Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน – ตอนที่ 1515

ตอนที่ 1515

ตอนนี้มีลู่เซิ่นอยู่ข้างกาย การป้องกันของเธอค่อยๆ ลดลง ได้พักผ่อนอย่างสบายใจเสียที

ไม่นาน ฉินซีก็เข้าสู่ห้วงนิทรา

สองเดือนมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอหลับสบายที่สุด

แสงแดดแรกแย้ม สาดส่องบนใบหน้าที่งดงามสองใบ นำพาซึ่งบรรยากาศที่อบอุ่น

ฉินซีค่อยๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพบุษค่อยๆ ชัดเจนในสายตา เธอหัวใจสั่นไหว ยกยิ้มมุมปากอย่างควบคุมไม่ได้

เธอจับจ้องลู่เซิ่นอย่างหลงใหล เข้าใกล้เขาอย่างเงียบๆ ก่อนที่เธอจะจูบลงบนริมฝีปากบางของเขาโดยไม่รู้ตัว

ฉินซีคิดว่าเธอทำทุกสิ่งนี้ด้วยความแนบเนียน แต่กลับไม่รู้เลยว่าลู่เซิ่นได้ตื่นขึ้นมาตั้งนานแล้ว

เขารอคอยมาตลอด ดูว่าฉินซีคิดจะทำอะไรกันแน่

เมื่อฉินซีจูบเขา ลู่เซิ่นค่อยๆ ลืมตาขึ้น

“แอบจูบผม?”

ลู่เซิ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า น้ำเสียงปนไปด้วยความขี้เกียจของการเพิ่งตื่นนอน

ฉินซีเบิกตากว้างอย่างตกอกตกใจ ไม่คิดเลยว่าจะถูกเขาจับได้อย่างจัง

เธอใบหน้าแดงก่ำ กล่าวอย่างอ้ำอึ้ง “ฉันเปล่า ฉันเห็นว่าบนหน้าของนายมีแมลงวัน ก็เลยช่วยไล่ออกไปเท่านั้น”

ฉินซีหาข้ออ้าง เพื่อกลบเกลื่อน

แต่ คำอธิบายของเธอนั้นช่างไม่เป็นเหตุเป็นผล

ใครที่ไล่แมลงวัน ต้องประกบริมฝีปากกัน ใครที่ใช้ปากไล่กัน

ลู่เซิ่นใช้แขนยันศีรษะขึ้น พลันจับจ้องเธออย่างเย้าแหย่ “ภรรยา เธอไม่รู้สึกหรือ ว่าทำอธิบายของเธอช่างตลกสิ้นดี?”

หากไม่ได้นึกถึงฉินซีหน้าบาง ตอนนี้ลู่เซิ่นหัวเราะออกมาเสียงดังตั้งนานแล้ว

แต่ ต่อให้ลู่เซิ่นไม่ได้บังอาจหัวเราะเสียงดัง แต่สายตาและริมฝีปากที่ยกขึ้นนั้นบ่งบอกทุกอย่างแล้ว

ฉินซีรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่มีทางเชื่อ เมื่อเห็นว่าเขาเปิดโปงตนเอง ฉินซีเกิดโมโหขึ้นมา “น่าขำตรงไหน เมื่อกี้มีแมลงวันบินผ่านจริงๆ ฉันช่วยนายไล่ นายยังไม่สำนึกอีก รู้แต่แรกฉันไม่ช่วยนายหรอก ให้มันเกาะร่างของคุณ กัดนายให้ตายไปเลย”

เธอกล่าวอย่างดุดัน ถลึงตาโตใส่ลู่เซิ่นอย่างโกรธแค้น

ลู่เซิ่นดึงแขนของเธอ วางลงที่หน้าอก พลันกล่าวอย่างเคร่งขรึม “หากผมตายไป คุณภรรยาไม่เสียใจหรือ?”

เขาเรียกเธอภรรยา ทำให้ฉินซีเขินอาย

เธอรู้สึกว่าในอดีตลู่เซิ่นไม่หน้าหนาขนาดนี้ ตอนนี้เป็นอะไรกันแน่

ฉินซีรู้สึกรับไม่ได้เล็กน้อย อยากจะทุบเขาให้สักที

แต่ เธอกลับชอบที่จะให้ลู่เซิ่นเรียกเธอ รู้สึกหวานซึ้งในใจ เพียงแต่ดูแล้วเลี่ยนไปหน่อย

ลู่เซิ่นกล่าวต่อ “แล้วอีกอย่าง แมลงวันไม่กัดคนหรอกนะ ยุงต่างหากที่กัด ภรรยา แม้แต่เรื่องนี้ก็แยกไม่ออกอย่างนั้นเหรอ”

เมื่อประโยคนั้นหลุดออก ฉินซีแทบจะมุดเข้ารู

เธอนึกเสียใจทีหลัง เมื่อสักครู่ทำไมต้องแอบจูบเขา

ตอนนี้ช่างเป็นการยกหินขึ้นทับเท้าตนเอง เป็นความผิดลู่เซิ่น ทำไมต้องหน้าตาน่าหลงใหลแบบนั้นด้วย หากเขาเป็นไอ้ขี้เหร่ เธอก็คงไม่หลงจนโงหัวไม่ขึ้น ถึงขนาดแอบจูบเรื่องที่เสียศักดิ์ศรียังทำได้ลง

ฉินซีไม่มีคำแก้ตัวที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว เธอคิดว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไป เธอต้องพ่ายแพ้แน่

เพราะงั้น เธอเลือกที่จะถอยอย่างเด็ดขาด “เหอะ!ฉันไม่อยากเถียงกับนายแล้ว ไม่เชื่อก็ตามใจ ฉันจะลุกไปล้างหน้าล้างตา หลีกไปซะ”

ฉินซีกล่าวอย่างไม่พอใจ พร้อมทีท่าโมโห

เธอจ้องลู่เซิ่น เพื่อบอกให้เธอคลายออก

หากแต่ ลู่เซิ่นกลับเอื้อมมือ รั้งเธอเข้ามา

เขาประทับจูบที่ริมฝีปากของฉินซีอย่างดุเดือด ฉินซีเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ

เธออยากจะผลักลู่เซิ่นออก แต่กลับกลัวว่าจะโดนบาดแผลของเขา ได้แต่มุดอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างว่าง่าย ไม่กล้าต่อต้าน

สักพัก ลู่เซิ่นค่อยๆ คลายมือออก

เขาก้มหน้าลง สบสายตาของฉินซี “ภรรยา ผมแค่อยากบอกคุณว่า เราสองคนเป็นสามีภรรยากัน สามีภรรยาจูบกันเป็นเรื่องปกติ คุณไม่ต้องปกปิดอะไร อยากจะจูบผมตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องปกปิดความทะเยอทะยานในตัวผม เช่นเดียวกันผมก็จะทำแบบนั้นกับคุณ”

ลู่เซิ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า จ้องมองฉินซีนิ่ง

ทั้งคู่ประชิดตัวติดกันแน่น กระทั่งฉินซีได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมของลู่เซิ่น

ที่แท้ เขาเองก็ตื่นเต้นเช่นเดียวกัน

เมื่อคิดได้อย่างนั้น ความอับอายของฉินซีหายไปทันที

เธอหลี่ตาลง ใบหน้าที่งดงามปรากฏรอยยิ้มที่สดใส “ฉันเข้าใจแล้ว”

ฉินซีอยู่ที่องค์กรเป็นเวลานานเกินไป ได้รับการฝึกฝนที่ไร้มนุษยธรรม

ในตอนที่ลู่เซิ่นไม่ได้พูดสิ่งเหล่านี้ออกมา ฉินซีเริ่มรู้สึกว่า ต่อให้รักก็ไม่ควรที่จะเปิดเผย เพราะงั้นเมื่ออยู่กับลู่เซิ่น จึงต้องคอยระแวดระวัง

แต่ เมื่อได้ยินอย่างนั้น ฉินซีจึงคิดได้ไม่น้อย

ที่นี่ไม่ใช่องค์ เธอหนีออกมาได้แล้ว

หลังจากนี้ เธอต้องการที่จะละทิ้งนิสัยที่ไม่ดีเหล่านั้น ค่อยๆ ลิ้มลองที่จะใช้ชีวิตเหมือนกับคนธรรมดา รักโลกใบนี้อย่างใจกล้า

ไม่ใช่เครื่องมือที่เย็นชาไร้หัวใจอีกต่อไป เพราะเธอเป็นคนที่มีเลือดมีเนื้อ จิตวิญญาณของเธอนั้นเป็นอิสระ

“โอเค ตื่นเถอะ ปู่เช่คงจะกำลังรอเราอยู่”

ลู่เซิ่นบีบแก้มที่ขาวนวลของเธอ กล่าวอย่างอ่อนโยน

เมื่อนึกถึงปู่เช่ ฉินซีรีบลุกขึ้นทันที

ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอเอง หากเธอนอนถึงเที่ยงคงไม่ดีแน่

ฉินซีสวมใส่เสื้อผ้า เตรียมตัวตักน้ำ ช่วยลู่เซิ่นเปลี่ยนยา

เธอผลักประตูออก ก็ได้พบกับปู่เช่กำลังทำอาหารเช้า ด้วยขวันโขมง

ไม่พูดไม่ได้เลย บรรยากาศบนเขานี่ ช่างสดชื่นมากกว่าในตัวเมือง

ฉินซีมองเห็นป่าทึบอยู่ทุกหนทุกแห่ง ภาพนกและดอกไม้ จู่ๆ ก็รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข

เมื่อคืนเธอนอนหลับสบาย เธอรู้สึกผ่อนคลายอยู่ไม่น้อย

ฉินซีบิดขี้เกียจ ก่อนมุ่งไปทางปู่เช่ “คุณปู่เช่ อรุณสวัสดิ์”

เธอรู้อยู่แล้วว่าปู่เช่ตื่นแต่เช้าตรู่ เมื่อก่อนฉินซีอาศัยอยู่ที่นี่ระยะหนึ่ง ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา ปู่เช่ก็จะทำอาหารจนเสร็จรอเธอ

เมื่อปู่เช่ได้ยินเสียงฝีเท้าแล่นเข้ามา จึงมองไปที่เธอ ใบหน้าที่แก่ชราเผยรอยยิ้มอย่างยินดี “ตื่นแล้วหรือ ไม่นอนต่ออีกหน่อยล่ะ”

เมื่อวันพวกเขาหลบหนีมาตั้งนาน ต้องเหนื่อยมากแน่ เพราะงั้นปู่เช่จึงตื่นแต่เช้า โดยไม่ให้รบกวนทั้งคู่

ฉินซีส่ายหน้า “ไม่หรอก นอนมามากแล้ว”

เมื่อก่อนที่เธออยู่ที่องค์กร ก็ตื่นขึ้นมาฝึกฝนในเวลานี้เช่นเดียวกัน ตอนนี้เธอตื่นเต็มที่แล้ว จึงนอนไม่ได้อีก

ฉินซีเดินเข้าไป ก็ได้พบกับสิ่งของสีดำในหม้อ

เธอขมวดคิ้วแน่น อดไม่ได้ที่จะกล่าวถาม “ปู่เช่ พวกนี้มันอะไรกัน?”

ฉินซีกวาดมองขวดที่อยู่บริเวณโดยรอบ ด้วยลางสังหรที่ไม่ดี

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

อ่านนิยาย เรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน ฟรี ได้ที่ novel-fast 


โดยเรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน บางส่วนของนิยาย

บทนำ

เดิมทีคิดว่ามู่วี่สิงเป็นคนธรรมดา หลังแต่งงานจึงรู้ได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้อย่างรอบคอบสามีของตัวเองไม่เพียงแต่เป็นหมอ ยังมีฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ และทายาทของตระกูลใหญ่

เรื่องย่อ

“คุณเวิน คุณ25ปีแล้ว?”

“อีกเดือนนึงค่ะ”

“ก่อนหน้านี้คบกับผู้ชายมาแล้วกี่คน?”

“คนเดียวค่ะ”

“พัฒนากันไปถึงไหน?”

“พบครอบครัวกันแล้วค่ะ”

“เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือยัง?”

เวินจิ้งสูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างมีมารยาทในที่สุดก็หายไป พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“เกี่ยวอะไรกับคุณเหรอ!”

“คุณ……เราไม่ได้มานัดดูตัวกันเหรอครับ?ก็แค่รู้จักกันและกันมากขึ้น คุณจะโมโหอะไรเนี่ย!”ผู้ชายตรงข้ามขมวดคิ้วพร้อมตำหนิเวินจิ้ง

“ฉันขอปฏิเสธที่จะรู้จักคุณ ลาก่อน!”เวินจิ้งหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วหมุนตัวออกไป

เธอหยุดลงแล้ววางเงิน500หยวนไปอย่างเท่ๆ

ชายคนนั้นรีบดึงเวินจิ้งไว้“หมายความว่าไงอ่ะ?คุณอายใช่ไหม คุณไม่ใช่สาวพรหมจรรย์เหรอ?”

เสียงที่เขาพูดไม่ดังเท่าไหร่แต่เพราะว่าในร้านกาแฟค่อนข้างเงียบ ลูกค้าที่นั่งโต๊ะใกล้ๆกันต่างได้ยินหมด

เวินจิ้งหรี่ตามองแล้วยกเท้าขึ้นมาเหยียบบนเท้าเขาแรงๆ จากนั้นยกกาแฟขึ้นมาสาดใส่หน้าเขาอย่างไม่ลังเล

พอถูกเธอเหยียบใส่ ชายคนนั้นก็ล้มลงไป ดังนั้นกาแฟในมือของเวินจิ้งก็สาดเป็นรูปโค้งใส่ผู้ชายชุดสูทที่กำลังจะออกจากร้าน

เวินจิ้งอึ้งไปแปปนึงกับฉากตรงหน้า

“ขอโทษค่ะ”เธอหยิบทิชชู่จากในกระเป๋าอย่างอึนๆ มองเสื้อเชิ้ตขาวที่โดนสาดใส่ของผู้ชายตรงหน้า พระเจ้า แค่มองก็รู้ว่าชุดราคาแพง

สีหน้าของมู่วี่สิงเย็นชา มองไปที่เวินจิ้งด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกและไม่รับทิชช่าจากเธอ แต่หยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมา ตอนที่เช็ดกาแฟก็แสดงท่าทางไม่พอใจออกมา

เวินจิ้งรู้สึกผิดสักพัก ตอนนี้เอง เท้าของหนุ่มนัดดูตัวที่อยู่ข้างล่างก็รีบคว้าเท้าเธอไว้“ยัยผู้หญิงคนนี้ เหยียบเท้าผม!”

“น่ารำคาญจะตายชัก”เวินจิ้งดึงเท้าออกมา จะวิ่งออกจากร้านกาแฟ

ตอนที่ผลักประตู เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองผู้ชายชุดสูทนั่น รูปร่างหน้าตาเขาหล่อเหลาไร้ที่ติ กรอบหน้าชัดเจน ใบหน้าตรงนั่นเหมือนพระเจ้าค่อยๆวาดลงเพื่อทำให้คนที่เห็นแล้วตกตะลึง

พอเข้าไปในรถ เวินจิ้งที่ยังไม่ทันสตาร์ทรถก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา“ลูกรัก ดูตัวเป็นยังไงบ้าง?ผู้ชายคนนั้นโอเคใช่ไหม?”

“จบแล้ว”เวินจิ้งตอบไปสองคำ

ตอนนี้เองรถของเธอก็ออกไปไมได้ เวินจิ่งยิ่งรำคาญมากขึ้น

“อะไรกัน?นี่แม่สื่อแนะนำคนที่ปีนึงมีรายได้เป็นล้านๆให้ฉัน ลูกต้องไปมาหาสู่กับเขาดีๆ……จะหยุดไม่ได้นะ!”

เวินจิ้งไม่อยากฟัง เธอวางโทรศัพท์ลงทั้งที่แม่เธอกำลังบ่น

รถขยับออกไปไม่ได้ เวินจิ้งเลยดึงกุญแจออกมาแล้วลงจากรถ“วันนี้ออกจากบ้านไม่ได้ดูปฏิทินแน่ๆ!ถึงได้โชคร้ายสุดๆแบบนี้!”

พอพูดจบแปปนึง ฝนก็ตกหนักลงมา

เวินจิ้งหลับจาลง เปียกไปทั้งตัว

พอได้สติเธอก็ว่าจะวิ่งไปหลบฝนในร้านกาแฟ แต่พอนึกถึงผู้ชายที่นัดดูตัวท่าทางน่ารังเกียจเมื่อกี้ ก็เลยล้มเลิกไป

ตอนที่แกว่งไปมาซ้ายขวา ก็มีรถปอร์เช่สีดำก็มาจอดข้างๆเธอ หน้าต่างเปิดลงมาก็มีใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยและคุ้นเคยนั้นเข้ามา

คือผู้ชายที่โดนเธอสาดกาแฟใส่อย่างไม่ตั้งใจเมื่อกี้

“ขึ้นมา”น้ำเสียงและใบหน้าของเขาเย็นชาเหมือนเดิม

เวินจิ้งยิ้มไปอย่างเขินๆพร้อมส่ายหัว“ไม่เป็นไรค่ะ ลำบากคุณเปล่าๆ”

“ไม่ลำบาก”มู่วี่สิงยังคงเย็นชาใส่

เวินจิ้งยิ่งละอายเข้าไปใหญ่ จากนั้นเห็นว่าด้านหลังมีแท็กซี่อยู่ก็เลยคิดว่าจะไปเรียกรถ

แต่บังเอิญจริงๆ เธอดันเหยียบแอ่งน้ำที่ขังไว้ จนรองเท้าส้นสูงพัง

มู่วี่สิงมองเห็นหญิงสาวล้มลงไปจากกระจกมองหลัง เขาขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้แล้วเปิดรถลงมาอุ้มเวินจิ้งขึ้นไปท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก

 

เวินจิ้งอึ้งไป พอนั่งข้างคนขับปุ๊ปก็เริ่มได้สติ

“ขอบคุณค่ะ”เธอหันไปมองผู้ชายข้างๆ

ใบหน้าที่เย็นชาของมู่วี่สิงกลับยื่นผ้ามา

เวินจิ้งก้มลงเช็ดผมและใบหน้าที่เปียกถึงเห็นว่าเสื้อผ้าของตัวเองเปียกไปหมด

ดีที่เธอสวมชุดคลุมอยู่ ไม่งั้นคงจะน่าอาย

“ที่อยู่”มู่วี่สิงถาม

“ถนนอันหนิง10”

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป รถปอร์เช่สีดำนั่นก็หยุดลงที่ใต้ตึกเก่าๆที่พักแถวนั้น

เดิมทีเวินจิ้งไม่อยากให้เขาเข้ามาที่ข้างใน แต่ว่าเขาไม่ฟังเธอเลย

“ขอบคุณที่มาส่งฉันค่ะ เรื่องวันนี้ต้องขอโทษมากจริงๆ”เวินจิ้งขอโทษเขาอีกรอบ

“เชิ้ตอขงคุณราคาเท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันจ่ายให้ค่ะ”เวินจิ้งพูดด้วยเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อย

สายจาของมู่วี่สิงมองไปข้างหน้า พอได้ยินก็ขมวดคิ้ว แล้วก็เห็นเวินจิ้งเปิดกระเป๋าเงิน

เธอทายในใจน่าจะหลักสี่ แต่ว่าราคาจริงๆไม่รู้

“คุณชดใช้ไหวเหรอ?”เสียงทุ้มต่ำของมู่วี่สิงก็ดังขึ้น เชิ้ตของเขาตัดอย่างดี ทั้งโลกนี้มีแค่ตัวเดียว

“ฉันชดใช้ราคาไม่ไหวเหรอคะ?”ใบหน้าของเวินจิ้งดูหดไป

ตอนนี้เองก็มีเสียงของเจี่ยนอีดังๆจากด้านนอกเข้ามา“เวินจิ้ง กลับมาไวขนาดนี้ทำไมเนี่ย ไม่ได้บอกว่าให้อยู่กับเขานานๆหน่อยเหรอ……”

เวินจิ้งลำบากใจเล็กน้อย ชุมชนเล็กๆแบบนี้ ทุกตึกเกือบจะเป็นเพื่อนบ้านกัน เจี่ยนอีตะโกนแบบนี้จนเกือบจะได้ยินไปทั้งชุมชน

“ขอโทษค่ะ ฉันต้องกลับแล้ว นี่เบอร์ของฉัน ถ้าให้ฉันชดใช้อะไรติดต่อมานะคะ!”เวินจิ้งรีบเขียนเบอร์โทรตัวเองจากนั้นก็ลงรถ

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ที่ปลายนิ้วยังมีกระดาษที่มีไออุ่นของเวินจิ้งอยู่ ด้านบนมีเบอร์โทรอยู่ เขากำกระดาษแน่น

เจี่ยนอีเห็นลูกสาวลงมาจากรถก็ตะลึง แต่ก็ได้สติกลับมา“เวินจิ้ง ทำไมถึงบอกว่านัดดูตัวจบแล้วล่ะ?นี่ไม่ใช่ว่าสำเร็จแล้วเหรอ?”

“ไม่ใช่เขา”เวินจิ้งดึงแม่เข้าบ้าน แต่ว่าดึงไม่ได้

เจี่ยนอีจ้องรถนั่น ในใจก็นับว่ารถนี่น่าจะมีศูนย์กี่ตัว

ที่แท้ก็เป็นคนที่ที่มีรายได้ปีละล้าน รถนี่แค่ดูก็รู้แล้วว่าเกินล้าน!

“ลูกพูดอะไร?อย่าหลอกแม่สิ รีบไปให้เขาลงมาให้แม่ดูหน่อย”

เวินจิ้งนิ่งไป มองมู่วี่สิงแล้วรีบปิดประตูรถ จากนั้นก็ดึงแม่ออกมา

ในรถนั่น มู่วี่สิงมองแม่ลูกที่เดินออกไปไกล สายตาหม่นลงเล็กน้อย

ในแสงสว่างนั่น โทรศัพท์สีขาวก็ตกลงที่เบาะข้างคนขับ

เขาหยิบขึ้นมา โทรศัพท์สั่นเล็กน้อยแล้วก็มีแจ้งเตือนเข้ามาว่า:วันที่1000ที่คุณจากไป

เวินจิ้งกับแม่ที่เพิ่งเข้าบ้าน ออดประตูก็ดัง

เป็นเขา?

เวินจิ้งเปิดประตู ร่างสูงๆของมู่วี่สิงยืนอยู่หน้าประตู

“โทรศัพท์คุณ”น้ำเสียงของมู่วี่สิงมีความไม่พอใจแฝงอยู่

“อ้อ ขอบคุณค่ะ!”เวินจิ้งยิ้ม“เดี๋ยวฉันลงไปส่งคุณ”

พอพูดจบเสียงของเจี่ยนอีก็เข้ามา“เวินจิ้ง ทำไมให้เขายืนอยู่ข้างนอกล่ะ รีบเข้ามานั่งสิ!”

เวินจิ้ง:……

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ขายังไม่ขยับก็พูดอย่างเรียบๆว่า“ผมมีธุระ ไปก่อนนะ”

เวินจิ้งโล่งอกไป วันนี้เธอก็รบกวนชายคนนี้พอแล้วจะให้มีเรื่องอะไรอีกไม่ได้

แต่เจี่ยนอีก็ยังมองมา เวินจิ้งปิดประตูดัง“ปัง”

“แม่ หนูไม่รู้จักเขา”

“ไม่รู้จักเขาแล้วมาส่งลูกได้ไง?”

“เขาใจดี หนูเปียกไปทั้งตัวแบบนี้?”

“แม่ว่าลูกสองคนได้อยู่ ฮิฮิ ผู้ชายคนนี้ไม่เลว เวินจิ้ง ครั้งนี้ลูกสายตาไม่เลวจริงๆ!”

เวินจิ้งกลับเข้าห้อง ปิดประตู


และยังมี  นิยาย อ่านนิยาย นิยาย pdf นิยายวาย อ่านนิยายฟรี นิยายออนไลน์ อีกหลายเรื่องที่รอให้คุณอ่านที่ novel-fast.com

นิยายแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท