อีกทั้ง เขายังเป็นไอ้สวะที่รู้จักกันในเมืองริเวอร์

ไม่มีใครรู้ว่าเขาเคยเป็นคุณชายของตระกูลลัด ดาวัลย์แห่งเกียวโต

แต่ทว่าเรื่องนี้มันผ่านไปแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้เขา จะใช้ชีวิตอย่างอนาถ ทั้งตัวของเขามีเงินฝากไม่ถึงสี่หลัก แต่เขากลับไม่เสียใจ

รพีพงษ์ เดินถือผลไม้ในมือไป บ้านของตระกูล ฉัตรมงคล วันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของคุณปู่ ญาติ สนิทของตระกูลฉัตรมงคลจะมารวมตัวกันที่นี่ แน่นอนว่างานนี้หลีกเลี่ยงการพูดเปรียบเทียบไม่ได้ อยู่แล้ว แต่ทว่ารพีพงษ์ กลับทำให้ครอบครัวของ อารียาเป็นเรื่องตลก

งานเลี้ยงเริ่มขึ้น ทุกคนในตระกูลฉัตรมงคลต่าง พากันนำของขวัญมามอบให้คุณปู่

“คุณปู่ ผมรู้ว่าคุณปู่ชอบของโบราณ รูปภาพนี้ คือ (ภาพฤาษีตกปลาในซีชาน) ของ ถางหูโป์เป็น รูปภาพจริงที่ผมตั้งใจหามาให้คุณปู่ นี่ครับคุณปู่” หลานคนโตธายุกร ยิ้ม แล้วมอบม้วนรูปภาพหนึ่งให้ ชายชรา

“คุณปู่ หยกชิ้นนี้เป็นของที่ผมขอร้องให้เพื่อนที่ อยู่ต่างประเทศซื้อให้ ราคาไม่เบาเลยค่ะ” หลานรัก คนเล็กอย่างชรินทร์ทิพย์ยื่นหยกให้ชายชรา

ต่างคนต่างก็แย่งกันมอบของขวัญ เพื่อที่จะเอา อกเอาใจคุณปู่

“คุณปู่ ปู่พอมีเงินให้ผมยืมสักห้าแสนไหมครับในปีนี้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่ได้รับเงินบริจาค จากผู้ที่มีเมตตา มันใกล้จะไปต่อไม่ได้แล้วครับ ขีน เป็นแบบนี้ต่อไป เด็กๆ ในนั้นก็จะไร้ที่อยู..

ขณะนั้นเอง รพีพงษ์ที่นั่งอยู่ท้ายโต๊ะก็เอ่ยขึ้นมา เกิดความโกลาหลขึ้น

ศศินัดดาแม่ของภรรยาลุกขึ้นมาในทันที เธอชี้ หน้าของเขาแล้วต่อว่าทันที “นี่สมองแกมีปัญหาหรือ ไง รู้ไหมว่าแกกำลังพูดอะไรอยู่”

สาวงามแห่งเมืองริเวอร์อย่างอารียา ผู้เป็นซึ่ง เป็นภรรยาของรพีพงษ์ ก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดแบบ นั้นออกมาเหมือนกัน เธอถึงกับต้องลุกขึ้นยืนแล้วพูด ว่า “คุณปู่ เขาคงจะไม่ค่อยมีสติ คุณปู่อย่าไปใส่ใจ กับคำพูดของเขาเลยค่ะ”

พูดจบเธอก็ยื่นมือออกไปบีบแขนของสามีอย่าง รุ่นแรง

สามปีก่อน ก่อนที่คุณย่าฉัตร จะจากไป เธอรีบ บังคับให้อารียา แต่งงานกับรพีพงษ์เทพธิดาผู้ซึ่งเปล่งประกายระยิบระยับใน สายตาของชาวโลก พลันต้องตกลงสู่พื้นดิน

สามปีมานี้ รพีพงษ์ไม่ทำการทำงานอะไรเลย วันๆ ทำแค่เพียงซักผ้า ทำกับข้าว ทิ้งขยะ ผู้คนใน เมืองริเวอร์ ขนานนามเขาว่าไอ้สวะ เดิมที่เคยภาค ภูมิใจว่าเป็นเทพธิดา ก็กลายเป็นคำเย้ยหยันไปโดย สิ้นเชิง

ตอนนี้ รพีพงษ์ก็มาสร้างความลำบากในงานวัน เกิดของคุณปู่อีก

“น่าตลกสิ้นดี นึ่งานวันเกิดของคุณปู่ ไม่มีของ ขวัญไม่พอ ยังกล้ามาขอเงินห้าแสนอีก รพีพงษ์ ไม่กี่ ปีมานี้นายทำให้ตระกูลฉัตรมงคลขายหน้าไม่พออีก เหรอ นายอุตส่าห์มายืมเงินในงานวันเกิด จะทำให้ คุณปู่โกรธหรือไง” คนที่พูดคือธายุกร ลูกหลานที่ ทำให้ท่านปู่นภทีป์ พึงพอใจมาตลอด

“ฉันว่าไอ้คนสมองพิการมันจงใจ อีกอย่างสถาน เลี้ยงเด็กกำพร้าก็แค่ข้ออ้าง มันต้องการเอาเงินของ คุณปู่ไปใช้เอง ดูจากสมองของมันแล้วคงจะคิด อะไรแบบนี้ไม่ได้หรอก คงจะเป็นอารียาที่สั่งมันมา สินะ”

หลานสาวที่คุณปู่รักที่สุดอย่างชรินทร์ทิพย์พูด เสริม พวกเธอไม่ลงรอยกันอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสก็พูด ใส่ร้าย อารียา

เมื่อมีคนพูดถึง อารียา รพีพงษ์ก็อธิบายขึ้นมา ทันที “ไม่ใช่ ผมแค่ต้องการยืมเงินคุณปู่ ช่วงนี้ผม หมุนเงินไม่ค่อยทัน ผมไม่มีปัญญาหาเงินเยอะขนาด นั้น ผมจะต้องหาเงินมาคืนคุณปู่แน่นอน”

“เลิกพูดไร้สาระสักที คนไร้ประโยชน์อย่างนาย ขนาดงานยังไม่มีให้ทำถ้าให้นายยืม นายจะเอา ปัญญาที่ไหนมาคืน” ธายุกรพูดเย้ยหยัน

“จริงค่ะ ไอ้สวะนี่มันมาจากสถานเลี้ยงเด็ก กำพร้า แกยืมเงินคุณปู่เพื่อไปเลี้ยงพวกสวะแบบแก เหรอ ฉันว่าทางที่ดีแกรีบปิดไอ้สถานเลี้ยงเด็ก กำพร้านั่นซะเถอะ” ชรินทร์ทิพย์พูดด้วยสีหน้า ประชดประชัน

รพีพงษ์มองคนที่กำลังต่อว่าเขาแล้วกัดฟัน กรอด ตอนที่เขากลายเป็นคนเร่ร่อน สถานเลี้ยงเด็ก กำพร้ามารับตัวเขาไว้ เขาถึงเติบโตเป็นผู้เป็นคนมา ถึงทุกวันนี้ ตอนนี้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ากำลัง ลำบาก เขาจึงอยากช่วย แต่เรื่องมันกะทันหันเกินไป เขาไม่มีเงินมากขนาดนั้น เขาคิดได้เพียงการยืมเงิน เท่านั้น

ตอนแรกเขาคิดว่าทุกคนจะมีความเมตตาช่วย เหลือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่คิดไม่ถึงว่าจะได้รับสายตาอันเย็นชาแบบนี้ ในใจของเขาคิดถึงวิกฤติ ของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาถึงไม่แสดงท่าที เกรี้ยวกราดอะไรออกมา

ชายชราที่ป์ โกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขา จ้องรพีพงษ์เขม็ง แล้วพูดเสียงดังออกไปว่า “เลิกทำ ตามอำเภอใจได้แล้ว นี่พวกแกมาอวยพรฉันหรือจะ มาเพิ่มความวุ่นวายกันแน่ รีบไสหัวไปซะ งานเลี้ยง ของฉันไม่ต้องการคนไร้ประโยชน์อย่างแก ต่อไป ถ้าบ้านเรามีงานเลี้ยงอะไร ฉันไม่อนุญาตให้แกเข้า ร่วมอีกต่อไป”

“คุณปู่ ตอนนี้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าลำบาก มากจริงๆ เด็กพวกนั้นต้องการความช่วยเหลือ” รพี พงษ์กัดฟันพูดอย่างไม่ยอมแพ้ สีหน้าของเขาเต็มไป ด้วยความซื่อสัตย์

อารียาเห็นท่าที่จริงจังของเขาแล้ว ก็ถอน หายใจออกมาอย่างจนปัญญา แล้วพูดกับนภทีป์ “คุณปู่คะ เขาต้องการช่วยสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จริงๆ ค่ะ เขาเติบโตมาจากที่นั่น เขาผูกพันกับที่นั่น มาก คุณปู่ช่วยเขาด้วยนะคะ”


และยังมี  นิยาย อ่านนิยาย นิยาย pdf นิยายวาย อ่านนิยายฟรี นิยายออนไลน์ อีกหลายเรื่องที่รอให้คุณอ่านที่ novel-fast.com

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท