ตอนที่ 126 ความล้มเหลว!
โฮกกกกกก !!!
เมื่อเสียงคํารามดังก้องกังวาน พายุทอร์นาโดขนาดยักษ์ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม!
ถังลี่เสวี่ยตกใจเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น และรีบเฝ้าระวังทันที แต่เธอยังคงเฝ้าสังเกตเพื่อค้นหาว่า [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] พยายามทําอะไร
ป้างงงงงง
!!!
พายุทอร์นาโดขนาดยักษ์สูงแตกออกเป็นชิ้นๆ หลังจากที่สีของมันเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดนก
ถังลี่เสวี่ยเดาว่า (จิ้งจอกเลือดปีศาจ) ใช้เลือดของตัวเองเพื่อสกัดกั้น (พายุไซโคลนตัดเฉือน)ของเธอ!
การเดาของถังลี่เสี่ยนั้นถูกต้องเพียงครึ่งเดียว ทันทีที่พายุทอร์นาโดขนาดยักษ์เปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด มันก็กลายเป็น [พายุไซโคลนตัดเฉือน] ของ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] แล้ว
หลักการก็เหมือนกับวิธีที่แฮ็กเกอร์เข้าควบคุมคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น แต่ เจิ้งจอกเลือดปีศาจ]ใช้เลือดของตัวเองเป็นสื่อในการควบคุม [พายุไซโคลนตัดเฉือน] ของถังลี่เสวี่ย
ในความเป็นจริงถ้า [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] มีพลังในการควบคุมธาตุลม มันก็สามารถควบ คุม [พายุไซโคลนตัดเฉือน] ของถังลี่เสวี่ย และทําให้มันบินกลับมาหาเธอได้!
น่าเสียดายที่ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] ไม่มีอํานาจใดๆ ในการควบคุมธาตุลม ดังนั้นมันจึงทําได้เพียงทําลายพายุทอร์นาโดขนาดยักษ์เพื่อปลดปล่อยตัวเองออกมา
ถังลี่เสวี่ยขมวดคิ้วเมื่อเห็น [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] สามารถหลุดพ้นจากท่าที่ดีที่สุดของญาญ่าได้
ในขณะที่กริชเลือดทั้งสิบสองของ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] ยังสามารถแยกตัวออกจาก [กรงวายุ] ของเธอได้ด้วยการผสานตัวเองเป็นดาบยักษ์เล่มเดียว และตัด [กรงวายุ] ออกอย่างแรง
*ช่างน่ารําคาญเสียจริง ความสามารถธาตุลมของญาญ่าถูกต่อต้านอย่างสมบูรณ์แบบด้วยความสามารถขั้นเทพของ [การจัดการเลือด] นี้ จุดอ่อนของ [การจัดการเลือด] ควรเป็นธาตุไฟหรีอสายฟ้าสินะ น่าเสียดายที่ฉันไม่สามารถใช้เปลวไฟแห่งความภาคภูมิใจได้ในขณะนี้ ไม่อย่างนั้นการต่อสู้ครั้งนี้คงจะจบลงแล้ว! เฮ้อ…”
แต่ไม่ได้หมายความว่าถังลี่เสวี่ยไม่มีวิธีอื่นใดที่จะเอาชนะ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] ดวงตาของถังลี่เสี่ยเป็นประกายอย่างเย็นชา ขณะที่เธอเริ่มปล่อยเจตนาฆ่าบางอย่างออกมา
ดาบคมขนาดยักษ์บินอยู่เหนือถังลี่เสวี่ย และเหวี่ยงลงด้วยความเร็วที่ยากต่อการมองเห็นด้วยตาเปล่า เหมือนกับใบมีดกิโยตินที่บินได้ ซึ่งต้องการจะตัดหัวของบุคคลนั้น
ถังลี่เสวี่ยกระพือปีกนางฟ้าสีคริสตัล และบินไปทางด้านขวาไม่กี่นิ้ว
เธอหลบการโจมตีของดาบยักษ์ได้อย่างง่ายดาย แต่ดาบยักษ์ยังคงไม่ยอมแพ้ และโจมตีถังลี่เสวี่ยซ้ําแล้วซ้ําเล่าอย่างน่าเบื่อหน่ายเหมือนเล่นตีตัวตุ่น
ถังลี่เสวี่ยแกว่งร่างเล็ก ๆ ที่มีขนยาวของเธอไปทางขวาและซ้าย และหลีกเลี่ยงการโจมตีทั้งหมดของมันอย่างสบาย ๆ แต่เธอเริ่มรู้สึกรําคาญอย่างมาก ดังนั้นเธอจึงใช้ [กระสุนอากาศ] จัดการกับดาบยักษ์ที่บินมาหาเธอ
ใครจะไปรู้หลังจากที่เธอจัดการกับดาบยักษ์แล้ว [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] ก็เข้ามาใกล้เธอตอนนี้
มันต้องการใช้เกราะแข็งที่เต็มไปด้วยใบมีดเลือดที่แหลมคมนั้น กระแทกเข้ากับร่างของถังลี่เสวีย
แต่ถึงหลี่เสวี่ยจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร!
ในตอนนี้ การเคลื่อนไหวของ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] นั้นช้าไปหมดสําหรับเธอ
อันที่จริงไม่ใช่แค่ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] เท่านั้น แต่เธอรู้สึกว่าทุกสิ่งรอบตัวเธอเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ไปหมดทุกสิ่ง เมื่อเธออยู่ในโหมด [การสถิตร่างของเทพ] กับญาญ่า
อย่างไรก็ตามถังลี่เสวี่ยคิดผิดในครั้งนี้
ถังลี่เสวี่ยรู้สึกหนาวที่กระดูกสันหลัง เมื่อเห็น (จิ้งจอกเลือดปีศาจ] เยาะเย้ยเธอ
ถังลี่เสวี่ยรู้ทันทีว่าเธอทําผิดพลาดครั้งใหญ่แล้ว!
[สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] ไม่ได้คิดจะเอาร่างเกราะของมันไปชนกับถังลี่เสวี่ยเลย
บู๊มมมมมม !!!
เมื่อ (สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ) เข้าใกล้ถังลี่เสวี่ย เกราะเลือดชั้นนอกของมันระเบิดออก!
เกราะเลือดหนากลายเป็นเศษกระสุนเล็ก ๆ นับไม่ถ้วน และบินไปทุกที่ด้วยความเร็วที่เหลีอเชื่อ
ถังลี่เสวี่ยในตอนนี้อยู่ห่างจาก [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] เพียงไม่กี่นิ้ว ดังนั้น (จิ้งจอกเลือดปีศาจ] จึงมั่นใจมากว่า ถึงแม้ถังลี่เสวี่ยจะมีความเร็วที่เร็วมาก แต่เธอก็คงไม่สามารถหลบการโจมตีที่ไม่คาดคิดนี้ได้
ดวงตาสีเขียวมรกตของถังลี่เสวี่ยเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม ขณะที่เธอพยายามจับทุกการเคลื่อนไหวของเศษเกราะเลือดที่อยู่ตรงหน้าเธอ
เธอยังตระหนักว่าเธอไม่สามารถหลบทุกอย่างด้วยความเร็วของเธอ ดังนั้นเธอจึงเปิดใช้งาน [ก้าววายุ] เพื่อเพิ่มความเร็วของเธอให้มากขึ้นไปอีก!
หลังจากหลีกเลี่ยงกระสุนหกชิ้นด้วยความยากลําบาก ในที่สุดถังลี่เสวี่ยก็มาถึงขีดจํากัดของเธอเมื่อกระสุนหลายสิบชิ้นพุ่งเข้าหาเธอในคราวเดียว
ถังลี่เสวี่ยขบเขี้ยวของเธอ และเปิดใช้งานทักษะอื่น ๆ ของเธออย่างรวดเร็ว!
[ก้าววายุ].พร้อมกับ [ก้าวพริบตา!
ร่างเล็กๆ ของถังลี่เสี่ยเริ่มสั่นไหวไปรอบๆ ทิ้งภาพติดตานับไม่ถ้วนทุกครั้งที่เธอเคลื่อนไหวเธอหลบทุกเศษกระสุน เมื่อมันอยู่ห่างจากร่างกายที่บอบบางของเธอเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
ความเร็วในปัจจุบันของเธอสูงมากจนแม้แต่ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] ก็ไม่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของถังลี่เสวี่ยด้วยตาได้ มันทําได้เพียงมองดูภาพที่พร่ามัวของถังลี่เสวี่ยด้วยความตกใจและไม่เชื่อ
ถังลี่เสวี่ยร่างเล็กๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าใบหน้าของ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] อย่างกะทันหันหลังจากที่เธอสามารถหลบกระสุนทุกอันจากเกราะเลือดหนาของมันได้
[สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] ตกใจมากจนอยากจะถอยหลังให้เร็วที่สุดโดยไม่รู้ตัว แต่ถังหลี่เสวี่ยจะปล่อยให้มันทําอย่างนั้นได้อย่างไร?
[คลื่นแยกสวรรค์ (ชั้นที่ 7)]!
ยิ่งไปกว่านั้น ถังลี่เสวี่ยเล็งโจมตีไปที่หน้าผากของ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] อย่างแม่นยํา!
แผนของถังลี่เสี่ยนั้นเรียบง่าย
[สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] ยังคงมีเกราะเลือดชั้นที่สองปกป้องส่วนต่างๆ ของร่างกายอยู่ในตอนนี้และการโจมตีส่วนต่างๆ ของร่างกายก็ไม่มีประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากความสามารถขั้นเทพของ[การจัดการเลือด] มันสามารถซ่อมแซมบาดแผล หรือกระดูกหักได้อย่างง่ายดาย
เนื่องจากเป็นเช่นนั้น ถังลี่เสวี่ยจึงตัดสินใจใช้ [คลื่นแยกสวรรค์ (ชั้นที่ 7)] เพื่อทําลายสมองของมันโดยตรง!
เธอเชื่อว่าถ้าเธอทําลาย [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] ด้วยการเจาะทะลุของเธอตรงสมองมัน มันจะช่วยให้สามารถหยุดความสามารถขั้นเทพ [การจัดการเลือด] ได้ด้วย
[สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] ไม่เคยสัมผัสความตายได้ใกล้ขนาดนี้มาก่อนเลย
ป้างงงงงง!!!
ต้มมม!!
ขณะที่ [คลื่นแยกสวรรค์ (ชั้นที่ 7)] ของถังลี่เสวี่ยกระทบหน้าผากของ จิ้งจอกเลือดปีศาจ]ร่างกายของมันก็ระเบิด และกลายเป็นเลือดจํานวนมาก
เลือดของมันกระเด็นไปทั่วทุกที่ของบริเวณโดยรอบ ทําให้หญ้าบริเวณนั้นกลายเป็นสีแดง
ถังลี่เสวี่ยใช้ [ก้าววายุ] ของเธอพร้อมกับทักษะ [ก้าวพริบตา] ของเธออีกครั้ง เพื่อถอยห่างออกไป และเธอก็สามารถหลีกเลี่ยงเลือดของ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] ไม่ให้สัมผัสเธอได้
อันที่จริงเธอไม่ต้องการให้เลือดของมันแตะต้องเธอเลย! ใครจะไปรู้ว่า [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] สามารถทําอะไรที่เป็นอันตรายต่อเธออีกได้ หรือสามารถติดตามตําแหน่งของเธอได้ในภายหลังหากเธอสัมผัสมัน!
ถังลี่เสวี่ยตรวจสอบบริเวณโดยรอบ แต่ไม่พบศพของ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ]
เธอไม่สามารถหาร่องรอยของ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] ได้เลย
“ไอ้บ้านี่! มันหนีไปแล้วหรอ! คนขี้ขลาด! ฉันคิดว่าคนพาลอย่างเขาจะไม่กลัวอะไรเลยซะอีก! เฮ้อ.. เสียเวลาเปล่า! อืม… อย่างน้อยฉันก็ได้กระเป๋าอวกาศสองใบจากมัน!”
ถังลี่เสวี่ยมองเข้าไปในกระเป๋าอวกาศ และเห็นหัวมนุษย์จํานวนมากที่เก็บไว้ในนั้น
ถังลี่เสวี่ยตกใจเล็กน้อย และรีบปิดกระเป๋าอวกาศ ตอนนี้เธอแน่ใจจริงๆ ว่าคนพาลตัวใหญ่นั้นไม่สามารถนับจํานวนได้ เพราะหัวมนุษย์ที่เก็บไว้ในกระเป๋าอวกาศนั้นน่าจะมากกว่าห้าสิบแล้ว
ที่จริงถังลี่เสวี่ยสามารถเสร็จสิ้นการทดสอบครั้งที่สองของเธอได้ในตอนนี้ ถ้าเธอกลับไปและมอบหัวมนุษย์ทั้งหมดให้กับหญิงสาวผมดํา
แต่น่าเสียดายที่เธอได้เริ่มภารกิจระบบของเธอ เพื่อจับมนุษย์ที่มีชีวิตห้าสิบคนเพื่อเสร็จสิ้นการทดสอบครั้งที่สอง และเธอไม่กล้าที่จะเพิกเฉยต่อมัน ดังนั้นศีรษะมนุษย์ทั้งหมดเหล่านี้จึงไร้ประโยชน์สําหรับเธอ
ถังลี่เสวี่ยตรวจสอบกระเป๋าช่องอื่น ๆ และพบถังเปล่าจํานวนมากที่ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ]ใช้เพื่อเก็บเลือดของตัวเอง
[สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] คงใช้เลือดสํารองทั้งหมดเพื่อทําให้ตัวเองหลุดออกจาก [พายุไซโคลนตัดเฉือน] ของถังลี่เสวี่ย จากนั้นก็สร้างเกราะหนักทําลายตัวเอง และมันก็ใช้ส่วนที่เหลือเพื่อนลบหนีดังนั้นตอนนี้เลือดสํารองของมันหมดลงแล้ว
ถังลี่เสวี่ยทิ้งถังเปล่าที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมดออกไป แต่เธอเอาแกนสัตว์ร้ายทั้งหมดที่เก็บไว้ภายในนั้นออกมา
ถังลี่เสวียเปิดหน้าต่างสถานะ และตรวจสอบว่าระยะเวลาของ [การสถิตร่างของเทพ] ของเธอนานแค่ไหน
[ระยะเวลาของการสถิตร่าง: 00:03:12]
“โอ้ ฉันยังมีเวลามากกว่าสามนาที? เห้อ การต่อสู้นี้นั้น ฉันคิดว่ามันโชคดีนะ! ถ้ามันไม่หนีรอดไปตอนนี้ ฉันแน่ใจว่ามันจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว!”
ถ้าถังลี่เสวี่ยต่อสู้อีกหลายรอบ และยืดเวลาการต่อสู้ให้นานขึ้น ทําให้เลือดสํารองของมันหมดลงก่อน ที่เธอจะจัดการครั้งสุดท้าย ผลก็คงต่างออกไปจากนี้แน่นอน
[สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] จะไม่สามารถใช้ความสามารถ [การหลบหนีของเลือด] ได้ หลังจากที่เลือดสํารองของมันหมดลง และถังลี่เสวี่ยได้ใช้ [คลื่นแยกสวรรค์ (ชั้นที่ 7)] กระทบกับหน้าผากของมันสมองก็คงจะเละเป็นข้าวต้มไปแล้ว!
ถังลี่เสวี่ยสายหัวด้วยความผิดหวังและเสียใจ แต่ตอนนี้เธอทําอะไรไม่ได้เพราะมันสายเกินไปสําหรับเธอแล้ว
ระยะเวลาสามนาทีนั้นไม่นานพอที่เธอจะค้นหาที่อยู่ปัจจุบันของ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ]
แม้ว่าเธอจะสามารถหาที่อยู่ของมันได้ในไม่ช้า ใครจะรู้ว่า สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] เจ้าเล่ห์จะมีทักษะในการช่วยชีวิตอื่นเพื่อหนีจากเธออีกครั้งหรือไม่?
ถังลี่เสวี่ยไม่มีเวลาเล่นซ่อนหากับ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] อีกต่อไป เพราะเธอจะต้องเผชิญหน้ากับผลของ [การสถิตร่างของเทพ] หลังจากผ่านไปสามนาที
ถังลี่เสี่ยเปิดใช้งาน [ร่างเทพ] ของเธอ และใช้ระยะเวลาที่เหลืออยู่วิ่งไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทําได้และค้นหาพื้นที่รกร้างที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ใกล้ ๆ
เธอขุดถ้ําลึกอีกครั้งเหมือนกับตอนที่เธอต้องการใช้ (ไข่มุกแห่งราชามังกรสุริยัน] และปิดทางเข้าถ้ําอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น
หลังจากระยะเวลาของ [การสถิตร่างของเทพ] สิ้นสุดลง ร่างเล็กๆ ของญาญ่าก็แยกจากกันกับร่างของ ถังลี่เสวี่ย และทั้งคู่ก็หมดสภาพอย่างสมบูรณ์ด้วยความอ่อนเพลีย
ร่างกายของพวกเขาสันไม่หยุด และพวกเขายังรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกายอย่างมาก
ความเสียใจของถังลี่เสวี่ยที่ไม่สามารถฆ่า [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] ได้รุนแรงขึ้น และเธอไม่สามารถหยุดตัวเองจากการสาปแช่ง [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของเธอได้
ถังลี่เสวี่ยไม่รู้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันของ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] นั้นแย่กว่าเธอมาก
ไม่เพียงมันทําให้เลือดสํารองของตัวเองหมดไปแล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาอีกนานในการกู้คืนจากสถานะที่อ่อนแอหลังจากใช้ทักษะ [การหลบหนีของเลือด
ตอนนี้ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] อ่อนแอลง และมันน่าจะเป็นผู้ที่อ่อนแอที่สุดในปาแห่งนี้แม้แต่สัตว์อสูรที่นี่ก็สามารถฆ่ามันได้อย่างง่ายดาย ถ้ามันไม่เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง
ความเกลียดชังและความขุ่นเคืองของ [สุนัขจิ้งจอกเลือดปีศาจ] สําหรับถังลี่เสวี่ยทวีความรุนแรงมากขึ้น แม้กระทั่งความกระหายเลือด และเจตนาฆ่าในดวงตาสีแดงเลือดของมันก็ยังมีมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก
มันสาบานในใจว่าจะไม่มีวันลืมความอัปยศอดสูนี้ และแน่นอนว่ามันจะหาทางเอาคืนถังลี่เสวี่ยและจิ้งจอกดําให้ได้!