พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว / แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก – บทที่541 หลอกลวง

บทที่541 หลอกลวง

บทที่541 หลอกลวง

คฤหาสน์ตระกูลพงศ์ธนธดา

หลังจากที่กลับมาแล้ว ในสมองของอารียานึกถึงแต่คนนั้นที่เจอกันที่มหาลัย ใบหน้านั้นเหมือนกับอยู่ในความคิดเธอมาตลอด เจอกันแค่ครั้งเดียว แต่ตราตรึงอยู่ในจิตใจไม่ลืม

เธอนึกย้อนกลับไปตอนที่คนนั้นเรียกเธอ ไม่ว่าจะมองยังไง คนนั้นก็ไม่เหมือนว่ากำลังแสดงละคร เธอรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน

ถ้าคนนั้นแค่แสดง นั่นหมายถึงฝีมือการแสดงของเขามันชั่งเนียนมากจริงๆ

และสิ่งที่ทำให้เธอไม่เข้าใจคือ ตอนที่เธอเห็นชายคนนั้น ก็เกิดความรู้สึกคุ้นเคยกันมาก่อน

ในตอนนั้น เธอถึงขั้นอยากพุ่งเข้าไปกอดชายคนนั้น

ถ้าบอกว่าการกระทำของชายคนนั้นเป็นแค่การแสดง แต่ความรู้สึกในใจของเธอไม่มีทางจอมปลอมได้

แต่ทว่าตอนนั้นขนมปังกล่าวหาคนนั้นอย่างเกรี้ยวกราด จากนั้นได้ลากเธอออกจากมหาวิทยาลัยฟูตัน ทำให้เธอไม่สามารถไปหาชายคนนั้นเพื่อสอบถามได้

หลังจากกลับมา ย้อนกลับไปคิดเรื่องราวก่อนหน้านี้อย่างละเอียด อารียาค่อนข้างมั่นใจ ว่าก่อนหน้าที่ตัวเองจะสูญเสียความจำ เป็นไปได้มากว่ามีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับชายคนนั้น ไม่งั้นเธอไม่มีทางมีความรู้สึกแบบนี้แน่นอน

หมอบอกเธอว่า ให้เธอทำความคุ้นเคยกับของในอดีต มันจะมีส่วนช่วยฟื้นความจำให้เธอได้ ในตอนที่เห็นชายคนนั้น เธอรู้สึกว่าความทรงจำที่หายไปนั้นเริ่มได้รับการกระตุ้นขึ้นมาส่วนหนึ่ง

ถ้าตนได้ใช้เวลาอยู่กับชายคนนั้นสักหน่อย ไม่แน่ความทรงจำอาจกลับมาอย่างรวดเร็วก็เป็นได้

ถึงแม้ชลาธิปจะดีต่อเธอมาก แต่เธอรู้สึกว่าระหว่างพ่อคนนี้ของตนกับตนห่างเหินกัน คนของตระกูลพงศ์ธนธดาก็แปลกหน้าสำหรับเธอ ดังนั้นเธอจึงอยากรื้อฟื้นความจำให้ได้

ในขณะที่อารียากำลังเหม่อลอย ขนมปังถือซุปที่ทำเสร็จแล้วเข้ามา วางไว้บนโต๊ะด้านหน้าของอารียา

“คุณหนู ซุปเพิ่งจะทำเสร็จ รีบกินเถอะค่ะ” ขนมปังกล่าว

อารียาจ้องไปที่ขนมปัง แล้วกล่าว “ขนมปัง ฉันคิดว่าคนที่ฉันเจอที่โรงเรียนนั้นค่อนข้างแปลกประหลาด ไม่งั้นเธอตามเขามาให้หน่อย ฉันจะถามเขา ทำไมถึงได้ตะโกนแบบนี้น”

ขนมปังได้ยินคำพูดของอารียา พูดโดยไม่ต้องคิดว่า “เฮ้อ คุณหนู ฉันบอกคุณแล้ว มันปัญญาอ่อน มันมีอุบาย ฉันไม่ให้คนจับมันก็ดีขนาดไหนแล้ว คุณหนูอย่าคิดมาก คำพูดของมัน แต่งขึ้นมาทั้งนั้น”

“แต่……”อารียาอยากโต้แย้ง

“คุณหนู รีบกินซุปเถอะค่ะ ไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้น เดี๋ยวอีกสักครู่คุณนายใหญ่ก็มาแล้ว ท่านรู้เรื่องวันนี้แล้ว เดี๋ยวคุณนายใหญ่จะแนะนำคุณเองค่ะ” ขนมปังพูดเสียงแข็ง

คำพูดของขนมปังทำเอาอารียาพูดไม่ออก แม้ขนมปังจะเป็นคนรับใช้ของเธอ แต่ในหลายๆครั้ง เธอรู้สึกว่าเธอไม่ใช่เจ้านายของขนมปัง ขนมปังมักจะตัดสินใจแทนเธออยู่บ่อยๆ

เมื่อขนมปังพูดจบ ก็หันหลังออกจากห้องไป ไม่เปิดโอกาสให้อารียาพูดใดๆ

อารียาโกรธเคือง ตระกูลพงศ์ธนธดา ทำกับเธอราวกับว่าเป็นสัตว์เลี้ยง ไม่มีอิสระ มีคนตัดสินใจแทนเธอในทุกๆเรื่อง แม้กระทั่งจะเจอคนยังทำไม่ได้ เป็นคุณหนูภาษาอะไรกัน

ขนมปังออกไปได้ไม่นาน ประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้ง ชลาธิปเดินเข้ามาจากด้านนอก

เขามองลูกสาวคนนี้ด้วยความรัก ยิ้มแล้วกล่าว “ทำไม ถึงไมาดื่มซุปที่เพิ่งทำเสร็จ?”

อารียาจ้องไปที่ชลาธิป แล้วถาม “พ่อ อดีตหนูเจอกับอะไรมาบ้าง ทำไมถึงได้มีคนวิ่งมาหาหนูแล้วบอกว่าหนูคือภรรยาของเขา?”

ชลาธิปเดินไปด้านหน้าของเธอ ยื่นมือไปลูบหัวเธอ แล้วกล่าว “ลูกสาว ตระกูลพงศ์ธนธดาของเราอยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ แม้จะไม่ใช่เจ้าแห่งปฐพี แต่อำนาจของพวกเรา ทำเอาหลายๆตระกูลอิจฉา ทำอะไรก็ง่ายดาย บนโลกนี้ ส่วนมากจะไม่อยากออกแรงทำ พวกเขาจะทำทุกวิถีทาง ให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของตนเอง”

กนูคือลูกสาวของชลาธิป คุณหนูใหญ่ของตระกูลพงศ์ธนธดา ทุกคนรู้ เพียงแค่รู้จักหนู ก็สามารถได้ประโยชน์อย่างมากมาย ดังนั้นทุกคนจึงใช้วิธีนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรเลย ก่อนหน้านี้มีผู้หญิงที่พ่อไม่รู้จัก พาเด็กมา บอกว่าเป็นลูกของพ่อ เรื่องแบบนี้ ลูกคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกก็พอแล้ว”

เมื่อได้ยินคำพูดของชลาธิป อารียาก็ขมวดคิ้วขึ้นมา แล้วกล่าว “แต่ ฉันรู้สึกคุ้นเคยกับคนนั้น……”

หลังจากที่ชลาธิปได้ยินคำพูดของอารียาแล้วนั้น นัยน์ตาเต็มไปด้วยกลอุบาย แล้วยิ้มพลางกล่าว “นั่นเป็นกลอุบายของพวกสิบแปดมงกุฏ ถ้าไม่สามารถทำให้หนูเกิดความรู้สึกนั้นได้ เขาจะกล้ามาทำเรื่องอันตรายแบบนี้ได้อย่างไรกัน”

พูดจบ ชลาธิปก็หยิบมือถือขึ้นมา หารูปรูปหนึ่ง ให้อารียาดู แล้วกล่าว “คนในรูปนี้เป็นเพื่อนเล่นที่ดีที่สุดของหนูในตอนเด็ก เมื่อก่อนเขาชอบมาเล่นที่บ้านของเรา แต่ด้วยหน้าที่การงานของพ่อเขา พวกเขาจึงได้ออกจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ตอนนั้นลูกร้องไห้หนักมาก”

“คนของพ่อสืบมาว่าคนที่เจอที่มหาลัยนั้น เคยรู้จักสนิทกับเพื่อนเล่นของหนู ตอนนี้ดูๆไป เขาน่าจะทำเพื่อให้ตัวเองดูดี ดังนั้นจึงได้หาคนที่หนูสนิท แล้วทำความเข้าใจ ให้ลูกรู้สึกคุ้นเคย

“ที่ลูกรู้สึกคุ้นเคยกับเขา เพราะเขาทำตัวให้เหมือนกับเพื่อนเล่นของหนูในวัยเด็ก และเรียนแบบลักษณะบางอย่างอีกด้วย ดารินทร์ ลูกต้องรู้ไว้นะ ไอ้ผู้ร้ายพวกนั้น เพื่อสมบัติของตระกูลพงศ์ธนธดา ทำได้ทั้งนั้น”

ชลาธิปกล่าวอย่างจริงใจ

อารียาจ้องไปที่รูปภาพนั้น พบว่าคนในรูปคล้ายกับคนที่เจอที่มหาลัยจริงๆ แต่ถ้าดูดีๆจะเห็นความแตกต่างอย่างมาก

รูปนี้ ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความคุ้นเคย

“พ่อ นี่เป็นความจริงไหม?” อารียามองไปที่ชลาธิปอย่างสงสัย เริ่มแยกไม่ออกว่าความรู้สึกไหนจริงหรือไม่จริง

ชลาธิปยิ้ทพลางกล่าว “จริงแท้แน่นอน หนูเป็นลูกสาวของพ่อ หรือหนูคิดว่าพ่อโกหก”

รูปนี้เป็นรูปทำขึ้นมา ชลาธิปหาคนที่มีลักษณะคล้ายรพีพงษ์ ดัดเปลี่ยนนิดหน่อย ตัดต่อออกมาเท่านั้น

เขาไม่อยากให้อารียาสงสัย จึงใช้วิธีการนี้

ตอนที่อารียาลืมตาขึ้นมานั้น คนแรกที่เห็น คือชลาธิป เรื่องที่ชลาธิปเป็นพ่อนั้น เธอไม่สงสัยใดๆ ดังนั้นอารียาจึงเชื่อ คำพูดของชลาธิป

“พ่อรู้ว่าลูกยังคิดไม่ได้ หมอบอกว่านี่เป็นผลจากการที่หนูความจำเสื่อม อีกไม่นานก็จะไม่มีปัญหาแล้ว ก่อนหน้านี้หนูเจอกับอะไรบ้าง พ่อหด้บอกลูกไปแล้ว อาจเพราะสมองลูกกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟู ดังนั้นจึงคิดไม่ออก” ชลาธิปพูดต่อ

เพื่อให้อารียายอมรับในตัวตนดารินทร์ ชลาธิปจึงสร้างตัวละครใหม่ให้เธอ

หนูหม่ต้องคิดเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว ลูกมีคู่หมั้น คนที่เป็นคู่หมั้นของหนู คือคุณชายของตระกูลธาดาวรวงศ์ ตัวตนนี้ จะเป็นภรรยาของคนทั่วไปได้อย่างไรกัน เรื่องนี้ หนูก็ลองคิดดู ว่ามันมีความเป็นไปได้ไหม”

“คุณชายของตระกูลธาดาวรวงศ์จะกลับมาในเร็ววันนี้ ช่วงนี้ลูกก็คิดดูล่ะกันว่าจะต้อนรับเขายังไง หลังจากที่เขากลับมาแล้ว เรื่องงานแต่ง ก็สามารถหาฤกษ์ได้ทันที”

ชลาธิปสร้างตัวละครใหม่หลอกกับอารียา เพื่อการแต่งงาน ตระกูลธาดาวรวงศ์แห่งเมืองเซี่ยงไฮ้เป็นเจ้าแห่งวงการ คนอื่นไม่รู้ แต่ตระกูลพงศ์ธนธดาไม่มีทางไม่รู้ การแต่งงานของอารียากับคุณชายตระกูลธาดาวรวงศ์ นั้นมีประโยชน์ต่อตระกูลพงศ์ธนธดาอย่างมาก

ชลาธิปไม่ทีทางให้ใครมาทำลายการแต่งงานในครั้งนี้

แล้วตอนนี้อารียาก็ตั้งครรภ์อยู่ด้วย เขาตั้งรีบให้อารีนาแต่งงาน จึงจะสามารถเก็บเรื่องนี้ไว้ได้ มิเช่นนั้นถ้ารออารียาท้องโต ตระกูลธาดาวรวงศ์ไม่มีทางยินยอมเรื่องงานแต่งนี้แน่นอน

อารียาจ้องไปที่ชลาธิป แล้วถาม “หนูกับคุณชายของตระกูลธาดาวรวงศ์ท่านนั้น หมั้นหมายกันเอาไว้ตั้งแต่เล็กจริงๆหรอ? แต่ทรงจำของหนู กลับนึกอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ออกเลยแม้แต่น้อย พ่อพูดเรื่องนั้นกับหนู หนูไม่รู้สึกคุ้นเคยกับมันเลย”

ชลาธิปยิ้มพลางกล่าว “พ่อบอกลูกแล้วหนิ ตอนนี้สมองลูกยังไม่ฟื้นฟูแบบเต็มที่ ลูกรู้สึกคุ้นเคยหรือไม่นั้นไม่สำคัญ พ่อรับรอง ลูกไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น”

“พักผ่อนเยอะฟ แต่งกับคุณชายตระกูลธาดาวรวงศ์ เป็นเรื่องโชคดีที่สุดในชีวิตของลูกแล้ว”

อารียาอยากจะพูดต่อ แต่ผ่านไปสักพัก ไม่ได้พูดใดๆ ทำได้เพียงพยักหน้าให้กับชลาธิปเท่านั้น

ตอนนี้เธอรู้สึกปวดหัว วุ่นวายไปหมด เธอไม่สามารถคิดฟุ้งซ่านได้อีกต่อไป

ในเมื่อพ่อพูดแบบนี้ งั้นก็ตามนี้ ยังไงความทรงจำของตนก็ไม่มีแล้ว สู้ฟังพ่อจะดีกว่า

เห็นว่าสามารถทำให้อารียาไม่ฟุ้งซ่านแล้ว ชลาธิปก็โล่งอก ปลอบประโลมไปกี่คำ จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป

ขนมปังรออยู่นอกห้องตลอดเวลา เห็นชลาธิปออกมา ก็คำนับอย่างนอบน้อม

ชลาธิปหันไปมองขนมปัง แล้วถาม “เช็คตัวตนของคนนั้นหรือยัง?”

ขนมปังตอบ “ก็แค่อาจารย์รับเชิญของมหาวิทยาลัยฟูตันเท่านั้น ไม่มีแบล็คกราวน์ใดๆ ได้ยินนักเรียนบางกลุ่มในมหาลัยพูดว่า คนนี้เป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง หาคุณหนูเจอ ก็เลยคิดที่จะหลอกกิน”

ชลาธิปพยักหน้า ไม่ได้ใส่ใจรพีพงษ์ คนธรรมดา ไม่มีค่าพอที่นายใหญ่ตระกูลพงศ์ธนธดาจะสนใจ

“ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นแกไปมหาวิทยาลัยฟูตันอีกครั้ง พวกเราแจกกองทุนการศึกษาอยู่ที่นั่น คนของมหาวิทยาลัยพวกนั้นก็ไม่กล้าที่จะไม่เคารพฉันตระกูลพงศ์ธนธดา แกให้พวกเขาไล่อาจารย์รับเชิญคนนี้ออกไป จากนั้นก็จัดการเก็บคนนี้ซะ” ชลาธิปกล่าว

ขนมปังตาเป็นประกาย แล้วตอบ “ค่ะ คุณนายใหญ่”

“แล้วก็ ช่วงนี้ติดตามคุณหนูไว้ ก่อนที่คุณชายตระกูลธาดาวรวงศ์จะกลับมา ไม่อนุญาตให่ใครเข้าใกล้เธอทั้งนั้น” คิดแล้วคิดอีก จากนั้นชลาธิปได้พูดเสริมต่ออีกประโยค

พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว / แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก

พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว / แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก

อ่านนิยาย เรื่อง พลิกชีวิตผมเป็นคนรวยแล้ว ฟรี ได้ที่ novel-fast 


บทนำ
โดยนำเนื้อเรื่องมาจากบางส่วนของ พลิกชีวิตผมเป็นคนรวยแล้ว
ผมเป็นเป็นเขยแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงมาสามปี ทุกคนต่างก็ คิดว่าสามารถเหยียบย่ำผมได้ ในวันนี้ เพื่อเธอ ผมจะต่อต้าน กับโลกนี้

เรื่องย่อ
“คุณชาย คุณจำเป็นจะต้องกลับไปเกียวโตกับ พวกเรา เพื่อสืบทอดกิจการของตระกูลลัดดาวัลย์

“คุณแม่ของคุณอยากจะขอโทษกับเรื่องที่ทำ ผิดพลาดในปีนั้น อีกทั้งยังหวังว่าคุณจะไม่คิดเล็ก คิดน้อยกับเรื่องบาดหมางครั้งก่อนเก่าและเห็นแก่ ส่วนรวม”

“ตระกูลลัดดาวัลย์ถือเป็นตระกูลชั้นนำของ ประเทศ จะขาดคนสานต่อไม่ได้ครับ” รพีพงษ์ มองไปยังชายชราตรงหน้าที่กำลังโค้ง

ตัวด้วยท่าทีนอบน้อม จากนั้นก็แสยะยิ้มออกมา

“ตอนแรกผู้หญิงใจดำอำมหิตคนนั้นต้องการจะ ควบคุมตระกูลลัดดาวัลย์ เธอขับไล่ฉันออกจากบ้าน อย่างไร้ความเมตตา แถมยังใส่ร้ายว่าฉันทรยศ เธอ กลัวว่าฉันจะแก้แค้นเลยบังคับให้ฉันมาอยู่ในเมือง เล็กๆ อย่างเมืองริเวอร์แถมยังโดนคนเยาะเย้ยว่าเป็น ลูกเขยที่ไม่มีปัญญาแต่งภรรยาเข้าบ้าน ต้องยอมไป เป็นเขยบ้านคนอื่น”

“ตอนนี้เธอป่วยหนัก พวกนายถึงจะคิดถึงฉัน ไม่ คิดว่าสายเกินไปหน่อยเหรอ”

“ฉันชินกับการเป็นลูกเขยที่ต้องมาอยู่ในตระกูล ฉัตรมงคล ชินแล้วกับการที่โดนคนพูดว่าเกาะผู้หญิง กิน ฉันไม่สามารถไปยุ่งกับเรื่องของตระกูลลัดดา วัลย์ได้อีก พวกนายกลับไปเถอะ”

พูดจบรพีพงษ์ ก็หมุนตัวโยนขยะถุงขยะในมือ ลงถัง แล้วเดินจากไป

ถึงแม้การที่ได้เป็นคนสืบทอดตระกูลลัดดาวัลย์ จะเป็นเรื่องช็อกโลก แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับ เรื่องนี้

ในปีนั้นเขาโดนคนในตระกูลลัดดาวัลย์ไล่ออก จากบ้าน เขาก็ไม่เหลือเยื่อใยอะไรกับตระกูลลัดดา วัลย์อีกแล้ว

ตอนนี้เขาเป็นลูกเขยที่ไม่เอาไหนในตระกูล ฉัตรมงคลตระกูลอันดับสองของเมืองริเวอร์อีกทั้ง เขายังเป็นไอ้สวะที่รู้จักกันในเมืองริเวอร์

ไม่มีใครรู้ว่าเขาเคยเป็นคุณชายของตระกูลลัด ดาวัลย์แห่งเกียวโต

แต่ทว่าเรื่องนี้มันผ่านไปแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้เขา จะใช้ชีวิตอย่างอนาถ ทั้งตัวของเขามีเงินฝากไม่ถึงสี่หลัก แต่เขากลับไม่เสียใจ

รพีพงษ์ เดินถือผลไม้ในมือไป บ้านของตระกูล ฉัตรมงคล วันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของคุณปู่ ญาติ สนิทของตระกูลฉัตรมงคลจะมารวมตัวกันที่นี่ แน่นอนว่างานนี้หลีกเลี่ยงการพูดเปรียบเทียบไม่ได้ อยู่แล้ว แต่ทว่ารพีพงษ์ กลับทำให้ครอบครัวของ อารียาเป็นเรื่องตลก

งานเลี้ยงเริ่มขึ้น ทุกคนในตระกูลฉัตรมงคลต่าง พากันนำของขวัญมามอบให้คุณปู่

“คุณปู่ ผมรู้ว่าคุณปู่ชอบของโบราณ รูปภาพนี้ คือ (ภาพฤาษีตกปลาในซีชาน) ของ ถางหูโป์เป็น รูปภาพจริงที่ผมตั้งใจหามาให้คุณปู่ นี่ครับคุณปู่” หลานคนโตธายุกร ยิ้ม แล้วมอบม้วนรูปภาพหนึ่งให้ ชายชรา

“คุณปู่ หยกชิ้นนี้เป็นของที่ผมขอร้องให้เพื่อนที่ อยู่ต่างประเทศซื้อให้ ราคาไม่เบาเลยค่ะ” หลานรัก คนเล็กอย่างชรินทร์ทิพย์ยื่นหยกให้ชายชรา

ต่างคนต่างก็แย่งกันมอบของขวัญ เพื่อที่จะเอา อกเอาใจคุณปู่

“คุณปู่ ปู่พอมีเงินให้ผมยืมสักห้าแสนไหมครับในปีนี้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่ได้รับเงินบริจาค จากผู้ที่มีเมตตา มันใกล้จะไปต่อไม่ได้แล้วครับ ขีน เป็นแบบนี้ต่อไป เด็กๆ ในนั้นก็จะไร้ที่อยู..

ขณะนั้นเอง รพีพงษ์ที่นั่งอยู่ท้ายโต๊ะก็เอ่ยขึ้นมา เกิดความโกลาหลขึ้น

ศศินัดดาแม่ของภรรยาลุกขึ้นมาในทันที เธอชี้ หน้าของเขาแล้วต่อว่าทันที “นี่สมองแกมีปัญหาหรือ ไง รู้ไหมว่าแกกำลังพูดอะไรอยู่”

สาวงามแห่งเมืองริเวอร์อย่างอารียา ผู้เป็นซึ่ง เป็นภรรยาของรพีพงษ์ ก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดแบบ นั้นออกมาเหมือนกัน เธอถึงกับต้องลุกขึ้นยืนแล้วพูด ว่า “คุณปู่ เขาคงจะไม่ค่อยมีสติ คุณปู่อย่าไปใส่ใจ กับคำพูดของเขาเลยค่ะ”

พูดจบเธอก็ยื่นมือออกไปบีบแขนของสามีอย่าง รุ่นแรง

สามปีก่อน ก่อนที่คุณย่าฉัตร จะจากไป เธอรีบ บังคับให้อารียา แต่งงานกับรพีพงษ์เทพธิดาผู้ซึ่งเปล่งประกายระยิบระยับใน สายตาของชาวโลก พลันต้องตกลงสู่พื้นดิน

สามปีมานี้ รพีพงษ์ไม่ทำการทำงานอะไรเลย วันๆ ทำแค่เพียงซักผ้า ทำกับข้าว ทิ้งขยะ ผู้คนใน เมืองริเวอร์ ขนานนามเขาว่าไอ้สวะ เดิมที่เคยภาค ภูมิใจว่าเป็นเทพธิดา ก็กลายเป็นคำเย้ยหยันไปโดย สิ้นเชิง

ตอนนี้ รพีพงษ์ก็มาสร้างความลำบากในงานวัน เกิดของคุณปู่อีก

“น่าตลกสิ้นดี นึ่งานวันเกิดของคุณปู่ ไม่มีของ ขวัญไม่พอ ยังกล้ามาขอเงินห้าแสนอีก รพีพงษ์ ไม่กี่ ปีมานี้นายทำให้ตระกูลฉัตรมงคลขายหน้าไม่พออีก เหรอ นายอุตส่าห์มายืมเงินในงานวันเกิด จะทำให้ คุณปู่โกรธหรือไง” คนที่พูดคือธายุกร ลูกหลานที่ ทำให้ท่านปู่นภทีป์ พึงพอใจมาตลอด

“ฉันว่าไอ้คนสมองพิการมันจงใจ อีกอย่างสถาน เลี้ยงเด็กกำพร้าก็แค่ข้ออ้าง มันต้องการเอาเงินของ คุณปู่ไปใช้เอง ดูจากสมองของมันแล้วคงจะคิด อะไรแบบนี้ไม่ได้หรอก คงจะเป็นอารียาที่สั่งมันมา สินะ”

หลานสาวที่คุณปู่รักที่สุดอย่างชรินทร์ทิพย์พูด เสริม พวกเธอไม่ลงรอยกันอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสก็พูด ใส่ร้าย อารียา

เมื่อมีคนพูดถึง อารียา รพีพงษ์ก็อธิบายขึ้นมา ทันที “ไม่ใช่ ผมแค่ต้องการยืมเงินคุณปู่ ช่วงนี้ผม หมุนเงินไม่ค่อยทัน ผมไม่มีปัญญาหาเงินเยอะขนาด นั้น ผมจะต้องหาเงินมาคืนคุณปู่แน่นอน”

“เลิกพูดไร้สาระสักที คนไร้ประโยชน์อย่างนาย ขนาดงานยังไม่มีให้ทำถ้าให้นายยืม นายจะเอา ปัญญาที่ไหนมาคืน” ธายุกรพูดเย้ยหยัน

“จริงค่ะ ไอ้สวะนี่มันมาจากสถานเลี้ยงเด็ก กำพร้า แกยืมเงินคุณปู่เพื่อไปเลี้ยงพวกสวะแบบแก เหรอ ฉันว่าทางที่ดีแกรีบปิดไอ้สถานเลี้ยงเด็ก กำพร้านั่นซะเถอะ” ชรินทร์ทิพย์พูดด้วยสีหน้า ประชดประชัน

รพีพงษ์มองคนที่กำลังต่อว่าเขาแล้วกัดฟัน กรอด ตอนที่เขากลายเป็นคนเร่ร่อน สถานเลี้ยงเด็ก กำพร้ามารับตัวเขาไว้ เขาถึงเติบโตเป็นผู้เป็นคนมา ถึงทุกวันนี้ ตอนนี้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ากำลัง ลำบาก เขาจึงอยากช่วย แต่เรื่องมันกะทันหันเกินไป เขาไม่มีเงินมากขนาดนั้น เขาคิดได้เพียงการยืมเงิน เท่านั้น

ตอนแรกเขาคิดว่าทุกคนจะมีความเมตตาช่วย เหลือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่คิดไม่ถึงว่าจะได้รับสายตาอันเย็นชาแบบนี้ ในใจของเขาคิดถึงวิกฤติ ของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาถึงไม่แสดงท่าที เกรี้ยวกราดอะไรออกมา

ชายชราที่ป์ โกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขา จ้องรพีพงษ์เขม็ง แล้วพูดเสียงดังออกไปว่า “เลิกทำ ตามอำเภอใจได้แล้ว นี่พวกแกมาอวยพรฉันหรือจะ มาเพิ่มความวุ่นวายกันแน่ รีบไสหัวไปซะ งานเลี้ยง ของฉันไม่ต้องการคนไร้ประโยชน์อย่างแก ต่อไป ถ้าบ้านเรามีงานเลี้ยงอะไร ฉันไม่อนุญาตให้แกเข้า ร่วมอีกต่อไป”

“คุณปู่ ตอนนี้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าลำบาก มากจริงๆ เด็กพวกนั้นต้องการความช่วยเหลือ” รพี พงษ์กัดฟันพูดอย่างไม่ยอมแพ้ สีหน้าของเขาเต็มไป ด้วยความซื่อสัตย์

อารียาเห็นท่าที่จริงจังของเขาแล้ว ก็ถอน หายใจออกมาอย่างจนปัญญา แล้วพูดกับนภทีป์ “คุณปู่คะ เขาต้องการช่วยสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จริงๆ ค่ะ เขาเติบโตมาจากที่นั่น เขาผูกพันกับที่นั่น มาก คุณปู่ช่วยเขาด้วยนะคะ”


และยังมี  นิยาย อ่านนิยาย นิยาย pdf นิยายวาย อ่านนิยายฟรี นิยายออนไลน์ อีกหลายเรื่องที่รอให้คุณอ่านที่ novel-fast.com

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท