แต่บางเรื่องเราก็ไม่มีไฟล์แล้วเหมือนกัน
บทที่ 251 คุณอยากจะตอบแทนผมจริง ๆ หรือ
ขณะที่คำพูดของเซียวหันถิงนั้นกำลังเสร็จสิ้นไป แต่เสิ่นอีเวยก็กลับไม่ได้มีคำตอบอะไรอยู่ในความคิดเลย
ต่อไปควรทำอะไรต่อไปดีนะ ? ตอนนี้ในความคิดเธอมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีความคิดเกิดขึ้นอะไรเลย เลยได้เพียงแต่ส่ายหัวอย่างช้า ๆ แล้วพูดว่า “ฉันไม่รู้เลย”
เซียวหันถิงเห็นใบหน้าของเสิ่นอีเวย เธอกำลังก้มหน้าแล้วด้วยเผ้าผมที่พะรุงพะรัง เธอเลยเสยผมขึ้นมา
ในทุกขั้นตอนนี้ เซียวหันถิงไมได้เอาสายตาออกห่างไปจากไหนเลย
เหมือนกับเสิ่นอีเวยคิดอะไรได้ออกมาเลยพูดออกมาว่า “คุณให้เงินกับเสิ่นเหยียนชิ่งไปเท่าไหร่ ? ”
เซียวหันถิงทำท่าทีที่ไม่รู้เรื่องแล้วพูดว่า “คุณรู้ได้ไงผมให้เงินเขาไป”
เสิ่นอีเวยก็พูดไปด้วยความไม่คิดต่อไปว่า “ฉันไม่ใช่คนที่เพิ่งจะรู้จักเสิ่นเหยียนชิ่ง เขาเป็นคนละโมบ ผลประโยชน์ส่วนตนต้องมาก่อน เรื่องแบบนี้หากไม่ได้ให้ผลประโยชน์กับเขาแล้วว่ละก็ เขาก็คงไม่ทำแบบนี้”
เซียวหันถิงฟันแล้วก็ไม่ได้ตอบอะไร แล้วก็ได้ดูท่าทีของเสิ่นอีเวยแล้วพูดว่า “คุณถามผมว่าให้เขาไปเท่าไหร่ หรือว่าคุณจะให้เงินผมล่ะ ? ”
เสิ่นอีเวยเมื่อฟังแล้วก็ยิ่งจริงจังเข้าไปใหญ่ “แน่นอนสิ”
น้ำชาที่เซียวหันถิงดื่มเข้าไปก็สำลักออกมา เหมือนกับว่าเสิ่นอีเวยนั้นได้นำเรื่องนี้มาไว้ในใจแล้ว
วินาทีต่อมา ผู้ชายคนนี้ก็ได้วางแก้วน้ำชาแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ความจริงแล้ว คุณไม่ต้องเกรงใจก็ได้”
ระหว่างสองคนนั้นก็ได้เงียบอยู่ครู่หนึ่ง เซียวหันถิงได้พูดคุยเรื่องนี้กับเสิ่นอีเวยทำให้เสิ่นอีเวยรู้สึกไม่ค่อยมีความไม่เหมาะสม แต่ว่าเธอกับเขานั้นก็ไม่ได้รู้จักกันเพียงแค่วันสองวัน ดังนั้นในใจเธอก็ชัดเจนมากกว่าสิ่งใด
เซียวหันถิงมองไปยังเสิ่นอีเวยที่มีท่าทางที่ไม่ชัดเจน แต่ตอนนี้สำคัญที่สุดคือเธอจะทำอย่างไรในลำดับต่อไป ในเมื่อเรื่องนี้มีความสำคัญกับตระกูลเซิ่ง พูดอีกความหมายหนึ่งคือมีความเกี่ยวข้องกับเซิ่งเจ๋อเฉิง
เสิ่นอีเวยเป็นห่วงว่าเซียวหันถิงจะตามตื๊อเธอด้วยคำพูดที่ว่า “อย่าไปเกรงใจ” เลยทำให้พูดออกไปว่า “เรื่องนี้ ความจริงแล้วฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป”
น้ำเสียงที่นิ่ง ๆ ของเสิ่นอีเวย แต่กลับเต็มไปด้วยการที่ทำอะไรไม่ได้เลย
เซียวหันถิงได้มองไปยังสายตาของเธอแล้วถอนหายใจในใจแล้วพูดกับเธอว่า “ความจริงผมคิดว่า คุณควรจะรีบไปถามเซิ่งเจิ้นอวิ๋นให้ชัดเจน”
เสิ่นอีเวยตกใจแล้วพูดว่า “เซิ่งเจิ้งอวิ๋น คุณตาของฉัน ? แต่เมื่อเรื่องถึงตอนนี้แล้วมันจะถามหาอะไรอีกล่ะ ? เรื่องราวไม่ใช่มันชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ? ”
“ไม่ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่แบบนี้ ไม่ใช่หรือ ? ”เซียวหันถิงพูดด้วยหน้าตาที่เคร่งขรึม
เสิ่นอีเวยรู้สึกสงสัย “มีอะไรไม่เหมือนกันล่ะ ? ”
“เรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ จะต้องฟังเสียงของคนที่มีความเกี่ยวข้อง มีเพียงแค่เรื่องพวกนี้ คุณถึงจะรู้ถึงความจริงเรื่องของพ่อแม่ของคุณ”
ตอนนี้หัวสมองของเสิ่นอีเวยเต็มไปด้วยความสับสนและวุ่นวาย
เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเซิ่งเจิ้นอวิ๋น เธอรู้อีกว่าควรจะไปถามเขาให้ชัดเจน แต่ว่าตอนนี้ทุกอย่างครุ่นคิดอย่างชัดเจนแล้ว ดังนั้นในใจเธอก็เริ่มว้าวุ่นขึ้นอีกครา
แน่นอนว่าเซิ่งเจิ้นอวิ๋นมีฐานะที่พิเศษ คือพ่อของเซิ่งเจ๋อเฉิงและเป็นตาของตัวเธอเอง เธอเลยไม่รู้ว่าจะทำอะไรก่อนดี
เสิ่นอีเวยคิดถึงปัญหาเหล่านี้ก็ไม่ได้อยากจะให้เซียวหันถิงเห็นถึงท่าทีและอารมณ์ของเธอ ครั้งนี้เขาได้ช่วยเธอ ซึ่งเธอขอบใจจากใจจริง แต่ว่าก็ไม่อยากจะติดหนี้บุญคุณเขา
เธอเลยตัดสินใจว่าจะเอาเงินที่เซียวหันถิงให้เสิ่นเหยียนชิ่งคืนให้กับเซียวหันถิงทั้งหมด
ในเมื่ออยากจะเสาะหาความชัดเจนเรื่องราวของพ่อแม่ อยากต้นจนจบ เสิ่นอีเวยหวังว่าจะจัดการให้มันจบด้วยตัวเธอเอง
เธอไม่รู้ว่าเซียวหันถิงมีอำนาจมากเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้เธอไม่อยากจะไปอาศัยคนอื่น
แต่ว่าในเมื่อคนอื่นได้ช่วยเธอ เธอจึงไม่อยากจะเสียน้ำใจจนเกินไป พอคิดถึงตรงนี้ เธอก็เลยเงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาที่สวยของเธอนั้นได้ดึงดูดเซียวหันถิงอีกครั้งหนึ่ง
เสิ่นอีเวยได้พูดว่า “ประธานเซียว เรื่องราววันนี้ฉันขอขอบคุณอย่างเป็นที่สุด ที่ทำให้ฉันนั้นได้รู้ถึงเรื่องราวความจริง ดังนั้นก็อยากจะขอบคุณ คุณด้วยความจริงใจอีกครั้งหนึ่ง สำหรับเรื่องเงินที่ให้เสิ่นเหยียนชิ่งไป ไม่อยากจะเท่าไหร่ ก็ขอให้คุณนั้นบอกจำนวนเงินมาให้ฉันด้วย ”
เสิ่นอีเวยมีหน้าตาที่จริงจัง เพราะเกรงว่าเซียวหันถิงจะคิดว่าเธอนั้นมีความคิดเป็นอื่น เลยจริงจังด้วยสายตาอันจริงจังของเธอมองไปยังเขา
แต่ที่ชัดเจนคือ เซียวหันถิงเห็นท่าทีที่จริงจังของเธอ สีหน้าก็เลยค่อย ๆ เคร่งขรึมไปอีกนิดหนึ่ง สายตาก็ไม่ได้เร่าร้อนเหมือนกับที่ผ่านมา เซียวหันถิงก็รับปรับเปลี่ยนอารมณ์ของตนเองแล้วพูดว่า “คุณอยากจะคิดเล็กคิดน้อยเรื่องพวกนี้กับผมงั้นหรือ ? ”
เสิ่นอีเวยมีความตกใจเพราะว่าน้ำเสียงของเซียวหันถิงไม่ได้มีความเป็นธรรมชาติ และรู้ว่ากำลังไม่พอใจ
เธอนั้นได้มองตาเขาแล้วพูดว่า “ประธานเซียว ไม่ใช่ฉันจะคิดเล็กคิดน้อยนะ ฉันกับเขานั้นไม่ได้รู้จักกันเพียงวันสองวัน ในเมื่อเขารู้ว่าคุณนั้นเป็นคนมีฐานะอะไรบ้าง และทั้งยัง…..”
เสิ่นอีเวยพูดถึงตรงนี้แล้วหยุดไปสักพักหนึ่ง แล้วมองหน้าไปเซียวหันถิงแล้วพูดต่อไปว่า “ฉันขอพูดความจริงแล้วกัน ฉันไม่อยากจจะติดหนี้บุญคุณของคุณ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก เงิน หรืออะไรก็ตาม ความจริงแล้วฉันรู้จักท่านเป็นเพื่อนก็ดีมากแล้ว ดังนั้นฉันอยากจะรักษาสภาพความเป็นเพื่อนเอาไว้ ดังนั้นไม่อยากจะให้ความเป็นเพื่อนถูกสิ่งอื่นมาผสมใส่กัน ดังนั้นท่านต้องบอกตัวเลขเงินที่ชัดเจนให้ฉัน หวังว่าคุณจะเข้าใจ”
เสิ่นอีเวยพูดด้วยความรวดเร็ว และไม่ได้หยุด แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงใจ
เธอนั้นได้พูดความในใจไปหมดแล้ว เธอเพียงอยากจะรักษาความเป็นเพื่อนเอาไว้แค่นั้นเอง และไม่อยากจะมีความผูกพันไปมากกว่านี้
เซียวหันถิงเป็นคนฉลาด แน่นอนว่าเขาเข้าใจคำพูดของเสิ่นอีเวย เลยถอนหายใจอยู่ในนั้นว่า
เป็นผู้หญิงที่ฮลากคนหนึ่งเลย
เมื่อสักครู่นี้ เสิ่นอีเวยได้ใช้คำว่า “ท่าน” ซึ่งเขาไม่เข้าใจว่าเขานั้นหมายความว่าอะไร
เสิ่นอีเวยเพียงแค่อยากใช้แค่นั้นเอง
แต่ว่าอายุของเซียวหันถิงนั้นเยอะกว่าเสิ่นอีเวยไม่กี่ปี ดังนั้นในบางเรื่องก็อาจจะต้องใช้คำพวกนี้
คิ้วของผู้ชายที่สง่างามคนนี้ ได้ยิ้มออกมาด้วยความแปลกใจ แล้วพูดว่า “เงินเป็นของนอกกาย ผมคิดว่าคุณหญิงเสิ่นอย่าไปใส่ใจอะไรนักเลย อยากให้ใส่ใจอะไรกับสิ่งไม่มีความหมายพวกนี้เลย หากคุณอยากจะตอบแทนผมจริง ๆ ผมก็อยากจะออกความคิดเห็นหน่อย”
เสิ่นอีเวยตกใจ ไม่เอาเงิน ?
เธอได้ตอบกลับไปว่า “ประธานเซียวจะความคิดเห็นประการใด ? ”