Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน – ตอนที่ 1399

ตอนที่ 1399

บทที่1399 ภาระ

โจวซิงกัดฟันด้วยความโกรธ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ “จ้านเซิน คุณคิดจะทำอะไรกันแน่”

เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมความยึดติดของจ้านเซินถึงลึกขนาดนี้ “คุณคิดเหรอว่าทำแบบนี้แล้วฉินซีจะชอบคุณได้? ผมจะบอกอะไรให้ ยิ่งคุณอยากกักขังเธอด้วยวิธีนี้เท่าไหร่ ก็จะทำให้เธอยิ่งกลัวคุณ และอยากจะหนีไปให้ไกล ไม่กลับมาอีก”

ความอยากครอบครองที่เหมาะสมจะทำให้คนรู้สึกถึงความห่วงใยที่เสน่หา แต่ถ้ามันมากไป จะทำให้คนรู้สึกหวาดกลัว และต้องการอิสรภาพ

เห็นได้ชัดว่าการอยากครอบครองของจ้านเซินอยู่ในจุดที่บ้าคลั่ง

ใครก็รับไม่ได้กับท่าทางของเขา โดยเฉพาะที่ฝั่งตรงข้ามมีคนในใจอยู่แล้ว

ความชอบของจ้านเซิน กลายเป็นภาระและทำให้ฉินซีอึดอัด

คำพูดของโจวซิงราวกับหนามทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของจ้านเซิน

ใบหน้าของจ้านเซินค่อยๆมืดมนลง

ถังย่าที่ยืนอยู่ข้างๆ สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิโดยรอบที่ลดลงอย่างเร็วอย่างชัดเจน

เธอจ้องมองไปที่โจวซิงอย่างหงุดหงิด เด็กคนนี้พูดอะไรที่ไม่ควรพูด เขาคงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว ถึงได้กล้าพูดแบบนี้กับจ้านเซิน

เพื่อป้องกันไม่ให้จ้านเซินฆ่าคนที่นี่ ถังย่าจึงรีบพูดขึ้นมา “เด็กนี่ปากแข็ง คงง้างอะไรออกมาไม่ได้ พวกเราออกไปก่อนเถอะ”

มีเวลามาถามโจวซิงที่อยู่ตรงนี้ คงดีกว่าไหมถ้าออกไปเตรียมการข้างนอก และขยายวงล้อมให้กว้างขึ้นไปอีก เพื่อไม่ให้ลู่เซิ่นมาไม่กลับ

เสียงของถังย่าปลอบประโลม ทำให้ความโกรธในดวงตาของจ้านเซินค่อยๆหายไป

“อืม”

จ้านเซินพยักหน้าอย่างเย็นชา ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย

เขาออกไปก่อน ถังย่าตามมาทีหลัง

ถังย่ามองไปยังบอดี้การ์ด ก่อนจะกำชับเสียงขรึม “ล็อคประตูให้ดี ถ้าหากมันออกไปได้ พวกแกเตรียมโดนฝังพร้อมคนตายได้เลย”

บอดี้การ์ดพยักหน้าอย่างสั่นๆ “ครับ”

ในองค์กรนอกเหนือจากจ้านเซิน คำพูดที่มีประโยชน์ที่สุดคือถังย่า

ไม่มีใครกล้าดูหมิ่นถังย่า และไม่กล้าไม่ฟังคำพูดของเธอ

……

ฉินซียังคงคิดอยู่ในห้องน้ำ ว่าจะส่งข่าวออกไปข้างนอกอย่างไร

พอดีกับที่คิดจะออกไปถามซิวหน่ายซิง ว่าเหยาจ้าวมาหรือยัง ทันใดประตูห้องพักก็ถูกเปิดออกมาจากข้างนอก

เมื่อจ้านเซินกับถังย่าเข้ามา เห็นแค่ซิวหน่ายซิงยืนเฝ้าอยู่คนเดียว

มองไปยังรอบห้องที่ว่างเปล่า จ้านเซินขมวดคิ้ว “ฉินซีละ?”

ซิวหน่ายซิงมองสบไปยังดวงตาที่ลุ่มลึก รู้สึกว่าหลังจากจ้านเซินออกไปแล้วกลับเข้ามา ไอความโกรธทั่วร่างดูรุนแรงมากขึ้น

เขาเอียงศีรษะเล็กน้อยไปทางห้องน้ำ พลางพูดเปิดปากรายงาน “คุณฉิน ตอนนี้กำลัง… …”

ตอนที่ซิวหน่ายซิงกำลังจะบอกว่าฉินซีกำลังอยู่ในห้องน้ำ จู่ๆประตูห้องน้ำก็ถูกผลักออกมา

ประตูเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามของฉินซี

“ฉันอยู่นี่”

ที่คางของเธอ รอยนิ้วยังคงเห็นชัดมาก

ใบหน้าของฉินซีไม่ได้มีความน่ารักและอ่อนโยนอย่างที่เคยแสร้งทำภายในไม่กี่วันมานี้ ชั่วพริบตาเดียวเธอก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา

ถึงแม้ในใจของจ้านเซินจะหดหู่ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอย่างไร

เพราะนี่คือฉินซีที่เขาคุ้นเคยในความทรงจำ

ถ้าเป็นไปได้ จ้านเซินก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าฉินซีที่น่ารักและอ่อนโยนคนนั้นจะเป็นของเขา แต่ก็น่าเสียดายที่ทั้งหมดเป็นแค่ภาพลวงตา

จ้านเซินมองไปที่เธอและพูดอย่างเย็นชา “เธอไปนั่งที่โซฟา จะให้ถังย่าช่วยจัดการเรื่องแผล”

ถังย่าที่ถูกพูดถึงชื่อเดินออกมาจากข้างหลังจ้านเซิน ในมือเธอถือกล่องยาสีฟ้าอ่อน

ถังย่ายิ้มบาง “ฉินซี ฉันจะช่วยเธอเอง”

เธอเดินไปข้างๆฉินซี ใช้สายตาส่งสัญญาณว่าเธอจะทำ

ฉินซีมองไปที่ประตู พบว่าไม่ได้มีเงาของเหยาจ้าว

ความวิตกกังวลในใจของเธอเริ่มเพิ่มขึ้น “หมอเหยาอยู่ไหน ไม่ได้บอกว่าจะให้มาช่วยทำแผลให้ฉันเหรอ?”

ฉินซีมองไปทางจ้านเซินตรงๆ ถ้าหากไม่เห็นเหยาจ้าว อย่างนั้นแผนของเธอก็พังพินาศแล้ว

ดวงตาของจ้านเซินมืดลงเมื่อเธอได้ยินเธอพูดถึงชื่อเหยาจ้าว

หากเป็นก่อนหน้า ตอนที่ถังย่ายังไม่ได้บอกเหยาจ้าวเป็นสายลับ ฉินซีอยากจะให้เหยาจ้าวมา จ้านเซินก็ไม่ได้รู้สึกอะไร

อย่างไรเหยาจ้าวก็เป็นหมอที่จริงจัง ได้รับบาดเจ็บก็ต้องไปหาเขาเป็นธรรมดา

แต่ตอนนี้ ใจของจ้านเซินเต็มไปด้วยความระแวง

เขาเริ่มสงสัยว่าแท้จริงแล้วเหยาจ้าวและฉินซีเริ่มสมคบคิดกันตั้งแต่ตอนไหน

เมื่อตอนเจอกันมิน่าฉินซีถึงไม่ต่อต้านการสะกดจิตของเหยาจ้าว แท้จริงแล้วทั้งสองคนสมรู้ร่วมคิดกันมานานแล้ว

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ จ้านเซินก็ยิ่งเพิ่มความโกรธขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อก่อนตอนอยู่ในองค์กร เหยาจ้าวพยายามหาทุกวิถีทางช่วยฉินซี

เพราะเหตุนี้ องค์กรจึงยังไม่ดำเนินการ “ปรับแก้”

จ้านเซินพอใจมากกับผลของการปรับแก้ และเขายังให้เหยาจ้าวเป็นคนสนิทของเขาอีกด้วย

ทำให้เขาอยู่ตำแหน่งที่สำคัญพอๆ กับถังย่า แต่เขากลับร่วมมือกับฉินซี ทรยศเขา

ความรู้สึกถูกโจมตีโดยศัตรูทุกทางนี้ ทำให้จ้านเซินรู้สึกเสียใจ ความโกรธพลุ่งพล่านอยู่ในอกของเขา

ถังย่ากังวลว่าจ้านเซินจะหลุดปากพูดออกไป จึงชิงพูดก่อน “จ้านเซินให้หมอเหยาออกไปทำภารกิจนะ เมื่อกี้ตอนฉันไปหาเขา เขายังไม่กลับมา”

เธอมองไปยังฉินซี ก่อนพูดอย่างปลอบโยน “วางใจเถอะ แผลเล็กๆแค่นี้ของเธอฉันจัดการได้ อย่าดูถูกฉันเชียว”

สิ่งต่างๆในองค์กรปนเปกันไป เหมือนกับอาชีพที่พวกเธอทำกันอยู่ สิ่งสำคัญที่สุดคือจะเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างไร รองลงมาคือเมื่อบาดเจ็บ จะปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตของตัวเองอย่างไร

ฉินซีและถังย่าสามารถรับมือกับอาการบาดเจ็บเล็กน้อยได้

ฉินซีไม่ได้กังวลเกี่ยวกับทักษะทางการแพทย์ของถังย่า อาการบาดเจ็บเล็กน้อยนี้แม้จะไม่ได้รับการรักษา ไม่เกินอาทิตย์มันก็หายดีแล้ว

สิ่งที่เธอกังวลคือ จะมีอะไรเกิดขึ้นกับทางฝั่งเหยาจ้าวหรือไม่

ฉินซีอยากถาม เหยาจ้าวไม่อยู่ งั้นโจวซิงอยู่ไหน เขาถูกส่งออกไปแล้วหรือยัง?

ด้วยนิสัยที่ขี้สงสัยของจ้านเซิน เธอไม่สามารถส่งโจวซิงออกไปทำธุระได้

แต่ฉินซีก็ไม่กล้าพูดเยอะ เธอกลัวถ้าตัวเองพูดมากไป จะทำให้จ้านเซินที่ยังไม่มีความสงสัยอะไรรู้ตัว และทำให้แผนของลู่เซิ่นล่าช้า

เธอหันไปพยักหน้ากับถังย่า “โอเค”

เธอเดินไปที่โซฟาก่อนนั่งลงเงียบๆ และไม่พูดอะไร

ในใจของฉินซีเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ไม่มีความคิดไหนเลยที่ทำให้ใจผ่อนคลาย

แต่ถังย่าและจ้านเซินต่างก็มีความคิดของตัวเอง และไม่พูดออกมาแน่

ภายในห้องพักฟื้นพลันเงียบลงทันที มีเพียงซิวหน่ายซิงที่ยืนข้างๆเท่านั้นรู้สึกถึงกลิ่นอายของปัญหาอย่างชัดเจน ขนาดจะหายใจแรงยังไม่กล้า กลัวจะเกิดหายนะขึ้น

ถังย่าหยิบสำลีจุ่มลงในยาทา ก่อนจะทาลงเบาๆ บนแผลบนคางของฉินซี “ถ้าเจ็บก็บอกฉัน ฉันจะเบามือลง”

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

อ่านนิยาย เรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน ฟรี ได้ที่ novel-fast 


โดยเรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน บางส่วนของนิยาย

บทนำ

เดิมทีคิดว่ามู่วี่สิงเป็นคนธรรมดา หลังแต่งงานจึงรู้ได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้อย่างรอบคอบสามีของตัวเองไม่เพียงแต่เป็นหมอ ยังมีฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ และทายาทของตระกูลใหญ่

เรื่องย่อ

“คุณเวิน คุณ25ปีแล้ว?”

“อีกเดือนนึงค่ะ”

“ก่อนหน้านี้คบกับผู้ชายมาแล้วกี่คน?”

“คนเดียวค่ะ”

“พัฒนากันไปถึงไหน?”

“พบครอบครัวกันแล้วค่ะ”

“เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือยัง?”

เวินจิ้งสูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างมีมารยาทในที่สุดก็หายไป พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“เกี่ยวอะไรกับคุณเหรอ!”

“คุณ……เราไม่ได้มานัดดูตัวกันเหรอครับ?ก็แค่รู้จักกันและกันมากขึ้น คุณจะโมโหอะไรเนี่ย!”ผู้ชายตรงข้ามขมวดคิ้วพร้อมตำหนิเวินจิ้ง

“ฉันขอปฏิเสธที่จะรู้จักคุณ ลาก่อน!”เวินจิ้งหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วหมุนตัวออกไป

เธอหยุดลงแล้ววางเงิน500หยวนไปอย่างเท่ๆ

ชายคนนั้นรีบดึงเวินจิ้งไว้“หมายความว่าไงอ่ะ?คุณอายใช่ไหม คุณไม่ใช่สาวพรหมจรรย์เหรอ?”

เสียงที่เขาพูดไม่ดังเท่าไหร่แต่เพราะว่าในร้านกาแฟค่อนข้างเงียบ ลูกค้าที่นั่งโต๊ะใกล้ๆกันต่างได้ยินหมด

เวินจิ้งหรี่ตามองแล้วยกเท้าขึ้นมาเหยียบบนเท้าเขาแรงๆ จากนั้นยกกาแฟขึ้นมาสาดใส่หน้าเขาอย่างไม่ลังเล

พอถูกเธอเหยียบใส่ ชายคนนั้นก็ล้มลงไป ดังนั้นกาแฟในมือของเวินจิ้งก็สาดเป็นรูปโค้งใส่ผู้ชายชุดสูทที่กำลังจะออกจากร้าน

เวินจิ้งอึ้งไปแปปนึงกับฉากตรงหน้า

“ขอโทษค่ะ”เธอหยิบทิชชู่จากในกระเป๋าอย่างอึนๆ มองเสื้อเชิ้ตขาวที่โดนสาดใส่ของผู้ชายตรงหน้า พระเจ้า แค่มองก็รู้ว่าชุดราคาแพง

สีหน้าของมู่วี่สิงเย็นชา มองไปที่เวินจิ้งด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกและไม่รับทิชช่าจากเธอ แต่หยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมา ตอนที่เช็ดกาแฟก็แสดงท่าทางไม่พอใจออกมา

เวินจิ้งรู้สึกผิดสักพัก ตอนนี้เอง เท้าของหนุ่มนัดดูตัวที่อยู่ข้างล่างก็รีบคว้าเท้าเธอไว้“ยัยผู้หญิงคนนี้ เหยียบเท้าผม!”

“น่ารำคาญจะตายชัก”เวินจิ้งดึงเท้าออกมา จะวิ่งออกจากร้านกาแฟ

ตอนที่ผลักประตู เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองผู้ชายชุดสูทนั่น รูปร่างหน้าตาเขาหล่อเหลาไร้ที่ติ กรอบหน้าชัดเจน ใบหน้าตรงนั่นเหมือนพระเจ้าค่อยๆวาดลงเพื่อทำให้คนที่เห็นแล้วตกตะลึง

พอเข้าไปในรถ เวินจิ้งที่ยังไม่ทันสตาร์ทรถก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา“ลูกรัก ดูตัวเป็นยังไงบ้าง?ผู้ชายคนนั้นโอเคใช่ไหม?”

“จบแล้ว”เวินจิ้งตอบไปสองคำ

ตอนนี้เองรถของเธอก็ออกไปไมได้ เวินจิ่งยิ่งรำคาญมากขึ้น

“อะไรกัน?นี่แม่สื่อแนะนำคนที่ปีนึงมีรายได้เป็นล้านๆให้ฉัน ลูกต้องไปมาหาสู่กับเขาดีๆ……จะหยุดไม่ได้นะ!”

เวินจิ้งไม่อยากฟัง เธอวางโทรศัพท์ลงทั้งที่แม่เธอกำลังบ่น

รถขยับออกไปไม่ได้ เวินจิ้งเลยดึงกุญแจออกมาแล้วลงจากรถ“วันนี้ออกจากบ้านไม่ได้ดูปฏิทินแน่ๆ!ถึงได้โชคร้ายสุดๆแบบนี้!”

พอพูดจบแปปนึง ฝนก็ตกหนักลงมา

เวินจิ้งหลับจาลง เปียกไปทั้งตัว

พอได้สติเธอก็ว่าจะวิ่งไปหลบฝนในร้านกาแฟ แต่พอนึกถึงผู้ชายที่นัดดูตัวท่าทางน่ารังเกียจเมื่อกี้ ก็เลยล้มเลิกไป

ตอนที่แกว่งไปมาซ้ายขวา ก็มีรถปอร์เช่สีดำก็มาจอดข้างๆเธอ หน้าต่างเปิดลงมาก็มีใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยและคุ้นเคยนั้นเข้ามา

คือผู้ชายที่โดนเธอสาดกาแฟใส่อย่างไม่ตั้งใจเมื่อกี้

“ขึ้นมา”น้ำเสียงและใบหน้าของเขาเย็นชาเหมือนเดิม

เวินจิ้งยิ้มไปอย่างเขินๆพร้อมส่ายหัว“ไม่เป็นไรค่ะ ลำบากคุณเปล่าๆ”

“ไม่ลำบาก”มู่วี่สิงยังคงเย็นชาใส่

เวินจิ้งยิ่งละอายเข้าไปใหญ่ จากนั้นเห็นว่าด้านหลังมีแท็กซี่อยู่ก็เลยคิดว่าจะไปเรียกรถ

แต่บังเอิญจริงๆ เธอดันเหยียบแอ่งน้ำที่ขังไว้ จนรองเท้าส้นสูงพัง

มู่วี่สิงมองเห็นหญิงสาวล้มลงไปจากกระจกมองหลัง เขาขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้แล้วเปิดรถลงมาอุ้มเวินจิ้งขึ้นไปท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก

 

เวินจิ้งอึ้งไป พอนั่งข้างคนขับปุ๊ปก็เริ่มได้สติ

“ขอบคุณค่ะ”เธอหันไปมองผู้ชายข้างๆ

ใบหน้าที่เย็นชาของมู่วี่สิงกลับยื่นผ้ามา

เวินจิ้งก้มลงเช็ดผมและใบหน้าที่เปียกถึงเห็นว่าเสื้อผ้าของตัวเองเปียกไปหมด

ดีที่เธอสวมชุดคลุมอยู่ ไม่งั้นคงจะน่าอาย

“ที่อยู่”มู่วี่สิงถาม

“ถนนอันหนิง10”

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป รถปอร์เช่สีดำนั่นก็หยุดลงที่ใต้ตึกเก่าๆที่พักแถวนั้น

เดิมทีเวินจิ้งไม่อยากให้เขาเข้ามาที่ข้างใน แต่ว่าเขาไม่ฟังเธอเลย

“ขอบคุณที่มาส่งฉันค่ะ เรื่องวันนี้ต้องขอโทษมากจริงๆ”เวินจิ้งขอโทษเขาอีกรอบ

“เชิ้ตอขงคุณราคาเท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันจ่ายให้ค่ะ”เวินจิ้งพูดด้วยเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อย

สายจาของมู่วี่สิงมองไปข้างหน้า พอได้ยินก็ขมวดคิ้ว แล้วก็เห็นเวินจิ้งเปิดกระเป๋าเงิน

เธอทายในใจน่าจะหลักสี่ แต่ว่าราคาจริงๆไม่รู้

“คุณชดใช้ไหวเหรอ?”เสียงทุ้มต่ำของมู่วี่สิงก็ดังขึ้น เชิ้ตของเขาตัดอย่างดี ทั้งโลกนี้มีแค่ตัวเดียว

“ฉันชดใช้ราคาไม่ไหวเหรอคะ?”ใบหน้าของเวินจิ้งดูหดไป

ตอนนี้เองก็มีเสียงของเจี่ยนอีดังๆจากด้านนอกเข้ามา“เวินจิ้ง กลับมาไวขนาดนี้ทำไมเนี่ย ไม่ได้บอกว่าให้อยู่กับเขานานๆหน่อยเหรอ……”

เวินจิ้งลำบากใจเล็กน้อย ชุมชนเล็กๆแบบนี้ ทุกตึกเกือบจะเป็นเพื่อนบ้านกัน เจี่ยนอีตะโกนแบบนี้จนเกือบจะได้ยินไปทั้งชุมชน

“ขอโทษค่ะ ฉันต้องกลับแล้ว นี่เบอร์ของฉัน ถ้าให้ฉันชดใช้อะไรติดต่อมานะคะ!”เวินจิ้งรีบเขียนเบอร์โทรตัวเองจากนั้นก็ลงรถ

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ที่ปลายนิ้วยังมีกระดาษที่มีไออุ่นของเวินจิ้งอยู่ ด้านบนมีเบอร์โทรอยู่ เขากำกระดาษแน่น

เจี่ยนอีเห็นลูกสาวลงมาจากรถก็ตะลึง แต่ก็ได้สติกลับมา“เวินจิ้ง ทำไมถึงบอกว่านัดดูตัวจบแล้วล่ะ?นี่ไม่ใช่ว่าสำเร็จแล้วเหรอ?”

“ไม่ใช่เขา”เวินจิ้งดึงแม่เข้าบ้าน แต่ว่าดึงไม่ได้

เจี่ยนอีจ้องรถนั่น ในใจก็นับว่ารถนี่น่าจะมีศูนย์กี่ตัว

ที่แท้ก็เป็นคนที่ที่มีรายได้ปีละล้าน รถนี่แค่ดูก็รู้แล้วว่าเกินล้าน!

“ลูกพูดอะไร?อย่าหลอกแม่สิ รีบไปให้เขาลงมาให้แม่ดูหน่อย”

เวินจิ้งนิ่งไป มองมู่วี่สิงแล้วรีบปิดประตูรถ จากนั้นก็ดึงแม่ออกมา

ในรถนั่น มู่วี่สิงมองแม่ลูกที่เดินออกไปไกล สายตาหม่นลงเล็กน้อย

ในแสงสว่างนั่น โทรศัพท์สีขาวก็ตกลงที่เบาะข้างคนขับ

เขาหยิบขึ้นมา โทรศัพท์สั่นเล็กน้อยแล้วก็มีแจ้งเตือนเข้ามาว่า:วันที่1000ที่คุณจากไป

เวินจิ้งกับแม่ที่เพิ่งเข้าบ้าน ออดประตูก็ดัง

เป็นเขา?

เวินจิ้งเปิดประตู ร่างสูงๆของมู่วี่สิงยืนอยู่หน้าประตู

“โทรศัพท์คุณ”น้ำเสียงของมู่วี่สิงมีความไม่พอใจแฝงอยู่

“อ้อ ขอบคุณค่ะ!”เวินจิ้งยิ้ม“เดี๋ยวฉันลงไปส่งคุณ”

พอพูดจบเสียงของเจี่ยนอีก็เข้ามา“เวินจิ้ง ทำไมให้เขายืนอยู่ข้างนอกล่ะ รีบเข้ามานั่งสิ!”

เวินจิ้ง:……

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ขายังไม่ขยับก็พูดอย่างเรียบๆว่า“ผมมีธุระ ไปก่อนนะ”

เวินจิ้งโล่งอกไป วันนี้เธอก็รบกวนชายคนนี้พอแล้วจะให้มีเรื่องอะไรอีกไม่ได้

แต่เจี่ยนอีก็ยังมองมา เวินจิ้งปิดประตูดัง“ปัง”

“แม่ หนูไม่รู้จักเขา”

“ไม่รู้จักเขาแล้วมาส่งลูกได้ไง?”

“เขาใจดี หนูเปียกไปทั้งตัวแบบนี้?”

“แม่ว่าลูกสองคนได้อยู่ ฮิฮิ ผู้ชายคนนี้ไม่เลว เวินจิ้ง ครั้งนี้ลูกสายตาไม่เลวจริงๆ!”

เวินจิ้งกลับเข้าห้อง ปิดประตู


และยังมี  นิยาย อ่านนิยาย นิยาย pdf นิยายวาย อ่านนิยายฟรี นิยายออนไลน์ อีกหลายเรื่องที่รอให้คุณอ่านที่ novel-fast.com

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท