Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน – ตอนที่ 1505

ตอนที่ 1505

ฉินซีหวังว่าตัวเธอจะจำบทเรียนวันนี้เอาไว้ ต่อจากนี้อย่าประมาทวู่วามแบบนี้อีก

ลู่เซิ่นแหงนหน้าขึ้น สบประสานสายตากับดวงตาประกาย อย่างไร้หนทาง “ถ้างั้นก็ได้”

เขาได้แต่ถอดเสื้อผ้าออกภายใต้สายตาของฉินซี

เสื้อผ้าถูกย้อมเป็นสีแดงฉาน ฉินซีเจ็บปวดใจเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า

เมื่อฉินซีได้เห็นบาดแผลที่น่าตกใจ เธอสูดหายใจเข้า

เธอไม่คิดเลย ว่าบาดแผลของลู่เซิ่นจะสาหัสถึงเพียงนี้

มิน่าโจวซิงถึงได้บอกว่า หากไม่ระวังให้มากกว่านี้ จะทำให้พิการไปตลอดชีวิตก็เป็นได้

มือทั้งสองข้างที่วางอยู่ข้างลำตัวกำแน่น ฉินซีรู้สึกผิดอย่างมาก

เธอเสียใจ เธอไม่ควรไม่เชื่อใจลู่เซิ่น ยิ่งไม่ควรวู่วามไปหาเขาแบบนี้

ฉินซีน้อยนักที่จะหลั่งน้ำตา แต่เมื่อได้เห็นรอยแผลของลู่เซิ่น ของตาของเธอแดงก่ำขึ้นมาอย่างหักห้ามไม่ได้

เธอกล่าวอย่างกล้ำกลืน “ขอโทษ ขอโทษ…..”

ฉินซีกล่าวพึมพำกับตังวเอง ด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า

หยดน้ำตาใส ไหลอาบไปตามรูปหน้า เข้าสู่ริมฝีปากจนรู้สึกขมขื่น แต่สิ่งนี้ช่างเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในใจของเธอ เธอแทบอยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาด ทำไมในตอนนั้นเธอถึงได้เอาแต่ใจถึงขนาดนี้

ลู่เซิ่นไม่กลัวเจ็บ สิ่งที่เขาเกรงกลัวมากที่สุดคือฉินซีต้องเสียน้ำตา

ทุกครั้งที่ฉินซีเสียน้ำตา หัวใจของเขาก็บีบรัดแน่น แตกสลายจนกลายเป็นเศษแก้ว

“ฉินซี อย่าร้องไห้ไปเลย ผมไม่เป็นไร ไม่เจ็บเลยสักนิด”

ลู่เซิ่นจ้องมองเธอด้วยความสงสาร พลันกล่าวด้วยความอ่อนโยน

หากแต่ ไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยค ก็เจ็บจนคำรามลั่น “โอ๊ย…..”

ลู่เซิ่นเจ็บปวดจนต้องสูดหายใจเข้า ใบหน้าที่หล่อเหลาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

คุณปู่เช่ที่เห็นทีท่ากลั้นความเจ็บปวด พลันกล่าวเสียงเย็น “ไอ้หนู ยังจะบอกว่าไม่เจ็บอีก แกลองดูบาดแผลของแกที่สาหัสขนาดนี้สิ ยังจะไม่รู้จักพักผ่อนอีก ตระเวนไปทั่วแบบนี้ แกไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วสินะ รอแกตายไป ฉันจะแนะนำหนุ่มหล่อให้กับฉินซี ให้เธอแต่งงานใหม่ ดีกว่าได้กลายเป็นแม่ม่ายตั้งแต่ยังสาว”

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาด ทำให้ลู่เซิ่นหน้าบูดหน้าบึ้ง

ลู่เซิ่นเจ็บปวดจนต้องกัดฟันแน่น ไม่กล้าพูดแม้แต่คำเดียว

เขาเกรงว่าเมื่อปริปาก ก็จะคำรามออกมา

หากเป็นเช่นนั้น ฉินซีจะเป็นห่วงมากไปกว่าเดิม

ฉินซีจ้องมองทีท่าที่เจ็บปวดทรมานของเขา ด้วยความเจ็บปวดใจแสนสาหัส “คุณปู่ เบาๆ หน่อยสิ”

เธอกล่าวเสียงหวาน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความร้อนใจ

คุณปู่เช่จ้องมองทีท่าร้อนรนของเธอ เธอส่ายหน้าด้วยความเสียใจ “เฮ้อ มีสามีแล้วก็ลืมตาแก่อย่างฉันจริงๆ ด้วยสินะ ไม่คิดบ้างเลยว่าใครชีวิตของเธอเอาไว้ หากไม่ใช่เพราะฉัน จะมีเธอในตอนนี้ได้ยังไง”

เขาทำตาขวางใส่หญิงสาวอย่างไม่สบอารมณ์ ยัยเด็กบ้านี่ ทรยศหักหลังเสียจริง

ฉินซีจดจำบุญคุณของเขาเอาไว้ในใจเสมออยู่แล้ว “คุณปู่ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น อย่าโกรธไปเลย ฉันไม่พูดแล้ว ได้ไหมล่ะ?”

เมื่อจบประโยค ฉินซีปิดปากสนิท

เธอเกรงว่า หากเธอทำให้คุณปู่เช่ไม่พอใจ เขานึกโกรธ แล้วลงที่ลู่เซิ่นได้ ทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่าเก่า

คุณปู่เช่จับจ้องทีท่าที่อยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่กล้าร้องของเธอ พลันถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “ยัยเด็กบ้านี่ วางใจเถอะ แม้ว่าบาดแผลจะสาหัสสักหน่อย แต่มีตาแก่อย่างฉันอยู่ ฉันต้องคืนผัวให้กับเธอแบบครบสมบูรณ์แน่ ไม่ทำให้เธอต้องเป็นแม่ม่ายหรอก”

เขารักอิสระ อยู่บนเขานี่คนเดียวมานาน การพูดจาจึงค่อนข้างตามใจฉัน ไม่พูดจากำกวมเหมือนคนที่มีความรู้มาก

คุณปู่เช่ตรงไปตรงมา กล่าวคำว่าผัวออกมา ทำให้ฉินซีอดที่จะหน้าแดงไม่ได้

เธอก้มหน้าลง บดบังความเขินอายในใจ

แม้ว่าทั้งคู่จะแอบแต่งงานกันแล้ว แต่ฉินซีไม่เคยเอ่ยปากขานลู่เซิ่นว่าสามีมาก่อน แต่ลู่เซิ่นในปกติมักจะขานเรียกเธอว่าภรรยาอยู่เสมอ ดูยืดยาด แต่ฉินซีกลับรู้สึกหอมหวาน

ฉินซีไม่รู้ว่า ท่าทีของเธอแบบนี้ ช่างน่าดึงดูด

เธอเสมือนกับลูกแอปเปิลที่สุกได้ที่ พวงแก้มแดงก่ำ ช่างดูหอมหวานน่าลิ้มลอง

หากไม่ใช่เพราะตอนนี้มีคนอื่นอยู่ด้วย และบาดแผลของเขา ลู่เซิ่นอยากจะโถมตัวเข้าไป ลิ้มลองรสชาติของฉินซีว่าจะหอมหวานเหมือนอย่างที่คิดเอาไว้หรือไม่

สายตาของทั้งคู่นัดเดตกันกลางอากาศ ทันใดนั้นคลื่นกระแสถูกกระตุ้น

คุณปู่เช่จับจ้องสถานการณ์ตรงหน้า พลันกล่าวอย่างไร้คำพูด “พอได้แล้ว หากพวกเธอสองคนยังจ้องตากันไปมาแบบนี้ รบกวนตาแก่อย่างฉันรักษาคนไข้”

เขาโบกมืออย่างไร้ความอดทน “เด็กบ้า เธอไปต้มน้ำร้อนมาที อีกเดี๋ยวฉันต้องใช้”

คุณปู่เช่หาข้ออ้าง เพื่อกันฉินซีออกไป

เผชิญกับคำสั่งของคุณปู่เช่ ฉันซีได้แต่ออกไปอย่างไร้หนทาง

เธอพยักหน้า “ค่ะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”

ลู่เซิ่นจับจ้องแผ่นหลังของเธอ ด้วยสายตาแห่งความอาลัย

คุณปู่เช่ที่เห็นปฏิกิริยาของเขา พลันถลึงตาโต “เลิกดูได้แล้ว ดูไปนานกว่านี้ลูกตาจะกระเด็นแล้ว”

เขายกเก้าอี้มาตัวหนึ่ง นั่งลงตรงข้ามของลู่เซิ่น

คุณปู่เช่เปิดตะกร้าไม้ไผ่ หยิบผ้าก๊อซที่จำเป็นออกมาจากในนั้น และขวดเล็กๆ สีขาวออกมา

ลู่เซิ่นจ้องมองขวดยานั้นอย่างสงสัย ไม่รู้ว่าด้านในนั้นมีอะไรอยู่

หลังจากที่เปิดขวดออก ด้านในเป็นเนื้อยาสีดำ กลิ่นยาโบราณแผ่ซ่านออกไปทั่ว

ลู่เซิ่นจับจ้องยาสีดำ ด้วยความประหลาดใจ

ปฏิกิริยาของเขา อยู่ภายใต้สายตาของคุณปู่เช่

คุณปู่เช่กล่าวอย่างเย็นชา “ทำไม รังเกียจของของตาแก่ อย่างฉันจะสกปรก ไม่กล้าใช้หรือไง?”

น้ำเสียงของเขาแอบแฝงไปด้วยไอแห่งอันตราย ทำให้ลู่เซิ่นสะดุ้งโหยงในใจ

ลู่เซิ่นรีบแก้ตัวทันที “ไม่ใช่ครับคุณปู่ ผมแค่ไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน ก็เลยประหลาดใจเท่านั้น ไม่ได้รังเกียจของของท่านแน่นอน ท่านเป็นปู่ของฉินซี ตอนนี้ผมแต่งงานกับฉินซีแล้ว ท่านก็เป็นปู่ของผมด้วย ผมกับฉินซีเป็นผู้น้อย ต้องเคารพในตัวท่านอยู่แล้ว”

เขารู้สึกคุณปู่เช่เก่งกาจ ทำให้เขาสั่นทึ่มได้ทุกประโยค เขาไม่กล้าชะล่าใจ เกรงว่าจะถูกคุณปู่กำความลับเข้า แล้วจะนำไปฟ้องฉินซี

ประโยคที่ทั้งมีมารยาทและรู้งานของลู่เซิ่น เมื่อคุณปู่เช่ฟังจบ รอยยิ้มจางๆ เผยขึ้นบนใบหน้าทันที

เขารู้สึกว่า นายลู่เซิ่นคนนี้ถือว่าใช้ได้

แต่ รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณปู่เช่อยู่ได้เพียงสามวินาทีเท่านั้น ก่อนที่จะกลับไปเคร่งขรึมดั่งเดิม

เขาหันไปทางลู่เซิ่น แสร้งทำทีท่าโมโห “เลี่ยนแบบนี้ แกคงใช้ไม้นี้สินะถึงได้หลอกล่อฉินซีจนสำเร็จ?”

คุณปู่เช่จ้องมองเขา เขาสงสัยอย่างมาก เรื่องราวระหว่างฉินซีและลู่เซิ่น

ลู่เซิ่นส่ายหน้า “ปู่ครับ ผมกับฉินซีเรารักกันด้วยใจ ฉินซีฉลาดซะขนาดนั้น หากผมคิดไม่ซื่อจะโกหกเธอได้ยังไง”

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

อ่านนิยาย เรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน ฟรี ได้ที่ novel-fast 


โดยเรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน บางส่วนของนิยาย

บทนำ

เดิมทีคิดว่ามู่วี่สิงเป็นคนธรรมดา หลังแต่งงานจึงรู้ได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้อย่างรอบคอบสามีของตัวเองไม่เพียงแต่เป็นหมอ ยังมีฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ และทายาทของตระกูลใหญ่

เรื่องย่อ

“คุณเวิน คุณ25ปีแล้ว?”

“อีกเดือนนึงค่ะ”

“ก่อนหน้านี้คบกับผู้ชายมาแล้วกี่คน?”

“คนเดียวค่ะ”

“พัฒนากันไปถึงไหน?”

“พบครอบครัวกันแล้วค่ะ”

“เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือยัง?”

เวินจิ้งสูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างมีมารยาทในที่สุดก็หายไป พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“เกี่ยวอะไรกับคุณเหรอ!”

“คุณ……เราไม่ได้มานัดดูตัวกันเหรอครับ?ก็แค่รู้จักกันและกันมากขึ้น คุณจะโมโหอะไรเนี่ย!”ผู้ชายตรงข้ามขมวดคิ้วพร้อมตำหนิเวินจิ้ง

“ฉันขอปฏิเสธที่จะรู้จักคุณ ลาก่อน!”เวินจิ้งหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วหมุนตัวออกไป

เธอหยุดลงแล้ววางเงิน500หยวนไปอย่างเท่ๆ

ชายคนนั้นรีบดึงเวินจิ้งไว้“หมายความว่าไงอ่ะ?คุณอายใช่ไหม คุณไม่ใช่สาวพรหมจรรย์เหรอ?”

เสียงที่เขาพูดไม่ดังเท่าไหร่แต่เพราะว่าในร้านกาแฟค่อนข้างเงียบ ลูกค้าที่นั่งโต๊ะใกล้ๆกันต่างได้ยินหมด

เวินจิ้งหรี่ตามองแล้วยกเท้าขึ้นมาเหยียบบนเท้าเขาแรงๆ จากนั้นยกกาแฟขึ้นมาสาดใส่หน้าเขาอย่างไม่ลังเล

พอถูกเธอเหยียบใส่ ชายคนนั้นก็ล้มลงไป ดังนั้นกาแฟในมือของเวินจิ้งก็สาดเป็นรูปโค้งใส่ผู้ชายชุดสูทที่กำลังจะออกจากร้าน

เวินจิ้งอึ้งไปแปปนึงกับฉากตรงหน้า

“ขอโทษค่ะ”เธอหยิบทิชชู่จากในกระเป๋าอย่างอึนๆ มองเสื้อเชิ้ตขาวที่โดนสาดใส่ของผู้ชายตรงหน้า พระเจ้า แค่มองก็รู้ว่าชุดราคาแพง

สีหน้าของมู่วี่สิงเย็นชา มองไปที่เวินจิ้งด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกและไม่รับทิชช่าจากเธอ แต่หยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมา ตอนที่เช็ดกาแฟก็แสดงท่าทางไม่พอใจออกมา

เวินจิ้งรู้สึกผิดสักพัก ตอนนี้เอง เท้าของหนุ่มนัดดูตัวที่อยู่ข้างล่างก็รีบคว้าเท้าเธอไว้“ยัยผู้หญิงคนนี้ เหยียบเท้าผม!”

“น่ารำคาญจะตายชัก”เวินจิ้งดึงเท้าออกมา จะวิ่งออกจากร้านกาแฟ

ตอนที่ผลักประตู เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองผู้ชายชุดสูทนั่น รูปร่างหน้าตาเขาหล่อเหลาไร้ที่ติ กรอบหน้าชัดเจน ใบหน้าตรงนั่นเหมือนพระเจ้าค่อยๆวาดลงเพื่อทำให้คนที่เห็นแล้วตกตะลึง

พอเข้าไปในรถ เวินจิ้งที่ยังไม่ทันสตาร์ทรถก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา“ลูกรัก ดูตัวเป็นยังไงบ้าง?ผู้ชายคนนั้นโอเคใช่ไหม?”

“จบแล้ว”เวินจิ้งตอบไปสองคำ

ตอนนี้เองรถของเธอก็ออกไปไมได้ เวินจิ่งยิ่งรำคาญมากขึ้น

“อะไรกัน?นี่แม่สื่อแนะนำคนที่ปีนึงมีรายได้เป็นล้านๆให้ฉัน ลูกต้องไปมาหาสู่กับเขาดีๆ……จะหยุดไม่ได้นะ!”

เวินจิ้งไม่อยากฟัง เธอวางโทรศัพท์ลงทั้งที่แม่เธอกำลังบ่น

รถขยับออกไปไม่ได้ เวินจิ้งเลยดึงกุญแจออกมาแล้วลงจากรถ“วันนี้ออกจากบ้านไม่ได้ดูปฏิทินแน่ๆ!ถึงได้โชคร้ายสุดๆแบบนี้!”

พอพูดจบแปปนึง ฝนก็ตกหนักลงมา

เวินจิ้งหลับจาลง เปียกไปทั้งตัว

พอได้สติเธอก็ว่าจะวิ่งไปหลบฝนในร้านกาแฟ แต่พอนึกถึงผู้ชายที่นัดดูตัวท่าทางน่ารังเกียจเมื่อกี้ ก็เลยล้มเลิกไป

ตอนที่แกว่งไปมาซ้ายขวา ก็มีรถปอร์เช่สีดำก็มาจอดข้างๆเธอ หน้าต่างเปิดลงมาก็มีใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยและคุ้นเคยนั้นเข้ามา

คือผู้ชายที่โดนเธอสาดกาแฟใส่อย่างไม่ตั้งใจเมื่อกี้

“ขึ้นมา”น้ำเสียงและใบหน้าของเขาเย็นชาเหมือนเดิม

เวินจิ้งยิ้มไปอย่างเขินๆพร้อมส่ายหัว“ไม่เป็นไรค่ะ ลำบากคุณเปล่าๆ”

“ไม่ลำบาก”มู่วี่สิงยังคงเย็นชาใส่

เวินจิ้งยิ่งละอายเข้าไปใหญ่ จากนั้นเห็นว่าด้านหลังมีแท็กซี่อยู่ก็เลยคิดว่าจะไปเรียกรถ

แต่บังเอิญจริงๆ เธอดันเหยียบแอ่งน้ำที่ขังไว้ จนรองเท้าส้นสูงพัง

มู่วี่สิงมองเห็นหญิงสาวล้มลงไปจากกระจกมองหลัง เขาขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้แล้วเปิดรถลงมาอุ้มเวินจิ้งขึ้นไปท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก

 

เวินจิ้งอึ้งไป พอนั่งข้างคนขับปุ๊ปก็เริ่มได้สติ

“ขอบคุณค่ะ”เธอหันไปมองผู้ชายข้างๆ

ใบหน้าที่เย็นชาของมู่วี่สิงกลับยื่นผ้ามา

เวินจิ้งก้มลงเช็ดผมและใบหน้าที่เปียกถึงเห็นว่าเสื้อผ้าของตัวเองเปียกไปหมด

ดีที่เธอสวมชุดคลุมอยู่ ไม่งั้นคงจะน่าอาย

“ที่อยู่”มู่วี่สิงถาม

“ถนนอันหนิง10”

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป รถปอร์เช่สีดำนั่นก็หยุดลงที่ใต้ตึกเก่าๆที่พักแถวนั้น

เดิมทีเวินจิ้งไม่อยากให้เขาเข้ามาที่ข้างใน แต่ว่าเขาไม่ฟังเธอเลย

“ขอบคุณที่มาส่งฉันค่ะ เรื่องวันนี้ต้องขอโทษมากจริงๆ”เวินจิ้งขอโทษเขาอีกรอบ

“เชิ้ตอขงคุณราคาเท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันจ่ายให้ค่ะ”เวินจิ้งพูดด้วยเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อย

สายจาของมู่วี่สิงมองไปข้างหน้า พอได้ยินก็ขมวดคิ้ว แล้วก็เห็นเวินจิ้งเปิดกระเป๋าเงิน

เธอทายในใจน่าจะหลักสี่ แต่ว่าราคาจริงๆไม่รู้

“คุณชดใช้ไหวเหรอ?”เสียงทุ้มต่ำของมู่วี่สิงก็ดังขึ้น เชิ้ตของเขาตัดอย่างดี ทั้งโลกนี้มีแค่ตัวเดียว

“ฉันชดใช้ราคาไม่ไหวเหรอคะ?”ใบหน้าของเวินจิ้งดูหดไป

ตอนนี้เองก็มีเสียงของเจี่ยนอีดังๆจากด้านนอกเข้ามา“เวินจิ้ง กลับมาไวขนาดนี้ทำไมเนี่ย ไม่ได้บอกว่าให้อยู่กับเขานานๆหน่อยเหรอ……”

เวินจิ้งลำบากใจเล็กน้อย ชุมชนเล็กๆแบบนี้ ทุกตึกเกือบจะเป็นเพื่อนบ้านกัน เจี่ยนอีตะโกนแบบนี้จนเกือบจะได้ยินไปทั้งชุมชน

“ขอโทษค่ะ ฉันต้องกลับแล้ว นี่เบอร์ของฉัน ถ้าให้ฉันชดใช้อะไรติดต่อมานะคะ!”เวินจิ้งรีบเขียนเบอร์โทรตัวเองจากนั้นก็ลงรถ

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ที่ปลายนิ้วยังมีกระดาษที่มีไออุ่นของเวินจิ้งอยู่ ด้านบนมีเบอร์โทรอยู่ เขากำกระดาษแน่น

เจี่ยนอีเห็นลูกสาวลงมาจากรถก็ตะลึง แต่ก็ได้สติกลับมา“เวินจิ้ง ทำไมถึงบอกว่านัดดูตัวจบแล้วล่ะ?นี่ไม่ใช่ว่าสำเร็จแล้วเหรอ?”

“ไม่ใช่เขา”เวินจิ้งดึงแม่เข้าบ้าน แต่ว่าดึงไม่ได้

เจี่ยนอีจ้องรถนั่น ในใจก็นับว่ารถนี่น่าจะมีศูนย์กี่ตัว

ที่แท้ก็เป็นคนที่ที่มีรายได้ปีละล้าน รถนี่แค่ดูก็รู้แล้วว่าเกินล้าน!

“ลูกพูดอะไร?อย่าหลอกแม่สิ รีบไปให้เขาลงมาให้แม่ดูหน่อย”

เวินจิ้งนิ่งไป มองมู่วี่สิงแล้วรีบปิดประตูรถ จากนั้นก็ดึงแม่ออกมา

ในรถนั่น มู่วี่สิงมองแม่ลูกที่เดินออกไปไกล สายตาหม่นลงเล็กน้อย

ในแสงสว่างนั่น โทรศัพท์สีขาวก็ตกลงที่เบาะข้างคนขับ

เขาหยิบขึ้นมา โทรศัพท์สั่นเล็กน้อยแล้วก็มีแจ้งเตือนเข้ามาว่า:วันที่1000ที่คุณจากไป

เวินจิ้งกับแม่ที่เพิ่งเข้าบ้าน ออดประตูก็ดัง

เป็นเขา?

เวินจิ้งเปิดประตู ร่างสูงๆของมู่วี่สิงยืนอยู่หน้าประตู

“โทรศัพท์คุณ”น้ำเสียงของมู่วี่สิงมีความไม่พอใจแฝงอยู่

“อ้อ ขอบคุณค่ะ!”เวินจิ้งยิ้ม“เดี๋ยวฉันลงไปส่งคุณ”

พอพูดจบเสียงของเจี่ยนอีก็เข้ามา“เวินจิ้ง ทำไมให้เขายืนอยู่ข้างนอกล่ะ รีบเข้ามานั่งสิ!”

เวินจิ้ง:……

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ขายังไม่ขยับก็พูดอย่างเรียบๆว่า“ผมมีธุระ ไปก่อนนะ”

เวินจิ้งโล่งอกไป วันนี้เธอก็รบกวนชายคนนี้พอแล้วจะให้มีเรื่องอะไรอีกไม่ได้

แต่เจี่ยนอีก็ยังมองมา เวินจิ้งปิดประตูดัง“ปัง”

“แม่ หนูไม่รู้จักเขา”

“ไม่รู้จักเขาแล้วมาส่งลูกได้ไง?”

“เขาใจดี หนูเปียกไปทั้งตัวแบบนี้?”

“แม่ว่าลูกสองคนได้อยู่ ฮิฮิ ผู้ชายคนนี้ไม่เลว เวินจิ้ง ครั้งนี้ลูกสายตาไม่เลวจริงๆ!”

เวินจิ้งกลับเข้าห้อง ปิดประตู


และยังมี  นิยาย อ่านนิยาย นิยาย pdf นิยายวาย อ่านนิยายฟรี นิยายออนไลน์ อีกหลายเรื่องที่รอให้คุณอ่านที่ novel-fast.com

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท
Close Ads ufanance
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตออนไลน์
Click to Hide Advanced Floating Content สมัคร ufabet
Click to Hide Advanced Floating Content สล็อตฟรีสปิน