Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน – ตอนที่ 1375

ตอนที่ 1375

บทที่ 1375 พวกเดียวกัน

“ฉันรู้สึกว่าหน้าฉันกลมขึ้นไม่น้อย จ้านเซินคุณลองจับดูสิอ้วนขึ้นรึเปล่า”

ฉินซีพูดอย่างสนิทสนม และยื่นหน้าไปตรงหน้าจ้านเซิน

การเคลื่อนไหวแบบนี้ ทำให้จ้านเซินตะลึงยืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิม

ฉินซีเห็นเขายืนนิ่งไม่ขยับกะพริบดวงตาที่สดใสและถามอย่างสงสัยว่า:“จ้านเซิน คุณเป็นอะไรไป?”

เธอดูเหมือนกับว่าไม่เข้าใจ บริสุทธิ์ขนาดนั้น

จ้านเซินได้ยินเสียงเธอ รีบดึงสติกลับมาทันที : “ไม่มีอะไร”

เขาเม้มปาก ใบหน้าที่หล่อเหล่าแดงระเรื่ออย่างน่าสงสัย

“อืม?”

ฉินซีเอียงศีรษะ มองเขาอย่างไม่ลดละ

ความจริงแล้ว เธอก็ไม่อยากจะแสดงความสนิทชิดเชื้ออย่างนี้กับจ้านเซิน

แต่ เพื่อที่จะให้ตัวเองได้รับสิทธิและผลประโยชน์มากยิ่งขึ้น เธอทำได้แค่เสียสละตัวเอง

จริงๆ แล้วจ้านเซินก็อยากจะยื่นมือไปจับแก้มเธอ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ทำ : “ใช่อ้วนขึ้นนิดหน่อย แต่ไม่ชัดขนาดนั้น น่ารักดีออก”

เขาพูดอย่างนิ่งๆ ภายในดวงตาสีเข้มส่องประกายไปด้วยความรักความอ่อนโยน

แต่ ฉินซีกลับไม่รู้สึกดีเพราะคำชมของเขา

เธอมองไปที่จ้านเซิน พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน : “จ้านเซิน ฉันขอออกไปเดินเล่นอาบแดดข้างนอกได้ไหม ฉันไม่อยากอ้วน”

น้ำเสียงของ ฉินซีระมัดระวังขนาดนั้น กลัวเขาจะปฏิเสธ

เธอมองตรงไปที่จ้านเซิน รอคำตอบจากเขา

จ้านเซินได้ยินเธอพูดแบบนี้ จึงขมวดคิ้ว

ความจริงแล้วเขาไม่อยากให้ฉินซีออกไป

จ้านเซินได้เตรียมการดักซุ้มทั้งหมดไว้รอบๆ ห้องพักผู้ป่วยแล้ว ถ้าลู่เซิ่นปรากฏตัว เขาก็จะสามารถจับเขาได้อย่างง่ายดาย เดินเข้ามาในกับดักให้จับเอง

แต่ถ้าให้ฉินซีออกไปด้านนอก ถึงแม้ว่าการป้องกันของเขาจะแน่นหนามากก็ตาม แต่พื้นที่ด้านนอกใหญ่มาก มีโอกาสที่ลู่เซิ่นจะหลบนี้ได้ จ้านเซินไม่สบายใจ

เห็นจ้านเซินไม่เอ่ยปาก ไม่พูดอะไรอีกครั้ง ฉินซีรู้สึกร้อนใจขึ้นมานิดหน่อย

เธอมองจ้านเซิน ส่งเสียงออกไปให้น่าสงสารยิ่งขึ้น : “จ้านเซิน คุณให้ฉันออกไปเดินเล่นสักรอบเถอะ ขอร้องละ ถ้ายังให้ฉันอุดอู้อย่างนี้ต่อไปอีก สุดท้ายจากสบายดีจะกลายเป็นไม่สบายไปอีก”

ฉินซีเดินไปตรงหน้าเขา ดึงแขนเสื้อเขาไว้และเขาเขย่าเบาๆ

ในขณะที่กำลังเขย่าแขนจ้านเซินอยู่นั่น โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้น

“ครืด ครืด ครืด…”

จ้านเซินมองสายที่โทรเข้ามาแวบหนึ่งและขมวดคิ้ว : “ฉันขอไปรับโทรศัพท์ก่อน”

ภายนอกเขาดูไม่อึดอัด แต่ในกลับถอนหายใจออกมายาวๆ

โชคดีที่ถังย่าโทรสายนี้มาได้เวลาพอดี ไม่อย่างนั้น เขาไม่รู้จริงๆ ว่าจะจัดการกับฉินซียังไงดี

ถ้าเป็นฉินซีแบบเมื่อก่อน จ้านเซินปฏิเสธตรงๆ ก็จบแล้ว

แต่ ตอนนี้ฉินซีเชื่อฟังขนาดนี้ ทำให้เขาอดใจปฏิเสธเธอไม่ได้

“งั้นก็ได้”

ฉินซีรู้ว่าตัวเองบังคับจ้านเซินไม่ได้

ไม่อย่างนั้น ผลลัพธ์จะไม่เป็นอย่างที่คิด

คิดได้อย่างนี้ ในใจของฉินซีเต็มไปด้วยความห่อเหี่ยวใจ

เพราะแผนการล้มเหลว ฉินซีรู้สึกร้อนรนในใจขึ้นมาเล็กน้อย

เหยาจ้าวมองอยู่ ส่ายหน้าอย่างเงียบๆ

ฉินซีมองหลังจ้านเซินที่ค่อยๆ หายไปจากห้องพักผู้ป่วย และกลับไปนั่งลงบนเตียง

เหยาจ้าวเดินเข้ามาข้างตัวเธอ พูดเสียงต่ำว่า : “อย่าร้อนใจ”

ที่เขาพูดอย่างนี้ ก็เพื่อเตือนฉินซีทั้งนั้น

ฉินซีรู้ว่าเขาดีกับตัวเอง พยักหน้า : “ฉันเข้าใจ แต่ฉันก็อุดอู้จะแย่แล้ว”

เธอไม่ได้ต้องการจะหลบหนีตอนนี้ ฉินซีรู้ดี การหลบหนีง่ายๆไม่มีทางเป็นจริงแน่นอน

โจวซิงบอกกับเธอแล้วว่าเขากำลังค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของยามที่ชัดเจนเป็นการส่วนตัวอยู่ ลู่เซิ่นจะมาช่วยเธอออกไปได้ในทันที

คิดได้อย่างนี้ ฉินซีก็อดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้

ไม่รู้ว่าหลายวันมานี่ภายใต้ภาพลักษณะที่ดูสงบนิ่งของเธอ มีจิตใจที่ร้อนรนเพียงใดซ่อนอยู่

เหยาจ้าวรู้คนปกติคนหนึ่งถูกปกป้องดูแลตลอดทั้งวัน ในใจมีความกดดันมากแค่ไหน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉินซีที่เดิมทีหัวใจก็ไม่ได้อยู่ที่นี่อยู่แล้ว เธออยากจะบินออกไปอยู่ตลอดเวลา แต่กลับโดนจ้านเซินตัดปีกทิ้ง จึงทำได้แค่อยู่ในกรงขนาดมหึมานี้อย่างว่าง่าย

“เฮ้อ…”

เหยาจ้าวถอนหายใจลึกๆ : “คุณใจเย็นก่อน ฉันจะช่วยพูดกับจ้านเซินให้คุณ ห้ามเปิดเผยจุดประสงค์ของตัวเองออกมาเด็ดขาด เข้าใจไหม?”

ที่เขาทำได้ก็มีแค่นี้ หวังว่าจ้านเซินจะยินดีรับฟังบ้าง

ฉินซีได้ยินว่าเขาจะช่วย ความดีใจปรากฏออกมาบนใบหน้าอย่างชัดเจน

“ฉันเข้าใจ”

พอคิดได้ว่าไม่รู้ว่าจ้านเซินจะเปิดประตูเข้ามาเมื่อไหร่ ฉินซีรีบหุบยิ้มอย่างรวดเร็ว

ตอนนั้นเอง โจวซิงเปิดประตูเข้ามา

เขาไม่รู้ว่าเหยาจ้าวกับฉินซีคิดเหมือนกัน เพราะว่าฉินซียังไม่มีโอกาสจะบอกเขา

หลายวันมานี้จ้านเซินปกป้องดูแลอยู่ข้างตัวเธอตลอดเวลา ฉินซีไม่มีแม้แต่ช่วงเวลาให้อยู่คนเดียว

โจวซิงผลักประตูเข้า เมื่อเห็นเหยาจ้าวรอยยิ้มบนใบหน้าหายไปชั่วขณะ

เขาพูดอย่างนิ่งเฉย : “หมอเหยา”

สายตาของโจวซิงอยู่ที่ร่างของฉินซี เขาอยากจะคุยอะไรกับฉินซีตามลำพังสักหน่อย แต่เหยาจ้าวกลับยืนอยู่ตรงนี้ตลอดไม่ไปไหน ทำให้เขาหงุดหงิด

เขาคิดทบทวน : “หมอเหยา เช้านี้ก็ยุ่งมาทั้งวันแล้ว น่าจะเหนื่อยสินะ ตอนนี้เวลาพักเที่ยงพอดี คุณกลับไปพักที่ห้องทำงานสักหน่อยเถอะ ฉันดูแลฉินซีก็โอเคแล้ว”

โจวซิงพยายามคิดหาวิธี ที่จะทำให้เหยาจ้าวออกไป

แน่นอนเหยาจ้าวรู้ความคิดและเขาส่ายหน้า : “ไม่ต้อง ฉันไม่เหนื่อย ถ้าหมอโจวเหนื่อย ก็กลับไปนอนสักหน่อย ตรงนี้ฉันอยู่เอง”

เขายืนร่างสูงอยู่ที่ราวเป็นเสาต้นหนึ่ง ไม่มีความคิดจะออกไปแม้แต่น้อย

เห็นเขาเคร่งขรึมอย่างนี้ ในใจของโจวซิงยิ่งร้อนใจ

เขาเริ่มส่งสายตาให้ฉินซี ให้เธอคิดหาวิธี ทำยังให้เหยาจ้าวออกไป

ฉินซีเห็นความหงุดหงิดของเขา จึงยิ้มและพูดว่า : “หมอโจว คุณไม่ต้องตื่นเต้น มีอะไรก็พูดออกมาได้เลย หมอเหยาเป็นคนฝั่งพวกเรา”

เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งของทั้งสองคนระหว่างเหยาจ้าวกับโจวซิง ฉินซีไม่ปิดบัง บอกความจริงอย่างตรงไปตรงมากับโจวซิง

“อะไร?”

หลังจากโจวซิงได้ยินที่เธอบอก สีหน้าปรากฏความตกใจ

เขามองไปที่เหยาจ้าว สายตากลับไปกลับมา : “คุณบอกว่า ความจริงแล้วหมอเหยาเป็นพวกเดียวกับคุณ?”

โจวซิงคิดไม่ถึงเลยสักนิด ที่แท้ความสัมพันธ์เป็นอย่างนี้

“ใช้”

ฉินซีพยักหน้าน้อยๆภายใต้การจ้องมองของเขา

เธอรู้เรื่องนี้สำหรับโจวซิงแล้ว อาจจะเชื่อได้อยาก แต่ความจริงก็เป็นตามที่บอก เธอกับเหยาจ้าวร่วมมือด้วยกันในองค์กรมาตั้งนานแล้ว

โจวซิงได้ยินเสียงยืนยันขนาดนี้ของเธอ ความกังวลในใจน้อยลงไปหน่อย : “ในเมื่อหมอเหยาเป็นคนฝั่งเดียวกับพวกเรา งั้นฉันเริ่มพูดตรงๆ เลยแล้วกัน”

เขาไม่ได้ไล่เหยาจ้าวไปอีก ยอมรับความจริงนี้ได้อย่างรวดเร็ว

โจวซิงพูดอย่างเคร่งขรึม : “ก่อนหน้านี้ลู่เซิ่นให้ฉันตรวจสอบให้ชัดเจนว่าจ้านเซินแทรกแซงยามเข้ามาในโรงพยาบาลเท่าไหร่ และอยู่ที่ไหนบ้าง ตอนนี้ฉันตรวจสอบชัดเจนแล้ว ฉันคิดวิธีการส่งข่าวไปให้ลู่เซิ่นกับโจวเอ้อแล้ว”

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

อ่านนิยาย เรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน ฟรี ได้ที่ novel-fast 


โดยเรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน บางส่วนของนิยาย

บทนำ

เดิมทีคิดว่ามู่วี่สิงเป็นคนธรรมดา หลังแต่งงานจึงรู้ได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้อย่างรอบคอบสามีของตัวเองไม่เพียงแต่เป็นหมอ ยังมีฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ และทายาทของตระกูลใหญ่

เรื่องย่อ

“คุณเวิน คุณ25ปีแล้ว?”

“อีกเดือนนึงค่ะ”

“ก่อนหน้านี้คบกับผู้ชายมาแล้วกี่คน?”

“คนเดียวค่ะ”

“พัฒนากันไปถึงไหน?”

“พบครอบครัวกันแล้วค่ะ”

“เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือยัง?”

เวินจิ้งสูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างมีมารยาทในที่สุดก็หายไป พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“เกี่ยวอะไรกับคุณเหรอ!”

“คุณ……เราไม่ได้มานัดดูตัวกันเหรอครับ?ก็แค่รู้จักกันและกันมากขึ้น คุณจะโมโหอะไรเนี่ย!”ผู้ชายตรงข้ามขมวดคิ้วพร้อมตำหนิเวินจิ้ง

“ฉันขอปฏิเสธที่จะรู้จักคุณ ลาก่อน!”เวินจิ้งหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วหมุนตัวออกไป

เธอหยุดลงแล้ววางเงิน500หยวนไปอย่างเท่ๆ

ชายคนนั้นรีบดึงเวินจิ้งไว้“หมายความว่าไงอ่ะ?คุณอายใช่ไหม คุณไม่ใช่สาวพรหมจรรย์เหรอ?”

เสียงที่เขาพูดไม่ดังเท่าไหร่แต่เพราะว่าในร้านกาแฟค่อนข้างเงียบ ลูกค้าที่นั่งโต๊ะใกล้ๆกันต่างได้ยินหมด

เวินจิ้งหรี่ตามองแล้วยกเท้าขึ้นมาเหยียบบนเท้าเขาแรงๆ จากนั้นยกกาแฟขึ้นมาสาดใส่หน้าเขาอย่างไม่ลังเล

พอถูกเธอเหยียบใส่ ชายคนนั้นก็ล้มลงไป ดังนั้นกาแฟในมือของเวินจิ้งก็สาดเป็นรูปโค้งใส่ผู้ชายชุดสูทที่กำลังจะออกจากร้าน

เวินจิ้งอึ้งไปแปปนึงกับฉากตรงหน้า

“ขอโทษค่ะ”เธอหยิบทิชชู่จากในกระเป๋าอย่างอึนๆ มองเสื้อเชิ้ตขาวที่โดนสาดใส่ของผู้ชายตรงหน้า พระเจ้า แค่มองก็รู้ว่าชุดราคาแพง

สีหน้าของมู่วี่สิงเย็นชา มองไปที่เวินจิ้งด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกและไม่รับทิชช่าจากเธอ แต่หยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมา ตอนที่เช็ดกาแฟก็แสดงท่าทางไม่พอใจออกมา

เวินจิ้งรู้สึกผิดสักพัก ตอนนี้เอง เท้าของหนุ่มนัดดูตัวที่อยู่ข้างล่างก็รีบคว้าเท้าเธอไว้“ยัยผู้หญิงคนนี้ เหยียบเท้าผม!”

“น่ารำคาญจะตายชัก”เวินจิ้งดึงเท้าออกมา จะวิ่งออกจากร้านกาแฟ

ตอนที่ผลักประตู เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองผู้ชายชุดสูทนั่น รูปร่างหน้าตาเขาหล่อเหลาไร้ที่ติ กรอบหน้าชัดเจน ใบหน้าตรงนั่นเหมือนพระเจ้าค่อยๆวาดลงเพื่อทำให้คนที่เห็นแล้วตกตะลึง

พอเข้าไปในรถ เวินจิ้งที่ยังไม่ทันสตาร์ทรถก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา“ลูกรัก ดูตัวเป็นยังไงบ้าง?ผู้ชายคนนั้นโอเคใช่ไหม?”

“จบแล้ว”เวินจิ้งตอบไปสองคำ

ตอนนี้เองรถของเธอก็ออกไปไมได้ เวินจิ่งยิ่งรำคาญมากขึ้น

“อะไรกัน?นี่แม่สื่อแนะนำคนที่ปีนึงมีรายได้เป็นล้านๆให้ฉัน ลูกต้องไปมาหาสู่กับเขาดีๆ……จะหยุดไม่ได้นะ!”

เวินจิ้งไม่อยากฟัง เธอวางโทรศัพท์ลงทั้งที่แม่เธอกำลังบ่น

รถขยับออกไปไม่ได้ เวินจิ้งเลยดึงกุญแจออกมาแล้วลงจากรถ“วันนี้ออกจากบ้านไม่ได้ดูปฏิทินแน่ๆ!ถึงได้โชคร้ายสุดๆแบบนี้!”

พอพูดจบแปปนึง ฝนก็ตกหนักลงมา

เวินจิ้งหลับจาลง เปียกไปทั้งตัว

พอได้สติเธอก็ว่าจะวิ่งไปหลบฝนในร้านกาแฟ แต่พอนึกถึงผู้ชายที่นัดดูตัวท่าทางน่ารังเกียจเมื่อกี้ ก็เลยล้มเลิกไป

ตอนที่แกว่งไปมาซ้ายขวา ก็มีรถปอร์เช่สีดำก็มาจอดข้างๆเธอ หน้าต่างเปิดลงมาก็มีใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยและคุ้นเคยนั้นเข้ามา

คือผู้ชายที่โดนเธอสาดกาแฟใส่อย่างไม่ตั้งใจเมื่อกี้

“ขึ้นมา”น้ำเสียงและใบหน้าของเขาเย็นชาเหมือนเดิม

เวินจิ้งยิ้มไปอย่างเขินๆพร้อมส่ายหัว“ไม่เป็นไรค่ะ ลำบากคุณเปล่าๆ”

“ไม่ลำบาก”มู่วี่สิงยังคงเย็นชาใส่

เวินจิ้งยิ่งละอายเข้าไปใหญ่ จากนั้นเห็นว่าด้านหลังมีแท็กซี่อยู่ก็เลยคิดว่าจะไปเรียกรถ

แต่บังเอิญจริงๆ เธอดันเหยียบแอ่งน้ำที่ขังไว้ จนรองเท้าส้นสูงพัง

มู่วี่สิงมองเห็นหญิงสาวล้มลงไปจากกระจกมองหลัง เขาขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้แล้วเปิดรถลงมาอุ้มเวินจิ้งขึ้นไปท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก

 

เวินจิ้งอึ้งไป พอนั่งข้างคนขับปุ๊ปก็เริ่มได้สติ

“ขอบคุณค่ะ”เธอหันไปมองผู้ชายข้างๆ

ใบหน้าที่เย็นชาของมู่วี่สิงกลับยื่นผ้ามา

เวินจิ้งก้มลงเช็ดผมและใบหน้าที่เปียกถึงเห็นว่าเสื้อผ้าของตัวเองเปียกไปหมด

ดีที่เธอสวมชุดคลุมอยู่ ไม่งั้นคงจะน่าอาย

“ที่อยู่”มู่วี่สิงถาม

“ถนนอันหนิง10”

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป รถปอร์เช่สีดำนั่นก็หยุดลงที่ใต้ตึกเก่าๆที่พักแถวนั้น

เดิมทีเวินจิ้งไม่อยากให้เขาเข้ามาที่ข้างใน แต่ว่าเขาไม่ฟังเธอเลย

“ขอบคุณที่มาส่งฉันค่ะ เรื่องวันนี้ต้องขอโทษมากจริงๆ”เวินจิ้งขอโทษเขาอีกรอบ

“เชิ้ตอขงคุณราคาเท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันจ่ายให้ค่ะ”เวินจิ้งพูดด้วยเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อย

สายจาของมู่วี่สิงมองไปข้างหน้า พอได้ยินก็ขมวดคิ้ว แล้วก็เห็นเวินจิ้งเปิดกระเป๋าเงิน

เธอทายในใจน่าจะหลักสี่ แต่ว่าราคาจริงๆไม่รู้

“คุณชดใช้ไหวเหรอ?”เสียงทุ้มต่ำของมู่วี่สิงก็ดังขึ้น เชิ้ตของเขาตัดอย่างดี ทั้งโลกนี้มีแค่ตัวเดียว

“ฉันชดใช้ราคาไม่ไหวเหรอคะ?”ใบหน้าของเวินจิ้งดูหดไป

ตอนนี้เองก็มีเสียงของเจี่ยนอีดังๆจากด้านนอกเข้ามา“เวินจิ้ง กลับมาไวขนาดนี้ทำไมเนี่ย ไม่ได้บอกว่าให้อยู่กับเขานานๆหน่อยเหรอ……”

เวินจิ้งลำบากใจเล็กน้อย ชุมชนเล็กๆแบบนี้ ทุกตึกเกือบจะเป็นเพื่อนบ้านกัน เจี่ยนอีตะโกนแบบนี้จนเกือบจะได้ยินไปทั้งชุมชน

“ขอโทษค่ะ ฉันต้องกลับแล้ว นี่เบอร์ของฉัน ถ้าให้ฉันชดใช้อะไรติดต่อมานะคะ!”เวินจิ้งรีบเขียนเบอร์โทรตัวเองจากนั้นก็ลงรถ

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ที่ปลายนิ้วยังมีกระดาษที่มีไออุ่นของเวินจิ้งอยู่ ด้านบนมีเบอร์โทรอยู่ เขากำกระดาษแน่น

เจี่ยนอีเห็นลูกสาวลงมาจากรถก็ตะลึง แต่ก็ได้สติกลับมา“เวินจิ้ง ทำไมถึงบอกว่านัดดูตัวจบแล้วล่ะ?นี่ไม่ใช่ว่าสำเร็จแล้วเหรอ?”

“ไม่ใช่เขา”เวินจิ้งดึงแม่เข้าบ้าน แต่ว่าดึงไม่ได้

เจี่ยนอีจ้องรถนั่น ในใจก็นับว่ารถนี่น่าจะมีศูนย์กี่ตัว

ที่แท้ก็เป็นคนที่ที่มีรายได้ปีละล้าน รถนี่แค่ดูก็รู้แล้วว่าเกินล้าน!

“ลูกพูดอะไร?อย่าหลอกแม่สิ รีบไปให้เขาลงมาให้แม่ดูหน่อย”

เวินจิ้งนิ่งไป มองมู่วี่สิงแล้วรีบปิดประตูรถ จากนั้นก็ดึงแม่ออกมา

ในรถนั่น มู่วี่สิงมองแม่ลูกที่เดินออกไปไกล สายตาหม่นลงเล็กน้อย

ในแสงสว่างนั่น โทรศัพท์สีขาวก็ตกลงที่เบาะข้างคนขับ

เขาหยิบขึ้นมา โทรศัพท์สั่นเล็กน้อยแล้วก็มีแจ้งเตือนเข้ามาว่า:วันที่1000ที่คุณจากไป

เวินจิ้งกับแม่ที่เพิ่งเข้าบ้าน ออดประตูก็ดัง

เป็นเขา?

เวินจิ้งเปิดประตู ร่างสูงๆของมู่วี่สิงยืนอยู่หน้าประตู

“โทรศัพท์คุณ”น้ำเสียงของมู่วี่สิงมีความไม่พอใจแฝงอยู่

“อ้อ ขอบคุณค่ะ!”เวินจิ้งยิ้ม“เดี๋ยวฉันลงไปส่งคุณ”

พอพูดจบเสียงของเจี่ยนอีก็เข้ามา“เวินจิ้ง ทำไมให้เขายืนอยู่ข้างนอกล่ะ รีบเข้ามานั่งสิ!”

เวินจิ้ง:……

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ขายังไม่ขยับก็พูดอย่างเรียบๆว่า“ผมมีธุระ ไปก่อนนะ”

เวินจิ้งโล่งอกไป วันนี้เธอก็รบกวนชายคนนี้พอแล้วจะให้มีเรื่องอะไรอีกไม่ได้

แต่เจี่ยนอีก็ยังมองมา เวินจิ้งปิดประตูดัง“ปัง”

“แม่ หนูไม่รู้จักเขา”

“ไม่รู้จักเขาแล้วมาส่งลูกได้ไง?”

“เขาใจดี หนูเปียกไปทั้งตัวแบบนี้?”

“แม่ว่าลูกสองคนได้อยู่ ฮิฮิ ผู้ชายคนนี้ไม่เลว เวินจิ้ง ครั้งนี้ลูกสายตาไม่เลวจริงๆ!”

เวินจิ้งกลับเข้าห้อง ปิดประตู


และยังมี  นิยาย อ่านนิยาย นิยาย pdf นิยายวาย อ่านนิยายฟรี นิยายออนไลน์ อีกหลายเรื่องที่รอให้คุณอ่านที่ novel-fast.com

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท