จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ – บทที่ 698 นายตามฉันมา

บทที่ 698 นายตามฉันมา

หลินโร่หลันเดินกลับไปที่นั่งของตัวเอง สีหน้าบูดบึ้งทันที

สวี่เหม่ยเย้นถามว่า “เป็นยังไงบ้าง? เจ้าเด็กนั่นพูดอะไรกับลูกเหรอ?”

หลินโร่หลันกำหมัดไว้แน่น พูดด้วยความโกรธแค้นว่า “เขาทำเหมือนลูกไม่มีตัวตนเลย”

สวี่เหม่ยเย้นรู้สึกโกรธมาก “ฮื่อ เจ้าเด็กนี่เหิมเกริมเกินไปแล้ว! เขานึกว่าตัวเองถือหุ้นในน้ำแห่งชีวิต แล้วก็รู้สึกตัวเองเจ๋งมาก…….”

พูดไปพูดมา สวี่เหม่ยเย้นเองก็พูดต่อไปอีกไม่ได้แล้ว

มีหุ้นส่วนสิบเปอร์เซ็นต์ในน้ำแห่งชีวิต มันย่อมต้องเจ๋งเป็นธรรมดา ไม่เช่นนั้นหลินโร่หลันก็ไม่ถึงกับต้องลงทุนไปขอโทษหลินหยุนด้วยตัวเองเช่นนี้ แม้กระทั่งถูกหลินหยุนหยามเกียรติ ก็ยังไม่ยอมรามืออีก

“ฮื่อ โร่หลันไม่ต้องใจร้อน นี่เป็นแค่การประเมินผลงานตระกูลเท่านั้น ก็ปล่อยให้เจ้าเด็กนั้นได้ใจไปก่อน ต่อจากนี้ไป พวกเราจะแข่งกันทางเครือข่ายความสัมพันธ์ ด้วยความสามารถของหลินตงหัวแล้ว ปีนี้เขาจะต้องรั้งท้ายอย่างแน่นอน ต่อให้เจ้าเด็กนั่นเก่งกาจไม่ธรรมดายังไงก็ตาม แต่ก็ไม่มีทางจะช่วยให้หลินตงหัวพลิกเกมกลับมาได้หรอก”

สวี่เหม่ยเย้นสีพูดด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

หลินโร่หลันไม่ได้พูดอะไร สายตายังคงจ้องไปยังหลินหยุน โดยไม่ละสายตาเลย

นายท่านหลินซื่อเฉิงก็ยืนขึ้นมาพูดว่า “ทุกคนโปรดเงียบสักครู่!”

หลังจากนั้น สายตาของเขาก็หันไปมองผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสอง “ตอนนี้ประกาศผลได้แล้วหรือยัง?”

ผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสองพยักหน้า “ได้แล้วครับ”

หลินซื่อเฉิงพูดว่า “ถ้างั้นก็ประกาศผลเลยสิ!”

ทันใดนั้นภายในห้องโถงใหญ่ก็เงียบสงัด จนแม้แต่เข็มสักเล่มตกลงพื้นก็ยังได้ยิน

สายตาของผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสองก็กวาดไปยังลูกหลานที่เข้าร่วมประเมินผลงานทั้งหลาย พร้อมด้วยส่งเสียงประกาศ

“ฉันขอประกาศว่า คนที่ได้ที่หนึ่งในการประเมินผลงานของตระกูลครั้งนี้ได้แก่ หลินหยุน!”

“ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น ไม่สามารถประเมินค่าได้!”

ในใจทุกคนต่างก็รู้สึกช็อกอีกครั้งหนึ่ง

ตามประวัติการประเมินผลงานของตระกูลที่ผ่านมาทุกครั้ง ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดก็ไม่เกินแปดสิบเท่าซึ่งเป็นสถิติของหลินเหยียนอัจฉริยะสุดยอดของตระกูลหลินที่ทำไว้เมื่อห้าสิบปีที่แล้ว

แต่ว่า ตอนนี้ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นของหลินหยุนนั้น ไม่ใช่หนึ่งพันเท่า และไม่ใช่หนึ่งหมื่นเท่า แต่เป็นไม่สามารถประเมินค่าได้!

นี่คือผลงานที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาตั้งแต่ที่ตระกูลหลินเริ่มใช้ระบบประเมินผลงานของตระกูล นับว่าเป็นผลงานสุดยอดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย

“ด้วยความแข็งแกร่งของน้ำแห่งชีวิตแล้ว ทรัพย์สินที่สามารถหามาได้ก็ไม่สามารถจะคาดคะเนออกมาได้ ดังนั้นผลงานของหลินหยุนก็ไม่สามารถประเมินค่าได้เช่นกัน!”

ผู้คนตระกูลหลินทั้งหลาย ต่างก็รู้สึกช็อกและอิจฉา

ผู้ตรวจสอบอาวุโสอ่านต่อไปว่า “ลำดับที่ 2 หลินเห้า”

“ลำดับที่ 3 หลินโร่สุ่ย…….”

คราวนี้ ผู้ตรวจสอบอาวุโสก็อ่านรวดเดียวจบเลย

มีแต่ในช่วงเวลาที่อ่านของหลินหยุนนั้น เจตนาที่หยุดเว้นวรรคสักครู่

จะเห็นได้ว่า ปฏิบัติต่อหลินหยุนเป็นกรณีพิเศษ

หลังจากอ่านจบแล้ว ผู้ตรวจสอบอาวุโสก็หันหน้าไปยังหลินซื่อเฉิงยกมือคารวะแล้วพูดว่า “เจ้าบ้านครับ การตรวจสอบครั้งนี้ได้จบสิ้นลงแล้ว ขอคำชี้แนะด้วย!”

หลินซื่อเฉิงพูดอย่างเกรงใจว่า “ทั้งสองท่านลำบากแล้ว ขอเชิญกลับไปพักผ่อนเถอะ!”

“ขอบคุณเจ้าบ้านครับ!” ผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสองก็หันหลังกลับแล้วเดินจากไป

หลินซื่อเฉิงมองไปยังหลินหยุน ยิ้มด้วยสีหน้าที่อบอุ่น “หลินหยุน นายยังไม่ได้รับเงินทุนตั้งต้นของตระกูลเลย แต่ว่า นายกลับสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมา ทำให้ทุกคนในตระกูลทั้งหมดต่างก็รู้สึกละอายใจ!”

“ในฐานะที่ได้ที่หนึ่งในการเข้าร่วมประเมินของตระกูลครั้งนี้ บอกมาได้เลยว่า นายอยากได้อะไร? ขอเพียงให้นายพูดออกมา ฉันก็ยอมตกลงให้ได้ทั้งนั้น”

ทุกคนต่างก็ตกใจ!

ท่าทีของหลินซื่อเฉิงเช่นนี้เจตนาเข้าข้างหลินหยุนอย่างเห็นได้ชัดเลย!

รางวัลที่หนึ่งของการประเมินผลงานตระกูลเป็นเงินรางวัลสามสิบล้าน โดยมอบให้กับคนที่ได้ที่หนึ่งเอาไปใช้จ่ายอย่างอิสระ

แต่ว่า รางวัลของหลินซื่อเฉิงนี้ กลับยิ่งล้ำค่ามากกว่าเงินรางวัล 30 ล้านเสียอีก

“เจ้าบ้านครับ ทำเช่นนี้ไม่เหมาะแล้วล่ะ! กฎกติกาไม่ควรจะเปลี่ยนแปลง ไม่เช่นนั้นแล้วคนที่ได้ที่หนึ่งในอดีตที่ผ่านมาจะต้องรู้สึกไม่พอใจอย่างแน่นอน” หลินตงถิงลุกขึ้นพูดเป็นคนแรก

อีกทั้ง หลินตงถิงก็มีสิทธิ์ที่จะพูดเช่นนี้ด้วย เพราะว่าหลินโล่เฉินก็เคยได้ที่หนึ่งในการประเมินผลงานตระกูลเหมือนกัน รางวัลของเขาก็มีเพียงแค่เงินจำนวน 30 ล้านเท่านั้นเอง

แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นหลินหยุนแล้ว หลินซื่อเฉิงก็จะเปลี่ยนเป็นรางวัลที่ล้ำค่าเช่นนี้ ในใจของหลินตงถิงย่อมไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

หลินซื่อเฉิงพูดว่า “หลินหยุนยังไม่เคยได้รับเงินทุนจากตระกูลเลยแม้แต่แดงเดียว แต่กลับสร้างผลงานร่ำรวยมหาศาลน่าตกใจขนาดนี้ ถ้าหากยังคงใช้หลักเกณฑ์การให้รางวัลแบบเดิมนั้น สำหรับเขาแล้วจะมีหรือไม่มีก็ไม่มีความหมายอะไร”

“ดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงรางวัลขึ้นมาชั่วคราว”

หลินตงเย่วก็ยืนขึ้นมาพูดอย่างเข้มงวดว่า “เจ้าบ้านครับ หลินตงถิงพูดก็ถูกต้อง กฎกติกาไม่ควรจะแก้ไขอย่างง่ายดายเช่นนี้ ไม่เช่นนั้นแล้ว จะทำให้พวกลูกหลานตระกูลหลินก่อนหน้านั้นยอมรับได้ยังไงกันล่ะ!”

คนตระกูลหลินรุ่นที่สองที่เหลือก็ทยอยลุกขึ้นมา พูดเตือนห้ามหลินซื่อเฉิงไว้

ใครก็ไม่อยากให้หลินหยุนได้เปรียบขนาดนี้

เผื่อว่าหลินหยุนคิดอยากจะได้ครอบครองตระกูลหลินล่ะ? ต่อไปหลินหยุนก็ต้องกลายเป็นเจ้าบ้านของตระกูลหลิน แล้วคนพวกนี้พวกเขาจะทำยังไง?

ในบรรดาท่านผู้ใหญ่ตระกูลหลินทั้งห้าที่เหลืออยู่ไม่กี่คนนั้น ก็รู้สึกไม่ค่อยเหมาะเช่นกัน ต่างก็ทยอยส่งเสียงคัดค้านตามมา

“เจ้าบ้าน กฎกติกาไม่สมควรจะแก้ไขโดยพลการนะครับ!”

หลินซื่อเฉิงเมื่อเห็นว่าทุกคนต่างก็ทยอยออกมาคัดค้าน แม้แต่พี่น้องของเขาเองก็ยังไม่เห็นด้วย ในใจก็รู้สึกเศร้าหมองขึ้นมาทันที

“อ่าย พวกคุณก็ได้แต่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้นเอง ไม่เคยคิดทำเพื่อตระกูลหลินเลย”

“ด้วยความสามารถของหลินหยุนในตอนนี้ เขายังจะมาสนใจตระกูลหลินเหรอ? ถ้าหากเขาอยากจะได้ตระกูลหลินจริงละก็ สำหรับตระกูลหลินแล้ว นับว่าได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลด้วยซ้ำไป!”

แต่ว่า ทุกคนต่างก็มองเห็นแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวของตัวเองเท่านั้น เกรงว่าถ้าหลินหยุนได้มากเกินไปแล้ว จะทำให้พวกเขาสูญเสียผลประโยชน์ได้

นายท่านหลินซื่อเฉิงก็โบกมือพูดว่า “ช่างเถอะ ในเมื่อพวกคุณต่างก็ไม่เห็นด้วย งั้นก็ทำตามกฎกติกาเดิมในการมอบรางวัลก็แล้วกัน!”

หลินหยุนพูดขึ้นอย่างกะทันหันว่า “คุณปู่ครับ รางวัลของผมมอบให้กับหลินโร่สุ่ยเถอะ ผมไม่ต้องการหรอกครับ”

ทุกคนต่างตกตะลึง!

นั่นเป็นเงินรางวัลถึง 30 ล้านเชียวนะ!

หลินหยุนแค่เอ่ยปากพูดคำเดียวแค่นี้ก็มอบให้คนอื่นไปแล้ว?

หลินโร่สุ่ยอึ้งไปสักครู่ ก็รีบส่ายมือทั้งสองข้างไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน “ไม่ๆๆ พี่หลินหยุน นี่เป็นรางวัลของคุณเอง ฉันจะรับได้ยังไงล่ะ!”

หลินหยุนยิ้มอย่าเรียบเฉย “เอาไปเถอะ บริษัทของคุณเพิ่งเริ่มต้นกิจการใหม่ กำลังต้องการเงินอยู่พอดี ถ้าคุณไม่เอา งั้นก็ต้องคืนให้กับตระกูลไปแล้วกัน!”

คืนให้กับตระกูล ก็ทำให้คนอื่นได้เปรียบเท่านั้นเอง อีกทั้งตอนนี้หลินโร่สุ่ยก็กำลังต้องการเงินจริงๆ

หลินโร่สุ่ยก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “งั้นก็ได้ ถือว่าฉันยืมคุณมาก่อนก็แล้วกัน วันหลังฉันค่อยคืนให้คุณ”

หลินซื่อเฉิงก็พยักหน้า “งั้นก็ได้ รางวัลของหลินหยุน ก็มอบให้กับหลินโร่สุ่ย!”

“หลินหยุน นายตามฉันมา! ฉันมีเรื่องอยากจะพูดกับนายหน่อย” หลินซื่อเฉิงมองไปยังหลินหยุน แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

“ครับ คุณปู่!” สีหน้าหลินหยุนเรียบเฉย เดินตามหลังหลินซื่อเฉิงออกไป

ผู้คนต่างก็หันมามองหน้ากัน นายท่านไม่ค่อยจะเรียกใครต่อหน้าคนจำนวนมากเข้าไปพูดคุยเป็นการส่วนตัว อย่างน้อยเขาเป็นถึงเจ้าบ้าน ทำเช่นนี้อาจทำให้ผู้คนเกิดการเข้าใจผิดก็ได้

แต่วันนี้นายท่านกลับไม่สนใจความเห็นของคนส่วนใหญ่เลย เรียกหลินหยุนตามไป

นี่เป็นการได้รับเกียรติที่ยิ่งใหญ่มากเลย!

พวกเด็กรุ่นหลังของคนตระกูลหลิน สีหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชมและอิจฉา

หลินโล่เฉินและหลินโร่หลันสีหน้าบึ้งตึง ต่อให้พวกเขาทั้งสองคนเป็นถึงอัจฉริยะของตระกูลหลินก็ตาม ก็ยังไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่พิเศษเช่นนี้เลย

เฉินเห้าแอบกำหมัดไว้แน่น สีหน้าไม่พอใจอย่างมาก “หลินหยุน ทุกสิ่งทุกอย่างมันควรจะเป็นของฉันคนเดียว! เป็นเพราะแกแย่งชิงไปหมด แกคอยดูนะ ฉันจะต้องเอาเกียรติยศชื่อเสียงที่ควรจะเป็นของฉันกลับคืนมาให้ได้!”

หลังจากที่หลินซื่อเฉิงพาหลินหยุนออกไปแล้ว พี่ใหญ่ตระกูลหลินก็ยืนขึ้นมาประกาศว่า “ทุกคนเชิญไปที่ห้องอาหารรับประทานอาหารกันก่อน!”

หานเจียวเจียวมองหน้าหวางซูเฟิน แล้วพูดด้วยสีหน้าเยาะเย้ยว่า “พี่สะใภ้ คุณให้กำเนิดลูกชายที่แสนดีจริงๆเลยนะ!”

“ต่อจากนี้ไป ครอบครัวพวกคุณก็คงไม่เห็นพวกเราตระกูลหลินอยู่ในสายตาแล้วสิ!”

คนตระกูลหลินคนอื่นที่เหลือทั้งหลาย ต่างก็จ้องมองหวางซูเฟินด้วยสีหน้าที่ไม่เป็นมิตร

หวางซูเฟินไม่เข้าใจจิตใจคนพวกนี้จริงๆ เมื่อก่อนคนพวกนี้โจมตีเธอว่าไม่สามารถมีลูกได้ แต่ตอนนี้เธอไม่เพียงแต่ได้พบกับลูกชายที่ไม่เย่อหยิ่งเช่นนี้แล้ว อีกทั้งยังเป็นถึงอัจฉริยะที่ดีที่สุดในตระกูลหลินอีกด้วย

แต่ว่า คนพวกนี้ก็ยังคงพูดจาไม่หวังดีกับต่อเธอเช่นเคย

สรุปแล้วก็คือ เป็นเพราะหวางซูเฟินใจดีมีเมตตาเกินไป

หวางซูเฟินกวาดสายตามองไปยังหานเจียวเจียว แล้วพูดเยาะเย้ยว่า “เป็นยังไงเหรอ? อิจฉาเหรอ? คุณพูดถูกแล้ว ฉันก็ไม่เคยเห็นพวกคุณอยู่ในสายตาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”

“หลังจากกลับไปแล้ว ฉันจะให้บริษัท ตงหวาง กรุ๊ปตัดขาดธุรกิจทุกอย่างกับบริษัทของคุณให้หมดเลย”

หานเจียวเจียวหน้าถอดสี พูดด้วยความโมโหว่า “คุณกล้าเหรอ? พวกเราได้เซ็นสัญญากันไว้แล้วนะ!”

“งั้นก็จ่ายค่าผิดสัญญาให้คุณไปก็แล้วกัน เงินแค่นั้นบริษัท ตงหวาง กรุ๊ปฉันไม่เคยแยแสอยู่แล้ว!”

“คุณ………” หานเจียวเจียวพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

หลินตงเย่วพูดเสียงดังว่า “น่าขำสิ้นดี ถ้าคุณไม่ช่วยเขา ลำพังเขาเป็นแค่เด็กยากไร้คนหนึ่ง แม้แต่เงินทุนตั้งต้นก็ยังไม่ได้รับเลย เป็นไปได้ยังไงจะมีทรัพย์สินถึงพันล้านได้!”

หวางซูเฟินพูดอย่างโมโหว่า “ฉันบอกแล้วไงไม่ได้ช่วยก็ไม่ได้ช่วยสิ ถ้าหากพวกคุณไม่เชื่อละก็ ฉันสามารถจะเอาบัญชีทั้งหมดของบริษัท ตงหวาง กรุ๊ปออกมาให้พวกคุณดูให้ชัดเจนก็ได้นะ!”

หลินตงเย่วพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึงว่า “งั้นคุณก็ไปเอาออกมาให้พวกเราทุกคนดูสิ! มัวแต่พูดเล่นลิ้นอยู่ได้!”

เฉินต๋าจี่พูดเยาะเย้ยว่า “ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก บริษัท ตงหวาง กรุ๊ปยังไม่มีปัญญาที่จะช่วยเจ้านายของฉันหาทรัพย์สมบัติพวกนี้มาได้หรอก!”

อ๋อเหรอ?

หมายความว่าอย่างไร?

ทุกคนต่างตกตะลึง มองไปยังเฉินต๋าจี่ด้วยความสงสัย

เฉินต๋าจี่ก็ไม่รีบไม่ร้อน หยิบแฟ้มใบแสดงรายการทรัพย์สินชุดที่ 2 ในมือออกมา

มองดูผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสอง เฉินต๋าจี่ก็พูดด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งว่า “จะให้ฉันเป็นคนอ่าน หรือว่าพวกคุณจะอ่านเองล่ะ?”

สีหน้าผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสองโกรธเคืองเล็กน้อย หนึ่งในนั้นก็พูดด้วยเสียงต่ำว่า “ฉันอ่านเอง”

หลังจากรับใบแสดงรายการทรัพย์สินจากมือของเฉินต๋าจี่แล้ว ผู้เอาวุโสทั้งสองคนนั้นก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆทันที

“หุ้นส่วน 25 เปอร์เซ็นต์ของโรงหมอเทพเซียน!”

“เป็นไปไม่ได้ นี่มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”

ผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสอง ก็รีบดำเนินการตรวจสอบทันที โดยโทรศัพท์ไปหาฝ่ายต่างๆเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ใช้เวลานานถึงสิบนาทีเต็มๆ หลังจากนั้น ผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสองก็ตกตะลึงช็อกไปเลย

“ตรวจสอบแล้วถูกต้อง หุ้นส่วน 25 เปอร์เซ็นต์ของโรงหมอเทพเซียน มูลค่าทรัพย์สินหนึ่งหมื่นล้าน!”

ผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสองมองไปยังเฉินต๋าจี่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เมื่อได้ยินคำพูดนี้แล้ว ผู้คนตระกูลหลินทั้งหลายในห้องโถงใหญ่นั้น ล้วนแต่อ้าปากค้างจนลืมหุบด้วยความตกตะลึง

“หุ้นส่วน 25 เปอร์เซ็นต์ของโรงหมอเทพเซียน? ฉันไม่ได้ฟังผิดนะ!”

“นี่เป็นไปได้ยังไงกัน? โรงหมอเทพเซียนเป็นถึงผู้นำด้านอุตสาหกรรมยาของประเทศจีนเชียวนะ มูลค่าทางการตลาดหลายหมื่นล้าน เขาถึงกับถือหุ้นในโรงหมอเทพเซียนถึงหนึ่งในสี่เลยนะ!”

“ต่อให้เป็นบริษัท ตงหวาง กรุ๊ปก็เทียบกับโรงหมอเทพเซียนไม่ได้หรอก!”

ผู้คนตระกูลหลินทั้งหลายต่างก็พูดอะไรไม่ออก โดยเฉพาะคนที่กระโดดโลดเต้นแรงที่สุดเมื่อครู่นี้อย่างหานเจียวเจียว รวมทั้งหลินตงเย่วด้วย ทั้งสองคนต่างก็อึดอัดจนหน้าแดงไปหมด

“ในที่สุดฉันก็เข้าใจคำพูดของผู้หญิงคนนั้นแล้ว หุ้นส่วน 1 ใน 4 ของโรงหมอเทพเซียน ต่อให้บริษัท ตงหวาง กรุ๊ปคิดอยากจะช่วยเขา ก็ยังไม่มีเงินทุนมากขนาดนั้นหรอก!”

หวางซูเฟินมองไปยังหลินตงเย่วอย่างเย้ยหยัน “ตอนนี้ยังจะกล่าวหาว่าฉันไม่ทำตามกฎกติกาการประเมินผลงานของตระกูลอีกไหมล่ะ?”

หลินตงเย่วพูดอะไรไม่ออก ทำเสียงฮื่อใส่ แล้วหันหน้าไปที่อื่น

หลินเหลยก็ตะโกนเสียงดังลั่นออกมาว่า “หนึ่งหมื่นล้าน!นี่เป็นไปได้ยังไงกัน? โกหกหลอกลวงแน่นอนเลย!”

ผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสองกำลังหงุดหงิดอยู่ พอดีกับจังหวะที่หลินเหลยเจ้างั่งนี่ กระโดดออกมาพอดี

“หลินเหลย คุณกำลังสงสัยความสามารถของพวกฉันเหรอ?”

สายตาของท่านผู้ใหญ่ตระกูลหลินทั้งห้า ต่างก็มองไปยังหลินเหลยด้วยความเยือกเย็นเล็กน้อย

ผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสองคน มีฐานะเทียบเท่ากับท่านผู้ใหญ่ตระกูลหลินทั้งห้า มีตำแหน่งที่สูงส่งในตระกูลหลิน จะยอมให้เด็กรุ่นหลังเล็กๆคนหนึ่งมากำเริบเสิบสานได้อย่างไรกัน!

หลินเหลยรับรู้ได้ถึงสายตาที่ไม่เป็นมิตรเช่นนั้น รู้สึกตกใจสะดุ้งขึ้นมาทันที จากนั้นก็ไหวตัวกลับมาได้ในทันที

“เปล่าครับ เปล่าครับ ผมจะกล้าทำอย่างนั้นได้ยังไงล่ะ! ผมเพียงแต่กังวลว่าเจ้าเด็กนั้น มีความสามารถในการปลอมแปลงเก่งมาก ถ้าทั้งสองท่านไม่ระวังก็อาจจะถูกเขาหลอกเอานะครับ” หลินเหลยพูดอย่างระมัดระวังด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

ผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสองต่างก็ส่งเสียงฮื่อใส่ในเวลาเดียวกัน “ระวังความประพฤติของตัวเองให้ดีก็พอแล้ว เรื่องของพวกฉันแกไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

หลินเหลยตกใจจนหัวหดไม่กล้าพูดอะไรอีก แอบมองหลินเห้าที่อยู่ด้านข้าง แล้วพูดกระซิบว่า “พี่เห้า พี่ว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง? ไม่ใช่พันล้าน แต่เป็นหมื่นล้านเลยนะ!”

สีหน้าหลินเห้าแตกตื่นตกใจ เขาก็ไม่เชื่อว่าหลินหยุนอายุเพียงเท่านี้ก็สามารถมีทรัพย์สินมากถึงหนึ่งหมื่นล้านได้แล้ว

“โกหก เป็นเรื่องโกหกแน่นอนเลย! นักต้มตุ๋นสมควรตาย เขาทำยังไงถึงได้ตบตากรรมการตรวจสอบทั้งสองคนไปได้!”

หลินโร่หลันมองดูหลินหยุน สีหน้าตกตะลึง เธอมองเห็นสีหน้าท่าทางของกรรมการตรวจสอบทั้งสองได้อย่างชัดเจน สามารถยืนยันได้ว่าหนึ่งหมื่นล้านนี้ไม่ใช่เรื่องโกหกแน่นอน

“หนึ่งหมื่นล้าน เพิ่มขึ้นหนึ่งพันเท่า! เจ้าเด็กนี่ ทำได้ยังไงกันแน่!”

ในที่สุดหลินโล่เฉินก็ไม่สามารถควบคุมความนิ่งเฉยได้อีกต่อไป สายตาที่มองดูหลินหยุนเต็มไปด้วยความแตกตื่นตกใจ

“หนึ่งหมื่นล้าน เพิ่มขึ้นหนึ่งพันเท่า อีกทั้งยังอยู่ในสภาวะที่ยังไม่ได้รับเงินทุนตั้งต้นด้วยซ้ำไป!”

“นี่ มันเป็นไปได้ยังไง!”

ตอนนี้หลินตงหัวตกตะลึงงงเป็นไก่ตาแตกไปแล้ว

มองดูหลินหยุน ราวกับว่าเพิ่งจะได้รู้จักกับเขาวันนี้เอง

มองดูหวางซูเฟินที่นั่งอยู่ข้างกายไม่มีอาการตกตะลึงอะไรเลย หลินตงหัวถามอย่างแปลกประหลาดว่า “ซูเฟิน คุณรู้มาก่อนแล้วใช่ไหมว่าหลินหยุนมีเงินมากมายขนาดนี้?”

หวางซูเฟินไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เยาะเย้ยอยู่ในใจ “นี่เป็นเพียงแค่เงินเท่าไหร่เอง พวกคุณก็ช็อกกันไปหมดแล้ว ถ้าหากพวกคุณรู้ว่าหลินหยุนสามารถที่จะเอาเงินสดออกมาทีเดียวห้าหมื่นล้านได้อย่างง่ายดายละก็ ถึงเวลานั้นพวกคุณจะทำหน้ายังไงกันเหรอ?”

ท่านผู้ใหญ่ตระกูลหลินทั้งห้าตอนนี้ก็รู้สึกยากที่จะนิ่งเฉยอีกต่อไปแล้ว มองดูหลินหยุนด้วยสายตาที่ตกตะลึง

ในใจของนายท่านหลินซื่อเฉิงก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น เขามักจะรู้สึกว่าตัวเองติดค้างหลินตงหัวทั้งครอบครัวมาโดยตลอด ถ้าหากตระกูลสายทางหลินตงหัวสร้างคนอัจฉริยะเช่นนี้มาได้ หลินซื่อเฉิงยังมีความคิดที่อยากจะยกตำแหน่งเจ้าบ้านให้กับหลินหยุนด้วยซ้ำไป

เฉินต๋าจี่มองดูปฏิกิริยาของทุกคนแล้วยิ้มอย่างประหลาด “ถึงกับช็อกไปเลยเหรอ?”

“มาดูใบแสดงรายการทรัพย์สินชุดที่สามกันดีกว่าค่ะ!”

พูดจบเฉินต๋าจี่ก็เอาข้อมูลเอกสารยื่นให้กับผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสอง

ในขณะที่มองดูใบแสดงรายการทรัพย์สินชุดที่สามนั้น ผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสองถึงกับมือสั่น แทบจะทำให้เอกสารนั้นหล่นลงไปบนพื้น

จากนั้น ผู้อาวุโสทั้งสองถึงกับตกใจเหมือนถูกผีหลอก พูดตะโกนออกมาด้วยความตกใจว่า “หุ้นส่วน 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำแห่งชีวิต!”

“นี่มันเป็นไปได้ยังไง!”

พอสิ้นเสียงลง ท่านผู้ใหญ่ตระกูลหลินทั้งห้าที่นั่งอยู่แถวแรก ต่างก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกันทันที

นายท่านใหญ่ตระกูลหลินพูดด้วยสีหน้าเข้มงวดว่า “รีบตรวจสอบทันทีเลยว่าเป็นจริงหรือเท็จ!”

หลินซื่อเฉิงก็พูดด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า “อาศัยอำนาจสูงสุดของตระกูลไปตรวจสอบโดยตรงเลย!”

อำนาจสูงสุดของตระกูล ก็คืออำนาจสิทธิ์ขาดสูงสุดของตระกูลหลินนั่นเอง

ผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสองตกใจ รีบตอบตกลงว่า “ครับ!”

ในไม่ช้า ผลตรวจสอบก็ออกมาแล้ว

ยังไม่ทันที่ผู้ตรวจสอบอาวุโสทั้งสองจะพูดรายงานเลย หลินซื่อเฉิงก็รีบเอ่ยปากถามขึ้นว่า “เป็นยังไงบ้าง?”

“ตรวจสอบแล้วถูกต้อง ผลสรุปเป็นจริงทุกประการ!” ผู้ตรวจสอบอาวุโสคนหนึ่งพูดด้วยความยินดี

“เยี่ยม!” หลินซื่อเฉิงตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น

ท่านผู้ใหญ่ตระกูลหลินทั้งสี่ที่เหลือต่างก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง

ภายในห้องโถงนั้น ผู้คนตระกูลหลินทั้งหลายส่วนใหญ่แล้วยังไม่ได้สติกลับคืนมาเลย

หลินเหลยมึนงงไปหมด พูดพึมพำกับตัวเองว่า “หุ้นส่วนสิบเปอร์เซ็นต์ของน้ำแห่งชีวิต! นี่มันเป็นไปได้ยังไง!”

น้ำแห่งชีวิตถึงแม้ไม่ได้มุ่งหวังทำกำไรอย่างเดียวก็จริง แต่ว่าก็ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศจีนไปแล้ว

ทุกคนต่างก็เห็นความสำคัญของน้ำแห่งชีวิตกันทั้งนั้น ถ้าหากสามารถขยายธุรกิจไปยังตลาดโลกสักครั้งละก็ จะต้องได้เข้าไปอยู่ในอันดับหนึ่งในสิบของโลกได้ทุกเมื่อ

เช่นนั้นแล้วหุ้นส่วนสิบเปอร์เซ็นต์ของน้ำแห่งชีวิต มันหมายถึงอะไร!

นั่นไม่ใช่เพียงแค่ทรัพย์สินมหาศาลที่ประเมินค่าไม่ได้เท่านั้น อีกทั้งยังกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งไปด้วย อย่างน้อยตอนนี้ผู้คนจำนวนมากมายต่างก็คิดอยากจะเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำแห่งชีวิตทั้งนั้น แต่ว่ากลับไม่สามารถที่จะผ่านการตรวจสอบมาตรฐานของตัวแทนจำหน่ายน้ำแห่งชีวิตไปได้

มีหุ้นส่วนในน้ำแห่งชีวิต ก็เท่ากับเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะตัวตนอย่างหนึ่งแล้ว

อาจพูดได้ว่า หลินหยุนตอนนี้ ไม่เพียงแต่มีทรัพย์สินเงินทองมากกว่าตระกูลหลินทั้งตระกูลแล้ว อีกทั้งยังสามารถช่วยให้ตระกูลหลินก้าวขึ้นมาอยู่อีกระดับหนึ่งได้อีกด้วย

หลินโร่หลันสีหน้าขาวซีด มองไปยังหลินหยุนอย่างไม่น่าเชื่อ “นี่ มันเป็นไปได้ยังไงกัน? เขาไม่ใช่เป็นแค่บอดี้การ์ดคนหนึ่งเหรอ?”

หลินโล่เฉินก็ตกใจผวาอย่างไม่รู้สาเหตุเช่นเดียวกัน มองดูหลินหยุนด้วยสายตาที่สับสนอย่างยิ่ง

ในใจหลินโล่เฉินแอบยิ้มเฝื่อนๆ “หลินหยุนเจ้าตัวดี แกแอบซ่อนเร้นไว้ลึกมากเลยนะ!”

“มิน่าแกถึงได้เหิมเกริมขนาดนี้ แม้แต่ตระกูลเจี่ยงแห่งเกาะหนานยังไม่อยู่ในสายตาเลย!หนำซ้ำคุณชายตระกูลนิ่งแห่งเมืองหลวงก็ยังกล้าไปแตะต้องอีก ที่แท้ทั้งหมดนี้ก็คืออำนาจพึ่งพิงที่แท้จริงของแกนี่เอง!”

“สยบตระกูลหลินด้วยตัวเองคนเดียว!”

“ฮ่าๆ อัจฉริยะของตระกูลอย่างฉัน เมื่อเทียบกับแกแล้ว มันดูช่างน่าขำจริงเลย!”

หลินโล่เฉินสีหน้าพ่ายแพ้ยับเยิน

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์

จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์

Status: Ongoing

มหากษัตริย์ชางฉองหลินหยุนที่ปราบปรามสามโลกไถ่บาปไม่สำเร็จ เกิดใหม่กลับสู่โลกมนุษย์เป็นเขยแต่งเข้าบ้าน ชาติปางก่อน ได้เมียที่สวยเซ็กซี่ดูเป็นผู้ใหญ่กลับครอบครองไม่ได้ ชาตินี้ หลินหยุนจะทำยังไง……ชาติก่อน เขาเป็นคนไร้ความสามารถที่ใครๆต่างดูถูก ชาตินี้ เขาเป็นหมอเทพหลินในวงการแพทย์ ตาทิพย์หลินในวงการของโบราณ อาจารย์หลินในวงการฮวงจุ้ย และหลินชางฉองในวงการบู๊ เมื่อเขากลับมาสู่เทวโลกอีกครั้ง พบว่าเทวโลกมีการเปลี่ยนแปลง หลายคนที่กำลังไถ่บาปรวมตัวกัน พวกเขาจะทำได้ดั่งใจหวังหรือไม่

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท