Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน – ตอนที่ 1534

ตอนที่ 1534

ฉินซีขมวดคิ้ว ความวิตกปรากฏบนใบหน้าอันเรียบเนียน

เธออยากจะพูดบางอย่างเพื่อเปลี่ยนความคิดของคุณปู่เช่ แต่ในใจมีแต่ความยุ่งเหยิงอีนุงตุงนังมาก

ตอนนี้ฉินซีตอนนี้ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ในใจ

มองเธอที่สีหน้าเป็นกังวล ลู่เซิ่นพูดว่า “ฉินซี ในเมื่อคุณปู่เช่กล่าวเช่นนี้แล้ว พวกเราก็เคารพความคิดเห็นของท่านเถอะ”

เขารู้สึกว่าที่คุณปู่เช่พูดมีเหตุผลมาก ตอนนี้ฉินซีใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจ

แต่ลู่เซิ่นไม่คิดว่านี่คือข้อบกพร่อง ในทางตรงกันข้ามมีความสุขมากที่ฉินซีมีการเปลี่ยนแปลงนี้

เมื่อก่อนฉินซีอยู่ในองค์กรได้รับการสั่งสอนให้เป็นคนเลือดเย็นไม่มีความรู้สึก เธอในตอนนั้นเห็นแก่ตัวมาก ไม่เคยคิดถึงคนอื่นเลย

แต่ตอนนี้ แต่ฉินซีใช้ความรู้สึกเหล่านี้ไปแก้ปัญหา ไปไตร่ตรอง ไปใส่ใจ

นี่แสดงให้เห็นอีกด้านว่าฉินซีกำลังค่อยๆออกห่างจากองค์กรแล้ว เริ่มก้าวไปสู่ชีวิตใหม่

ถึงแม้ลู่เซิ่นกับคุณปู่เช่อยู่ด้วยกันไม่นาน แต่ว่าก็รู้สึกได้ชัดเจนว่านิสัยของคุณปู่เช่ดื้อรั้นแค่ไหน

ถ้าเรื่องที่เขาตัดสินใจแล้ว ไม่มีทางที่จะไปเปลี่ยนแปลงได้

แทนที่จะทำให้หงุดหงิด สู้ทำตามความต้องการของคุณปู่เช่จะดีกว่า

“แต่ว่า……..”

ใบหน้าที่เรียบเนียนของฉินซีแสดงออกถึงความเศร้า เธอลังเล ไม่รู้ว่าจะเชื่อฟังดีไหม

คุณปู่เช่มองสีหน้าแบบนี้ของเธอ รู้สึกดีใจมาก คิดว่าฉินซีเป็นห่วงเขาจริงๆ

แต่ว่า เขาไม่อยากเป็นภาระของลู่เซิ่นกับฉินซี

ดังนั้น คุณปู่เช่แกล้งทำเป็นโกรธ “พอได้แล้ว ฉันไม่อยากคุยเรื่องนี้อีก ทำตามที่ฉันบอก พวกคุณสองคนไปเก็บของตอนนี้เลย ออกไปจากที่นี่”

เขากล่าวอย่างเย็นชา สีหน้าจริงจัง

หลังจากพูดประโยคนี้จบ คุณปู่เช่ก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป

มองตามหลังของคุณปู่เช่ฉินซีรีบเดินไปข้างหน้า อยากจะตามไป “คุณปู่เช่ ท่าน……”

ฉินซียังพูดไม่ทันจบ

คุณปู่เช่หันมาขัดจังหวะเธอ “คุณไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรอ?การปรากฏตัวของคุณรบกวนชีวิตเดิมของฉัน ตอนนี้ฉันไม่อยากเห็นพวกคุณอีก พวกคุณควรจะรู้ตัวแล้วรีบออกไปซะ อย่าให้ฉันต้องเหลียวหลังมาไล่”

เขาแกล้งทำสีหน้าที่รำคาญ แต่ใจกำลังเจ็บปวด

คุณปู่เช่ดูแลฉินซีเหมือนหลานสาวของตัวเอง พูดแบบนี้ออกไป ในใจเขาก็เสียใจและเสียดาย

แต่ว่า ถ้าเขาไม่พูดแบบนี้ ฉินซีก็จะไม่ยอมไป

ดังนั้น คุณปู่เช่จึงจำเป็นต้องทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่รักฉินซี

พูดจบ คุณปู่เช่ก็เดินออกไปอย่างใจเด็ด

ฉินซียืนอึ้งอยู่ที่เดิม มองตามหลังของคุณปู่เช่ในดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตาที่ส่องประกายอำพัน

ลู่เซิ่นดูสีหน้ที่เศร้าของเธอ รีบเดินไปข้างหน้า

เขาเอื้อมแขนที่เรียวยาวออกมา โอบไหล่ของฉินซีเบาๆ พูดอย่างอ่อนโยน “ฉินซี คุณอย่าเสียใจเลย พวกเราจะกลับมาอีก”

ลู่เซิ่นตบไหล่เธอเบาๆ ในใจเต็มไปด้วยความสงสาร

ฉินซีเอาหัวพิงบนไหล่ของเขา ถามด้วยความเศร้า “อาเซิ่น คุณคิดว่าคุณปู่เช่กำลังโกรธฉันใช่ไหม”

เธอถามด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น หลับตาเบาๆ ปิดบังน้ำตาในดวงตา

“เป็นไปได้อย่างไร ที่คุณปู่เช่ทำแบบนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะรักคุณ ดังนั้นกังวลว่าถ้าคุณอยู่ที่นี่ต่อไป ก็จะถูกคนในองค์กรค้นพบ และกังวลว่าถ้าตามพวกเราไป ก็จะเป็นภาระของพวกเรา”

ลู่เซิ่นวิเคราะห์และอธิบายให้ เข้าใจความรู้สึกของคุณปู่เช่อย่างละเอียดมาก

ฉินซีก็รู้สึกคลุมเครือว่าเป็นเพราะสิ่งนี้ เพราะคุณปู่เช่ดีกับเธอมาก ดังนั้นฉินซีจึงไม่อยากจากท่านไป รู้สึกผิดมาก

ถ้าคุณปู่เช่ร้ายกับพวกเขาบ้าง เธอก็คงไม่ต้องโทษตัวเองขนาดนั้น

ลู่เซิ่นเห็นเธอเม้มปากไว้ไม่พูดอะไร จึงพูดว่า “คุณไม่ต้องกังวล หลังจากที่พวกเราจากไป ฉันจะให้โจวเอ้อส่งคนมาที่ปกป้องคุณปู่เช่”

เขารู้ความกังวลของฉินซี ปลอบใจด้วยเสียงเบา

ทันทีที่คำกล่าวนี้ออกมา สีหน้าของฉินซีก็ดีขึ้นมากเลย

“อืม คุณต้องบอกโจวเอ้อว่า ให้ส่งคนที่เก่งที่สุดมาสองสามคน มิฉะนั้นถ้าเกิดเรื่องกับคุณปู่เช่ขึ้นมาจริงๆ ชาตินี้ฉันคงจะปล่อยวางไม่ได้”

ฉินซีจ้องมองลู่เซิ่น พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

เธอไม่ได้ล้อเล่น ทั้งหมดนี้มาจากใจเธอ

ลู่เซิ่นเข้าใจความคิดของเธอ เขาพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “ตกลง”

ภายใต้การปลอบใจของลู่เซิ่นฉินซีก็รู้สึกดีขึ้นมาก

ลู่เซิ่นเห็นเธออารมณ์ค่อยๆกลับมาเป็นปกติแล้ว ใบหน้าก็แดงขึ้น กล่าวว่า “พวกเราไปเก็บของกันก่อนเถอะ ถ้าอยู่ที่นี่นานแค่ไหน คุณปู่เช่กับพวกเราก็จะมีอันตรายมากเท่านั้น”

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ พวกเขาต้องวางแผนอนาคตอย่างมีเหตุผล

ฉินซีก็รู้ว่าชักช้าไม่ได้แล้ว เธอเดินตามหลังลู่เซิ่น กลับไปที่ห้อง

ในเวลาเดียวกัน

คุณปู่เช่นำสิ่งที่เขาซ่อนไว้ออกมา วางไว้บนเตียงของฉินซีกับลู่เซิ่นอย่างเป็นระเบียบ ยังมีพัสดุหนึ่งชิ้นอยู่ข้างๆ

ทันทีที่ฉินซีเข้าประตูมา ก็เห็นของกองอยู่บนเตียงมากมาย

เธอขมวดคิ้ว ทิ้งลู่เซิ่นไว้แล้ววิ่งไปที่ข้างเตียง

ลู่เซิ่นตามไป มีความคาดเดาที่คลุมเครือในใจ

ฉินซีแกะพัสดุหนึ่งกล่อง ด้านในเป็นเสื้อผ้าของพวกเขาที่สวมใส่ในช่วงนี้ ซักล้างอย่างสะอาด และพับเก็บอย่างเรียบร้อย

มองก็รู้ว่าคุณปู่เช่เป็นคนทำความสะอาดให้ ฉินซีตาแดงทันใด

เธอรู้ว่า คุณปู่เช่จะไม่โกรธเธอแน่นอน

ถ้าคุณปู่เช่โกรธจริงๆ จะแอบทำสิ่งเหล่านี้ให้เธอได้อย่างไร

สายตาของลู่เซิ่นมองไปที่พัสดุเล็กๆที่อยู่ข้างๆ เขาถามด้วยเสียงเบา “นี่คืออะไร?”

ฉินซีย้ายความสนใจ ขมวดคิ้ว “ไม่รู้”

“เปิดออกมาดูดีกว่า”

เธอพูดไปด้วย แล้วก็ยื่นมือไปแกะ

ทันทีที่เปิดพัสดุออก ทันใดนั้นฉินซีก็กลั้นไว้ไม่อยู่

น้ำตาใสๆไหลอาบแก้ม เธอมองดูขวดและกระป๋องที่อยู่ด้านใน ความรู้สึกต่างๆในใจผสมกันไปหมด

ในนั้นเต็มไปด้วยยาที่อัดเต็มขวดเต็มกระป๋อง

ในแต่ละขวด เขียนชื่อยาและวิธีการใช้ ทำเครื่องหมายไว้อย่างชัดเจน เพราะกลัวว่าฉินซีกับลู่เซิ่นไม่รู้วิธีการใช้

ใส่ใจขนาดนี้ ทำให้ฉินซีอึดอัดใจเล็กน้อย

ลู่เซิ่นก็รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย หลังจากเห็นฉินซีน้ำตาไหล จึงกอดเธอไว้ “อย่าร้องไห้ ฉันรู้สึกไม่ดี”

เขาพูดด้วยเสียงแหบ ก้มลงช้าๆ จูบหน้าผากขาวๆของฉินซี

ฉินซีร้องไห้แทบหายใจไม่ทัน “อาเซิ่น คุณว่าฉันเลวไหม ฉันไม่ได้ทำอะไรเพื่อคุณปู่เช่เลย ยังทำให้เขาต้องคอยเป็นห่วงตลอด”

เธอรู้สึกว่าตัวเองติดค้างคุณปู่เช่มากเหลือเกิน ชาตินี้เธอคงจะชดใช้ไม่หมด

ความกดดันเช่นนี้ มากจนทำให้ฉินซีหายใจไม่ทัน

ลู่เซิ่นเข้าใจความรู้สึกของเธอ ดวงตาที่มองเธอยิ่งนุ่มนวลและอ่อนโยนขึ้น

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

อ่านนิยาย เรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน ฟรี ได้ที่ novel-fast 


โดยเรื่อง Flash Marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน บางส่วนของนิยาย

บทนำ

เดิมทีคิดว่ามู่วี่สิงเป็นคนธรรมดา หลังแต่งงานจึงรู้ได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้อย่างรอบคอบสามีของตัวเองไม่เพียงแต่เป็นหมอ ยังมีฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ และทายาทของตระกูลใหญ่

เรื่องย่อ

“คุณเวิน คุณ25ปีแล้ว?”

“อีกเดือนนึงค่ะ”

“ก่อนหน้านี้คบกับผู้ชายมาแล้วกี่คน?”

“คนเดียวค่ะ”

“พัฒนากันไปถึงไหน?”

“พบครอบครัวกันแล้วค่ะ”

“เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือยัง?”

เวินจิ้งสูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างมีมารยาทในที่สุดก็หายไป พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“เกี่ยวอะไรกับคุณเหรอ!”

“คุณ……เราไม่ได้มานัดดูตัวกันเหรอครับ?ก็แค่รู้จักกันและกันมากขึ้น คุณจะโมโหอะไรเนี่ย!”ผู้ชายตรงข้ามขมวดคิ้วพร้อมตำหนิเวินจิ้ง

“ฉันขอปฏิเสธที่จะรู้จักคุณ ลาก่อน!”เวินจิ้งหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วหมุนตัวออกไป

เธอหยุดลงแล้ววางเงิน500หยวนไปอย่างเท่ๆ

ชายคนนั้นรีบดึงเวินจิ้งไว้“หมายความว่าไงอ่ะ?คุณอายใช่ไหม คุณไม่ใช่สาวพรหมจรรย์เหรอ?”

เสียงที่เขาพูดไม่ดังเท่าไหร่แต่เพราะว่าในร้านกาแฟค่อนข้างเงียบ ลูกค้าที่นั่งโต๊ะใกล้ๆกันต่างได้ยินหมด

เวินจิ้งหรี่ตามองแล้วยกเท้าขึ้นมาเหยียบบนเท้าเขาแรงๆ จากนั้นยกกาแฟขึ้นมาสาดใส่หน้าเขาอย่างไม่ลังเล

พอถูกเธอเหยียบใส่ ชายคนนั้นก็ล้มลงไป ดังนั้นกาแฟในมือของเวินจิ้งก็สาดเป็นรูปโค้งใส่ผู้ชายชุดสูทที่กำลังจะออกจากร้าน

เวินจิ้งอึ้งไปแปปนึงกับฉากตรงหน้า

“ขอโทษค่ะ”เธอหยิบทิชชู่จากในกระเป๋าอย่างอึนๆ มองเสื้อเชิ้ตขาวที่โดนสาดใส่ของผู้ชายตรงหน้า พระเจ้า แค่มองก็รู้ว่าชุดราคาแพง

สีหน้าของมู่วี่สิงเย็นชา มองไปที่เวินจิ้งด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกและไม่รับทิชช่าจากเธอ แต่หยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมา ตอนที่เช็ดกาแฟก็แสดงท่าทางไม่พอใจออกมา

เวินจิ้งรู้สึกผิดสักพัก ตอนนี้เอง เท้าของหนุ่มนัดดูตัวที่อยู่ข้างล่างก็รีบคว้าเท้าเธอไว้“ยัยผู้หญิงคนนี้ เหยียบเท้าผม!”

“น่ารำคาญจะตายชัก”เวินจิ้งดึงเท้าออกมา จะวิ่งออกจากร้านกาแฟ

ตอนที่ผลักประตู เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองผู้ชายชุดสูทนั่น รูปร่างหน้าตาเขาหล่อเหลาไร้ที่ติ กรอบหน้าชัดเจน ใบหน้าตรงนั่นเหมือนพระเจ้าค่อยๆวาดลงเพื่อทำให้คนที่เห็นแล้วตกตะลึง

พอเข้าไปในรถ เวินจิ้งที่ยังไม่ทันสตาร์ทรถก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา“ลูกรัก ดูตัวเป็นยังไงบ้าง?ผู้ชายคนนั้นโอเคใช่ไหม?”

“จบแล้ว”เวินจิ้งตอบไปสองคำ

ตอนนี้เองรถของเธอก็ออกไปไมได้ เวินจิ่งยิ่งรำคาญมากขึ้น

“อะไรกัน?นี่แม่สื่อแนะนำคนที่ปีนึงมีรายได้เป็นล้านๆให้ฉัน ลูกต้องไปมาหาสู่กับเขาดีๆ……จะหยุดไม่ได้นะ!”

เวินจิ้งไม่อยากฟัง เธอวางโทรศัพท์ลงทั้งที่แม่เธอกำลังบ่น

รถขยับออกไปไม่ได้ เวินจิ้งเลยดึงกุญแจออกมาแล้วลงจากรถ“วันนี้ออกจากบ้านไม่ได้ดูปฏิทินแน่ๆ!ถึงได้โชคร้ายสุดๆแบบนี้!”

พอพูดจบแปปนึง ฝนก็ตกหนักลงมา

เวินจิ้งหลับจาลง เปียกไปทั้งตัว

พอได้สติเธอก็ว่าจะวิ่งไปหลบฝนในร้านกาแฟ แต่พอนึกถึงผู้ชายที่นัดดูตัวท่าทางน่ารังเกียจเมื่อกี้ ก็เลยล้มเลิกไป

ตอนที่แกว่งไปมาซ้ายขวา ก็มีรถปอร์เช่สีดำก็มาจอดข้างๆเธอ หน้าต่างเปิดลงมาก็มีใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยและคุ้นเคยนั้นเข้ามา

คือผู้ชายที่โดนเธอสาดกาแฟใส่อย่างไม่ตั้งใจเมื่อกี้

“ขึ้นมา”น้ำเสียงและใบหน้าของเขาเย็นชาเหมือนเดิม

เวินจิ้งยิ้มไปอย่างเขินๆพร้อมส่ายหัว“ไม่เป็นไรค่ะ ลำบากคุณเปล่าๆ”

“ไม่ลำบาก”มู่วี่สิงยังคงเย็นชาใส่

เวินจิ้งยิ่งละอายเข้าไปใหญ่ จากนั้นเห็นว่าด้านหลังมีแท็กซี่อยู่ก็เลยคิดว่าจะไปเรียกรถ

แต่บังเอิญจริงๆ เธอดันเหยียบแอ่งน้ำที่ขังไว้ จนรองเท้าส้นสูงพัง

มู่วี่สิงมองเห็นหญิงสาวล้มลงไปจากกระจกมองหลัง เขาขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้แล้วเปิดรถลงมาอุ้มเวินจิ้งขึ้นไปท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก

 

เวินจิ้งอึ้งไป พอนั่งข้างคนขับปุ๊ปก็เริ่มได้สติ

“ขอบคุณค่ะ”เธอหันไปมองผู้ชายข้างๆ

ใบหน้าที่เย็นชาของมู่วี่สิงกลับยื่นผ้ามา

เวินจิ้งก้มลงเช็ดผมและใบหน้าที่เปียกถึงเห็นว่าเสื้อผ้าของตัวเองเปียกไปหมด

ดีที่เธอสวมชุดคลุมอยู่ ไม่งั้นคงจะน่าอาย

“ที่อยู่”มู่วี่สิงถาม

“ถนนอันหนิง10”

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป รถปอร์เช่สีดำนั่นก็หยุดลงที่ใต้ตึกเก่าๆที่พักแถวนั้น

เดิมทีเวินจิ้งไม่อยากให้เขาเข้ามาที่ข้างใน แต่ว่าเขาไม่ฟังเธอเลย

“ขอบคุณที่มาส่งฉันค่ะ เรื่องวันนี้ต้องขอโทษมากจริงๆ”เวินจิ้งขอโทษเขาอีกรอบ

“เชิ้ตอขงคุณราคาเท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันจ่ายให้ค่ะ”เวินจิ้งพูดด้วยเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อย

สายจาของมู่วี่สิงมองไปข้างหน้า พอได้ยินก็ขมวดคิ้ว แล้วก็เห็นเวินจิ้งเปิดกระเป๋าเงิน

เธอทายในใจน่าจะหลักสี่ แต่ว่าราคาจริงๆไม่รู้

“คุณชดใช้ไหวเหรอ?”เสียงทุ้มต่ำของมู่วี่สิงก็ดังขึ้น เชิ้ตของเขาตัดอย่างดี ทั้งโลกนี้มีแค่ตัวเดียว

“ฉันชดใช้ราคาไม่ไหวเหรอคะ?”ใบหน้าของเวินจิ้งดูหดไป

ตอนนี้เองก็มีเสียงของเจี่ยนอีดังๆจากด้านนอกเข้ามา“เวินจิ้ง กลับมาไวขนาดนี้ทำไมเนี่ย ไม่ได้บอกว่าให้อยู่กับเขานานๆหน่อยเหรอ……”

เวินจิ้งลำบากใจเล็กน้อย ชุมชนเล็กๆแบบนี้ ทุกตึกเกือบจะเป็นเพื่อนบ้านกัน เจี่ยนอีตะโกนแบบนี้จนเกือบจะได้ยินไปทั้งชุมชน

“ขอโทษค่ะ ฉันต้องกลับแล้ว นี่เบอร์ของฉัน ถ้าให้ฉันชดใช้อะไรติดต่อมานะคะ!”เวินจิ้งรีบเขียนเบอร์โทรตัวเองจากนั้นก็ลงรถ

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ที่ปลายนิ้วยังมีกระดาษที่มีไออุ่นของเวินจิ้งอยู่ ด้านบนมีเบอร์โทรอยู่ เขากำกระดาษแน่น

เจี่ยนอีเห็นลูกสาวลงมาจากรถก็ตะลึง แต่ก็ได้สติกลับมา“เวินจิ้ง ทำไมถึงบอกว่านัดดูตัวจบแล้วล่ะ?นี่ไม่ใช่ว่าสำเร็จแล้วเหรอ?”

“ไม่ใช่เขา”เวินจิ้งดึงแม่เข้าบ้าน แต่ว่าดึงไม่ได้

เจี่ยนอีจ้องรถนั่น ในใจก็นับว่ารถนี่น่าจะมีศูนย์กี่ตัว

ที่แท้ก็เป็นคนที่ที่มีรายได้ปีละล้าน รถนี่แค่ดูก็รู้แล้วว่าเกินล้าน!

“ลูกพูดอะไร?อย่าหลอกแม่สิ รีบไปให้เขาลงมาให้แม่ดูหน่อย”

เวินจิ้งนิ่งไป มองมู่วี่สิงแล้วรีบปิดประตูรถ จากนั้นก็ดึงแม่ออกมา

ในรถนั่น มู่วี่สิงมองแม่ลูกที่เดินออกไปไกล สายตาหม่นลงเล็กน้อย

ในแสงสว่างนั่น โทรศัพท์สีขาวก็ตกลงที่เบาะข้างคนขับ

เขาหยิบขึ้นมา โทรศัพท์สั่นเล็กน้อยแล้วก็มีแจ้งเตือนเข้ามาว่า:วันที่1000ที่คุณจากไป

เวินจิ้งกับแม่ที่เพิ่งเข้าบ้าน ออดประตูก็ดัง

เป็นเขา?

เวินจิ้งเปิดประตู ร่างสูงๆของมู่วี่สิงยืนอยู่หน้าประตู

“โทรศัพท์คุณ”น้ำเสียงของมู่วี่สิงมีความไม่พอใจแฝงอยู่

“อ้อ ขอบคุณค่ะ!”เวินจิ้งยิ้ม“เดี๋ยวฉันลงไปส่งคุณ”

พอพูดจบเสียงของเจี่ยนอีก็เข้ามา“เวินจิ้ง ทำไมให้เขายืนอยู่ข้างนอกล่ะ รีบเข้ามานั่งสิ!”

เวินจิ้ง:……

มู่วี่สิงขมวดคิ้ว ขายังไม่ขยับก็พูดอย่างเรียบๆว่า“ผมมีธุระ ไปก่อนนะ”

เวินจิ้งโล่งอกไป วันนี้เธอก็รบกวนชายคนนี้พอแล้วจะให้มีเรื่องอะไรอีกไม่ได้

แต่เจี่ยนอีก็ยังมองมา เวินจิ้งปิดประตูดัง“ปัง”

“แม่ หนูไม่รู้จักเขา”

“ไม่รู้จักเขาแล้วมาส่งลูกได้ไง?”

“เขาใจดี หนูเปียกไปทั้งตัวแบบนี้?”

“แม่ว่าลูกสองคนได้อยู่ ฮิฮิ ผู้ชายคนนี้ไม่เลว เวินจิ้ง ครั้งนี้ลูกสายตาไม่เลวจริงๆ!”

เวินจิ้งกลับเข้าห้อง ปิดประตู


และยังมี  นิยาย อ่านนิยาย นิยาย pdf นิยายวาย อ่านนิยายฟรี นิยายออนไลน์ อีกหลายเรื่องที่รอให้คุณอ่านที่ novel-fast.com

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท