หล่าทหารซากศพขอบเขตวิญญาณนั้นเเม้จะไม่มีสติปัญญามากนักเเต่พวกมันก็สัมผัสได้ถึงอันตรายอย่างร้ายเเรง
เกี่ยวกับเศษเสี้ยวจิตวิญญาณตระกูลพยัคฆ์ตรงหน้าพวกมันซึ่งเเม้ว่าพวกมันจะพยามรุมโจมตีเเล้วเเต่ผลลัพธ์นั้น
” โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก ”
” ตู้ม………….. ”
เสียงคำรามของเศษเสั้ยวจิตวิญญาณได้ดังขึ้นพร้อมกับการโจมตีที่ถูกปล่อยออกไปอย่างรสดเร็วจนพวกมันไม่สามมรถตอบสนองได้อย่างทันท่วงที
เเละโดนการโจมตีนั้นบดขยี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยซึ่งเฟยหลงได้เห็นภาพนั้นก็ได้กล่าวออกมาว่า
” คิดไม่ผิดจริงที่ปล่อยมันออกมา ”
เเต่ทางด้านเสี่ยวไป๋มี่เห็นเศษเสี้ยวจิตวิญญาณตระกูลพยัคฆ์ตนนั้นเเล้วก็เกือบจะสะดุดล้มเพราะมันจำได้ดีว่า
มันคือเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่โจมตีมันตอนอยู่ในถ้ำใต้ทะเลสาบเเห่งนั้นเเล้วถ้ามันไม่คิดเสียเเรงจัดกับเสี่ยวไป๋ละก็……………..
ไม่เเน่ว่าชีงิตน้อยๆของมันคงจะดับสูญด้วยน้ำมือของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณตระกูลพยัคฆ์ตัวนั้น
เสั่ยวไป๋วิ่งกลับมาหาเฟยหลงอย่างรวดเร็วก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันเต็มไปด้วยความเร่งร้อน
” พี่ใหญ่ท่านเป็นคนปล่อยเศษเสี้ยวจิตวิญญาณตระกูลพยัคฆ์ตัวนั้นออกมาใช่ไหม ”
ซึ่งคำตอบของเฟยหลงนั้นกลับทำให้เสี่ยวไป๋อยากกัดลิ้นฆ่าตัวตายตรงนี้เลย
” เเล้งทำไมพี่ใหญ่ถึงไม่บอกข้าก่อนละ……. ไม่เเน่ตอนที่ข้ากำลังล่อพวกซากศพน่าโง่เหล่านั้นอยู่เเล้วมันจดจำข้าได้เเล้วหลังจากนั้นละ…………. ”
ถึงไม่บอกเฟยหลงก็รู้ได้เสี่ยวไป๋ต้องการบอกอะไรกับเขากันซึ่งเฟยหลงไม่ได้กล่าวอ้อมค้อมอะไร
” ไม่ต้องห่วงก่อนหน้านี้ที่พวกเจ้ากำลังเล่นวิ่งไล่จับกับซากศพเหล่านั้นข้าก็ได้ทำสัญญาบางอย่างกับเศษเสี้ยวจิตวิญญาณตระกูลพยัคฆ์ตนนั้นให้ช่วยข้าต่อสู้กับทหารซากศพ ”
เสี่ยวไป๋ที่ได้ยินช่น่นั้นก็ได้กล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง
” พี่ใหญ่ท่านช่างกล้าทำเรื่องอันตรายเเบบนี้ได้ไงถ้าเกิดมันผิดสัญญาขึ้นมาละจะทำยังไง ”
เฟยหลงก็ได้กล่าวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
” ไม่ต้องห่วงหรอกมันไม่กล้าผิดคำสัญญากับข้าอย่างเเน่นอน ”
ซึ่งวิธีการนั้นต้องย้อนกลับไปตอนที่เฟยหลงได้ทำสัญญากับเศษเสี้ยวจิตวิญญาณตระกูลพยัคฆ์นั้น
ในระหว่างที่พวกซูซ่านกำลังสู้อยู่อย่างดุเดือดในสนามรบ
” ฉันมีข้อเสนอมาให้เเก้เลือก ”
เฟยหลงได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงรสบเรียบกับเศษเสี้ยวจิตวิญญาณตระกูลพยัคฆ์ตนนั้น
ซึ่งเศษเสี้ยวจิตวิญญาณนั้นเมื่อเห็นเฟยหลงกลับไม่คลุ้มคลั่งอาละวาดำยามทำลายกรงเเต่มันกลับจ้องมองมาที่เฟยหลง
ด้วยสายตาที่เเหลมคมเเละเย็นยะเยือกอย่างยิ่ก่อนเฟยหลงจะได้ยินเสียงของมันกล่าวออกมา
” เจ้ามีข้อเสนออะไรให้ข้าคนนี้ละ ”
ถึงมันจะถามกลับไปแบบนั้นเพราะความอยากรู้เล็กน้อยว่ามนุษย์ตรงหน้าที่จับมันได้นั้นกำลังคิดจะทำอะไรกันเเน่
เฟยหลงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้รีบร้อนเเต่อย่างใดก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่ราวกับว่าเขากำลังสนทนาเรื่องราว
กับคนๆหนึ่งอย่างเชื่องช้าเเละราบเรียบ
” ข้อเสนอของข้านั้นง่ายมากเพียงเเค่เจ้ายอมทำสัญญากับข้าเเล้วละก็ข้าจะมอบร่างกายใหม่ให้เจ้าเเละทำให้เจ้าเเข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก………… มากกว่าจุดสูงสุดของเจ้าในอดีต ”
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณตระกูลพยัคฆ์ตนนั้นได้ฟังสิ่งที่เฟยหลงกล่าวออกมาอย่างนิ่งเรียบก่อนจะกล่าวออกมาว่า
” เจ้ามีอะไรมาพิสูจน์ละว่าสิ่งที่เจ้ากล่าวออกมานั้นเจ้ามีความสามารถที่จะทำมันได้เเน่นอนเหรอ ”
เฟยหลงที่ได้ยืนเช่นนั้นก็ได้กล่าวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
” เจ้าก็น่าจะเห็นเเล้วนิว่าข้าสามารถจับเจ้าได้ด้วยหม้อปรุงยาหนึ่งใบเเล้วเจ้าก็น่าจะรู้ว่าเเท้จริงเเล้วหม้อปรุงยานั้นมีไว้ทำอะไรเป็นหลัก