NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง – ตอนที่ 432

ตอนที่ 432

บทที่432 องค์กรลึกลับของหลี่ต๋าคาง หน่วยมืด

“หลักฐานพวกนี้ อย่างน้อยถันอีหมิงก็ต้องรวบรวมกว่าหนึ่งปี ทำไมผู้ชายคนนี้ต้องมาพุ่งเป้าที่ผม?”

“ผมไม่ได้มีความแค้นอะไรกับเขาเลย!”

“หรือว่า เมื่อก่อนในบรรดาคนที่ผมเคยทำร้าย จะมีญาติหรือเพื่อนๆของเขา?”คิดจะหัวแทบระเบิด ฉินเสี่ยวหู่ก็คิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น

“ฉินเสี่ยวหู่ คุณก็ดูถูกตัวเองเกินไป”มู่หรงฉางเฟิงส่ายหน้า

“คุณชายมู่หรง คุณหมายความว่าไง?”ฉินเสี่ยวหู่ฟังออกว่า ในน้ำเสียงของมู่หรงฉางเฟิง มีความหมายดูถูกเขาอยู่

“คุณรู้ไหมว่าถันอีหมิงคือคนแบบไหน?”

“ถ้าคุณไปขัดใจเขาจริงๆ คุณคิดว่าคุณจะมีชีวิตอยู่จนตอนนี้เหรอ?”มู่หรงฉางเฟิงทำเสียงฮึดฮัด

“เขาไม่ใช่แค่ทนายความเหรอ?”น้ำเสียงของฉินเสี่ยวหู่ดูถูกมากๆ

มู่หรงฉางเฟิงยิ้มอย่างเย็นชา“แค่ทนายความ?ทนายความที่ชนะติดกัน 72 คดี ทั้งประเทศน่าจะมีแค่เขาคนเดียวแหละ ในทนายความทั้งสิบอันดับ เขาอยู่ที่หนึ่ง จะจ้างเขาสู้คดีให้ ยากยิ่งกว่าปีนขึ้นฟ้า”

“ค่าออกโรงของเขา อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าหลักสิบล้าน ไปจนร้อยล้าน”

ได้ยินตัวเลขนี้ ฉินเสี่ยวหู่ก็กลืนน้ำลายอย่างตะลึง“มากขนาดนี้เชียว คนธรรมดาใครจะจ้างไหว?”

“ซึ่งนี่คนทั่วไปก็จ้างไม่ไหว แต่พวกดารา ไฮโซ ตอนที่แบ่งทรัพย์สินกัน อย่างน้อยก็พันล้าน ไปจนกระทั่งหมื่นล้าน……ในเวลาแบบนี้ ทุกคนล้วนแต่อยากจ้างถันอีหมิง น่าเสียดาย ถันอีหมิงคนนี้ ขี้โมโหมาก ถึงมีเงิน ถ้าคุณไม่ให้เกียรตินิดเดียว ก็ไม่พอที่จะจ้างเขาได้เลย”

“เขาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เล่นไปมา ถ้าเขาอยากบีบคุณตาย ก็ง่ายเหมือนกับปอกกล้วยเข้าปาก”

“มองไม่ออกเหรอ?เขาจงใจจะปล่อยคุณไป ไม่อย่างนั้น คุณคิดว่าคุณจะหนีได้เหรอ?”

“ถ้าไม่ใช่ว่าเขาเตือนคุณก่อนล่วงหน้า ตำรวจก็จับคุณไปแล้ว จะปล่อยให้คุณหนีไปจากประตูหลังได้เหรอ?”

ฉินเสี่ยวหู่ฟังจบ ก็ดูไม่ค่อยเชื่อ“พูดแบบนี้ ผมควรต้องขอบคุณเขาไหม?”

“แม่เอ๊ย ถ้าไม่ใช่เขา ผมต้องหนีแบบนี้ไหม?”

“ไม่ว่าเขาเป็นใคร เจ๋งแค่ไหน ตั้งแต่หนึ่งปีก่อนเขาก็เริ่มรวบรวมหลักฐานความผิดของผมแล้ว แล้วยังเอาหลักฐานทำผิดมอบให้ ตำรวจ จุดนี้ ผมไม่มีทางปล่อยเขาแน่”

ฉินเสี่ยวหู่กัดฟันพูด“เขาไม่ใช่แค่ขัดขวางการเป็นประธานกรรมการบริษัทฉินซื่อ กรุ๊ปของผม แต่ยังทำให้ผมที่มีบ้านก็กลับบ้านไม่ได้ด้วย……”

“คนที่ทำร้ายคุณ ไม่ใช่เขา”

มู่หรงฉางเฟิงหัวเราะเหอะเหอะ พูดว่า“แต่เป็นหลอซ่า”

“หลอซ่า?”

ฉินเสี่ยวหู่ตะลึงเล็กน้อย“หลอซ่าคือใคร?”

“ยักษ์หลอซ่า แม้แต่เขาคุณก็ไม่รู้จัก?”มู่หรงเหลือบมองฉินเสี่ยวหู่แวบหนึ่ง

สีหน้าของฉินเสี่ยวหู่ ทันใดนั้นก็ตะลึง“ยักษ์หลอซ่า……เขาไม่ได้ตายแล้วเหรอ?”

ฉินเสี่ยวหู่กลืนน้ำลาย“คุณชายมู่หรง ความหมายของคุณคือ ……”

“คนที่ทำผมจริงๆ คือยักษ์หลอซ่า?”ทันใดนั้นหัวใจของฉินเสี่ยวหู่ก็เต้นอย่างแรง เวลานี้ เขาตกใจมาก

ถึงจะบอกว่ายักษ์หลอซ่าหายไปสามปีแล้ว

แต่ยักษ์หลอซ่าเมื่อสามปีก่อน ใครไม่กลัวบ้าง?

ตอนนั้นยักษ์หลอซ่าให้เงาคนระหว่างทางก็คือยมราช เห็นยักษ์หลอซ่าก็เหมือนกับเห็นยมราช

ถึงแม้จะมีคนที่ถูกยักษ์หลอซ่าจับตาดู ไม่มีใครสักคนที่มีชีวิตรอด

“ถูก เป็นยักษ์หลอซ่า”มู่หรงฉางเฟิงพยักหน้าพูด

ทันใดนั้น ร่างของฉินเสี่ยวหู่ก็สั่น มองมู่หรงฉางเฟิงด้วยความหวาดกลัว“คุณชายมู่หรง คุณอย่ามาทำผมกลัว ผมกับยักษ์หลอซ่าไม่มีความแค้นต่อกัน ทำไมเขาต้องมาทำผมด้วย!”

“คุณไม่มีความแค้นกับเขา แต่ปู่คุณมีแค้นกับเขานี่”

“รู้ไหมว่าใครฆ่าปู่คุณตาย?ก็คือคนของยักษ์หลอซ่า ทำร้ายปู่คุณจนตาย”

“ทั้งเมืองเอก คนที่เคยเห็นยักษ์หลอซ่ามีไม่เยอะ ปู่คุณคือหนึ่งในนั้น”

“ตอนนั้น ปู่คุณวาดภาพเหมือนใบหนึ่งให้พวกเราตระกูลมู่หรง ภาพเหมือนนี้ ก็คือใบหน้าที่แท้จริงของยักษ์หลอซ่า พวกเราพึ่งภาพเหมือนนั้น จึงรู้ตัวตนที่แท้จริงของยักษ์หลอซ่า”

มู่หรงฉางเฟิงพูดว่า“ดังนั้น ยักษ์หลอซ่ากลับมาครั้งนี้ จะแก้แค้นเป็นอย่างแรก ก็คือพวกคุณตระกูลฉิน”

ใบหน้าของฉินเสี่ยวหู่ ปรากฏเหงื่อออกมา“งั้นหมายความว่า ไม่ใช่ว่าผมโดนเอาตายแน่เหรอ?”

“เขาเป็นถึงยักษ์หลอซ่า ตอนนั้นคนที่ถูกเขาเพ่งเล็ง มีคนรอดที่ไหน”

“แม้แต่ปู่ผมยังถูกบีบบังคับให้ฆ่าตัวตาย ……”ฉินเสี่ยวหู่กลัวตาย

“ใจเย็นหน่อย คนของยักษ์หลอซ่า ไม่ใช่เทพเจ้า ถ้าเขาเจ๋งขนาดนั้น ทำไมถึงถูกสี่ตระกูลใหญ่ของพวกเราไล่ออกไปจากเมืองเอก?หึ อย่ามาขู่ผมเลย”

มู่หรงฉางเฟิงพูดอย่างดูถูก“สี่ตระกูลใหญ่ของพวกเราไล่เขาออกไปได้ครั้งหนึ่ง ก็ต้องไล่เขาออกไปได้เป็นครั้งที่สอง คอยดูละ”

ฉินเสี่ยวหู่มองมู่หรงฉางเฟิง ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย

“คุณชายมู่หรง หลอซ่าน่าจะกลับมานานแล้วสินะ?”

“เขาจับตาดูผมมาปีหนึ่งแล้ว”ฉินเสี่ยวหู่พูด

มู่หรงฉางเฟิงส่ายหน้า“ตอนนั้นข้างกายหลอซ่า มีพวกกลุ่มใหญ่ๆ……หนึ่งในนั้นมีกลุ่มหนึ่ง ก็คือหน่วยมืด พวกเขาคือสายลับที่ยักษ์หลอซ่าเลี้ยงขึ้นมา สายลับอยู่ทั่วทุกมุมของเมืองเอก”

“ได้ยินว่าพวกกลุ่มนี้ซ่อนตัวเก่งมาก ตอนนั้นสี่ตระกูลใหญ่ของพวกเราค้นหาอย่างสุดกำลัง ก็จับได้แค่ไม่กี่คนเท่านั้น”

“ตอนนั้นคิดว่าหลังจากที่ยักษ์หลอซ่าแพ้พ่ายไป คนของหน่วยมืด ก็จะแยกย้ายกันไปด้วย คิดไม่ถึงว่า พวกเขาไม่ใช่แค่ยังมีอยู่ แค่ยังทำงานอยู่ด้วย”

มู่หรงฉางเฟิงขมวดคิ้วแน่น“ข้างในคนของคุณ ก็น่าจะถูกหน่วยมืดของยักษ์หลอซ่าผสมไปด้วย”

“หน่วยมืด?”

หัวใจของฉินเสี่ยวหู่ ก็กลัวมากขึ้น

พอเขาคิดถึงหนึ่งปีมานี้ ถูกหน่วยมืดของยักษ์หลอซ่าเฝ้าดู ตัวก็สั่นด้วยความกลัว

อารมณ์ของมู่หรงฉางเฟิง ก็หม่นลงอย่างมาก

หน่วยมืดของยักษ์หลอซ่า ก็เหมือนระเบิดตั้งเวลา ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถระเบิดตรงนั้นได้ตลอด

มู่หรงฉางเฟิงยังคิดด้วยว่า ที่ฉินเสี่ยวหู่ถูกทำ ที่จริงก็เป็นเพราะตัวเองด้วย

ตัวเองเพิ่งไปหาฉินเสี่ยวหู่ถึงที่ เตรียมที่จะเอาเขามาหลอกใช้ประโยชน์ สุดท้ายหน่วยมืดก็ลงมือ เอาหลักฐานกระทำผิดที่รวบรวมได้ มอบให้ตำรวจ

ฉินเสี่ยวหู่ในตอนนี้ ไม่มีค่าให้หลอกใช้มากเท่าไหร่แล้ว

แต่มู่หรงฉางเฟิงก็ช่วยเขา จุดประสงค์ที่ช่วยเขา ก็เพื่อมู่หรงฉางเฟิงจะหาสมาชิกของหน่วยมืดนั่นเจอ

“คุณชายมู่หรง คุณช่วยจัดช่องทางหลบหนีให้ผมทีได้ไหม?”ฉินเสี่ยวหู่คิดจะหนี

“หลบหนี คุณทำตัวมีอนาคตหน่อยได้ไหม?”

มู่หรงฉางเฟิงกลอกตาใส่ฉินเสี่ยวหู่“อยู่ต่อทำเพื่อผมไม่ดีเหรอ?”

“เอ่อ……ช่วยคุณเอาคืนยักษ์หลอซ่า?”

ฉินเสี่ยวหู่ไม่ได้โง่ ศัตรูที่แท้จริงของยักษ์หลอซ่า ที่จริงก็คือสี่ตระกูลใหญ่

ตอนนั้นเป็นสี่ตระกูลใหญ่ที่ลงมือขับไล่ยักษ์หลอซ่า ครั้งนี้ยักษ์หลอซ่ากลับมา จุดประสงค์ก็ต้องเป็นสี่ตระกูลใหญ่แน่นอน

ดูเหมือน สงครามครั้งนั้นเมื่อสามปีก่อน กลัวว่าจะเกิดอีกครั้งแล้ว

ฉินเสี่ยวหู่ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องในนั้นด้วย ยังไง ลึกข้างในใจ ฉินเสี่ยวหู่ก็กลัวยักษ์หลอซ่า

“ฉินเสี่ยวหู่ ดูจากท่าทางคุณ ดูเหมือนคุณจะไม่ค่อยอยากช่วยผมเลยนะ?”ทันใดนั้นมุมปากมู่หรงฉางเฟิงก็ยิ้มอย่างเย็นชา

“คุณชายมู่หรง ผมอยากช่วยคุณ แต่คุณดูผม ตอนนี้แค่คนไม่เอาไหน ตอนนี้ลูกน้องผมถูกจับหมดแล้ว หลักฐานทำผิดในหนึ่งปีนี้ ก็อยู่ในมือของตำรวจแล้ว ผมเป็นบุคคลตามจับ จะช่วยคุณจัดการยักษ์หลอซ่าได้ไง?”

ฉินเสี่ยวหู่พูดอย่างอึดอัด“ผมแค่คนไม่เอาไหนแล้ว ลูกน้องเก่งๆของคุณชายมู่หรงมีตั้งมากมาย ยังต้องการคนไม่เอาไหนอย่างผมช่วยด้วยเหรอ?”

มู่หรงฉางเฟิงหยิบหน้ากากออกมา จากในรถของตัวเอง ยื่นให้ฉินเสี่ยวหู่“นี่คือหน้ากากของยักษ์หลอซ่า”

“ต่อไป คุณสวมมันทำธุระให้ผมละกัน”

“แน่นอนว่า คุณไม่สวมก็ได้”

มู่หรงฉางเฟิงยิ้มนิดๆ กลับรถ พูดว่า“ห้าร้อยเมตรข้างหน้า ก็คือสถานีตำรวจ”

“ฉินเสี่ยวหู่ คุณมีเวลาคิดแค่หนึ่งนาที รอรถของผมขับเข้าไปในสถานีตำรวจ คุณก็จะจบเห่”

“ไม่แน่อาจจะเอาคุณเข้าไปในสถานีตำรวจ ผมก็อาจจะได้รางวัลเงินสดดีๆก็ได้”

มู่หรงฉางเฟิงยิ้มอย่างร้ายกาจ เหยียบคันเร่ง เพิ่มความเร็วของรถ

ฉินเสี่ยวหู่กลืนน้ำลาย ไม่หยุดเข้าใกล้ที่หน้าสถานีตำรวจ ในที่สุดเขาก็ตื่นตระหนก“ผมรับปาก ผมรับปาก!”

ฉินเสี่ยวหู่พยักหน้าอย่างตื่นตระหนก ยังไง เขาก็ทำเรื่องผิดมาตั้งมากมาย เขาทำแฟนเก่าตายไปหลายคน แล้วยังค้ายา รวมกับหลักฐานทำผิดพวกนี้ไป ก็เพียงพอที่จะยิงเป้าเขาถึงสิบครั้ง

ดังนั้น ฉินเสี่ยวหู่ได้แต่ทำโดยปราศจากความชั่งใจ นี่คือทางเดียวที่เขามีอยู่

“พอประมาณดีนี่”มู่หรงฉางเฟิงยิ้มอย่างพอใจ กลับรถ กลับพบว่าท้ายรถของตัวเอง ตามมาด้วยG-Classสีแดงคันหนึ่ง

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

ยามค่ำคืนดึกๆ ในหอพักแห่งหนึ่งที่ตงไห่

“หลี่ฝาง รีบเอาน้ำล้างเท้ามาให้ฉันเร็วๆ ”

ได้ยินเสียงตะโกนเรียก หลี่ฝางไม่รีรอเลยสักนิด รีบไปยกน้ำล้างเท้าของเจ้าอ้วนมาให้

“รอเดี๋ยว ถุงเท้าก็ช่วยซักด้วยเลย ไม่ซักมาหลายวันแล้ว เหม็นตายห่า” หลี่ฝางยกกะละมังล้างเท้าขึ้นมา เจ้าอ้วนก็พูดขึ้นมาอีกทันที

หยิบถุงเท้าที่เหม็นเน่าของเจ้าอ้วนแล้ว หลี่ฝางก็เดินเข้าไปในห้องน้ำของหอพัก จากนั้นเริ่มยุ่งๆ

เขาไม่เพียงแค่ซักถุงเท้าของเจ้าอ้วน ยังต้องซักเสื้อนักเรียนของเพื่อนร่วมห้องคนอื่นอีกด้วย รองเท้า กางเกงใน……

“เกาเสิ้ง ช่วงนี้นายยิ่งอยู่ยิ่งเกินไปแล้วนะ นายเห็นหลี่ฝางเป็นอะไร เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของนาย ไม่ใช่คนใช้นะ”

หัวหน้าห้องโจวหยางทนดูต่อไปไม่ไหว จึงว่าเจ้าอ้วนสองสามคำ

“หัวหน้า ผมกำลังช่วยเขา เขาขาดเงินไม่ใช่เหรอ? ผมจ่ายเงินให้เขาอยู่” เจ้าอ้วนยิ้มๆ ไม่สนใจ

“ใช่ไหม หลี่ฝาง? ” เจ้าอ้วนตะโกนถามหลี่ฝางไปทางห้องน้ำ

“ใช่ ขอบใจนายที่ช่วยอุดหนุนธุรกิจของผม เกาเสิ้ง” หลี่ฝางหันหน้ามายิ้ม ตอบหนึ่งคำด้วยความทราบซึ้งน้ำใจ

เห็นเป็นเช่นนี้ โจวหยางได้แต่ส่ายหัวและถอนหายใจ

หลังจากที่พ่อแม่หายตัวไป หลี่ฝางได้แค่พึ่งการซักเสื้อผ้าให้คนอื่น ทำการบ้าน ช่วยวิ่งซื้อของเป็นต้น เพื่อหารายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายและจ่ายค่าเทอม

ไม่นาน โจวหยางเดินเข้าไปในห้องน้ำ: “หลี่ฝาง ถ้านายไม่มีเงินจริงๆ ผมยืมให้นายได้”

“ไม่ต้องหรอกครับ ขอบคุณนะ” หลี่ฝางไม่อยากใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนอื่น อีกอย่าง เงินที่ยืมมา สุดท้ายก็ต้องคืนอยู่ดีไม่ใช่หรือ?

โจวหยางมองความคิดของหลี่ฝางออก: “ไม่เป็นไร ไม่ต้องรียคืนครับ รอให้นายเรียนจบก่อนค่อยคืนก็ได้ครับ”

หลี่ฝางหัวเราะขมขื่น: “หัวหน้า อีกนานกว่าจะเรียนจบเลยนะ”

โจวหยางส่ายหัวอีกครั้ง แล้วกลับไปบนที่นอนของตนเอง

“ผมว่านะ หัวหน้าอย่ากังวลไปเลย ไม่ใช่ไม่รู้ว่าหลี่ฝางตอนนี้มีสถานการณ์อย่างไร นายช่วยไหวเหรอ? ” จางเสี่ยวเฟิงคนที่อายุโตกว่าทุกคนในห้องยิ้มและพูด

“ใช่ ถ้าไม่มีพวกเรา เรื่องกินของเขายังมีปัญหาเลย” เกาเสิ้งพูดด้วยความภูมิใจ

พอหลี่ฝางทำงานเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว กำลังเตรียมจะเข้านอน จางเสี่ยวเฟิงก็พูดขึ้นมา: “หลี่ฝาง อาการอยากสูบบุหรี่กำเริบอีกแล้ว นายไปซื้อให้ฉันซองหนึ่งสิ เหมือนเดิม”

สีหน้าของหลี่ฝางรู้สึกลำบากใจ: “ตอนนี้ก็ห้าทุ่มแล้วนะ ประตูมหาวิทยาลัยก็ปิดแล้ว”

“อย่าพูดมาก กูเพิ่มเงินให้นายสิบหยวน ไปไม่ไป? ” จางเสี่ยวเฟิงโยนเงินลงบนพื้น พูดด้วยความโมโห

“งั้นผมปีนกำแพงออกไปซื้อให้”

หลี่ฝางเก็บเงินบนพื้นขึ้นมา แล้วเดินออกจากหอ

“หลี่ฝางคนนี้นี่ ขอแค่ให้เงินเท่านั้น แม้แต่ขี้ก็ยอมกิน” เพิ่งเดินออกจากห้อง หลี่ฝางก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของเกาเสิ้ง

“ก็นั่นสิ? ถ้าผมเป็นเขา ไปตายเสียดีกว่า จะอยู่ให้อายคนอีกทำไม” จางเสี่ยวเฟิงก็พูดเห็นด้วย

หลี่ฝางได้ยินแล้วกำมือแน่นๆ ด้วยความโมโหอย่างมาก

แต่หลังจากนั้นสักพัก หลี่ฝางก็ค่อยๆ ปล่อยวาง คนอื่นเค้าก็พูดไม่ผิดอะไรนี่ ตนเองก็เป็นแค่คนจนๆ ที่ไม่มีศักดิ์ศรีอยู่แล้ว

ปีนกำแพงไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งที่เปิดตลอด24ชั่วโมง หลี่ฝางซื้อบุหรี่เสร็จและเตรียมตัวจะกลับหอ มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามาในซูเปอร์มาร์เก็ต

หญิงคนนี้เหลือบไปมองหน้าหลี่ฝางหนึ่งครั้ง สายตาเหมือนมีอะไรบางอย่าง ลำคอของเธอขยับ จากนั้นก็หันหน้าไปอีกข้าง แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นหลี่ฝางอย่างนั้น

ผู้หญิงคนนี้ชื่อเซี่ยลู่ เป็นเพื่อนบ้านของหลี่ฝาง ยังเป็นหนึ่งในดาวในโรงเรียนอีกด้วย

เมื่อก่อนสถานะทางบ้านของหลี่ฝางรวยมาก การเรียนก็ดี ตอนนั้นเซี่ยลู่วันๆ คอยตามหลังของเขาอยู่ทุกวัน ทั้งสองตระกูลเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ยังมีการสัญญาหมั้นให้ทั้งสองคนตั้งแต่เด็กอีกด้วย

ส่วนชายที่อยู่ข้างๆ เซี่ยลู่ คือเพื่อนนักเรียนในห้องของหลี่ฝาง ชื่อตู้เฟย เป็นลูกเศรษฐี หน้าประตูซูเปอร์มาร์เก็ตมีรถBMWจอดอยู่ นั่นก็คือรถของเขา

“เถ้าแก่ เอาถุงยางให้ผมหนึ่งกล่อง” ตู้เฟยตะโกนบอก

เซี่ยลู่หน้าแดงขึ้นมาทันที ต่อหน้าหลี่ฝางมีความรู้สึกอาย: “พี่เฟย ท้องของฉันไม่ค่อยสบายหน่อย เราเอาไว้วันหลังละกันนะ”

“วันหลังห่าอะไร เป็นเพราะนายคนนี้ใช่ไหม? ” ตู้เฟยหันหน้าไปชี้หลี่ฝางแล้วถาม

“อย่าคิดว่าผมไม่รู้เรื่องระหว่างเธอสองคนนะ แต่นั่นมันเป็นอดีตไปแล้ว” ตู้เฟยสีหน้าเข้มขรึม ซักถามเซี่ยลู่ตรงๆ : “ทำไม คุณยังไม่ลืมเขาเหรอ? ”

เซี่ยลู่ส่ายหัวและรีบปฏิเสธ: “หนุ่มจนๆ แบบนี้ ฉันจะลืมเขาไม่ลงได้ไง? ”

“ฉันไม่สบายท้องจริงๆ ”

“พูดแล้วก็น่าแปลกใจ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่ คงจะเป็นเพราะเจอใครบางคน ท้องถึงได้สะอิดสะเอียน” เพื่อที่จะเอาใจตู้เฟย เซี่ยลู่พูดอย่างโหดร้าย

“ฮาฮา ผมเห็นเขาแล้วก็รู้สึกอยากอ้วกเหมือนกัน”

ตู้เฟยหัวเราะดังๆ ยื่นมือไปตบหน้าหลี่ฝางหนึ่งที: “ยังไม่รีบไสหัวไปอีก ไม่ได้ยินเหรอ? ว่าแฟนฉันเห็นแกแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียน? ”

หลี่ฝางกัดฟันแน่นๆ จ้องหน้าตู้เฟยอย่างเย็นชา

สีหน้าของตู้เฟยตะลึงสักพัก จากนั้นก็ถีบที่ท้องของหลี่ฝางอีกครั้ง: “ยังกล้าจ้องฉันอีกเหรอ? แกไม่พอใจอะไร? ”

“พี่เฟย อย่าตีอีกเลย” เซี่ยลู่เข้าไปห้าม

“ทำไม? เห็นอกเห็นใจมัน? ”

“ไม่หรอก? ฉันแค่รู้สึกว่าเราไม่ควรไปถือสาและยุ่งเกี่ยวกับคนจนๆ แบบนี้หรอก” เซี่ยลู่รีบส่ายหัว

ตู้เฟยทำเสียงฮึ่ม แล้วยื่นมือไปรับกล่องถุงยางจากเถ้าแก่ร้าน และพูดว่า: “เซี่ยลู่ คืนนี้ฉันไม่สนว่าเธอจะประจำเดือนมาหรือว่าปวดท้อง แต่ว่าเธอปลุกไฟราคะของฉัน อย่าคิดหนีนะ? ”

“หลี่ฝาง แกจำไว้ หลังจากวันนี้อยู่ห่างๆ เซี่ยลู่ไว้ ไม่อย่างนั้นเห็นนายครั้งหนึ่ง เตะครั้งหนึ่ง” ก่อนจะไป ตู้เฟยเตือนหลี่ฝางด้วยถ้อยคำที่โหดเหี้ยม

เช็ดๆ รอยเท้าบนเสื้อ หลี่ฝางปีนกำแพงกลับไปถึงหอพัก

หลี่ฝางกลับมาดึกเกิน ยังถูกจางเสี่ยวเฟิงด่าอีกชุดใหญ่

หลี่ฝางทนไม่ไหว กัดฟันและแอบร้องไห้อยู่ใต้ผ้าห่มทั้งคืน

เช้าวันถัดมาตื่นมา หมอนของหลี่ฝางยังเปียกชื้นอยู่เลย ขณะนั้น เขาสังเกตเห็นในมือถือมีสายที่ไม่ได้รับสามสิบกว่าสาย

“ทำไมเป็นสายจากต่างประเทศทั้งหมดเลย? ”

หลี่ฝางเปิดดูสักพัก สงสัยว่าเป็นพวกนักต้มตุ๋นมืออาชีพโทรมา

“ยังมีข้อความ เลขที่บัญชีลงท้ายด้วย 911มีเงินโอนเข้าจำนวน 1,000,000.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 1,000,325.00 หยวน” หลี่ฝางอ่านหนึ่งรอบ คิดว่าต้องเจอพวกนักต้มตุ๋นแน่ๆ

ในตอนนี้ หลี่ฝางรีบถอนเงินในวีแชทที่ได้ออกมา

มือถือดังขึ้นตึ้ดหนึ่งเสียง หลี่ฝางรู้สึกมึนงง

“ธนาคารABC วันที่ 12 เดือน 11 ปี x เวลา 07:14 น. เลขที่บัญชีลงท้ายด้วย 911มีเงินโอนเข้าจำนวน 300.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 1,000,625.00 หยวน”

ข้อความที่มีเงินโอนเข้าหนึ่งล้าน กับข้อความที่มีเงินโอนเข้าสามร้อย เลขเหมือนกัน?

ถ้าเป็นนักต้มตุ๋น เขาจะรู้ยอดเงินคงเหลือของหลี่ฝางได้ไง

นั่นก็คือ เงินหนึ่งล้านที่โอนเข้ามานี้เป็นเรื่องจริง

นึกถึงตรงนี้แล้ว หลี่ฝางรีบลุกขึ้นมาเหมือนคนบ้าและวิ่งออกจากโรงเรียน

ไปถึงตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่ง หลี่ฝางใส่บัตรเอทีเอ็มของตนเองเข้าไป นิ้วมือกดรหัสเอทีเอ็ม

“ผมกำลังฝันไปแน่ๆ ” เห็นมียอดเงินในบัญชีหนึ่งล้านกว่า หลี่ฝางส่ายหัว เขาไม่กล้าเชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

เบอร์โทรแปลกๆ นั่นโทรมาอีกครั้ง ครั้งนี้หลี่ฝางไม่ลังเลเลยสักนิด รีบรับสายโทรศัพท์นั้น

“เสี่ยวฝาง……” ในสายโทรศัพท์ทางโน้นเป็นเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นมา

“พ่อ? ใช่พ่อ…..ใช่พ่อไหม? ” สองมือของหลี่ฝางสั่นแรงขึ้น

“ใช่ พ่อเอง ฉันกับแม่แกไม่อยู่ หลายปีมานี้แกสบายดีไหม? ต้องลำบากมากแน่ๆ ใช่ไหม? เมื่อกี้พ่อโอนเงินหนึ่งล้านเข้าบัญชีให้แล้ว ใช้ไปก่อนนะ ถ้าไม่พอพ่อจะโอนให้อีก ใช่สิ ไม่ได้เจอกันมาหลายปี แกคงคิดถึงพวกเรามากใช่ไหม? ” พ่อของหลี่ฝางถามไถ่ติดกันหลายประโยค

หลี่ฝางแน่ใจว่าเขาคือพ่อตนเองแล้ว น้ำตาก็ไหลและนั่งร้องไห้ลงกับพื้นทันที เขาพิงตู้เอทีเอ็มไว้ มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ มืออีกข้างก็เช็ดน้ำตาไปด้วย

“ผม……คิดถึง…..พวกท่านจะตายอยู่แล้ว”

“ดี ดีแล้วลูก หลายปีมานี้ลำบากแกมากพอแล้ว แต่ว่าอย่าเกลียดพ่อนะ ถ้าจะเกลียด ก็ไปเกลียดปู่ของแกโน่น เขาเป็นคนวางแผน……”

หลี่ฝางพูดแทรกขึ้นมา: “เดี๋ยว ปู่ของผมตายไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ”

“ตายที่ไหน ตาเฒ่านั่น พ่อก็อยากให้ตายตั้งนานแล้ว พ่อแค่หลอกแกมาสามปี ตาเฒ่านั่นหลอกพ่อมานานสิบกว่าปี……สามปีก่อนตาเฒ่ามารับพ่อกลับบ้าน แล้วมาบอกพ่อว่าเขายังไม่ตาย ยังบอกกับพ่อว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด แกว่าตาเฒ่าบ้านี่ยังมีคุณธรรมอยู่รึเปล่า หลอกว่าตัวเองตายแบบนี้ยังทำออกมาได้”

“มหาเศรษฐีที่รวยที่สุด? ”

“ไอ้ลูกอกตัญญู ว่าใครตาเฒ่า เดี๋ยวตีให้ตายเลย” ในโทรศัพท์ทางนั้นมีเสียงสั่นตะโกนมา แต่เสียงในนั้น หลี่ฝางได้ยินพ่อตนเองพูดคุยอยู่: หลี่เจียเฉิน ถ้าท่านยังกล้าตีผมอีก ผมจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับท่าน

หลี่เจียเฉิน? เขาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในภูมิภาคเอเชียไม่ใช่เหรอ?

เดี๋ยว! ปู่ของผมเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ปรับฟอนต์

**ถ้าปรับโหมดมืดอยู่** ให้เปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก่อนจะปรับสีพื้นหลัง
รีเซ็ท