ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์ บทที่ 717
แน่นอนว่านางย่อมไม่อาจพบกับซ่งรุ่ยหยางภายในห้องนอนได้ หากว่าก้าวออกไปแล้ว ก็คงไม่อาจเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้ยินเสียงของไม้หนามตีลงบนกายของอ๋องเหลียง ใจของนางเจ็บปวดยิ่งนัก แต่ก็กลับจำต้องทำใจแข็ง
“ต้าเหลียงซ่งรุ่ยหยางคารวะฮองเฮาต้าโจว!” ซ่งรุ่ยหยางก้าวเข้ามาประสานมือคารวะ
“รัชทายาทตามสบายเถิด รีบนั่งลงเข้า!” ฮองเฮาเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ใส่ใจเสียงที่ลอยมาจากด้านนอก
เจ้าลูกอกตัญญูนั่นดื้อรั้นจนเกินไป ถูกโบยเช่นนี้แม้แต่เสียงร้องก็ยังไม่ส่งเสียงออกมา
ซ่งรุ่ยหยางเหลือบมองไปด้านนอกประตู “ไม่ทราบว่าอ๋องเหลียงทำผิดพลาดใหญ่หลวงอะไรกันหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
เมื่อดูจากสถานการณ์เมื่อครู่นี้ อย่างน้อยก็ถูกโบยไปแล้วหลายสิบไม้ แต่ก็ยังไม่หยุดลง เห็นได้ชัดว่าจะต้องเป็นเรื่องร้ายแรง
ฮองเฮายิ้มออกมาอย่างขมขื่น “ไม่เชื่อฟัง”
ซ่งรุ่ยหยางเป็นคนที่รู้จักขอบเขต จึงไม่ถามออกมาอีก ทำเพียงเอ่ยสั่งเหล่าทูตออกไป “มา นำของขวัญที่ข้าจะมอบให้ฮองเฮาเข้ามา”
ส่วนหวงไท่โฮ่วที่ได้ยินต้าจินบอกว่าฮองเฮาจะโบยอ๋องเหลียงด้วยไม้หนามขนาดใหญ่แล้ว จึงได้รีบนำคนเข้ามา
ทว่าในตอนที่มาถึงนั้น ห้าสิบไม้ก็ถูกโบยจนเสร็จแล้ว อ๋องเหลียงในตอนท้ายอีกไม่กี่ไม้นั้น ในที่สุดก็อดทนไม่ไหวเป็นลมไปเสีย
ตอนที่ทหารองค์รักษ์เข้าไปรายงานนั้น หวงไท่โฮ่วก็ทรงเสด็จมาถึงแล้ว
หวงไท่โฮ่วเมื่อมองเห็นหลานชายสุดที่รักนอนอยู่บนม้านั่งยาวถูกลงโทษเสียจนเต็มไปด้วยเลือดกลางลานนั้น หัวใจก็เหมือนจะแตกสลายไป ตรัสออกมาด้วยความพิโรธ “แต่ละคนยังอึ้งกันทำอะไร? รีบไปตามหมอหลวงมาเร็วเข้า ประคองเข้าไป!”
ฮองเฮาที่อยู่ด้านในเมื่อได้ยินเสียงของหวงไท่โฮ่ว และขันทีที่เอ่ยสั่งคำนั้นจึงเดินออกมา
หวงไท่โฮ่วเมื่อเห็นฮองเฮาเข้า ก็ไม่ได้สนใจของซ่งรุ่ยหยางจะอยู่ด้วย เอ่ยดุออกมาทันที “เจ้าทำไมถึงได้เป็นแม่ที่ใจร้ายเช่นนี้? เขายังเป็นลูกชายของเจ้าหรือไม่? เขาทำผิดอะไรร้ายแรงกันถึงได้ต้องต้องทุบตีเขาจนถึงตายเช่นนี้? ยังใช้ไม้หนามขนาดใหญ่อีก นี่เจ้าต้องการชีวิตของเขาหรืออย่างไรกัน ตลอดชีวิตเขายังคิดว่าต้องทนทุกข์ทรมานไม่มากพออีกอย่างนั้นหรือ? ยังต้องร้องขอมารดาอย่างเจ้า ให้มารดาอย่างเจ้ามาบีบบังคับให้ตายไปอีก?”
ฮองเฮาก้มหน้าลง แม่สามีนี่ก็จริง ๆ เลย ไม่รู้จักขอบเขตเลยแม้แต่น้อย องค์รัชทายาทของแคว้นต้าเหลียงและเหล่าทูตล้วนแต่อยู่ที่นี้ นางก็ดุด่าฮองเฮาของราชสำนักต่อหน้าทุกคนทันที ให้ผู้อื่นได้พบเห็นเข้า จะไม่ใช่ที่น่าขบขันเอาหรอกอย่างนั้นหรือ?
ซ่งรุ่ยหยางเมื่อเห็นสถานการณ์นี้เข้า จึงได้ลุกขึ้นทูลลาไปในทันที และแน่นอนว่าฮองเฮาย่อมไม่รั้งเขาเอาไว้ พยายามฝืนยิ้มออกมา “ข้ายังหวังอยากจะพูดคุยกับฝ่าบาทอีกสักเล็กน้อย เพื่อทำความเข้าใจดินแดน และผู้คน ช่างน่าเสียดายจริง ๆ”
ซ่งรุ่ยหยางเอ่ยออกมา “ครั้งหน้ายังมีโอกาสอีก ข้าขอทูลลาก่อนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เมื่อเอ่ยจบ ก็นำทูตรีบเดินออกไป
เมื่อออกมาด้านนอกของวังจิ้งหนิงแล้ว ทูตกงซุนเยี่ยนก็เอ่ยออกมาอย่างครุ่นคิด “ราชวงศ์ต้าโจวนี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ อ๋องเหลียงเกิดเรื่องขึ้นคราวนี้ ฝ่าบาทควรจะไปมาหาสู่กับรัชทายาทของต้าโจวให้มากขึ้นถึงจะถูก”
ซ่งรุ่ยหยางเอ่ยอย่างเย็นชา “หุบปากของเจ้าซะ!”
กงซุนเยี่ยนจะคิดจะเอ่ยเกลี้ยกล่อมออกมาอีก ทว่าซ่งรุ่ยหยางกลับเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา “ออกจากวังไปยังจวนองค์หญิง เรื่องนี้
ไม่รู้ว่าผู้สำเร็จราชการแทนจะรู้เข้าแล้วหรือยัง ไปแจ้งข่าวก่อนสักคำ อย่าได้ทำให้อ๋องเหลียงตายเข้าจริง ๆ เจ้าเด็กนี่ช่างน่าสงสาร!”
กงซุนเยี่ยนเอ่ย “ท้ายที่สุดแล้วผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิไม่ใช่ผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งจักรพรรดิ อำนาจที่กุมอยู่นั้นก็เพียงแต่ชั่วคราวเท่านั้น กระหม่อมคิดว่าฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องใกล้ชิดกับเขาถึงเพียงนั้น ไม่ได้มีส่วนช่วยเหลืออะไรฝ่าบาทเลย”
ซ่งรุ่ยหยางเหลือบมองกงซุนเยี่ยน ระฆังเตือนในใจดังขึ้น ทว่าไม่ได้เปิดเผยออกมาภายนอก ยังคงเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉยดังเดิม “ไปเถิด อย่าเอ่ยออกมาให้มากความ”