Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน – ตอนที่ 257

ตอนที่ 257

บทที่ 257 คนนับหมื่นอิจฉา

“คุณหลิง คุณหมายความว่ายังไง?”

“อาจเป็นเพราะผู้หญิงน่าเบื่อเยอะเกินไป อยากหาความสดใหม่” หลิงอี้เอนกายอย่างเกียจคร้านลงโซฟา ด้วยรอยยิ้มที่ขี้เล่น

ตอนแรกคิดว่าผู้หญิงคนนี้กำลังพยายามทำให้เป็นของเขา แต่กลับถูกเธอดึงดูดเสียแล้ว

แต่ไม่คิดว่า เธอแต่งงานแล้ว

ระยะนี้ เขาคิดถึงเธอตลอดไม่เคยลืม

“ไม่ว่าจะเป็นซูยิน เธอก็ไม่มีทางยอมรับคุณ” เวินจิ้งเลี่ยงสายตาของเขา

“หากฉันต้องการ ไม่มีครั้งไหนที่ฉันจะไม่ได้” หลิงอี้ยกริมฝีปากขึ้น

“คุณหลิงภูมิใจเกินไป” เวินจิ้งสีหน้าซีด

“ฉันมีสิทธิ์นี้ ไม่ใช่เหรอ?”

หลิงอี้เหมือนจะเป็นความภาคภูมิใจของสวรรค์ ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่มีสิ่งไหนที่เขาไม่ได้

แต่ตอนนี้ เหมือนว่าจะมีแล้ว

สายตาที่เขามองเวินจิ้งน่าอึดอัดมาก ผ่านไปสิบนาที ฉีเซินยังไม่กลับมา

หลิงอี้ก็สังเกตอย่างเห็นได้ชัด เขาเดินไปที่ประตู ถูกล็อคไว้แล้ว

ที่นี่มีระเบียง แต่ผ้าม่านไม่ได้ปิดไว้

เขาหรี่สายตาอย่าเยือกเย็น และเดินไป สายตาหยุดตรงระเบียงตรงข้าม เป็นเวลานาน มีรอยยิ้มปรากฏบนมุมปากลึก

“ดูแล้ว เราจะถูกคนวางแผนแล้ว”

เวินจิ้งขมวดคิ้ว มองตามสายตาของหลิงอี้ มีแสงแฟลชกระพริบ พวกเขาถูกแอบถ่าย!

เมื่อนึกถึงฉีเซินจงใจออกไป เขาทำแบบนี้ทำไม?

แต่ยังไงก็แล้วแต่ เขาก็หวังให้เธอกับมู่วี่สิงหย่ากัน ดังนั้น เพื่อสร้างเรื่องอื้อฉาวให้เธอกับหลิงอี้ เธอจะได้หย่ากับมู่วี่สิงเหรอ?

เธอหามือถือ คิดไว้ว่าจะแจ้งให้มู่วี่สิงทราบ แต่ที่นี่ไม่มีสัญญาณ

หลิงอี้สองมือใส่เข้าไปกระเป๋ากางเกง แต่สีหน้ากลับเรียบเฉย

“เมื่อมาถึงแล้ว อย่างนั้นก็ตามนั้น”

เวินจิ้ง: …

เธอทำไม่ได้หรอก

หากถูกขับไว้ที่นี่หนึ่งคืน

มู่วี่สิงจะเป็นห่วง…

“ทำไมฉีเซินทำแบบนี้?” เวินจิ้งจ้องมองหลิงอี้

รู้สึกว่า เขาน่าจะรู้

“เธอคือพี่สาวของเขา เธอควรจะชัดเจนมากกว่าฉันไม่ใช่เหรอ?”

“ฉันไม่มีความเกี่ยวอะไรกับเขา” เวินจิ้งไม่ยอมรับ

แม้ว่า ความจริงเธอกับฉีเซินจะมีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แต่เธอไม่ต้องการมีความสัมพันธ์ใดๆกับฉีเซิน

“ดังนั้น เป็นเขาที่บังคับเธอมา?”

เวินจิ้งเงียบ เหมือนว่าถูกหลิงอี้หลอกถามโดยไม่รู้ตัว

“ข้างนอกมีนักข่าวหมอบอยู่ คิดว่าอีกเดี๋ยวเราคงจะขึ้นหน้าหนึ่งแล้ว เธอเดาว่าครั้งนี้เธอจะถูกเปิดเผยไหม?” หลิงอี้ยกริมฝีปาก

“ทุกครั้งที่เจอคุณไม่เคยมีเรื่องดี” เวินจิ้งบ่น

หากถูกเปิดเผย ต้องไม่ดีแน่…

“ใครบอก? ฉันช่วยทำให้เธอมีชื่อเสียง คุณเวิน”

“ฉันแต่งงานแล้ว คุณกำลังทำให้ฉันเหนื่อยใจ”

“งานแต่งของเธอกับมู่วี่สิเรียบง่ายขนาดนี้ ไม่มีใครรู้ อย่างไรก็ตามตระกูลมู่ไม่ง่าย งานแต่งทั้งทีเรียบง่ายขนาดนี้ ไม่เพราะมู่วี่สิงไม่มีตำแหน่ง หรือไม่ เพราะเธอถูกยอมรับ” หลิงอี้พูดวิเคราะห์

เวินจิ้งลดสายตาลง เธอรู้ดีว่าตระกูลมู่ลีกลับและมีพลังอำนาจ จนถึงตอนนี้ นอกจากคุณปู่แลเธอไม่เคยเห็นใครอื่นของตระกูลมู่เลย

มู่วี่สิงไม่ใช่ว่าไม่มีตำแหน่ง ในทางกลับกัน เขารับช่วงต่อจากบริษัทมู่ซื่อกรุ๊ปทั้งหมด

และเธอ…ไม่ถูกยอมรับ

หรือว่า จะเป็นเรื่องจริงตามนี้?

อย่างไรก็แล้วแต่ คำพูดของหลิงอี้เธอไม่มีทางเชื่อ

“ถ้าหากฉันได้ขอเธอแต่งงาน ฉันจะจัดงานแต่งให้เธออย่างอลังการ ให้เธอมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ให้เธอ ทำให้คนนับหมื่นอิจฉาเธอ” หลิงอี้เข้าใกล้ทันที ตาร้อนแรง

เวินจิ้งรีบผลักเขาออก สายตาขัดขืน “คุณหลิง คุณอย่าพูดไร้สาระ!”

สิ่งเหล่านี้ ล้วนไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ

“ผู้หญิงมักชอบสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เหรอ?” หลิงอี้จับคาง ค่อนข้างภูมิใจ

“ฉันต้องการแค่ชีวิตที่เรียบง่ายที่สุด” เวินจิ้งพูดเสียงเบา

เธอหวังแค่ว่าตัวเองจะแต่งงานกับผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ใช้ชีวิตธรรมดา

และตัวตนของตัวเอง ก็ไม่ใช่ลูกหลานของตระกูลหลิน เป็นแค่ลูกสาวของเจี่ยนอี

แต่ทั้งหมดนี้ กลับยิ่งไกลออกห่างจากเธอเรื่อยๆ

“ปากไม่ตรงกับใจ” หลิงอี้ไม่เชื่อ

เวินจิ้งไม่ได้สนใจเขา หาเครื่องส่งรับวิทยุเจอ แต่กลับพบว่าเส้นนั้นถูกตัดไปนานแล้ว ไม่มีทางที่จะติดต่อบริกรด้านนอกได้

และทุบประตูก็ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านนอก ห้องนี้อยู่ปลายมุม เว้นแต่มีเสียงเรียกจากพนัก ไม่งั้นไม่ค่อยมีพนักงานผ่านมา

เวินจิ้งนั่งลงมาอย่างหงุดหงิด

“คุณช่วยหาวิธีหน่อยได้ไหม” มองดูหลิงอี้ที่นิ่งๆ เวินจิ้งรู้สึกโกรธเล็กน้อย

“ฉันตักตวงที่ได้อยู่สองต่อสองกับเธอ” หลิงอี้ยกริมฝีปากพูด

เวินจิ้ง: …

ตรงประตูคลับ

มายบัคคันสีดำจอดอย่างช้าๆ

มู่วี่สิงโทรหาเวินจิ้งไม่ติด ตำแหน่งสุดท้ายของเธอคือที่นี่

ไม่ไกลนัก ร่างของฉีเซินกำลังเดินออกมา

มู่วี่สิงลงจากรถ ทั้งสองคนเผชิญหน้ากัน

“คุณมู่ ลมอะไรผ่านคุณมาถึงที่นี่?” ฉีเซินยกริมฝีปากขึ้น

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่า คลับซีเซิงเป็นสมบัติของตระกูลฉี

“ทำไม ไม่ต้อนรับฉัน?” มู่วี่สิงยิ้มอย่างเย็นชา

“ไม่ใช่ งั้นฉันให้ความบันเทิงด้วยตัวเอง?”

“ไม่จำเป็น” สิ้นเสียง มู่วี่สิงรีบเดินเข้าไปในคลับ

เกาเชียนถึงนานแล้ว ติดตามกล้องวงจรของคลับ ในไม่ช้าก็เจอฉีเซินและเวินจิ้งหนึ่งชั่วโมงก่อนเดินเข้าไปในห้อง

แต่หลังจากนั้น ฉีเซินออกมาคนเดียว และไม่เห็นเวินจิ้งอีก

มู่วี่สิงย้อนวีดีโอดูถอยหลังอีกครั้ง ก็เห็นร่างของหลิงอี้

ตาสีดำนิ่งลง เขาหันเดินออกไป

“ฉันต้องการที่นี่ และไม่เปิดธุรกิจอีก!” มู่วี่สิงสั่ง

เกาเชียนตอบรับ พร้อมกับความกลัว

ในห้อง หลิงอี้เปิดเบียร์หนึ่งขวด

เวินจิ้งเห็นแก้วเบียร์ที่ยื่นมาตรงหน้าของเธอ สีหน้าเงียบ

“คุณหลิง หาวิธีทำยังไงให้ออกไปได้ไหม?”

“ที่นี่อะไรก็ไม่ขาด พักคืนหนึ่งก็ไม่มีอะไรไม่ดี”

สิ้นเสียง ประตูด้านนอกมีเสียงฝีเท้ากระแทกเข้ามา เวินจิ้งสายตาประกาย

ประตูเปิดออก ร่างที่คุ้นเคยผ่านเข้าตา

เวินจิ้งแทบจะเดินไป แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ได้โกหกมู่วี่สิง กลับไม่กล้าเงยหน้าขึ้น

มู่วี่สิงยกใบหน้าเล็กของเธอขึ้นมา เพื่อยืนยันว่าเวินจิ้งไม่เป็นอะไร ถึงจะถอนหายใจออกมา

“คุณหญิงมู่ ทำให้ฉันเป็นห่วงไม่น้อย”

คำพูดของเขาดูหมิ่น แต่ก็แฝงไปด้วยความรัก

“ดูแล้วคุณมู่กับคุณเวินจะรักกันมาก” หลิงอี้วางแก้วเบียร์ลง เดินเข้ามาช้าๆ

“แน่นอน คุณหลิงเก็บความในใจของตัวเองได้แล้ว”

มู่วี่สิงโอบเวินจิ้งแล้วจากไป ไม่หยุด

สายตาของหลิงอี้เปลี่ยนเป็นเย็นชา ขายาวเตะไป แก้วข้างๆถูกเขาเตะจนล้มลง

ฉีเซินเดินเข้ามา เห็นฉากที่วุ่นวายนี้ ริมฝีปากยกขึ้นแล้วพูด “ดูแล้ว คุณหลิงไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ?”

หลิงอี้หันตัว “ฉีเซิน นายต้องการทำอะไรกันแน่?”

เขาหลิงอี้ไม่เคยถูกใครวางแผนแบบนี้!

“ตอนนี้คนของตระกูลหลิงยังคิดว่าเวินจิ้งคือซูยิน ฉันก็แค่ช่วยจัดการคนของตระกูลหลิง คุณควรขอบคุณฉันไม่ใช่เหรอ?”

“อย่าดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้อง เธอเป็นคนของม่วี่สิง”

“เธอเป็นคนของตระกูลฉี เธอจะยืนฝั่งเรา คุณหลิง เพียงแค่ล้มมู่วี่สิง เวินจิ้งก็จะเป็นของคุณ”

หลิงอี้โกรธ สีหน้าแน่น

“เพื่อผู้หญิงคนเดียว ฉันไม่ต้องการทำให้ตระกูลมู่ขุ่นเคือง” หลิงอี้พูดเย็นชา

“อย่างงั้นดูเหมือนว่า เราจะไมมีอะไรต้องคุยกัน

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

อ่านนิยาย เรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน ฟรี ได้ที่ novel-fast 


โดยเรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน บางส่วนของนิยาย

บทนำ

เดิมทีคิดว่ามู่วี่สิงเป็นคนธรรมดา หลังแต่งงานจึงรู้ได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้อย่างรอบคอบสามีของตัวเองไม่เพียงแต่เป็นหมอ ยังมีฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ และทายาทของตระกูลใหญ่

เรื่องย่อ

“คุณเวิน คุณ25ปีแล้ว?”

“อีกเดือนนึงค่ะ”

“ก่อนหน้านี้คบกับผู้ชายมาแล้วกี่คน?”

“คนเดียวค่ะ”

“พัฒนากันไปถึงไหน?”

“พบครอบครัวกันแล้วค่ะ”

“เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือยัง?”

เวินจิ้งสูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างมีมารยาทในที่สุดก็หายไป พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“เกี่ยวอะไรกับคุณเหรอ!”

“คุณ……เราไม่ได้มานัดดูตัวกันเหรอครับ?ก็แค่รู้จักกันและกันมากขึ้น คุณจะโมโหอะไรเนี่ย!”ผู้ชายตรงข้ามขมวดคิ้วพร้อมตำหนิเวินจิ้ง

“ฉันขอปฏิเสธที่จะรู้จักคุณ ลาก่อน!”เวินจิ้งหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วหมุนตัวออกไป

เธอหยุดลงแล้ววางเงิน500หยวนไปอย่างเท่ๆ

ชายคนนั้นรีบดึงเวินจิ้งไว้“หมายความว่าไงอ่ะ?คุณอายใช่ไหม คุณไม่ใช่สาวพรหมจรรย์เหรอ?”

เสียงที่เขาพูดไม่ดังเท่าไหร่แต่เพราะว่าในร้านกาแฟค่อนข้างเงียบ ลูกค้าที่นั่งโต๊ะใกล้ๆกันต่างได้ยินหมด

เวินจิ้งหรี่ตามองแล้วยกเท้าขึ้นมาเหยียบบนเท้าเขาแรงๆ จากนั้นยกกาแฟขึ้นมาสาดใส่หน้าเขาอย่างไม่ลังเล

พอถูกเธอเหยียบใส่ ชายคนนั้นก็ล้มลงไป ดังนั้นกาแฟในมือของเวินจิ้งก็สาดเป็นรูปโค้งใส่ผู้ชายชุดสูทที่กำลังจะออกจากร้าน

เวินจิ้งอึ้งไปแปปนึงกับฉากตรงหน้า

“ขอโทษค่ะ”เธอหยิบทิชชู่จากในกระเป๋าอย่างอึนๆ มองเสื้อเชิ้ตขาวที่โดนสาดใส่ของผู้ชายตรงหน้า พระเจ้า แค่มองก็รู้ว่าชุดราคาแพง

สีหน้าของมู่วี่สิงเย็นชา มองไปที่เวินจิ้งด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกและไม่รับทิชช่าจากเธอ แต่หยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมา ตอนที่เช็ดกาแฟก็แสดงท่าทางไม่พอใจออกมา

เวินจิ้งรู้สึกผิดสักพัก ตอนนี้เอง เท้าของหนุ่มนัดดูตัวที่อยู่ข้างล่างก็รีบคว้าเท้าเธอไว้“ยัยผู้หญิงคนนี้ เหยียบเท้าผม!”

“น่ารำคาญจะตายชัก”เวินจิ้งดึงเท้าออกมา จะวิ่งออกจากร้านกาแฟ

ตอนที่ผลักประตู เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองผู้ชายชุดสูทนั่น รูปร่างหน้าตาเขาหล่อเหลาไร้ที่ติ กรอบหน้าชัดเจน ใบหน้าตรงนั่นเหมือนพระเจ้าค่อยๆวาดลงเพื่อทำให้คนที่เห็นแล้วตกตะลึง

พอเข้าไปในรถ เวินจิ้งที่ยังไม่ทันสตาร์ทรถก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา“ลูกรัก ดูตัวเป็นยังไงบ้าง?ผู้ชายคนนั้นโอเคใช่ไหม?”

“จบแล้ว”เวินจิ้งตอบไปสองคำ

ตอนนี้เองรถของเธอก็ออกไปไมได้ เวินจิ่งยิ่งรำคาญมากขึ้น

“อะไรกัน?นี่แม่สื่อแนะนำคนที่ปีนึงมีรายได้เป็นล้านๆให้ฉัน ลูกต้องไปมาหาสู่กับเขาดีๆ……จะหยุดไม่ได้นะ!”

เวินจิ้งไม่อยากฟัง เธอวางโทรศัพท์ลงทั้งที่แม่เธอกำลังบ่น

รถขยับออกไปไม่ได้ เวินจิ้งเลยดึงกุญแจออกมาแล้วลงจากรถ“วันนี้ออกจากบ้านไม่ได้ดูปฏิทินแน่ๆ!ถึงได้โชคร้ายสุดๆแบบนี้!”

พอพูดจบแปปนึง ฝนก็ตกหนักลงมา

เวินจิ้งหลับจาลง เปียกไปทั้งตัว

พอได้สติเธอก็ว่าจะวิ่งไปหลบฝนในร้านกาแฟ แต่พอนึกถึงผู้ชายที่นัดดูตัวท่าทางน่ารังเกียจเมื่อกี้ ก็เลยล้มเลิกไป

ตอนที่แกว่งไปมาซ้ายขวา ก็มีรถปอร์เช่สีดำก็มาจอดข้างๆเธอ หน้าต่างเปิดลงมาก็มีใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยและคุ้นเคยนั้นเข้ามา

คือผู้ชายที่โดนเธอสาดกาแฟใส่อย่างไม่ตั้งใจเมื่อกี้

“ขึ้นมา”น้ำเสียงและใบหน้าของเขาเย็นชาเหมือนเดิม

เวินจิ้งยิ้มไปอย่างเขินๆพร้อมส่ายหัว“ไม่เป็นไรค่ะ ลำบากคุณเปล่าๆ”

“ไม่ลำบาก”มู่วี่สิงยังคงเย็นชาใส่

เวินจิ้งยิ่งละอายเข้าไปใหญ่ จากนั้นเห็นว่าด้านหลังมีแท็กซี่อยู่ก็เลยคิดว่าจะไปเรียกรถ

แต่บังเอิญจริงๆ เธอดันเหยียบแอ่งน้ำที่ขังไว้ จนรองเท้าส้นสูงพัง

มู่วี่สิงมองเห็นหญิงสาวล้มลงไปจากกระจกมองหลัง เขาขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้แล้วเปิดรถลงมาอุ้มเวินจิ้งขึ้นไปท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก

 

เวินจิ้งอึ้งไป พอนั่งข้างคนขับปุ๊ปก็เริ่มได้สติ

“ขอบคุณค่ะ”เธอหันไปมองผู้ชายข้างๆ

ใบหน้าที่เย็นชาของมู่วี่สิงกลับยื่นผ้ามา

เวินจิ้งก้มลงเช็ดผมและใบหน้าที่เปียกถึงเห็นว่าเสื้อผ้าของตัวเองเปียกไปหมด

ดีที่เธอสวมชุดคลุมอยู่ ไม่งั้นคงจะน่าอาย

“ที่อยู่”มู่วี่สิงถาม

“ถนนอันหนิง10”

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป รถปอร์เช่สีดำนั่นก็หยุดลงที่ใต้ตึกเก่าๆที่พักแถวนั้น

เดิมทีเวินจิ้งไม่อยากให้เขาเข้ามาที่ข้างใน แต่ว่าเขาไม่ฟังเธอเลย

“ขอบคุณที่มาส่งฉันค่ะ เรื่องวันนี้ต้องขอโทษมากจริงๆ”เวินจิ้งขอโทษเขาอีกรอบ

“เชิ้ตอขงคุณราคาเท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันจ่ายให้ค่ะ”เวินจิ้งพูดด้วยเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อย

สายจาของมู่วี่สิงมองไปข้างหน้า พอได้ยินก็ขมวดคิ้ว แล้วก็เห็นเวินจิ้งเปิดกระเป๋าเงิน

เธอทายในใจน่าจะหลักสี่ แต่ว่าราคาจริงๆไม่รู้

“คุณชดใช้ไหวเหรอ?”เสียงทุ้มต่ำของมู่วี่สิงก็ดังขึ้น เชิ้ตของเขาตัดอย่างดี ทั้งโลกนี้มีแค่ตัวเดียว

“ฉันชดใช้ราคาไม่ไหวเหรอคะ?”ใบหน้าของเวินจิ้งดูหดไป

ตอนนี้เองก็มีเสียงของเจี่ยนอีดังๆจากด้านนอกเข้ามา“เวินจิ้ง กลับมาไวขนาดนี้ทำไมเนี่ย ไม่ได้บอกว่าให้อยู่กับเขานานๆหน่อยเหรอ……”

เวินจิ้งลำบากใจเล็กน้อย ชุมชนเล็กๆแบบนี้ ทุกตึกเกือบจะเป็นเพื่อนบ้านกัน เจี่ยนอีตะโกนแบบนี้จนเกือบจะได้ยินไปทั้งชุมชน

“ขอโทษค่ะ ฉันต้องกลับแล้ว นี่เบอร์ของฉัน ถ้าให้ฉันชดใช้อะไรติดต่อมานะคะ!”เวินจิ้งรีบเขียนเบอร์โทรตัวเองจากนั้นก็ลงรถ

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ที่ปลายนิ้วยังมีกระดาษที่มีไออุ่นของเวินจิ้งอยู่ ด้านบนมีเบอร์โทรอยู่ เขากำกระดาษแน่น

เจี่ยนอีเห็นลูกสาวลงมาจากรถก็ตะลึง แต่ก็ได้สติกลับมา“เวินจิ้ง ทำไมถึงบอกว่านัดดูตัวจบแล้วล่ะ?นี่ไม่ใช่ว่าสำเร็จแล้วเหรอ?”

“ไม่ใช่เขา”เวินจิ้งดึงแม่เข้าบ้าน แต่ว่าดึงไม่ได้

เจี่ยนอีจ้องรถนั่น ในใจก็นับว่ารถนี่น่าจะมีศูนย์กี่ตัว

ที่แท้ก็เป็นคนที่ที่มีรายได้ปีละล้าน รถนี่แค่ดูก็รู้แล้วว่าเกินล้าน!

“ลูกพูดอะไร?อย่าหลอกแม่สิ รีบไปให้เขาลงมาให้แม่ดูหน่อย”

เวินจิ้งนิ่งไป มองมู่วี่สิงแล้วรีบปิดประตูรถ จากนั้นก็ดึงแม่ออกมา

ในรถนั่น มู่วี่สิงมองแม่ลูกที่เดินออกไปไกล สายตาหม่นลงเล็กน้อย

ในแสงสว่างนั่น โทรศัพท์สีขาวก็ตกลงที่เบาะข้างคนขับ

เขาหยิบขึ้นมา โทรศัพท์สั่นเล็กน้อยแล้วก็มีแจ้งเตือนเข้ามาว่า:วันที่1000ที่คุณจากไป

เวินจิ้งกับแม่ที่เพิ่งเข้าบ้าน ออดประตูก็ดัง

เป็นเขา?

เวินจิ้งเปิดประตู ร่างสูงๆของมู่วี่สิงยืนอยู่หน้าประตู

“โทรศัพท์คุณ”น้ำเสียงของมู่วี่สิงมีความไม่พอใจแฝงอยู่

“อ้อ ขอบคุณค่ะ!”เวินจิ้งยิ้ม“เดี๋ยวฉันลงไปส่งคุณ”

พอพูดจบเสียงของเจี่ยนอีก็เข้ามา“เวินจิ้ง ทำไมให้เขายืนอยู่ข้างนอกล่ะ รีบเข้ามานั่งสิ!”

เวินจิ้ง:……

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ขายังไม่ขยับก็พูดอย่างเรียบๆว่า“ผมมีธุระ ไปก่อนนะ”

เวินจิ้งโล่งอกไป วันนี้เธอก็รบกวนชายคนนี้พอแล้วจะให้มีเรื่องอะไรอีกไม่ได้

แต่เจี่ยนอีก็ยังมองมา เวินจิ้งปิดประตูดัง“ปัง”

“แม่ หนูไม่รู้จักเขา”

“ไม่รู้จักเขาแล้วมาส่งลูกได้ไง?”

“เขาใจดี หนูเปียกไปทั้งตัวแบบนี้?”

“แม่ว่าลูกสองคนได้อยู่ ฮิฮิ ผู้ชายคนนี้ไม่เลว เวินจิ้ง ครั้งนี้ลูกสายตาไม่เลวจริงๆ!”

เวินจิ้งกลับเข้าห้อง ปิดประตู


และยังมี  นิยาย อ่านนิยาย นิยาย pdf นิยายวาย อ่านนิยายฟรี นิยายออนไลน์ อีกหลายเรื่องที่รอให้คุณอ่านที่ novel-fast.com

นิยายแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท