“มาๆ ไปต้อนรับการออกจาการปิดประตูบ่มเพาะของท่านบรรพบุรุษกัน!”กั่วชื่อเหวินก็ส่งสัญญาณ
กั่วชื่อเหวินก็พาทุกคนไปที่ห้องลับใต้ดินในคฤหาสน์ตระกูลกั่วแล้วพวกเขาก็หยุดเดิน จู่ๆประตูทางเข้าห้องลับที่แข็งแกร่งตรงหน้าเขาก็แตกออก จากนั้นก็มีร่างหนึ่งบินพุ่งผ่านมิติลอยลงมาอยู่ใกล้ๆกับที่ที่กั่วชื่อเหวินยืนอยู่
ดวงตาของกั่วชื่อเหวินก็เปร่งประกายขึ้นเมื่อเขาเห็นคนๆนั้นแล้ว เขาก็รีบสำรวมกิริยาและแสดงความเคารพในขณะพูดออกมาว่า “ยินดีด้วยที่ท่านพ่อได้ทะลวงเข้าสู่ระดับเทวะ!”
“ยินดีด้วยที่ท่านปู่ได้ทะลวงเข้าสู่ระดับเทวะ!”กั่วจื่อและกั่วเฟยก็ก้าวออกมาข้างหน้าแล้วทักทายออกไป
หลังจากที่พวกเขาทักทายเสร็จ ผู้เชี่ยวชาญของตระกูลกั่ว อย่างพ่อบ้านจางเยี่ยและคนที่เหลือก็เข้ามาคุกเข่าตัวทำความเคารพการประสบความสำเร็จของบรรพบุรุษยตระกูลกั่ว
คนที่ออกมาจากห้องลับใต้ดินนั้นเป็นชายผมสีเงินที่มีใบหน้าดูราวกับชายหนุ่มอายุ 20 ปลายๆ และชายหนุ่มคนนี้ก็สวมชุดสีเงินอ่อนที่ดูยิ่งใหญ่สูงส่ง
และชายหนุ่มผมสีเงินคนนี้นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากบรรพุบุรษตระกูลกั่ว กั่วเฉิน!
กั่วเฉินก็กวาดมองใบหน้าของเขาคนที่มาแสดงความยินดีให้เขา จึงพยักหน้าออกมาในขณะที่ยิ้มมุมปากไปได้ “พวกเจ้าทุกคนลุกขึ้น”หลังจากที่เขาทะลวงเข้าสู่ระดับเทวะได้สำเร็จ แน่นอนว่าในขณะนี้มันทำให้เขาอารมณ์ดี
ตระกูลกั่วนั้นมีทั้งพลังอำนาจและความร่ำรวย และโรงประมูลการค้าร้านสมบัติของพวกเขานั้นก็ยังเป็นหนึ่งในหอการค้าที่ใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิต้วนเริ่น ถ้าหากเทียบกันในด้านความร่ำรวยและขุมกำลังของพวกเขาหล่ะก็ตระกูลกั่วก็ไม่ได้พ่ายแพ้ให้กับตระกูลเซี่ยหรือตระกูลเหยาเลยสักนิด แต่เหตุผลที่ตระกูลกั่วไม่สามารถเข้าไปเป็นสมาชิกของตระกูลทรงอำนาจได้นั้นทั้งหมดเป็นเพราะพวกเขาไม่มีผู้เชี่ยวชาญระดับเทวะนั่นเอง!
แต่ตอนนี้ มีเขา!
ในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จในการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตการบ่มเพาะใหม่!
หลังจากนี้พอคิดว่าในที่สุดตัวเขาเองก็จะได้ยกสถานะให้เป็นที่รู้จักในสถานะผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในจักรวรรดิต้วนเริ่น กั่วเฉินก็อดกลั้นความตื่นเต้นไม่ไหวจึงได้หัวเราะออกมาอย่างมีความสุขพร้อมกับยกมือชกขึ้นท้องฟ้า เสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปทั่วคฤหาสน์ตระกูลกั่ว
ทุกคนที่อยู่ด้วยนั้นไม่มีใครกล้าขัดจังหวะแม้แต่น้อย
เมื่อเสียงหัวเราะของเขาลดลง เขาก็ใช้สายตากวาดมองดูทุกคนอีกครั้ง และครั้งนี้สายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างของหลานชายทั้ง 2 กั่วจื่อและกั่วเฟย ดวงตาของก็เลยหรี่ลงแล้วขยับเข้าไปหากั่วชื่อเหวิน “เกิดอะไรขึ้น?!”ในน้ำเสียงของเขานั้นมีความเย็นชาแฝงอยู่
กั่วชื่อเหวินจึงรีบอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ “ท่านพ่อ มีใอ้สารเลวที่ชื่อหวงเสี่ยวหลง มันได้ทำลายทะเลปราณของจื่อเอ๋อกับเฟยเอ๋อ!”
“หวงเสี่ยวหลง?”ในสายตาของกั่วเฉินก็เกิดความสับสนมึนงงขึ้น
“หวงเสี่ยวหลงคนนี้เป็นผู้ชิงชนะเลิศอันดับ 1 ในการประลองเมืองจักรพรรดิในครั้งนี้ ต้นกำเนิดของมันนั้นมาจกตระกูลเล็กๆที่เรียกว่าตระกูลหวงแห่งอาณาจักรลั่วถาง แต่พวกเรายังไม่แน่ใจว่าทำไมมันถึงมีผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนเทียนขั้นสูงติดตามอยู่ข้างตัวมัน หนึ่งนั้นมีชื่อว่าจ้าวชู ซึ่งมันเป็นคนที่ใกล้จะบรรลุระดับเทวะ!”
กั่วเฉินก็เย้ยหยันกับคำพูดพวกนั้น “ตัวตนที่ใกล้เคียงระดับเทวะงั้นหรอ? สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนเทียนขั้น 10 สูงสุดกระจ้อยร่อยแค่นั้น! บอกข้ามาสิว่า ตอนนี้หวงเสี่ยวหลงและจ้าวชูอยู่ที่ใหน?”
กั่วชื่อเหวินก็ตอบออกไป “เมื่อไม่นานมานี้พวกเราพบว่านายน้อยไร้หัวใจ เหยาเฟยได้ลักพาตัวญาติพี่น้องของหวงเสี่ยวหลง หวงเสี่ยวหลงก็เลยพาจ้าวชูและคนอื่นๆติดตามไปด้วย ซึ่งมันมุ่งหน้าไปที่โถงไรหั้วใจในสถาบันต้วนเริ่น และพวกมันก็น่าจะไปถึงแล้ว”
“อ่อ~?มันเข้าโถงไรหัวใจไปแล้วสินะ?”กั่วเฉินก็ถามออกมา
“ใช่ขอรับ หวงเสี่ยวหลงนั้นป็นเจ้าของจิตวิญญาณต่อสู้คู่ ดังนั้นต้วนหวูเหินจึงให้ความสำคัญกับมัน แม้กระทั่งส่งเหรียญตราทองคำของตัวเองให้กับใอ้สารเลวหวงเสี่ยวหลงด้วย ด้วยการใช้เหรีญตราทองคำ ทำให้หวงเสี่ยวหลงนำจ้าวชูและคนของมันเข้าไปในพื้นที่ศิษย์ในของสถาบันได้!”กั่วเฉินก็พูดเพิ่ม
“มันเป็นแบบนี้นี่เอง”กั่วเฉินก็เย้ยหยัน “โดยการใช้ความชมชอบของต้วนหวูเหินเป็นที่หนุนหลัง มันจึงกล้าทำร้ายหลายของข้า กั่วเฉินคนนี้งั้นหรอ? แม้ว่ามันจะมีต้วนหวูเหินหนุนหลัง วันนี้มันจะต้องตาย! ไป พวกเรารีบไปที่โถงไร้หัวใจกันเถอะ ถ้าหากเราช้าและใอ้สารเลวนั้นคงตายในมือเหยาเฟยแน่ มันก็คงจะไร้ความหมาย!”
“ขอรับ ท่านพ่อ!”กั่วชื่อเหวินก็รีบตอบออกมาอย่างเคารพทันที
ต่อมากั่วเกินก็ลอยตัวขึ้นแล้วส่งปราณฉีอันแข็งแกร่งห่อหุ้มกั่วชื่อเหวิน กั่วจื่อ กั่วเฟย และแม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญที่มีระดับการบ่มเพาะแบบเดียวกับจางเยี่ย บินไปทางสถาบันต้วนเริ่น
ด้วยความเร็วของกั่วเฉิน พวกเขาก็มาถึงสถาบันอย่างรวดเร็ว จึงได้มุ่งหน้าไปโถงไร้หัวใจ
ในระหว่างทาง พวกเขาแทบจะไม่ได้เห็นศิษย์ อาจารย์เลยสักคน
ครู่ต่อมา กลุ่มของกั่วเฉินก็สามารถมองเห็นตัวอาคารโถงไร้หัวใจและฝูงชนศิษย์อาจารย์ที่มารวมตัวกันเป็นวงกลม
ในเวลานี้บนจัตุรัส ปากของเหยาเฟยนั้นถูกยัดเต็มไปด้วยอุจจาระหลากหลายสี….และในถังไม้นั้นยังคงเหลืออยู่อีกเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
ในท้องของเหยาเฟยนั้นมีอุจจาระอยู่ถึงครึ่งนึง
การแสดงออกของเหยาเฟยนั้นดูราวกับคนตาย ไม่มีคำอธิบายใหนจะอธิบายได้ว่าในตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร ในดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้นชิงชัง และทุกส่วนของร่างกายเขานั้นได้ปลดปล่อยเจตนาสังหารออกมา ต้องการ ไม่…..เขาปรารถนาจะฉีกหวงเสี่ยวหลงให้เป็นพันชิ้น หรือแม้กระทั่งล้านชิ้น แต่ในเวลาเดียวกัน ส่วนหนึ่งของเขาก็ต้องการจะขอร้องอ้อนวอนให้หวงเสี่ยวหลงหยุดทำ
ท้องของเขานั้นปั่นปวนและเขาก็ยังได้กลิ่นเหม็นที่เล็ดลอดออกมาจากร่างกายเขาด้วย
“หวง-เสี่ยว-หลง ข้าสาบานว่าข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้!”เหยาเฟยแสดงความโกรธเกรี้ยวและระเบิดจิตสังหารออกมาแต่ในขณะที่เขาอ้าปากเพื่อจะพูด ก็มีอะไรบางอย่างบินมาอุดปากเขาจากถังไม้
ในขณะที่กั่วเฉินพากลุ่มของเขาบินไปทางโถงไร้หัวใจนั้น พวกเขาก็ได้พบกับฉากที่ไม่สามรถลืมเลือนและไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิตบนจตุรัสแห่งนี้
นั่นคือนายน้อยไร้หัวใจเหยาเฟนั้นกำลังกินขี้!
พอกั่วเฉินมาถึง เขาก็ปลดปล่อยแรงกดดันดึงดูความสนใจจากคนที่อยู่ด้านล่าง
“นั่นบรรพบุรุษของตระกูลกั่ว!”คนๆนึงก็อุทานออกมา
“บรรพบุรุษตระกูลกั่ว! ข้าได้ยินว่าบรรพบุรุษตระกูลกั่วอยู่ในระหว่างการปิดประตูบ่มเพาะเพื่อทะลวงเข้าสู่ระดับเทวะหนิ และตอนนี้เขาได้ออกมานั่นแสดงว่าเขาประสบความสำเร็จ?!”
“แรงกดดันที่มาจากบรรพบุรุษตระกูลกั่วช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก แสดงว่าเขาต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน!”
ในฝูงชนก็เกิดเสียงความวุ่นวายขึ้น
ในขณะที่ฝูงชนกำลังยุ่งอยู่กับการสมมติฐานอยู่นั้น กั่วเฉินก็หายตัวไปปรากฏตัวบนจตุรัสตรงหน้าโถงไร้หัวใจพร้อมกับคนที่เหลือ
กั่วจื่อและกั่วเฟยก็แสดงหน้าตาตกใจอย่างชัดเจนยิ่งกว่ากั่วชื่อเหวินซะอีก แม้ว่าเหยาเฟยจะไม่ใช่ประมุขตระกูลเหยา แต่มันก็เป็ฯสิ่งที่เกิดขึ้นในไม่ช้า พอตัดสินจากสถานะและตัวตนของเหยาเฟยในปัจจุบันแล้ว เหยาเฟยนั้นเป็นที่เคารพมากกว่ากั่วชื่อเหวินที่มีสถานะเป็นประมุขซะอีก
และตอนนี้ คนแบบนั้นกำลังถูกป้อนขึ้นต่อหน้าพวกเขา!
ดวงตาของกั่วเฉินก็มองลงไปที่หวงเสี่ยวหลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ท่านพ่อ มันแหละคือหวงเสี่ยวหลง!”ณ ตอนนี้ กั่วชื่อเหวินก็ก้าวออกมาอธิบายให้กั่วเฉิน
หวงเสี่ยวหลง! กั่วเฉินก็ตกใจอยู่ภายในและดวงตาที่หรี่แคบ ก่อนหน้านี้เขายังดูถูกพื้นหลังของหวงเสี่ยวหลงอยู่เลย?!
หวงเสี่ยวหลงก็หันหน้ามามองเกือบจะเวลาเดียวกัน ทำให้สายตาทั้งสองประสานกัน
“เจ้าคือกั่วเฉิน บรรพบุรุษตระกูลกั่วสินะ?”หวงเสี่ยวหลงก็ถามออกไปอย่างเย็นชา
พอได้ยินหวงเสี่ยวหลงเอ่ยนามของเขา กั่วเฉินก็ขมวดคิ้ว หวงเสี่ยวหลงคนนี้นี่ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เขาคิดเลย แต่ว่าเขานั้นเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับเทวะทว่าหวงเสี่ยวหลงก็เป็นเพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนเทียนขั้นที่ 2 แค่นั้น พอเห็นเขามาถึงไม่เพียง มันจะไม่คุกเข่าทักทาย มันแม้กระทั่งกล้าเรียกชื่อเต็มของเขา! มันทำให้กั่วเฉินรู้สึกไม่มีความสุขอย่างมาก
แต่ก่อนที่กั่วเฉินจะได้พูดออกไป กั่วจื่อก็ทนไม่ไหวจึงได้กระโดดออกมา “หวงเสี่ยวหลง ใอ้หมาพันทางเจ้ากล้ามาที่เรียกชื่อปู่ของข้า! ให้ข้าบอกเจ้าแล้วกัน ปู่ข้าหน่ะก้าวเข้าสู่ระดับเทวะได้สำเร็จ และเขาก็เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับเทวะแล้ว! จะดีกว่าหากเจ้าคุกเข่าขอความเมตตา!”
คำพูดของกั่วจื่อดังก้องไปทั่วและดึงดูดความสนใจจากฝูงชน
“บรรพบุรุษตระกูลกั่วทะลวงเข้าสู่ระดับเทวะได้แล้วจริงๆด้วย!”
“ผู้เชี่ยวชาญระดับเทวะ! จักรวรรดิต้วนเริ่นเรามีผู้เชี่ยวระดับเทวะเกิดขึ้นในหมู่พวกเราแล้วและตระกูลกั่วจะกลายเป็นหนึ่งในตระกูลสูงส่งแห่งจักรวรรดิต้วนเริ่น!”
มีคนหลายคนต่างพูดออกมาคล้ายๆกัน
“ผู้เชี่ยวชาญระดับเทวะงั้นหรอ?”จ้าวชูก็พูดออกมาในขณะหันหน้ามาด้วย และหัวเราะคิกคัก จากนั้นทุกคนที่มองดูอยู่ก็กลายเป็นมึนงงในขณะที่จ้าวชูฟาดมือทั้งสองทะลุมิติไปทางกั่วเฉิน ทำให้เกิดฝ่ามือปรากฏขึ้นซึ่งฝ่านี้มือนี้ทำให้เกิดเงามาปิดกั้นท้องฟ้า