พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว / แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก – บทที่903 ชั่งโออ่ามากจริงๆ

บทที่903 ชั่งโออ่ามากจริงๆ

บทที่903 ชั่งโออ่ามากจริงๆ

คฤหาสน์ตระกูลปิยศักดิ์

เพราะทัดธนชอบสไตล์โบราณ ดังนั้นในห้องรับแขกจึงเป็นเก้าอี้ไม้ โต๊ะไม้ ตรงกลางได้วางกระถางธูปไว้ มีควันออกมาจากด้านในไม่หยุด

ขณะนี้ในห้องรับแขกมีคนนั่งอยู่หลายคน ทัดธนนั่งอยู่ตรงกลาง กำลังยิ้มและพูดคุยกับคนที่อยู่ในห้องรับแขก

ถ้ามีคนที่เข้าใจในฮวงจุ้ยของเกียวโต จะพบว่าผู้ที่กำลังนั่งอยู่หลายๆท่านนี้คืออาจารย์ฮวงจุ้ยทั้งหลายของเกียวโต

พวกเขามองทัดธนด้วยความเคารพ ดูๆแล้วในใจของพวกเขาทัดธนค่อนข้างสำคัญ

ที่พวกเขามารวมตัวกันที่นี่ได้นั้น เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับ“การประชุมแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับวิชาเวทย์” ในวงการฮวงจุ้ยของเกียวโต มีเพียงทัดธนที่ได้รับการ์ดเชิญ ที่พวกเขามาที่นี่ เพื่อเอาใจทัดธน แล้วให้ทัดธนพาพวกเขาไปด้วย

แม้คนพวกนี้จะเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงด้านฮวงจุ้ย แต่ก็ทำเป็นแค่ยันต์แปดทิศ พื้นฐานฉีเหมินตุ้นเจี่ย เก่งไม่เก่งก็แค่ใช้ปากเท่านั้น ไม่ได้มีความสามารถใดๆ

ทัดธนดูถูกคนพวกนี้ แต่เขามีความสุขที่ได้ฟังคนเหล่านี้เยินยอเขา สามารถพูดโอ้อวดต่อหน้าคนพวกนี้ได้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่เลวเรื่องหนึ่ง

“ไม่เจอกันหลายวัน สีหน้าของท่านทัดธนยิ่งอยู่ยิ่งดีขึ้นนะ เทียบกับฝีมือที่เก่งกาจของท่านทัดธนแล้ว ก็ยิ่งดูมืออาชีพมากขึ้นไปอีก”

“พูดถูก ฝีมือที่เก่งกาจของท่านทัดธนนั้น ชั่งทำให้คนตะลึงเสียจริงๆ ตอนนั้นที่ผมเห็น มันช่างน่าตะลึงจริงๆ”

ทัดธนยิ้ม แล้วกล่าว “ฝีมือของผมดีขึ้นมากจริงๆ เมื่อวานซรืนมีผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่ามาจากกลุ่มสิงโตมาหาเรื่องผม บอกว่าผมทำผิดกฎหมาย จะจับผมไป”

“ฝีมือของสาวคนนี้ไม่ด้อยเลย ฝีมือระดับแดนปรมาจารย์ เสียดายที่เธอไม่รู็ว่าผมมีวิชาสะกดจิตนี้อยู่ ต่อสู้ไม่นานก็ถูกผมสะกดจิตแล้ว”

“ชื่อกลุ่มสิงโตนี้ผมเคยได้ยินมาก่อน ได้ยินมาว่าเป็นกลุ่มที่ลึกลับอยู่นะ ผมเห็นแก่กลุ่มนี้ จึงไม่ทำอะไรเธอ เพียงแค่เอาสิ่งของที่อยู่ในตัวของเธอทั้งหมด ไม่งั้นนะ ด้วยรูปลักษณ์ของเธอแล้ว ผมจะต้องเล่นสนุกกับเธอสักหน่อย”

สะกดจิต คือชื่อเรียกที่ทัดธนเรียกพลังจิตของตัวเอง

ความสามารถนี้เขาได้มาโดยบังเอิญ ตอนนั้นเขาตกอยู่ในอันตราย ในขณะที่สิ้นหวังก็ได้มีความสามารถนี้ปรากฏขึ้นมาเขาคิดเสมอมาว่านี่เป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานมาให้เขา

ทุกคนได้ยินคำพูดของทัดธน ก็หัวเราะตามๆกัน

“ด้วยฝีมือของทัดธน โดยปกติแล้วจะไม่สนใจเรื่องกลุ่มลึกลับอะไรนี่ แม้พวกเขาจะลึกลับขนาดไหน ก็ไม่มีทางลึกลับได้เท่าความสามารถของท่านทัตธนได้”

“พูดถูก ฝีมือและความสามารถของท่านทัดธนเป็นหนึ่ง แม้แต่รพีพงษ์ที่มีชื่อเสียงช่วงก่อนหน้านี้ ก็ไม่ใช่คู่ต่อกรของทัดธน”

ได้ยินประโยคนี้ ทัดธนก็ไม่พอใจขึ้นมา แล้วกล่าว “หลายปีมานี้ผมไม่ค่อยใส่ใจกับชื่อเสียงอะไรมากนัก ดังนั้นตระกูลปิยศักดิ์จึงอยู่ในนามตระกูลขั้นสองมาโดยตลอด จึงทำให้ตระกูลลัดดาวัลย์มีโอกาสขึ้นนำได้”

“ถ้าผมจะลงมือล่ะก็ ไอ้รพีพงษ์อยู่ในมือผมได้ไม่เกินสิบนาทีหรอก เสียดายที่ผมไม่ค่อยสนใจกับเรื่องการต่อสู้เท่าไหร่แล้ว ฆ่าแกงกันทุกวันจะสุขสบายเหมือนผมตอนนี้ได้ไงกัน ไม่งั้น จะมีโอกาสให้รพีพงษ์มันมีชื่อเสียงได้ไงกัน”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

“ท่านทัดธนพูดถูก รพีพงษ์นั่นไม่ได้หนึ่งในสิบของคุณหรอก คุณสิถึงจะเป็นยอดฝีมือที่ไม่มีใครเทียบได้”

“อย่างท่านทัดธนที่ซ่อนอยู่บนโลกนี่สิถึงจะเป็นยอดฝีมือ ดูคนพวกนั้นครึกครื้น ก็เหมือนดูละครอย่างไรอย่างนั้น โลกแบบนี้ เทียบกับพวกเราไมไ่ด้หรอก”

“หากท่านทัดธนอยู่ทางโลก รพีพงษ์ก็ต้องชิดซ้าย เขาก็เป็นแค่ไอ้บ้าบิ่นเท่านั้น ท่านทัดธนสิถึงจะเป็นคนที่วิชาวิเศษตัวจริง

……

ในขณะที่ทุกคนกำลังสรรเสริญเยินยอทัดธนอยู่นั้น ประตูของคฤหาสน์ตระกูลปิยศักดิ์ถูกลมพัดเปิดออก จากนั้นก็มีเสียงดังกระทบหูของทุกคน

“แกท่านทัดธนชั่งโอ่อ่าเหลือเกิน ในเมื่อรู้ว่าฉันไม่ทันสมัย สู้พวกเราต่อสู้กันหน่อยมั้ย?”

สายตาของทัดธนมองไปยังประตู และได้หลับตาลง

เห็นเพียงแค่สองคนเดินมาถึงคฤหาสน์ คือรพีพงษ์และหงส์

เมื่อคนอื่นและรพีพงษ์ก็ตะลึง ไม่คิดว่าพูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ รพีพงษ์ได้ปรากฏกายอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลปิยศักดิ์จริงๆ

พวกเขาค่อนข้างหวากลัวต่อรพีพงษ์ เพราะยังไงพวกก็เป็นแค่คนธรรมดา แน่นอนว่าไม่กล้าหาเรื่องรพีพงษ์ แต่ตอนนี้ทัดธนอยู่ที่นี่ พวกเขาก็ไม่กังวลใดๆ

ทัดธนเห็นหงส์ที่อยู่หลังรพีพงษ์แล้วนั้น ก็เข้าใจ จึงได้ดูแคลน แล้วกล่าว “ฉันคิดว่าเกิดอะไรขึ้น ที่แท้สาวน้อยคนนี้ยังโมโหอยู่นี่เอง จึงได้หาตัวช่วยมา”

หงส์มองทัดธนอย่างเยือกเย็น ถ้าธัชธรรมเรียกเขาสาวน้อย เธอยังรับได้ แต่ทัดธนเรีกแบบนี้ เธอรู้สึกขยะแขยง

“ทัดธน แกใช้พลังจิตทำผิดกฎหมาย การจับแกเป็นภารกิจของเรา แกคิดว่าสิ่งที่แกทำผิดมานั้น จะลอยนวลไปได้หรอ?” รพีพงษ์มองทัดธนอย่างเยือกเย็น

ทัดธนมองไปที่รพีพงษ์ แล้วกล่าว “คิดไม่ถึงว่าแกก็เป็นกลุ่มสิงโตนั่นเหมือนกัน ไง คิดว่าฉันกลัวพวกแกงั้นหรอ? จะบอกให้นะ กูไม่แคร์ไอ้กลุ่มสิงโตของพวกมึงหรอก กูว่าพวกมึงอย่ายุ่งให้มากนักเลย มิเช่นนั้น กูจะไม่สนใจถ้าคนของกลุ่มสิงโตจะลดลงสองคน”

“หรอ กูก็อยากเห็นฝีมือของท่านทัดธนเหมือนกันแหละ” พลังของรพีพงษ์ระเบิดออกทันใด ไม่คิดจะพูดพร่ำทำเพลงใดๆกับทัดธนอีก

ทัดธนรับรู้ได้ถึงพลังในตัวของรพีพงษ์ ก็ตะลึง ดูจากแดนแล้ว รพีพงษ์อยู่สูงกว่าเขามาก แต่เขามีความสามารถสะกดจิตอยู่ ดังนั้นจึงไม่กลัวรพีพงษ์จะลงมือกับเขา

“ชั่งไม่ละอายใจจริงๆเลย คิดว่าจัดการกับไอ้พวกสวะวงการบู๊นั้นได้ แล้วจะมายโสโอหังต่อหน้ากูงั้นหรอ? ในเมื่อกูลั่นวาจาแล้ว ก็จะให้ทุกคนได้เห็น ว่ามึงไอ้รพีพงษ์เหลือทนขนาดไหน!”

ทัดธนพูดจบ ก็ยืนขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเดินไปกลางห้องรับแขก

หงส์มองรพีพงษ์อย่างกระสับกระส่าย ไม่มั่นใจว่ารพีพงษ์จะสามารถต่อกรกับทัดธนได้หรือไม่ จึงกล่าว “ระวังพลังจิตของเขาหน่อยนะ ความรู้สึกนั้นมันอันตรายมาก มันจู่โจมโดยฉับพลัน ถ้าโดนเข้า ก็จบเห่”

รพีพงษ์ยิ้ม แล้วกล่าว “สบายใจได้ เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องซีเรียส

พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว / แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก

พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว / แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก

อ่านนิยาย เรื่อง พลิกชีวิตผมเป็นคนรวยแล้ว ฟรี ได้ที่ novel-fast 


บทนำ
โดยนำเนื้อเรื่องมาจากบางส่วนของ พลิกชีวิตผมเป็นคนรวยแล้ว
ผมเป็นเป็นเขยแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงมาสามปี ทุกคนต่างก็ คิดว่าสามารถเหยียบย่ำผมได้ ในวันนี้ เพื่อเธอ ผมจะต่อต้าน กับโลกนี้

เรื่องย่อ
“คุณชาย คุณจำเป็นจะต้องกลับไปเกียวโตกับ พวกเรา เพื่อสืบทอดกิจการของตระกูลลัดดาวัลย์

“คุณแม่ของคุณอยากจะขอโทษกับเรื่องที่ทำ ผิดพลาดในปีนั้น อีกทั้งยังหวังว่าคุณจะไม่คิดเล็ก คิดน้อยกับเรื่องบาดหมางครั้งก่อนเก่าและเห็นแก่ ส่วนรวม”

“ตระกูลลัดดาวัลย์ถือเป็นตระกูลชั้นนำของ ประเทศ จะขาดคนสานต่อไม่ได้ครับ” รพีพงษ์ มองไปยังชายชราตรงหน้าที่กำลังโค้ง

ตัวด้วยท่าทีนอบน้อม จากนั้นก็แสยะยิ้มออกมา

“ตอนแรกผู้หญิงใจดำอำมหิตคนนั้นต้องการจะ ควบคุมตระกูลลัดดาวัลย์ เธอขับไล่ฉันออกจากบ้าน อย่างไร้ความเมตตา แถมยังใส่ร้ายว่าฉันทรยศ เธอ กลัวว่าฉันจะแก้แค้นเลยบังคับให้ฉันมาอยู่ในเมือง เล็กๆ อย่างเมืองริเวอร์แถมยังโดนคนเยาะเย้ยว่าเป็น ลูกเขยที่ไม่มีปัญญาแต่งภรรยาเข้าบ้าน ต้องยอมไป เป็นเขยบ้านคนอื่น”

“ตอนนี้เธอป่วยหนัก พวกนายถึงจะคิดถึงฉัน ไม่ คิดว่าสายเกินไปหน่อยเหรอ”

“ฉันชินกับการเป็นลูกเขยที่ต้องมาอยู่ในตระกูล ฉัตรมงคล ชินแล้วกับการที่โดนคนพูดว่าเกาะผู้หญิง กิน ฉันไม่สามารถไปยุ่งกับเรื่องของตระกูลลัดดา วัลย์ได้อีก พวกนายกลับไปเถอะ”

พูดจบรพีพงษ์ ก็หมุนตัวโยนขยะถุงขยะในมือ ลงถัง แล้วเดินจากไป

ถึงแม้การที่ได้เป็นคนสืบทอดตระกูลลัดดาวัลย์ จะเป็นเรื่องช็อกโลก แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับ เรื่องนี้

ในปีนั้นเขาโดนคนในตระกูลลัดดาวัลย์ไล่ออก จากบ้าน เขาก็ไม่เหลือเยื่อใยอะไรกับตระกูลลัดดา วัลย์อีกแล้ว

ตอนนี้เขาเป็นลูกเขยที่ไม่เอาไหนในตระกูล ฉัตรมงคลตระกูลอันดับสองของเมืองริเวอร์อีกทั้ง เขายังเป็นไอ้สวะที่รู้จักกันในเมืองริเวอร์

ไม่มีใครรู้ว่าเขาเคยเป็นคุณชายของตระกูลลัด ดาวัลย์แห่งเกียวโต

แต่ทว่าเรื่องนี้มันผ่านไปแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้เขา จะใช้ชีวิตอย่างอนาถ ทั้งตัวของเขามีเงินฝากไม่ถึงสี่หลัก แต่เขากลับไม่เสียใจ

รพีพงษ์ เดินถือผลไม้ในมือไป บ้านของตระกูล ฉัตรมงคล วันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของคุณปู่ ญาติ สนิทของตระกูลฉัตรมงคลจะมารวมตัวกันที่นี่ แน่นอนว่างานนี้หลีกเลี่ยงการพูดเปรียบเทียบไม่ได้ อยู่แล้ว แต่ทว่ารพีพงษ์ กลับทำให้ครอบครัวของ อารียาเป็นเรื่องตลก

งานเลี้ยงเริ่มขึ้น ทุกคนในตระกูลฉัตรมงคลต่าง พากันนำของขวัญมามอบให้คุณปู่

“คุณปู่ ผมรู้ว่าคุณปู่ชอบของโบราณ รูปภาพนี้ คือ (ภาพฤาษีตกปลาในซีชาน) ของ ถางหูโป์เป็น รูปภาพจริงที่ผมตั้งใจหามาให้คุณปู่ นี่ครับคุณปู่” หลานคนโตธายุกร ยิ้ม แล้วมอบม้วนรูปภาพหนึ่งให้ ชายชรา

“คุณปู่ หยกชิ้นนี้เป็นของที่ผมขอร้องให้เพื่อนที่ อยู่ต่างประเทศซื้อให้ ราคาไม่เบาเลยค่ะ” หลานรัก คนเล็กอย่างชรินทร์ทิพย์ยื่นหยกให้ชายชรา

ต่างคนต่างก็แย่งกันมอบของขวัญ เพื่อที่จะเอา อกเอาใจคุณปู่

“คุณปู่ ปู่พอมีเงินให้ผมยืมสักห้าแสนไหมครับในปีนี้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่ได้รับเงินบริจาค จากผู้ที่มีเมตตา มันใกล้จะไปต่อไม่ได้แล้วครับ ขีน เป็นแบบนี้ต่อไป เด็กๆ ในนั้นก็จะไร้ที่อยู..

ขณะนั้นเอง รพีพงษ์ที่นั่งอยู่ท้ายโต๊ะก็เอ่ยขึ้นมา เกิดความโกลาหลขึ้น

ศศินัดดาแม่ของภรรยาลุกขึ้นมาในทันที เธอชี้ หน้าของเขาแล้วต่อว่าทันที “นี่สมองแกมีปัญหาหรือ ไง รู้ไหมว่าแกกำลังพูดอะไรอยู่”

สาวงามแห่งเมืองริเวอร์อย่างอารียา ผู้เป็นซึ่ง เป็นภรรยาของรพีพงษ์ ก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดแบบ นั้นออกมาเหมือนกัน เธอถึงกับต้องลุกขึ้นยืนแล้วพูด ว่า “คุณปู่ เขาคงจะไม่ค่อยมีสติ คุณปู่อย่าไปใส่ใจ กับคำพูดของเขาเลยค่ะ”

พูดจบเธอก็ยื่นมือออกไปบีบแขนของสามีอย่าง รุ่นแรง

สามปีก่อน ก่อนที่คุณย่าฉัตร จะจากไป เธอรีบ บังคับให้อารียา แต่งงานกับรพีพงษ์เทพธิดาผู้ซึ่งเปล่งประกายระยิบระยับใน สายตาของชาวโลก พลันต้องตกลงสู่พื้นดิน

สามปีมานี้ รพีพงษ์ไม่ทำการทำงานอะไรเลย วันๆ ทำแค่เพียงซักผ้า ทำกับข้าว ทิ้งขยะ ผู้คนใน เมืองริเวอร์ ขนานนามเขาว่าไอ้สวะ เดิมที่เคยภาค ภูมิใจว่าเป็นเทพธิดา ก็กลายเป็นคำเย้ยหยันไปโดย สิ้นเชิง

ตอนนี้ รพีพงษ์ก็มาสร้างความลำบากในงานวัน เกิดของคุณปู่อีก

“น่าตลกสิ้นดี นึ่งานวันเกิดของคุณปู่ ไม่มีของ ขวัญไม่พอ ยังกล้ามาขอเงินห้าแสนอีก รพีพงษ์ ไม่กี่ ปีมานี้นายทำให้ตระกูลฉัตรมงคลขายหน้าไม่พออีก เหรอ นายอุตส่าห์มายืมเงินในงานวันเกิด จะทำให้ คุณปู่โกรธหรือไง” คนที่พูดคือธายุกร ลูกหลานที่ ทำให้ท่านปู่นภทีป์ พึงพอใจมาตลอด

“ฉันว่าไอ้คนสมองพิการมันจงใจ อีกอย่างสถาน เลี้ยงเด็กกำพร้าก็แค่ข้ออ้าง มันต้องการเอาเงินของ คุณปู่ไปใช้เอง ดูจากสมองของมันแล้วคงจะคิด อะไรแบบนี้ไม่ได้หรอก คงจะเป็นอารียาที่สั่งมันมา สินะ”

หลานสาวที่คุณปู่รักที่สุดอย่างชรินทร์ทิพย์พูด เสริม พวกเธอไม่ลงรอยกันอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสก็พูด ใส่ร้าย อารียา

เมื่อมีคนพูดถึง อารียา รพีพงษ์ก็อธิบายขึ้นมา ทันที “ไม่ใช่ ผมแค่ต้องการยืมเงินคุณปู่ ช่วงนี้ผม หมุนเงินไม่ค่อยทัน ผมไม่มีปัญญาหาเงินเยอะขนาด นั้น ผมจะต้องหาเงินมาคืนคุณปู่แน่นอน”

“เลิกพูดไร้สาระสักที คนไร้ประโยชน์อย่างนาย ขนาดงานยังไม่มีให้ทำถ้าให้นายยืม นายจะเอา ปัญญาที่ไหนมาคืน” ธายุกรพูดเย้ยหยัน

“จริงค่ะ ไอ้สวะนี่มันมาจากสถานเลี้ยงเด็ก กำพร้า แกยืมเงินคุณปู่เพื่อไปเลี้ยงพวกสวะแบบแก เหรอ ฉันว่าทางที่ดีแกรีบปิดไอ้สถานเลี้ยงเด็ก กำพร้านั่นซะเถอะ” ชรินทร์ทิพย์พูดด้วยสีหน้า ประชดประชัน

รพีพงษ์มองคนที่กำลังต่อว่าเขาแล้วกัดฟัน กรอด ตอนที่เขากลายเป็นคนเร่ร่อน สถานเลี้ยงเด็ก กำพร้ามารับตัวเขาไว้ เขาถึงเติบโตเป็นผู้เป็นคนมา ถึงทุกวันนี้ ตอนนี้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ากำลัง ลำบาก เขาจึงอยากช่วย แต่เรื่องมันกะทันหันเกินไป เขาไม่มีเงินมากขนาดนั้น เขาคิดได้เพียงการยืมเงิน เท่านั้น

ตอนแรกเขาคิดว่าทุกคนจะมีความเมตตาช่วย เหลือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่คิดไม่ถึงว่าจะได้รับสายตาอันเย็นชาแบบนี้ ในใจของเขาคิดถึงวิกฤติ ของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาถึงไม่แสดงท่าที เกรี้ยวกราดอะไรออกมา

ชายชราที่ป์ โกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขา จ้องรพีพงษ์เขม็ง แล้วพูดเสียงดังออกไปว่า “เลิกทำ ตามอำเภอใจได้แล้ว นี่พวกแกมาอวยพรฉันหรือจะ มาเพิ่มความวุ่นวายกันแน่ รีบไสหัวไปซะ งานเลี้ยง ของฉันไม่ต้องการคนไร้ประโยชน์อย่างแก ต่อไป ถ้าบ้านเรามีงานเลี้ยงอะไร ฉันไม่อนุญาตให้แกเข้า ร่วมอีกต่อไป”

“คุณปู่ ตอนนี้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าลำบาก มากจริงๆ เด็กพวกนั้นต้องการความช่วยเหลือ” รพี พงษ์กัดฟันพูดอย่างไม่ยอมแพ้ สีหน้าของเขาเต็มไป ด้วยความซื่อสัตย์

อารียาเห็นท่าที่จริงจังของเขาแล้ว ก็ถอน หายใจออกมาอย่างจนปัญญา แล้วพูดกับนภทีป์ “คุณปู่คะ เขาต้องการช่วยสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จริงๆ ค่ะ เขาเติบโตมาจากที่นั่น เขาผูกพันกับที่นั่น มาก คุณปู่ช่วยเขาด้วยนะคะ”


และยังมี  นิยาย อ่านนิยาย นิยาย pdf นิยายวาย อ่านนิยายฟรี นิยายออนไลน์ อีกหลายเรื่องที่รอให้คุณอ่านที่ novel-fast.com

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท